ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    อันตรายของนอร์น

    ย้อนกลับไปเมื่อ 1สัปดาห์ก่อน......


    กองทหารของนอร์นได้ไปถึงหมู่บ้านแห่งผู้กำเนิด แต่พบว่าที่นั่นว่างเปล่าไร้ผู้คน มีแต่ควันไฟไหม้อยู่เต็มไปหมดเหมือนผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้พร้อมใจกัน อพยพย้ายถิ่นก็ว่าได้
    " ท่านนอร์นคะ ไม่มีใครอยู่เลยค่ะ " เมดสาวนาม ชิโอะ กล่าวกับผู้เป็นนาย
    นอร์น หันซ้ายแลขวา มองดูบริเวณโดยรอบ ที่ถูกเผาไหม้ไปหมดแล้ว อยู่ๆก็มีลูกธนูยิงมา ราวห่าฝน จากปากทางเข้าหน้าหมู่บ้าน มันได้สังหารทหารที่นอร์นนำมาด้วยนับสิบคนในทันที
    ฟ้าว ฟ้าว
    จู่ๆ กองทหารของนอร์นก็ถูก ลัทธิแม่มดนับร้อย ล้อม โดยมีเสียงหัวเราะของชิอะจัง ดังมาแต่ไกล เธอขี่หมาป่าตัวใหญ่ขนสีเงิน ยืนอยู่นอกเส้นทางเดิน ที่มีรอยเผาไหม้เป็นเส้นๆอยู่ ดูท่าทางน่าเกรงขามอย่างมาก เหมาะสมกับที่เป็นแม่ทัพของข้าศึก
    นอร์น ฟาลามี เห็นดังนั้น เธอก็ควบม้าตีฝ่าเข้าไปในกลุ่มลัทธิแม่มดนับร้อยในทันที เพื่อเข้าไปโจมตีชิอะจัง คนที่ดูเป็นหัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้ และมันทำให้นอร์น รู้ถึงพิษสงของ ชิอะจัง ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะคว่ำเธอ ผู้ซึ่งอยู่จุดสูงสุดของลัทธิแม่มด ที่หลอกเหล่าโบเก็นฉะ และคนเดินทางมากินนับสิบปี
    เคร้ง
    ดาบกับกระบองปะทะกัน ราวพายุคลั่ง เหมือนในหนังเรื่อง Berserk ใครที่อยู่รอบๆสองคนนี้ ต่างตกเป็นเหยื่อคมอาวุธและกระบอง ไม่เละเป็นชิ้นเนื้อ ก็เละเป็นโจ๊ก เพราะการปะทะของทั้งสองคน อยู่ในระดับเหนือมนุษย์ คนภายนอกมองเห็นแต่เป็นเงาสองสายกำลังห้ำหั่นกันเท่านั้น
    " เก่งเหมือนกันนี่นา " นอร์น ถอนดาบที่ปะทะกลับคืนมา และมองหน้าสาวชาวป่าอย่างดูถูก ดูเหมือนว่านอร์นจะเก่งกว่า ชิอะจังนิดหน่อย แต่ยังไม่อาจตัดสินผลในทันทีได้ 
    ชิอะจัง ได้ทีก็ตะโกนถามว่า
    " ถ้าพวกแกมาถึงที่นี่ แสดงว่า ริวจิ หนีกลับไปถึงเมืองแล้วละสิ " ชิอะจังกล่าวและไม่รอให้นอร์น ตอบ เธอเป่านกหวีดให้ กองทัพสุนัขป่าเงินเข้าโจมตีกองทัพของนอร์นในทันที ไม่ถึงชั่วอึดใจ กองทหารของนอร์น ก็อยู่ในความสับสน อลหม่าน เพราะไม่คิดว่าจะถูกลอบจู่โจมโดยหมาป่า
    นอร์นที่ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว เธอกลับรู้สึกสนุกกับการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างมาก ทั้งการสะบัดดาบของเธอแต่ละครั้ง ก็ได้คร่าชีวิตหมาป่าไปครั้งละ 1ตัว พวกมันตัวใหญ่พอๆกับม้าเลยก็ว่าได้ แต่นอร์นก็สามารถกำราบได้อย่างง่ายดาย
    นอร์นบุกนำหน้าไป โดยมีชิโอะ เมดสาวนักสู้คอยป้องกันขาม้าทั้งสี่อยู่ ทำให้ชิอะจังไม่สามารถตีขาม้าของนอร์น ให้นอร์นตกม้าได้
    10นาทีต่อมา....สถานการณ์ฝ่ายนอร์นไม่สู้ดี
    ฟ้าว ฉึก
    เสียงลูกธนูดอกนึงพุ่งเข้าใส่หมวกเหล็กของนอร์น ทำให้เธอได้สติ และเริ่มมองไปรอบๆสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพ ที่เต็มไปด้วยศพทหารของเธอ และซากหมาป่าเงินนับสิบๆตัว
    ภาพที่เห็นคือ เสียงในสนามรบเงียบสงบลงในเวลาไม่กี่นาที ทิ้งไว้แต่เพียงซากศพของทหารของนอร์น ที่นอนตายกันหมดแล้ว ทหารชั้นยอด 50 คนของ นอร์นที่ตามมาด้วย บัดนี้ไม่เหลือซักคน เหลือเพียงเธอกับชิโอะ เมดสาวนักสู้เท่านั้น แม้ว่าในกองซากศพนั้นจะมีศพของคนในลัทธิแม่มดที่ตายมากกว่าทหารของนอร์นถึงสองเท่าก็ตาม
    " ถอยก่อน " นอร์นกล่าวก่อนจะตีฝ่า กองทหารของลัทธิแม่มดออกไป โดยมีเสียงหัวเราะของชิอะจังดังไล่หลังมา
    นอร์น กัดฟันกรอด ที่เสียเปรียบจำนวนคน จนชิอะจังเป็นฝ่ายได้เปรียบ เธอกล่าวเป็นถ้อยคำเบาๆที่มุมปาก " I not defeat but I can retreat " ( ฉันไม่ได้แพ้ แค่ถอยไปตั้งหลักเท่านั้น )
    *****
    กลับมาที่พระเอก......
    การหนีของผมจากคฤหาสต์มรกตก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ใครจะบ้าไปสุ้กับ เจ้า อัศวินมังกร อาราเอลได้ละ เล่นสวมชุดเกราะทำจากโฮริฮาก้อนทั้งตัวแบบนั้น เวทย์๋อะไรก็ทำร้ายไม่ได้
    ตอนนี้ผมอยู่ในรถม้าที่ขนาบข้างด้วยสองสาวหุ่นดินระเบิด ด้านซ้ายเป็นทีน่า ด้านขวาเป็น นาจิมิ ตรงข้ามที่ผมนั่งคือ ฟีน่า กับ เอลซ่า มันทำให้ผมรุ้สึกคัน ยุบยิบ ยุบยิบ อยู่ตลอดทาง จนอดอิจฉาคนขับรถม้าไม่ได้ที่ได้อยู่คนเดียว ไม่ต้องมาคลอเคลียกับเหล่าสาวงาม เหมือนผมแบบนี้ คุณรุ้ไหมในรถม้ามันเบียดจนแขนผมไปโดนนมทีน่า และ นาจิมินับครั้งไม่ถ้วน ทุกครั้งที่รถม้าสั่น จนผมต้องภาวนาขอให้พระเจ้าช่วย แต่ทุกอย่างกลับแย่ลง เมื่อคนขับรถม้าเบรค จนตัวของฟีน่าที่อยู่ตรงข้ามผม ล้มลงมาจุมพิตผมลงที่แก้มซ้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    " อุ๊ย " ฟีน่าส่งเสียงแปลกๆออกมา ในขณะที่ เอลซ่าเอาแต่อมยิ้ม ทีน่าหัวเราะ ส่วนนาจิมิทำหน้าแปลกใจที่ผมไม่ชอบรอยจูบของฟีน่า
    " อย่ามัวแต่ยิ้มเซ่ รีบๆลุกออกไปจากตัวตรูเดี๋ยวนี้ " ผมรุ้สึกโกรธมากที่โดนผู้หญิง ขโมย first kiss ไป มันเป็นของมีค่ามากรู้ไหม
    ในขณะที่ผมกำลังจะชวนทะเลาะ คนขับรถม้าก็ได้ลงมาเปิดประตู และกล่าวว่า
    " ถึงหมู่บ้านแล้วครับ คุณนักเดินทาง "
    พวกเอลซ่า รีบลงไปในทันที เหลือเพียง ทีน่าที่ยังอยู่กับผม เธอเอาแต่เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยจูบ ของฟีน่าให้ผมจนสะอาด เหมือนกับที่เธอทำในครั้งแรกที่เราเจอกัน
    3 ชั่วโมงต่อมา.....
    พวกเราก็ได้เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง มันเป็นโรงแรมเกรด C ที่ไม่ค่อยดีนัก พวกเอลซ่า ฟีน่า และ นาจิมิ ก็ได้ไปพักอีกห้องนึง ส่วนผมกับทีน่า พักอีกห้อง
    ' ทำไมผมต้องนอนรวมกับหญิงสาวด้วยฟระ ' ผมคิดแต่ไม่กล้าพูดกับทีน่า ซึ่งตอนนี้เธอนอนหลับแล้ว แม้เธอจะเชิญผมขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันเพื่อเป็นการให้เกียรติ แต่ผมทำท่าเป็นสุภาพบุรุษ ไปนอนที่โซฟา แต่ถึงยังงั้นคืนนี้ผมก็รู้สึกนอนไม่หลับอยู่ดี กลัวคืนนี้ ทีน่าจะแอบย่องมาจู่โจมผม ผมเลยแอบย่อง ออกไปเดินเล่นซะเลย แต่ระหว่างทางต้องผ่านห้องของเอลซ่า และผมดันได้ยินเรื่องที่ไม่ควรรู้เข้าให้ซะแว้ว ผมแอบแง้มประตูเข้าไปดู แม้จะมีฉากกั้นอยู่แต่ก็ยังพอเห็นเงาได้ลางๆ
    " อย่าน่า มันจักจี้ อ๊า...." เสียงของนาจิมิ ครางออกมา
    " แรงอีก แรงอีกได้ไหม เอลซ่า " เสียงของฟีน่า ดังมาเป็นระยะๆ
    " ฉันทำดีที่สุดแล้วนะ จะให้แรงอีกเหรอ " เอลซ่ากล่าว พร้อมกับลูบไล้ไปตามส่วนสัดอันอวบอัดของ นาจิมิ และบรรจงจูบฟีน่าอย่างแผ่วเบา
    'พวกเธอ กำลังเล่น ฉิ่งฉับ กันอยู่ ' ผมคิดแล้วรีบย่องผ่านห้องนั้นไปด้วยความรวดเร็ว ดีนะที่ผมไม่ได้นอนห้องเดียวกับพวกเธอ ไม่งั้นผมจะถูกจับทำอะไรมั่งก็ไม่รู้
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป
    A : ฮะ ฮะ ขำพระเอกวะ แค่นอนกับสาวยังไม่กล้า ถ้าเป็นตรูละก็.......
    B : เอ็งก็อย่าทำพูดดีไป พอไปเจอจริงๆ ก็หงอ เป็นลูกแมว
    C : ใช่ๆ เจ้า A อะ ไปอาบ อบ นวด ด้วยกันครั้งก่อนนะ รีบวิ่งแจ้นออกมาเลย น้องเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
    A : เจ้า C อย่าเอามาเล่าดิวะ มันน่าอาย
    A,B,C : แล้วพบกับพวกเราได้ใหม่ในตอนหน้าครับ