ตอนที่หนึ่งร้อยสอง อสูรรับใช้ติดตาม
The Seeker ได้ประสบการณ์มากขึ้นเมื่อพยายามสู่จุดหมายอัตราความสำเร็จไม่มีวันที่จะเป็นไปไม่ได้ Impossible
ผมพยักหน้ากับการแจ้งเตือนอย่างที่คิดเรื่องแนวโชวเน็นไม่ได้ต้องการคนที่วางแผนอย่างรอบคอบแต่ต้องการคนที่มีความปรารถนามากมายกว่าใครจึงจะได้สิ่งที่ตนเองหวังมาครอบครอง
ด้วยเหตุผลบางประการแนวโชวเน็นกับโชวโจวราวกับภาพสะท้อนของกันและกัน
ในด้านความรักแนวโชวเน็นสอนให้เด็กผู้ชายอยู่กับความจริงไม่ใช่สิ่งที่หวังแต่ให้เล็งเป้าหมายเป็นโฮคาเงะหรือจ้างแห่งโจรสลัดก็ได้ตามสบาย
ด้านโชวโจวมองว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวยหากไม่ได้ชายที่ต้องการอย่าประนีประนอมในคุณค่าของตนเองแต่เน้นไปทางด้านความจริงเรื่องความร่ำรวย
พวกคู่รักยูริในโลกนี้คงเดิมพันด้วยพลังของความรักมีแต่ผมเท่านั้นที่รู้ว่าหากไม่มีกำลังมากพอพวกเราจะตายอนาถกันหมด
แนวโชวเน็นมันโหดร้ายเช่นนี้ล่ะ
มันสอนเราว่ามีแต่คนที่มีกำลังแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นถึงจะต่อสู้กับรัฐบาลโลกหรือเอาชนะสงครามโลกนินจาได้
และผมยกคานาเอะขึ้นมากอด
“ชิสึกะจัง”
และมีคนสกิลโกงอย่างคานาเอะคอยช่วย
ขอเพียงผมสามารถปกป้องคานาเอะได้จนความสามารถของเธอตื่นขึ้นมา โอกาสชนะของผมคงเพิ่มขึ้นอีกมาก
และผมไม่ได้อยู่คนเดียวผมมีคานาเอะราเกซและสแคมเมอร์ของอินเดียกว่าสองร้อยคนอยู่เบื้องหลังของผม
หากไมได้มีทุกคนผมคงไม่สามารถมาถึงตรงนี้ได้หรอก
พลังมิตรภาพล้วนๆที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้
แต่เขาเงินและเขาทองมองต่างออกไป
พวกเขาที่เป็นโยวไคมีชีวิตอยู่ระหว่างความจริงและจินตนาการโลกแห่งวัตถุและมิติมายานั้นมองว่าร่างกายของโอตะนั้นเหมือนกับร่างมนุษย์เป็นเพียงแค่ผิวกายที่ปกคลุมตัวเขา
แต่ความจริงแล้วสัตว์ร้ายในร่างกายคือสัตว์ปีศาจที่ไม่ต่างกับพวกตนเอง
นี่คือความแตกต่างอีกอย่างของโอตะกับบรรดาเหล่านางเอก
บรรดานางเอกทำให้พวกโยวไคมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น
แต่การพบพานกันของโอตะ The Beast ในร่างกายได้กระตุ้นความรู้สึกและสัญชาตญาณสัตว์ป่าของบรรดาโยวไค
ที่แม้แต่บรรดาโยวไคที่ซ่อนอยู่รอบข้างก็ราวกับจะกลั้นหายใจ
บรรยากาศเงียบผิดปรกติราวกับว่ามีสัตว์ร้ายที่เป็นนักล่าหลุดมาอยู่ในกลางป่า
ท่านได้เขาเงินและเขาทองเป็นอสูรรับใช้ติดตาม
เอ๋หากผมได้อสูรรับใช้ติดตามแล้วคนอื่นๆจะได้พวกนี้ได้อย่างไรล่ะนี่?
หรือนี่คือความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของเกมส์ที่ใครมาก่อนก็ได้ก่อนไม่เหลือให้คนอื่นๆที่มาทีหลัง?