ตอนที่ 33 ไม่มีอะไรร้ายแรง
ตอนที่ 33 ไม่มีอะไรร้ายแรงถึงอย่างไรเสียเธอก็เป็นคนไปส่งเซิงห่าว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอก็ยากที่จะหลบหนีความรับผิดชอบได้เซิงห่าวยังคงอธิบายต่อไปว่า : "ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก ครั้งนี้ก็แค่คิดจะไปดูสักหน่อย ผมกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าหากเป็นที่นั่นจริงๆ แล้วล่ะก็ ผมจะแจ้งตำรวจในทันที แต่เมื่อตอนที่ผมไปพบเข้า ผมได้เห็นว่าเพื่อนของผมได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เลยตีพวกคนลักพาตัวจนหมดสติไป แล้วช่วยเธอออกมา"น่าเสียดายที่ไม่ได้แจ้งตำรวจ แล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกคนลักพาตัวพวกนั้นจะฟื้นขึ้นมาหรือยัง นี่ก็ออกมาแล้ว เซิงห่าวถึงได้รู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อยเมื่อคนขับรถสาวได้ฟังจนจบ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่ก็ทำได้เพียงจำใจเชื่อไปก่อนชั่วคราว อย่างไรก็ตามเธอจะยังคงอยู่ที่นี่ เซิงห่าวก็จะหนีไม่พ้นเช่นกัน"ใช่แล้ว ฉันพึ่งจะโทรแจ้งตำรวจไปนี่ ถ้าเกิดว่าถึงเวลานั้นตำรวจหาฉันไม่เจอ แล้วคิดว่าฉันแจ้งความเท็จจะทำยังไง? " คนขับรถสาวตอนนี้ก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ เธอได้อุทานออกมาอยากร้อนรน แต่ทว่าตอนนี้โทรศัพท์ของเธอยังคงอยู่ในรถมองดูห้องฉุกเฉินสักครู่หนึ่ง คนขับรถสาวคาดว่าเซิงห่าวคงห่างจากที่นี่ไม่ได้ ก็เลยพูดขึ้นมาว่า : "ฉันจะกลับไปหยิบโทรศัพท์ก่อน ยังไงก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกลักพาตัวพวกนั้นหนีไปได้ เธออยู่ที่นี่ลองดูไปก่อนนะ"เซิงห่าวพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากที่คนขับรถสาวหันตัวจากไปได้ไม่นานเท่าไรนัก ไฟของห้องฉุกเฉินก็ดับลงไป หลินเหยาที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดถูกเข็นออกมา"คุณหมอครับ เธอไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ? " ทำไมถึงสามารถออกจากห้องฉุกเฉินมาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนไม่น่าจะสาหัสมากมายขนาดนั้นพยาบาลคนหนึ่งที่ถือสมุดไว้หนึ่งเล่มเดินมาอยู่ข้างตัวของเขาแล้วพูดว่า : "ร่างกายของคนไข้เพียงแค่ไข้ขาดน้ำ และจิตใจอ่อนเพลียเท่านั้น นอกจากบนใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัสแล้ว ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง แค่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตการณ์ไปก่อน คุณไปชำระค่ารักษาพยาบาลก่อนก็ได้คะ"นางพยาบาลได้หยิบบิลค่าใช้จ่ายแผ่นหนึ่งจากสมุดเล่มนั้นออกมาส่งให้เซิงห่าวเมื่อได้ยินว่าไม่มีอะไรร้ายแรง ตอนนี้เซิงห่าวก็รู้สึกวางใจได้แล้ว หลังจากคอยดูหลินเหยาเข้าไปในห้องคนไข้แล้ว เขาก็เดินไปชั้นหนึ่งเพื่อไปชำระค่ารักษาพยาบาล แต่เมื่อเดินไปถึงครึ่งทางเขาก็รู้สึกอับอายขึ้นมาทันทีเขาไม่มีเงินตอนนี้ทั้งตัวเขานั้นมีเศษเงินรวมๆ กันแล้วไม่ถึงร้อยหยวนเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งค่ารถของคนขับรถสาวเขาก็ยังไม่ได้จ่าย ถ้าหากต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วละก็ เงินของเขาก็คงจะไม่เพียงพอเมื่อคิดได้ดังนั้น ก็จนปัญญาต้องเดินไปที่ทางเข้าของโรงพยาบาล วางแผนที่จะโทรหาใครสักคงส่งเงินมาให้เขาสักหน่อยเมื่อพึ่งจะเดินมาถึงหน้าประตู ก็บังเอิญเจอกับคนขับรถสาวที่กำลังเดินเข้ามาพอดี เมื่อคนขับรถสาวได้เห็นเซิงห่าวก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า : "เสี่ยวห่าว เธอไม่อยู่เพื่อนกับเพื่อนเธอเหรอ ออกมาข้างนอกทำไม? "เซิงห่าวยกบิลค่าใช้จ่ายในมือขึ้นมาทันที แล้วพูดอย่างจนปัญญาว่า : "ผมจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลนี้ แต่ว่าตอนนี้ในตัวผมไม่มีเงินเลย ผมก็เลยวางแผนว่าจะออกไปโทรศัพท์สักหน่อย จะให้คนที่บ้านเอาเงินมาให้"ตอนแรกที่คนขับรถสาวเห็นเซิงห่าวกำลังเดินออกมาในตอนนั้น เกือบที่จะคิดไปว่าเขากำลังจะวิ่งหนีไป ตอนนี้มาได้ยินว่าแค่ต้องการจะไปโทรศัพท์ ก็รู้สึกวางใจไปไม่น้อยเลยคนขับรถสาวเดินมาถึงข้างตัวของเขา ได้เข้ามาหยิบบิลที่อยู่ในมือนั้นขึ้นมาดูเล็กน้อย : "เธอใช้โทรศัพท์ของฉันโทรเถอะ ส่วนเงินนี้ฉันช่วยเธอจ่ายไปก่อนก็ได้ รอให้คนที่บ้านของเธอมาแล้วค่อยคืนให้ฉัน""อืม เอาอย่างนั้นก็ได้" เซิงห่าวพยักหน้า เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เลยคิดว่าจะโทรหาหลินรั่วเฉิน คาดว่าตอนที่หลินเหยาหายตัวไป หลินรั่วเฉินคงจะกังวลเป็นอย่างมากแน่นอนหลังจากที่โทรหาทั้งสองเบอร์และชำระเงินค่ารักษาพยาบาลแล้ว ก็กลับไปที่ห้องคนไข้ของหลินเหยา เมื่อกลับมาถึง หลินเหยาก็ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว นางพยาบาลที่อยู่ด้านข้างนั้นต้องการที่จะตรวจร่างกายให้เธอเมื่อได้เห็นคนเดินเข้ามาถึงสองคน นางพยาบาลก็ถามออกมาอย่างจนใจว่า : "ร่างกายของคนไข้เกร็งตลอดเวลาเลย ฉันไม่มีวิธีที่จะตรวจร่างกายของเธอได้เลย พวกคุณเป็นญาติของคนไข้หรือเปล่า? มาพูดคุยกับเธอสักหน่อยน่าจะสามารถทำให้เธอผ่อนคลายลงได้บ้าง"เมื่อเซิงห่าวได้ยินดังนั้น ก็รีบร้อนเดินเข้าไปหาทันที : "หลินเหยา? ตอนนี้เธอรู้สึกเป็นยังไงบ้าง? นางพยาบาลเขาจะตรวจร่างกายให้เธอ เธอผ่อนคลายสักหน่อย เถอะ" เขาตบไปที่หลังของหลินเหยาเล็กน้อยครั้งหนึ่งในอดีตเขาเคยดูมาจากโทรทัศน์ คนในโทรทัศน์เมื่ออยากที่ทำให้คนอื่นผ่อนคลายก็ต้องตบที่หลังของเขาเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงเลียนแบบจากที่เรียนรู้มาท้ายที่สุดแล้วก็ตบไปได้เพียงสองครั้ง แล้วก็ถูกหลินเหยาคว้ามือเอาไว้เธอจ้องไปที่เขาด้วยความโกรธเคือง : "นายพึ่งหายไปที่ไหนมา เมื่อกี้นายยังบอกว่ามาช่วยฉันอยู่เลย สุดท้ายก็ทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวในห้องคนไข้นี่ "ดูเหมือนกับว่า เรื่องการลักพาตัวในครั้งจะนำพาเงามืดบางอย่างมาให้เธอด้วย ในขณะนี้เธอยังปรับตัวไม่ได้"ฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ไง เมื่อกี้ฉันเพียงแต่ไปโทรศัพท์หาพ่อเธอมาเท่านั้นเอง" เซิง ห่าวกล่าวออกมา เมื่อเห็นว่าเธอมีชีวิตชีวามากกว่าตอนแรกไม่น้อยแล้ว ในใจก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย "ตอนนี้นางพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายเธอ ยังไงเธอก็ผ่อนคลายสักหน่อยเถอะ""อืม" หลินเหยาก็ตอบกลับมาอย่างคลุมเครือ แต่ก็ยังคงจับมือของเซิงห่าวเอาไว้แน่น หลังจากที่พยาบาลตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็หลับไปอีกรอบหนึ่งเซิงห่าวลองที่ถอนมือกลับออกมา ยังไม่ทันที่จะถอนออกมาได้ มือเล็กที่ขาวเรียวนั้นใช้แรงจับมือของเขามากยิ่งขึ้นไปอีกหลินเหยาบ่นพึมพำเป็นประโยคอย่างกระสับกระส่ายในขณะนอนหลับ เหมือนกับกำลังจะตื่นขึ้นมาอย่างนั้น พูดอะไรออกมานั้นเซิงห่าวก็ได้ยินไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวอีกแล้วเมื่อคนขับรถสาวได้เห็นเช่นนั้น ทางที่ดีที่สุดคือนั่งอยู่อย่างเงียบๆ อยู่อีกด้านหนึ่ง เลี่ยงการพูดคุยที่จะรบกวนหลินเหยาไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ประตูของห้องคนไข้ก็ถูกเปิดออกมาอีกครั้ง คนที่ยังตื่นอยู่ในห้องคนไข้ทั้งสองคนหันหน้ามาพร้อมกันหลินรั่วเฉินก็ได้เดินเข้ามา"เถ้าแก่หลิน คุณมาแล้ว" เมื่อได้เห็นหลินรั่วเฉินมาแล้ว ในที่สุดเซิงห่าวก็ได้ถอนหายใจออกมาด้วยความผ่อนคลาย เขากำลังคิดที่จะลุกขึ้นยืน แต่สุดท้ายมือนั้นก็ถูกอะไรสักอย่างเกี่ยวรั้งเอาไว้"พ่อ? " หลินเหยาถูกทำให้ตื่นตกใจ ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น มองไปที่หลินรั่วเฉินด้วยความสับสนเล็กน้อย แต่ก็ยังคงใช้แรงจับมือเซิงห่าวเอาไว้จนแน่น เธอกะพริบตาปริบปริบสองครั้ง แล้วก็แกล้งทำเป็นหลับไปอีกครั้งแต่เดิมเขาคิดว่าหลินเหยาจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อเห็นเธอหลับลงไปอีกครั้งหนึ่งก็หันไปมองหลินรั่วเฉินอย่างไม่มีทางเลือก ชี้ไปที่มือนั้น แสดงให้เห็นว่าตัวเองเอามือถอนออกมาไม่ได้หลินรั่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณ เดินเข้ามาใกล้ขึ้น มองไปที่หลินเหยาที่ยังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ในแววตาของเขานั้นไม่อาจปกปิดความเจ็บปวดนี้เอาไว้ได้ เขาช่วยหลินเหยาคลุมผ้าห่ม“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รอให้เหยาเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาแล้วค่อยคุยกันเถอะ” หลินรั่วเฉิน กล่าวด้วยเสียงอันเบาเซิงห่าวเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ตอนนี้มือของเขาถูกจับเอาไว้ คิดอยากที่จะออกไปคุยกับหลินรั่วเฉินที่ด้านนอกก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ และหากพูดคุยกันในห้องพักคนไข้นี้ ก็จะต้องรบกวนจนหลินเหยาตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอนตอนนี้หลินเหยานั้นไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจหรือว่าร่างกาย ในตอนแรกนั้นเกร็งอยู่ตลอดก่อนที่จะทำให้ผ่อนคลายได้นั้นไม่ง่ายเลย ทางที่ดีที่สุดคือให้พักผ่อนอย่างเพียงพอเซิงห่าวพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองนั้นเข้าใจแล้ว แต่ทว่าเขากลับทำได้เพียงชี้นิ้วไปที่คนขับรถสาวที่นั่งอยู่ทางด้านข้างนั้น ในขณะเดียวกันก็หยิบบิลค่ารักษาพยาบาลแผ่นนั้นออกมาเขาได้กระซิบที่ข้างหูของหลินรั่วเฉิน "เถ้าแก่หลิน เมื่อตอนที่ผมออกมาจากบ้านเอาเงินมาไม่มากนัก ค่าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเธอเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมด"หลินรั่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หันไปคุยกับคนขับรถสาว : "คุณผู้หญิงท่านนี้ ได้โปรดออกไปคุยกันข้างนอกได้หรือไม่? " เขาอยากรู้ว่าที่จริงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่ทว่าภายในห้องพักผู้ป่วยนี้ไม่เหมาะสมที่จะพูดคุยเท่าไรนักคนขับรถสาวพยักหน้าเล็กน้อย ทั้งสองคนได้ออกไปแล้วในขณะนี้เซิงห่าวรู้สึกเหนื่อยจนทนไม่ไหวแล้ว ค้ำศีรษะของเขาเอาไว้แล้วเคลิ้มหลับ เดิมทีทั้งบ่ายนี้เขาได้ใช้ทักษะทางวิญญาณจนรู้สึกอ่อนเพลีย จนมาถึงตอนเย็นมากขนาดนี้ เมื่อรู้สึกผ่อนคลายขึ้นก็เริ่มทำให้รู้สึกง่วงขึ้นมาทันทีหลังจากนั้นไม่นานเท่าไรนัก เขาก็นอนคว่ำหน้าหลับไปอยู่ข้างเตียงนั้น เมื่อตอนที่หลินรั่วเฉินกลับเขามานั้นเขาก็หลับสนิทไปแล้ว...