ตอนที่6 นี่เรียนเอกทันตแพทย์หรือเรียนเอกการละครกันแน่
ก๊อก ก๊อก ก๊อกก๊อก
เสียงเคาะประตูดังรัวๆ หน้าห้องของพฤกษา ร่างบางงัวเงียตื่นขยี้ตาเพื่อปรับแสง นิ้วเรียวเปิดโคมไฟที่หัวเตียงและมองหาโทรศัพท์เพื่อดูนาฬิกา เวลาตีสอง ใครกันมาเคาะประตูรัวๆ ขนาดนี้ร่างบางเดินงัวเงียมาเปิดไฟ แล้วเปิดประตู หรี่ตามองแขกไม่ได้รับเชิญ ดวงตากลมเบิกกว้างรีบพยุงร่างที่กำลังคดคู้อยู่หน้าประตูเขา
“เกิดอะไรขึ้น” พฤกษาถามออกไปอย่างห่วงใยเมื่อเห็นคนตรงหน้าแสดงอาการเจ็บท้องอย่างรุนแรงสองมือจับกุมหน้าท้อง สีหน้าแสดงความทรมานจากความเ็ป ใบหน้าซีดเซียวเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
“พฤกษ์ช่วยด้วย ช่วย…..ด้วย ช่วยพี่ด้วย”ณภัทรพยายามเอ่ยคำพูดให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ ตอนนี้เขาเ็ปและทรมานมากจนจะคุมสติตัวเองไม่อยู่
“พี่เป็อะไร” พฤกษาเสียงดังอย่างใทำอะไรไม่ถูก
“พี่ไม่รู้ พี่ปวดท้องมาก ปวดมาก” ณภัทรแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงในการตอบคำถามอีกฝ่าย
พฤกษารีบวิ่งเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือ กดโทร 1669 ปลายสายถามข้อมูลอาการคนเจ็บ และสถานที่เกิดเหตุไม่นานรถทีมกู้ชีพมารับผู้ป่วยและนำส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางที่นั่งบนรถฉุกเฉินพฤกษาจับมืออีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจเขาหลับตาแน่นบอกให้รู้ว่ากำลังเก็บกดความเ็ปไว้ไม่นานรถฉุกเฉินก็เลี้ยวเข้าโรงพยาบาล หมอและพยาบาลรีบเข้ามาดูอาการคนป่วย
หมอวินิจฉัยอาการณภัทรว่าเป็ไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดด่วนให้เลือกระหว่างเข้าห้องผ่าตัดหรือจะให้ผ่าตัดส่องกล้องคุณหมอวินิจฉัยแล้วสามารถกระทำได้ทั้งสองวิธีณภัทรเลือกผ่าตัดแบบส่องกล้องเนื่องจากไม่อยากพักที่โรงพยาบาลนานๆ เป็ไปได้ก็อยากจะกลับหอพักเลย หลังจากคุณหมอผ่าตัดส่องกล้องเสร็จก็ขอให้เขาอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาล1-2 วัน
พฤกษาทำเื่ขอย้ายเข้ามาพักในห้องพิเศษเพราะคนเจ็บสั่งไว้ตอนนี้เขายังเฝ้าดูอาการอีกฝ่ายอยู่ข้างเตียงร่างบางรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพราะหลับไม่เต็มที่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับอยู่เขาจึงเดินไปนอนบนที่นอนสำหรับญาติที่โรงพยาบาลจัดให้ในห้องพิเศษตอนนี้เป็เวลาห้าโมงเช้าแล้ว ดวงตากลมหันมองร่างสูงใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆเขาไม่รู้จะโทรบอกญาติพี่น้องของอีกฝ่ายอย่างไร ทั้งที่พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ลูกชายอธิการบดีแต่เบอร์โทรติดต่อก็ไม่มีโทรศัพท์ณภัทรก็ล็อคหน้าจอ ไม่สามารถเข้าไปหาเบอร์โทรได้ร่างบางตัดสินใจนอนหลับก่อนในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยถามอีกที่ก็แล้วกัน อีกอย่างจะโทรหาใครตอนนี้ทุกคนก็คงยังไม่ตื่น
“พฤกษ์ พฤกษ์” เสียงทุ้มะโเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเขานอนหลับสนิทแต่ตอนนี้ณภัทรรู้สึกหิวน้ำมาก
“พี่ขอน้ำหน่อย น้ำ” พฤกษาตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียก่อนจะรีบเดินไปรินน้ำมาให้คนป่วยสองแขนบางหมุนเตียงยกขึ้นเพื่อให้ดื่มน้ำได้อย่างสะดวก
“พี่เป็ไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง”
“อืม ไม่ปวดท้องแล้ว” เขากระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่าย
“แหงสิ ไส้ติ่งออกไปแล้วหนิ จะเอาอะไรมาปวดละ” พฤกษาบอกอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“อยากกินอะไรไหม ผมไปซื้อให้ หรือจะรอกินอาหารของโรงพยาบาล อ้อแล้วพี่จะให้โทรบอกใครไหมว่าพี่อยู่โรงพยาบาล”
“ไม่ต้องหรอก พี่ไม่อยากให้ใครเป็ห่วง หยิบโทรศัพท์พี่มาหน่อยพี่จะลาเรียนกับอาจารย์” พฤกษาเดินไปหยิบโทรศัพท์อย่างว่าง่ายนิ้วเรียวยาวกดแป้นพิมพ์ใน Applicationไลน์บอกเพื่อนและอาจารย์ว่าขอลาป่วยเมื่อร่างบางเห็นอีกฝ่ายวุ่นกับโทรศัพท์ เขาจึงคิดว่าจะไปหาซื้ออะไรร้อนๆมาให้คนป่วยกินรองท้องก่อนแต่เดินไปได้นิดเดียวก็ถูกเรียกไว้
“เดี๋ยว พฤกษ์จะไปไหน จะกลับแล้วเหรอ” ณภัทรพูดน้ำเสียงเศร้าบ่งบอกว่าเสียใจที่ขนาดเขาป่วย อีกฝ่ายยังจะทิ้งเขาได้ลงคอ
“ป่าว ผมจะไปซื้ออะไรร้อนๆให้กิน” สิ้นคำพูดของพฤกษารอยยิ้มกว้างของอีกฝ่ายก็ฉาบเต็มใบหน้าคม
กลับมาถึงห้องมือบางก็จัดแจงเทโจ๊กใส่ถ้วยที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ทุกห้องอยู่แล้วในห้องพิเศษเทน้ำเต้าหู้ใส่แก้ว ปรับแอร์ เปิดทีวี และพยุงคนป่วยลุกขึ้นนั่งเพื่อทานอาหารเช้าซึ่งคนป่วยก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
“ไม่รีบไปเรียนเหรอ” ณภัทรถามอีกฝ่ายอย่างเป็ห่วง
“พี่ก็โทรหาใครสักคนมาเฝ้าแทนสิ จะได้รีบไป”
“ไม่ยอมไป เป็ห่วงพี่เหรอที่ไม่มีคนเฝ้า”
“กลัวตายคาห้อง เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นลำบากตะหาก”
“พี่ไม่อยากตายหรอก ถ้าหากพฤกษ์อยู่ดูแลพี่ดีแบบนี้” ณภัทรพูดพร้อมระบายรอยยิ้มเต็มใบหน้าเขามีความสุขจริงๆ เวลาที่ได้อยู่กับพฤกษา
“ให้มันน้อยๆ หน่อยและเกรงใจกันบ้าง ได้ข่าวว่าเพื่อนก็เยอะ แฟนก็แยะกิ๊กกั๊กเต็มไปหมดไม่ใช่เหรอ ฉายาคาสโนวา คงไม่ได้ซื้อมาหรอกมั้ง สาวสวยวันก่อนละโทรไปหาสิ” ปากบางจิกกัดเขาราวกับเป็นก
“ก็ค่อยๆ สั่งสมชื่อเสียงมาแหละ”
“ชื่อเสียแหละไม่ว่า” ร่างบางค้อนขวับ ทำให้ณภัทรหัวเราะชอบใจไม่นานพยาบาลสาวก็เปิดประตูเข้ามา นำอาหารเช้าและยามาให้ณภัทรเพิ่งทานเสร็จเลยอิ่มโจ๊กจึงกินยาเพียงอย่างเดียว หลังกินยาเสร็จพฤกษาก็ปรับเตียงให้นอนลงเขาจะได้หลับพักผ่อนอย่างเต็มที่
“พรุ่งนี้คนไข้กลับบ้านได้เลยนะคะ”
“เร็วขนาดนี้เชียวเหรอครับคุณพยาบาล”พฤกษาถามพยาบาลอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก เมื่อเขาเพิ่งพักฟื้นได้แค่วันเดียว
“คนไข้ร่างกายแข็งแรง แผลก็หายไวปกติถ้าผ่าตัดไส้ติ่งด้วยการส่องกล้องก็ไม่ต้องพักฟื้นนานค่ะ แผลหายไวอยู่แล้ว่นี้ห้ามคนไข้กินของแสลงทั้งหมด อาหารหมักดอง แอลกอฮอล์นะคะ”พยาบาลสาวกำชับก่อนจะแจ้งพฤกษาว่าก่อนกลับให้ไปรับยาและเคลียค่าใช้จ่ายกับการเงินของโรงพยาบาล
ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาลไม่ว่าณภัทร้าอะไร พฤกษาก็จะรีบทำให้หาให้อย่างไม่อิดออด แถมยอมขาดเรียนเป็เพื่อนเขา ราเมศวร์ก็โทรมาคุยกับอีกฝ่ายหลายครั้ง และทุกครั้งณภัทรก็จะทำเสียงดังจนอีกฝ่ายต้องออกไปคุยข้างนอกและเหมือนปลายสายจะรู้และถามว่าเสียงอะไร คำตอบที่ได้จากปากบางคือ ‘เสียงหมารื้อถังขยะ’ นี่เขากลายเป็หมาไปแล้วหรือนี่ณภัทรได้แต่บ่นร้องในใจ
“พี่พักชั้นไหน” พฤกษาถามอีกฝ่ายเมื่อแท็กซี่มาส่งถึงหน้าหอพักนักศึกษาสองแขนบางประคองคนร่างสูงใหญ่อย่างลำบากเพราะอีกฝ่ายทำท่าทางเหมือนไม่มีแรงทิ้งตัวมาหาเขาเต็มที่
“ชั้น 12”หลังได้ยินคำตอบมือเรียวบางก็กดตัวเลขข้างลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังที่พักของอีกฝ่ายรับกุญแจมาจากร่างสูง หมุนลูกบิดเพื่อเข้าไปในห้อง สายตากลมก็ต้องเบิกกว้าง‘นี่มัน์ชัดๆ นี่สินะห้องพักลูกชายอธิการบดีทำไมมันเหมือนฟ้ากับเหวขนาดนี้เมื่อเทียบกับห้องของเขา’ พฤกษายืนอึ้งเมื่อเห็นขนาดห้องที่กว้างขวางเท่ากับสองห้องรวมกันเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครัน ดูหรูและราคาแพง ชุดอุปกรณ์ทำครัวที่พร้อมสรรพแอร์ใหม่เอี่ยมจนคิดว่าเพิ่งจะติดตั้ง ตู้ เตียง โต๊ะเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างล้วนเข้าชุดอย่างไร้ที่ติ
“มีอะไรเหรอ” ณภัทรสงสัยว่าทำไมหนุ่มน้อยที่พยุงเขาอยู่ถึงไม่เดินต่อแต่เมื่อหันไปมองหน้าอีกฝ่ายเขาถึงกับต้องหลุดขำเมื่อใบหน้าที่แสดงออกถึงความใปนสนเท่ห์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างปากก็อ้าจนแมลงวันเข้าไปทำรังได้ มือแกร่งจึงยื่นไปดันคางอีกฝ่ายขึ้นเพื่อให้ปากปิดสนิท
“ทำไมมันต่างกันอย่างนี้ล่ะ”ความสงสัยในสมองของพฤกษาได้ถ่ายทอดออกมาเป็คำพูดให้อีกฝ่ายได้รับรู้โดยที่เ้าตัวก็ไม่รู้ว่าหลุดพูดอะไรออกมา
“ห้องนี้แต่เดิมเป็ห้องรับแขกกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยแต่เนื่องจาก่นี้ไม่ค่อยมีแขกที่ว่า คุณพ่อเลยให้มาอยู่อีกอย่างหากจะมีแขกมาจริงๆ ก็ยังมีอีกห้องที่เป็แบบนี้ ใช้รับแขกแทนได้เหมือนกันดังนั้นคุณพ่อจึงไม่ห้าม แต่ถ้ามีแขกมาเยอะ พี่ต้องขอไปนอนห้องพฤกษ์นะ”
“ไม่ต้องมายุ่งเลย จะไปนอนกับสาวที่ไหนก็ไป”พฤกษาว่าพร้อมพยุงร่างสูงใหญ่ไปนั่งบนเตียง แล้วเดินไปวางถุงยาไว้บนโต๊ะ
“ผมกลับก่อนนะ พี่มีอะไรให้ช่วยก็โทรมาแล้วกัน”พูดเสร็จร่างบางก็ทำท่าเดินออกไปเมื่อณภัทรเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไปคนร่างสูงใหญ่ก็ทำสีหน้าเ้าเล่ห์ก่อนร้องเสียงดัง
“โอ้ย ปวด”คนป่วยร้องเสียงดัง พฤกษาหันหลังมามองคนตรงหน้าอีกครั้งคิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างแปลกใจ
“พี่เป็อะไร ก่อนหน้านี้ยังดีดีอยู่เลย พี่แกล้งผมรึปล่าวเนี่ย”พฤกษาหรี่ตามองคนป่วยอย่างจับผิดคนตรงหน้า ‘อย่าคิดว่าเขาโง่นะ’
“พี่ปวดแผล อยู่ดีดีก็ปวด พี่ก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร”เมื่อคนร่างสูงบ่นปวดแผล ร่างบางจึงเดินไปยังโต๊ะที่เขาวางถุงยาไว้เมื่อครู่มือเรียวหยิบซองยามาอ่านแล้วเปิดถุงยาแก้ปวดพร้อมกับเดินไปหยิบน้ำขวดที่อีกฝ่ายคงซื้อไว้มารินใส่แก้วที่ถูกเก็บไว้อย่างเป็ระเบียบพฤกษาค่อนข้างชื่นชมอีกฝ่าย เพราะห้องของณภัทรทุกอย่างล้วนถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบทำให้ไม่เสียเวลาในการหาของใช้
“เมื่อกี้ผมเห็นไข่ในตู้เย็นและมีข้าวสารอยู่ผมจะทำข้าวต้มไข่เจียวให้พี่กิน ตอนนี้พี่กินยาแก้ปวดไปก่อนนะ”มือบางส่งยาพร้อมแก้วน้ำให้อีกฝ่าย ณภัทรรับมาอย่างว่าง่าย
พฤกษาเดินเข้าไปโซนห้องครัวที่มีอุปกรณ์อย่างครบครันมือบางเปิดตู้เย็นสีฟ้าอ่อน แล้วหยิบไข่ออกมาสองฟองเพื่อทำไข่เจียวให้คนป่วย
ณภัทรนั่งมองร่างบางทำอาหารให้เขาอย่างเพลิดเพลินใจ ปากหยักยิ้มอย่างสุขใจจนความสุขส่งไปถึงดวงตาคม จริงๆ เขาไม่ได้เจ็บแผลแล้วแต่ตอนนี้กำลังแสดงละครให้ร่างบางอยู่กับเขาต่อหลังจากนี้เขาคงต้องคิดแผนให้อีกฝ่ายอยู่ดูแลเขาในค่ำคืนนี้ ระหว่างกำลังใช้ความคิดอยู่ๆมือบางก็ยื่นถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ยื่นมาตรงหน้า
“เอ้า กินซะ เสร็จแล้ว” พฤกษาบอกเสียงต่ำ มือหนารีบรับมาอย่างว่าง่ายนิ้วเรียวยาวตักข้าวต้มใส่ปาก แต่ข้าวต้มยังร้อนมากเพราะเพิ่งยกลงจากเตาไฟฟ้าทำให้ลวกลิ้นเขาจนพอง
“โอ๊ย” ณภัทรร้องเสียงหลง พฤกษารีบวิ่งไปรินน้ำมาส่งให้คนไม่ระวังมือบางแย่งถ้วยข้าวต้มมาแล้วเป่าให้เย็นทีละช้อนก่อนจะส่งเข้าปากคนป่วยตรงหน้า
“ทำไมไม่รู้จักเป่าให้เย็นก่อน เพิ่งลงจากเตาไม่รู้รึไง”ปากบางเป่าข้าวต้มในช้อนก่อนจะป้อนให้อีกฝ่ายพลางบ่นไปตามมารยาทสายตาคมมองร่างบางอย่างอ่อนโยน กระแสความอบอุ่นไหลวนอยู่ในใจเขา ความปลื้มปิติล้นทะลักหัวใจของชายหนุ่ม
ณภัทรกินข้าวต้มจนหมดถ้วยจากการป้อนทีละช้อนและเป่าลดความร้อนให้ทุกช้อนทุกคำหลังจากนั้นมือบางจึงจัดให้เขาลงนอนเพื่อพักผ่อนและถึงเวลาที่เขาต้องกลับห้องสักทีเพราะตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว
“พฤกษ์กินอะไรรึยัง” ณภัทรถามร่างบางด้วยความเป็ห่วงตลอดเวลาั้แ่ที่โรงพยาบาลจนถึงห้องของเขาเขายังไม่เห็นร่างบางกินอะไรเป็ชิ้นเป็อัน เห็นกินลูกชิ้น ขนมปังบ้างเพียงเท่านั้นมิน่าถึงได้ผอมบางนัก
“ผมกินขนมปังแล้วเมื่อตอนเย็น แต่ตอนนี้ก็เริ่มหิวเหมือนกัน พี่มีมาม่าบ้างไหม”ณภัทรพยักหน้า นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังตู้เก็บอาหารแห้งพฤกษามองตามและเดินไปเปิดตู้เพื่อต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อดับความหิวพร้อมใส่ไข่เพื่อเพิ่มวิตามิน
ณภัทรนั่งมองร่างบางกินบะหมี่สำเร็จรูปอย่างเอร็ดอร่อยมุมปากยกยิ้มอย่างพอใจที่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังอยู่กับเขาเขาไม่อยากให้พฤกษากลับห้องแต่ยังหาทางรั้งร่างบางไว้ไม่ได้เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงชอบอยู่กับพฤกษาอาจเพราะอยู่กับเขาแล้วสามารถเป็ตัวของตัวเองได้เต็มที่ ไม่ต้องเฟอร์เฟค ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่ต้องดูดีและไม่ต้องกังวลเื่ใดๆ และที่สำคัญอีกฝ่ายก็ทำอะไรให้เขาหัวเราะได้ตลอดเวลาเถียงกันก็สนุกดี พฤกษาเป็คนอ่อนโยนและดูแลคนอื่นเก่ง ทำไมสาวๆพวกนั้นถึงกล้าล้อเล่นกับความรู้สึกของคนดีดีอย่างพฤกษาได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ในใจของณภัทรก็ร้อนรุ่มและโมโหขึ้นมาทันที
หลังกินอาหารเสร็จพฤกษาก็เก็บจานไปล้างและเก็บเข้าที่ ก่อนจะหันไปหาคนป่วยอีกครั้งเพื่อร่ำลา
“ผมกลับก่อนนะ นี่ก็ดึกแล้วพี่จะได้พักผ่อน”
“พี่นอนไม่หลับ ทำไงดี” พฤกษามองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ‘ยังไม่จบสินะพ่อคนเื่มาก’
“จะให้ทำยังไงล่ะ”
“มานอนบนเตียงเป็เพื่อนพี่หน่อย พี่นอนไม่หลับ”
“ได้ยังไง”
“ได้สิ พฤกษ์คิดดูนะ ถ้าหากพฤกษ์กลับไปแล้ว กลางดึกพี่ปวดท้องอีกละพฤกษ์ไม่ห่วงพี่เลยเหรอ”น้ำเสียงตัดพ้อถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากคนเอาแต่ใจและช่างเรียกร้องจนพฤกษาต้องถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง มองหน้าคนป่วยที่ไร้ยางอายและหน้าด้านหน้าทน ‘นี่เขาแสดงละครอยู่รึปล่าว’ พฤกษาอดคิดในใจไม่ได้
“หมอบอกแล้วว่าไม่มีอะไร พี่อย่ามาเยอะ”
“ไม่ห่วงพี่จริงๆ ใช่ไหม”ร่างสูงพูดน้ำเสียงบ่งบอกความน้อยอกน้อยใจเต็มที่ ร่างบางมองค้อนคนตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจขึ้นไปบนเตียงนุ่มขนาดหกฟุตตามคำเรียกร้องของอีกฝ่าย
“ทีนี้จะนอนได้รึยังพี่ ผมง่วงจะแย่แล้ว”พฤกษาประชดคนป่วยที่เอาแต่ใจตัวเองไม่หยุดหย่อน เขาสงสัยตัวเองเหมือนกันทำไมต้องตามใจอีกฝ่ายทุกเื่อาจเพราะอีกฝ่ายป่วยอยู่ เขาเลยไม่อยากต่อล้อต่อเถียง
ณภัทรมองร่างบางที่ตอนนี้กำลังนอนหันหลังให้เขาที่ผ่านมาเขาไม่เคยยอมให้ใครขึ้นมานอนบนเตียง และไม่เคยพาใครมาห้องอาจเพราะไม่้าให้นักศึกษาคนอื่นนินทาได้ และไม่้าให้ใครก้าวล่วงความเป็ส่วนตัวของเขา พฤกษาเป็ผู้ชายคนแรกที่ได้ก้าวล่วงมาในความเป็ส่วนตัวของเขา แต่มีเพียงคนตรงหน้าที่เริ่มก้าวล่วงเข้ามาในใจเขาทีละน้อย ตอนนี้ณภัทรยังไม่แน่ใจว่าเขาคิดอย่างไรกับคนตรงหน้ากันแน่ เคยถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาชอบผู้ชายเหรอ ทำไมอยู่กับพฤกษาแล้วรู้สึกดี มีความสุข ทำไมความรู้สึกมากมายถึงเอ่อล้นนี่เรียกว่า รักใช่ไหม ชอบใช่ไหม แต่เขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ความรู้สึกของเขาก็แล้วกัน
แสงแดดส่องเข้ามาในห้องกว้าง มือบางขยี้ตาตื่นขึ้นมาหันไปมองรอบตัวเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคย นี่มันไม่ใช่ห้องเขา สายตากลมกวาดตามมองห้องใหญ่อีกครั้งห้องนี้กว้างขวางจริง เฟอร์นิเจอร์ก็ครบชุด หรูกว่าห้องเขาเป็ 10 เท่า ไหนจะเตียงขนาดใหญ่นี่อีก แอร์ที่เย็นฉ่ำ ไม่เหมือนแอร์ห้องเขาที่สามวันดีสี่วันไข้ เย็นบ้างไม่เย็นบ้างตามอากาศ อาการร้อนแอร์ก็ร้อนตามอากาศหนาวแอร์ก็ทำให้เขาหนาวจนเกือบสั่น ดวงตากลมหลุบสายตามองต่ำจึงเห็นร่างสูงใหญ่อีกคนนอนหลับใหลอย่างมีความสุข พฤกษามองหน้าคมงดงามมีเสน่ห์เย้ายวน ใบหน้านี้ที่สาวน้อยสาวใหญ่ยอมมอบกายถวายตัวให้มากมาย เมื่อคิดถึงจุดนี้ พฤกษาก็ถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงเื่ตัวเองที่ผ่านมา สายตากลมหันมองนาฬิกา แย่แล้ว แปดโมงสี่สิบห้านาที เขากำลังจะเข้าเรียนสายร่างบางตั้งท่าจะลุกขึ้นเพื่อจัดการตัวเองให้ไปเรียนให้ทันเวลา จู่จู่ก็โดนมือใหญ่แข็งแรงดึงตัวลงไปนอนกับเขาอีกรอบแรงดึงทำให้ร่างบางเซไปปะทะอกกว้าง อีกฝ่ายจึงกระชับอ้อมแขนแข็งแรงมากอดไว้แน่น ร่างบางเริ่มดิ้นออกจากวงแขนนั้นสักครู่จึงเห็นเขาลืมตาขึ้นมา
“จะรีบไปไหน”
“ไปเรียนนะสิ แปดโมงกว่าแล้วยังไม่เตรียมตัวเลย ปล่อย” พฤกษาดิ้นขลุกในอ้อมกอดแข็งแรงแต่ไม่สามารถหลุดออกมาได้ด้วยเพราะอีกฝ่ายแข็งแรงกว่าเขา
“รอพี่ด้วย พี่ไปด้วย”
“ไม่ต้อง พี่พักให้หายดีก่อน เดี๋ยวผมไปบอกพี่อรให้ช่วยเก็บชีทและจดแล็กเชอร์ไว้เองตามนี้นะ” พฤกษาพูดจบก็ออกแรงดึงตัวเองให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่ก็ไม่เป็ผล
“ไม่ต้องห่วง พี่ไม่เป็ไรแล้ว เดี๋ยวนั่งรถไปพร้อมพี่นะ เราไปแต่งตัวเดี๋ยวพี่ไปรับที่ห้อง”ณภัทรบอกคนในอ้อมกอดก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็อิสระเพื่อกลับห้องพักไปแต่งตัวเพื่อเข้าเรียนในคาบเช้า ร่างบางรีบวิ่งกลับห้องไปเตรียมตัวอย่างไม่มีเวลาคิดอะไรให้มากความก่อนจะถูกเช็คเข้าเรียนสาย ในที่สุดก็เข้าเรียนทันแต่สายไปนิดหน่อยอาจารย์ไม่ได้เช็คสายเพราะยังสายไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
‘ตอนเย็นพี่ไปรับนะ รอพี่ที่หน้าตึกละ’ คำพูดทิ้งท้ายของคนเอาแต่ใจสั่งพฤกษาไว้ก่อนที่เขาจะขับรถไปเรียนยังตึกเรียนคณะตัวเอง
เลิกเรียนมาได้สักพัก มือเรียวยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้วแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของคนร่างสูงพฤกษาตัดสินใจไม่รออีกต่อไป โทรไปก็ไม่รับสาย นี่เขาก็รอมาครึ่งชั่วโมงเต็ม สองเท้าจึงเดินเอื่อยๆ เพื่อกลับหอพักก่อนกลับขอแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหน่อย ระหว่างทางไปร้านสะดวกซื้อดวงตากลมโตหันไปเห็นกานดา อดีตสาวสวยที่เคยหลอกเขากำลังจับมือร่างสูงเขย่าไปมาและทำท่าอิงแอบเข้าไปชิดเหมือนจะเข้าไปกอดอีกฝ่าย พฤกษาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกแต่ก็ตัดใจเดินกลับหอโดยไม่หันไปมองและไม่สนใจจะซื้อของร้านสะดวกซื้ออีกต่อไป เธอคงชอบณภัทร อาจจีบอีกฝ่ายอยู่หรือไม่ก็กำลังคบกันพฤกษาคิดไปต่างๆ นาๆ เขาไม่อยากคิดว่า ผู้หญิงคนนั้นจะหลอกลวงระดับลูกชายอธิการได้หรือพวกเขาสวมรู้ร่วมคิดกันและตอนนี้ณภัทรก็มาหลอกเขาอีก ความคิดมากมายอยู่ในหัวจนทำให้เขาถึงหอพักโดยไม่รู้ตัวตอนนี้เขานั่งอยู่บนเตียงนุ่มนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกสติเขากลับคืนมา