“ทำเช่นนั้นคงไม่ได้เ้าค่ะ ประเดี๋ยวลูกค้าท่านอื่นจะไม่พอใจเอาได้..” ใบหน้าเรียวไข่เล็กๆ ของซีซวนยังคงยิ้มแย้มน่ารักขณะกล่าว
คำพูดของเด็กสาวตัวเล็กๆ ก็ถูกใจพวกชาวบ้านที่กำลังต่อแถวทางด้านหลังอย่างมาก ซึ่งพวกชาวบ้านเองก็ต่างออกมากล่าวส่งเสริมคำพูดของนาง
“ตาเฒ่าหวังเหล่ย! เ้าปูนนี้แก่แล้วยังจะเอาเปรียบเด็กน้อยพวกอีก เ้าไม่สงสารพวกเขาหรืออย่างไร หนำซ้ำปลาที่พวกเขาขายก็ราคาถูกมากด้วย เ้ายังอยากได้ส่วนลด? อยากได้ส่วนลดมากทำไมเ้าถึงไม่ไปซื้อปลาในเมือง!”
“ใช่! เ้าจะซื้อปลาหรือไม่? ถ้าไม่ซื้อก็อย่าได้ชักช้านัก! ผู้อื่นต่อแถวนานแล้วนะโว้ย! รีบซื้อแล้วรีบจากไปได้แล้ว!!"
“ใช่ๆๆๆ”
พวกชาวบ้านเห็นพ้องต้องกัน
หวังเหล่ยเหลือบไปมองด้านหลัง เห็นว่าพวกชาวบ้านต่างมองมาที่เขาไม่พอใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาก็เคร่งเครียด พลางหันกลับมากล่าวเสียงเบากับซีซวนว่า
“ข้าเอาปลาสามตัว..”
“หกร้อยอีแปะเ้าค่ะ” ซีซวนน้อยยิ้มหวานอย่างผู้ชนะ กล้าต่อรองราคากับนางต้องคิดให้ดีก่อน!
“นี่เงิน” หวังเหล่ยรีบจ่ายเงินแล้วเร่งจากไป เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนัก เพราะยิ่งอยู่นานยิ่งขายหน้า
หลังจากนั้นการซื้อขายปลาก็เป็ไปอย่างปกติ
..
เข้าสู่ยามซื้อ (09:00-10:59 น.)ชาวบ้านที่มาซื้อปลาก็หมดลง วันนี้พวกชาวบ้านทุกคนต่างยินดีปรีดากันถ้วนหน้า เพราะพวกเขาซื้อปลาได้ตาม้ายังไม่พอ ทุกคนยังสามารถซื้อปลาครบทุกคนอีกด้วย
หลังจากชาวบ้านกลับออกไปจ้าวหยางจื่อก็เก็บข้าวของพร้อมน้องๆ หลังจากนั้นก็ไปล้างเนื้อล้างตัวที่แม่น้ำสามพี่น้องก็ไปทานทานอาหารให้อิ่มท้อง ก่อนที่จะเดินไปที่เรือนของท่านผู้ใหญ่บ้าน
ทว่าก่อนจะออกจากเรือนไป จ้าวหยางจื่อสั่งเ้าพังพอนขาวเอาไว้ว่า ถ้ามีใครเข้ามาขโมยของให้มันกัดได้เลยไม่ว่าหน้าไหน ปล่อยพิษได้ยิ่งดี!
ได้ฟังเช่นนั้นเ้าพังพอนขาวก็แสดงความไม่พอใจเล็กน้อย เห็นมันมีขนปุกปุยเช่นนี้ แต่มันก็ไม่ใช่สนัขที่ไล่กัดผู้คนไปทั่ว มันคือพังพอนขาว!!!
ถึงแม้ว่ามันจะร้องกิ้วๆ เพื่อทักท้วง ทว่าพอมันพบเจอกับปีศาจน้อยซีซวน มันก็ยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจ
จ้าวหยางจื่อคิดว่าพังพอนขาวตัวนี้เริ่มไม่ฟังคำสั่งแล้ว ตั้งใจว่ากลับจากเมืองจะสั่งสอนมันเสีย
..
ระหว่างสามพี่น้องเดินไปที่เรือนของผู้ใหญ่บ้าน ซีซวนครุ่นคิดบางอย่างได้พลันถามจ้าวหยางจื่อขึ้นอย่างนึกสงสัยว่า“พี่ใหญ่นำเงินไปเก็บไว้ที่ไหน? น้องตามหาทั่วเรือนก็ไม่พบที่เก็บเลยเ้าค่ะ”
ตามปกติซีซวนจะไม่ปล่อยให้เงินที่แสนมีค่าห่างหูห่างตาอยู่แล้ว นางผู้รักเงินพอหาไม่พบจะถามออกมาเช่นนั้นก็ไม่ใช่เื่แปลก
พอได้ฟังคำถามของน้องสาว จ้าวหยางจื่อก็กระอักกระอ่วนเพราะเขาไม่รู้จะบอกน้องอย่างไรดี จะบอกความจริงว่าเขานำเงินไปเก็บไว้ในมิติย่อยก็ไม่ได้ พลางหันไปด้านข้างพูดบ่ายเบี่ยงว่า
“พี่เอาไปเก็บไว้ในที่ลับ เงินปลอดภัยดีน้องไม่ต้องห่วง ทว่าวันนี้พี่เตรียมเงินมามากแล้ว พอเข้าเมืองไปได้น้องอยากได้อันใดพี่จะซื้อให้”
“เ้าค่ะ..” ซีซวนยังไม่หายสงสัยอยู่ดีว่าจ้าวหยางจื่อเก็บเงินเอาไว้ที่ไหน อย่างไรก็ตามนางก็ได้ปล่อยผ่านมันไป เพราะถึงอย่างไรนางก็มั่นใจว่าจ้าวหยางจื่อไม่นำเงินไปทำเื่ไม่ดีอย่างแน่นอน
..
พอทั้งสามคนเดินมาถึงเรือนผู้ใหญ่บ้าน สังเกตเห็นท่านยายหานนั่งอยู่บนแคร่ตรงจุดเดิม จ้าวหยางจื่อก็ถามท่านยายหานขึ้นว่า“ท่านยายขอรับ พี่ใหญ่หานมิ่งเข้าเมืองไปหรือยังขอรับ”
“เ้านั่นยังไม่ออกจากป่า ประเดี๋ยวคงออกมา พวกเ้ามีธุระอันใดรึ?”
“พวกเราจะขอติดเกวียนเข้าเมืองไปด้วยขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าก็มานั่งรอเขากับยายก่อน..ซวนเอ๋อร์มาให้ยายกอดให้หายคิดถึงหน่อยเร็ว”
“คุณยาย~”
สองยายหลานกอดและคลอเคลียกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ชายเช่นพวกเขาก็ได้แต่ยืนมองอย่างเคอะเขิน
ไม่นานนักหานมิ่งก็กลับออกมาจากป่า ทว่าครั้งนี้เขาล่าแพะได้สองตัวด้วย ช่างเหมาะกับนักล่าอันดับหนึ่งของหมู่บ้าน
หานมิ่งสังเกตเห็นสามพี่น้องอยู่ที่เรือนของตนเองก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ทั้งสามคนมาที่เรือนของเขาเป็เื่ปกติอยู่แล้ว พลางเดินขึ้นเรือนไปเพื่อกินข้าวชั่วครู่ ก่อนจะไปเตรียมเกวียนเทียมวัว
ระหว่างนั้นจ้าวหยางจื่อก็ไปช่วยหานมิ่ง พลางพูดคุยกับหานมิ่งหลายประโยคว่า
“วันนี้ข้าขอติดเกวียนของท่านเข้าเมืองด้วยขอรับ”
“ตกลง ว่าแต่พวกเ้าเข้าเมืองไปทำอันใดรึ?” หานมิ่งถามด้วยความสงสัย เพราะถ้าไม่มีเหตุจำเป็จ้าวหยางจื่อจะไม่เข้าเมืองไปเลย
“แป้งที่เรือนของข้าหมดแล้วข้าต้องไปซื้อขอรับ อีกทั้งข้าตั้งใจจะซื้อเสื้อให้เด็กๆ ด้วยขอรับ”
“เช่นนั้นข้าจะพาพวกเ้าไปซื้อ พอดีข้ารู้จักร้านดีๆ ในเมืองค่อนข้างเยอะ”
“ขอรับ”จ้าวหยางจื่อพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คุ้นเคยกับเมืองอำเภอ การที่มีคนนำทางมันดีไม่น้อยเลย
หลังจากที่หานมิ่งจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาและสามพี่น้องก็นั่งเกวียนเทียมวัวเดินทางเข้าสู่เมือง
..
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในอากาศเต็มไปด้วยเสียงกีบเท้าที่กระทบพื้นดังกึกก้อง ขณะที่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังเข้าใกล้ประตูเมือง
วัวเทียมเกวียนถูกดึงให้หยุดโดยหานมิ่ง หลังจากนั้นสามพี่น้องก็ลงจากเกวียนด้วยเช่นกัน ระหว่างนั้นจ้าวหยางจื่อก็มองไปยังประตูเมือง ซึ่งที่ตรงนั้นมีทหารสวมชุดเกราะสีน้ำตาลใบหน้าเคร่งขรึมกลุ่มหนึ่งคอยคุ้มกัน
เมื่อพวกทหารสังเกตเห็นหานมิ่งพวกเขาก็ทักทายอย่างเป็กันเอง ถึงอย่างไรหานมิ่งก็เป็ขาประจำที่เข้าเมือง
“หานมิ่ง เ้านำสัตว์ป่ามาส่งร้านอาหารอีกแล้วรึ? แล้วข้างหลังเ้าคือใคร” หัวหน้าของทหารตรวจสอบของบนเกวียนพลางกล่าวถาม
“ทั้งสามคนนี้เป็หลายของข้าขอรับ วันนี้ข้านำพวกเขามาจากหมู่บ้าน เพื่อซื้อบางสิ่งบางอย่างขอรับ”
“เช่นนั้นรึ พวกเ้าผ่านไปได้” แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าเ้าตัวก็ไม่ขยับหลีกเพื่อเปิดทางแต่อย่างใด
หานมิ่งรู้ดีว่าทำอย่างไรหัวหน้าทหารผู้นี้ถึงจะเปิดทางให้ กล่าวขึ้นว่า “สินน้ำใจเล็กน้อยขอรับ”ก่อนจะจะยื่นถึงเหรียญเล็กๆ ให้กับหัวหน้าทหาร
ชายคนนั้นตรวจสอบของแล้วพลางหลีกทางพยักหน้าอนุญาตให้ทั้งสี่คนผ่านไป
หลังจากนั้นหานมิ่งกับสามพี่น้องก็จูงวัวเทียมเกวียนเดินผ่านประตู แล้วเข้าไปในเมืองที่พลุ่งพล่านไปด้วยผู้คนเดินไปมา…
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel