บทที่ 20 การแต่งตั้งผู้ปกครองเมืองขึ้น
“ในหัวของเ้าห้านั้น บรรจุอะไรไว้กันแน่? เหตุใดเ้าจึงคิดได้มากมายเช่นนี้”
“เ้าห้ากล่าวไว้มากมาย แม้นโยบายอุปถัมภ์ราชวงศ์จะไร้ปัญหา แผนการนี้ก็ยังสามารถนำไปปฏิบัติได้”
“เื่นี้ ลงมือทำก็ง่ายดายยิ่งนัก”
นับแต่ก่อตั้งองครักษ์เสื้อแพรขึ้นมา นอกเหนือจากตำหนักบูรพาของรัชทายาทจูเปียวแล้ว หน่วยองครักษ์เสื้อแพรของฮ่องเต้จูก็แผ่ขยายไปทั่วราชอาณาจักรต้าิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำหนักของเหล่าองค์ชายทั้งหลาย ยิ่งมีการซ่อนกำลังพลไว้หลายนาย
เพียงแค่รวบรวมองครักษ์เสื้อแพรเหล่านี้เข้าด้วยกัน ก็สามารถจัดตั้งเป็หน่วยงานใหม่ได้ในทันที
สำหรับฮ่องเต้จูแล้ว เื่นี้ช่างง่ายดายเหลือเกิน
อีกทั้ง! ในบรรดาเชื้อพระวงศ์ยังมีช่องว่างให้จัดการได้มากมาย หากฮ่องเต้จู้าจะกำจัด เขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ให้จำนวนสมาชิกราชวงศ์ิคงอยู่ในระดับที่มั่นคง
ช่างเป็เื่ง่ายดายอย่างยิ่ง!
“ฟู่~” เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้จูอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจลึก ๆ “เื่ที่ทำให้ข้าปวดหัวและหดหู่อย่างยิ่ง กลับถูกจูซู่แก้ไขได้ด้วยประโยคเพียงไม่กี่ประโยค”
“เ้าหนูห้าผู้นี้ ช่างมีฝีมือเสียจริง!”
“น่าเสียดายนักที่เ้าไม่ใช่ลูกคนโต” ฮ่องเต้จูกล่าวอย่างจนปัญญา “หากจูซู่เป็ลูกคนโต เป็บุตรชายคนแรกของข้าจูจ้งปา ยามนี้ ข้าคงจะไม่ลังเลที่จะยกตำแหน่งฮ่องเต้ให้เ้าเลย”
เพียงแค่กลยุทธ์สองข้อนี้ ก็เพียงพอที่จะเห็นถึงความสามารถของจูซู่แล้ว
อีกทั้ง จูซู่มิใช่เพียงแค่มีสติปัญญาเท่านั้น เขายังมีพละกำลังที่น่าเกรงขามอีกด้วย น่าเสียดายที่ไม่ใช่บุตรชายคนโตที่ถูกต้องตามกฎหมาย
“สมแล้วที่เป็กลยุทธ์ชั้นกลางของเ้าห้า! แน่นอนว่าดีกว่ากลยุทธ์ชั้นล่างอยู่มาก เพียงแต่ไม่รู้ว่ากลยุทธ์ชั้นบนที่อยู่ในปากของเ้าห้านั้น จะเป็แผนการเช่นไรกันหนอ?” เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮ่องเต้จูก็เฝ้ารอด้วยความคาดหวัง แล้วเริ่มอ่านต่อไป
‘ส่วนแผนการชั้นเลิศนั้น ด้วยสถานการณ์ของราชวงศ์ิในปัจจุบัน ข้าคาดว่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊คงไม่ยอมรับแน่’
‘และยิ่งไปกว่านั้น! ฮ่องเต้จูหยวนจางก็อาจไม่มีความกล้าหาญถึงเพียงนั้น หากนำแผนการชั้นเลิศมาใช้ ในเวลาอันสั้น ข้าคาดว่าจะมีขุนนางฝ่ายบุ๋นไม่น้อยที่จะออกมาพูดจาเหลวไหล กล่าวหาว่าเป็การรุกรานด้วยกำลังทหารอะไรทำนองนั้น’
‘ข้าขอบอกเลยว่า! สมควรจะสังหารพวกนักปราชญ์เหล่านี้ให้หมดสิ้น ข้ารู้แต่เพียงว่าขงจื๊อเคยกล่าวไว้ พวกเขาพูดแต่คำโบราณวันแล้ววันเล่า ไม่ทำอะไรที่เป็ประโยชน์จริง ๆ พวกเขารู้หรือไม่ว่าจะเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างไร? จะจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างไร? จะสร้างสะพานและถนนอย่างไร? จะรักษาโรคอย่างไร? จะจัดการกับโรคระบาดได้อย่างไร?’
‘พวกเขาไม่รู้อะไรเลย รู้แต่เพียงพูดเหลวไหลไปวัน ๆ’
‘นักรบใช้กำลังฝ่าฝืนกฎหมาย ขุนนางใช้ตัวอักษรทำลายกฎหมาย คำพูดนี้ช่างถูกต้องยิ่งนัก ในความเห็นของข้า การที่จิ๋นซีฮ่องเต้*[1]ฝังขุนนางทั้งเป็นั้น ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย’
‘สมควรจะฝังพวกที่พูดเหลวไหลไม่ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเหล่านี้ทั้งหมดเสียให้สิ้น’
‘เมื่อครั้งที่ข้าเป็ฮ่องเต้ สิ่งที่ข้าทำถูกต้องที่สุดก็คือการฟื้นฟูสำนักปรัชญาต่าง ๆ และโค่นลัทธิขงจื๊อลงจากบัลลังก์ พวกเขาไม่ใช่หรือที่้าใช้จารีตขงจื๊อในการปกครองแผ่นดิน? ข้าจึงส่งตัวแทนของลัทธิขงจื๊อเหล่านี้ไปทีละคน ส่งพวกเขาทั้งหมดไปยังชายแดนและรัฐอื่น ๆ’
‘ดูพวกเขาและจารีตขงจื๊อของพวกเขาสิ มีประโยชน์หรือไม่ คนอื่นจะฟังพวกเขาหรือไม่ หากไม่มีพวกขงจื๊อโง่เขลาพวกนี้ ทั้งราชสำนักจะสงบสุขมากขึ้นเพียงใด’
‘พูดออกนอกเื่อีกแล้ว!’
‘หากสามารถดำเนินการตามกลยุทธ์อันชาญฉลาดของข้าได้ ราชวงศ์ิไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหานโยบายการอุปถัมภ์เชื้อพระวงศ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังสามารถขยายดินแดนและเพิ่มพูนอำนาจของราชวงศ์ิได้อีกด้วย’
“์!”
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ จิตใจของฮ่องเต้จูก็เริ่มไม่ค่อยดีเสียแล้ว
“เ้าห้า เ้าไอ้หนูเหม็นเน่า รีบบอกมาเถิด ว่าอุบายชั้นเลิศนี้คืออะไรกันแน่?”
‘แต่งตั้งเ้าเมืองออกไปปกครองดินแดนภายนอก!’
ในชั่วขณะถัดมา ประโยคนี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฮ่องเต้จู ทันทีที่ข้าเห็นตัวอักษรทั้งสี่นี้ หัวใจของฮ่องเต้จูก็เต้นแรงขึ้นอย่างฉับพลัน
ในตอนนี้เอง เขาก็เข้าใจแล้ว
เขาสงสัยว่าเหตุใดจูซู่จึงกล่าวเช่นนั้น หากเสนอนโยบายนี้ขึ้นมา ย่อมจะเผชิญกับการคัดค้านจากขุนนางทั่วราชสำนัก อีกทั้งยังจะถูกวิพากษ์วิจารณ์นานัปการ และอาจถูกด่าว่าเป็ทรราชอีกด้วย
นโยบายการแบ่งแยกอาณาเขตนี้ ดูเหมือนจะเป็กลยุทธ์ที่นำไปสู่ความล่มสลายของประเทศ
เหตุใดราชวงศ์โจว*[2]อันยิ่งใหญ่ จึงเกิดความวุ่นวายไปทั่วหล้าใน่ปลายราชวงศ์ ยุคชุนชิว*[3]ที่รุ่งเรืองกลับกลายเป็ยุคจั้นกั๋ว*[4] ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ผลมาจากนโยบายการแบ่งแยกอาณาเขตให้แก่เหล่าขุนนาง
ด้วยเหตุนี้ จิ๋นซีฮ่องเต้จึงได้ยกเลิกการแบ่งแยกอาณาเขต และเปลี่ยนเป็ระบบการปกครองแบบจวิ้นเสี้ยนสือ*[5]แทน
หากเริ่มต้นการแบ่งแยกอาณาเขตอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็ภายในหรือภายนอก นั่นย่อมหมายถึงการเริ่มต้นของา
“ฮึ! ข้าอยากเห็นนักว่า นโยบายแต่งตั้งขุนนางต่างถิ่นของเ้านี่ จะเป็กลยุทธ์ปกครองประเทศที่ดีเลิศ หรือเป็หนทางสู่ความล่มสลายของแผ่นดินกันแน่” ฮ่องเต้จูกล่าวด้วยสีหน้าเ็า ดวงตาฉายแววโกรธเคือง
ในความคิดของเขา นโยบายนี้เป็สิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่หากมันใช้ไม่ได้ เหตุใดจูซู่จึงสามารถยึดครองดินแดนได้มากกว่าราชวงศ์ิถึงสิบเท่า?
ด้วยความสงสัย ฮ่องเต้จูจึงเริ่มอ่านต่อไป
เมื่อเขาเห็นเนื้อหาด้านล่างนี้ ก็เกือบจะทำให้ฮ่องเต้จูโกรธจนะเิ
[1] ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงมาตรฐาน หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (秦始皇帝; Qín Shǐ Huángdì; 280 – 210 ปีก่อนค.ศ.) เป็จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งจักรวรรดิจีน ทรงก่อตั้งราชวงศ์ฉิน พระราชกรณียกิจที่สำคัญคือ รวบรวมและปฏิรูปแผ่นดินจีน สร้างกำแพงเมืองจีน และกวาดล้างลัทธิขงจื๊อ นักประวัติศาสตร์แบบจารีตมักพรรณนาว่า พระองค์ทรงเป็ผู้ปกครองที่โหดร้าย และเป็ผู้นิยมกฎหมายที่เข้มงวด
[2] ราชวงศ์โจว (周朝; Zhōu Cháo; 1046 - 256 ปีก่อนค.ศ.) เป็ราชวงศ์ที่สามในประวัติศาสตร์จีน และเป็ราชวงศ์สุดท้ายในยุคราชวงศ์โบราณ ราชวงศ์โจวมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัฒนธรรม สังคม และการเมืองของจีน แบ่งเป็สองยุคคือ ยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (1046 - 771 ปีก่อนค.ศ.) เป็ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์โจว และยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (771 - 256 ปีก่อนค.ศ.) เป็ยุคที่ราชวงศ์โจวเริ่มเสื่อมถอยและรัฐต่าง ๆ ในจีนก็เริ่มแยกตัวเป็อิสระ ซึ่งยุคชุนชิวและยุคจั้นกั๋วเป็ยุคย่อยในยุคนี้ด้วย
[3] ยุคชุนชิว (春秋时代; Chūnqiū Shídài; 771 - 476 ปีก่อนค.ศ.) ในประวัติศาสตร์จีน คือ่เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองอย่างมาก หลังจากราชวงศ์โจวตะวันออกเริ่มเสื่อมถอย
[4] ยุคจั้นกั๋ว (战国时代; Zhànguó Shídài; 475 - 221 ปีก่อนค.ศ.) ในประวัติศาสตร์จีน คือ่เวลาที่มีการรบรา และการแย่งชิงอำนาจ ระหว่าง รัฐต่าง ๆ ใน จีน หลังจากยุคชุนชิวสิ้นสุดลง
[5] จวิ้นเสี้ยนสือ (郡县制; Jùnxìàn Zhì) คือ ระบบการปกครองแบบรวมศูนย์ที่จิ๋นซีฮ่องเต้ได้นำมาใช้เพื่อรวมประเทศจีนหลังจากยุคจั้นกั๋วสิ้นสุดลง โดยคำว่าจวิ้น (郡) เป็หน่วยการปกครองระดับจังหวัด และเสี้ยน (县) เป็หน่วยการปกครองระดับอำเภอ