บุปผาราชัน

    02 ต้องเกิดมาเพื่อเป็นต่างหาก


    2ต้องเกิดมาเพื่อเป็นต่างหาก
    จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งระบุวันเวลานัดพบของอดีตพระอาจารย์ในวัยเด็ก เป็นสาเหตุที่ทำให้พระเจ้าแดริสรีบเร่งเสด็จออกจากวัง เพื่อมาเยือนยังบ้านสวนหลังน้อยปลายไร่ชายทุ่งแห่งนี้
    สีพระพักตร์ที่ทรงยิ้มแย้มตลอดเวลานั้นฉายแววความตื่นเต้นดีใจอย่างเก็บไม่อยู่ แปดปีแล้วกระมังที่ไม่ได้พบเจอ แม้สามปีก่อนท่านอาจารย์ฟาอินจะกลับมา แต่ก็หาได้บอกกล่าวแจ้งข่าวมาจนทำให้กษัตริย์หนุ่มยังทรงขุ่นเคืองอยู่นานสองนาน
    ม้าห้าตัวหยุดแทบจะพร้อมเพรียงกันตามคำสั่งเมื่อคณะเสด็จเดินทางมาถึงหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่ง ท้องฟ้าของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในพื้นที่ชายขอบของเมืองหลวงยังคงโล่งโปร่งแจ่มใสดังเช่นในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน อากาศสดชื่นท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิซึ่งมีหมู่มวลดอกไม้แย้มบานละลานตาเต็มท้องทุ่ง
    เมื่อเสด็จข้ามผ่านรั้วบ้านเข้ามา หนึ่งในสี่ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ก็เป็นผู้เคาะประตูเรียกเจ้าของบ้าน ในขณะที่อีกสามกำลังช่วยกันดูแลจัดการฝูงม้าทั้งห้าให้อยู่เป็นที่เป็นทางที่ด้านนอก หลังจากเรียกเพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยชายชราท่าทางยังแข็งแรงผู้หนึ่ง ทว่าเขากลับไม่ใช่บุคคลที่องค์แดริสทรงต้องการมาพบ
    ชายชราเบิกตาโตขึ้นอย่างตื่นตระหนกราวกับจดจำได้ว่าบุรุษตรงหน้านี้เป็นใคร ก่อนจะรีบเปิดประตูออกกว้างเพื่อการต้อนรับในทันที
    “ถวายบังคมฝะ...”
    “ไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านผู้เฒ่า ข้าไม่ได้มาอย่างเป็นทางการ” องค์แดริสรีบสวนกลับเมื่อเห็นทีท่าว่าอีกฝ่ายจะคุกเข่าทำความเคารพให้ยาวยืดเสียเวลา “ท่านอาจารย์ฟาอินล่ะอยู่ไหน”
    ชายชราเม้มปากเน้นพลางส่ายหน้าไปมา ด้วยภาษากายนั้นทำให้องค์เหนือหัวรู้สึกถึงความผิดปกติได้ในทันที
    “เกิดอะไรขึ้น...ท่านเป็นใครถึงได้อยู่ที่นี่ เป็นสหายของท่านอาจารย์หรือ”
    “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเป็นหมอประจำหมู่บ้านนี้พ่ะย่ะค่ะ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกิน ทุกอย่างกะทันหันมาก ท่านฟาอินกลับมาถึงเมื่อวาน แต่ดูเหมือนจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนกลับมาถึงพ่ะย่ะค่ะ และ...เพิ่งจะจากไปเมื่อไม่กี่อึดใจก่อนหน้านี้เอง”
    ความยินดีปรีดาที่อัดแน่นในพระทัยสูญสลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ องค์แดริสประทับยืนแน่นิ่งขยับไม่ได้รับสั่งอะไรไม่ออก ได้แต่หันมองหมอผู้เฒ่าราวกับบอกกล่าวทางสายพระเนตรว่า หากเรื่องนี้เป็นการแหกตา ศีรษะของชายผู้นี้คงไม่มีเหลืออยู่แน่
    เมื่อตั้งหลักพระองค์ได้ เจ้าเหนือหัวก็รีบรุดเข้ามาในบ้านโดยไม่ต้องรอให้เชื้อเชิญ ผ่านห้องรับรองด้านหน้าเข้าไปยังตัวบ้านชั้นในก็ยังไม่พบเห็นใคร ทว่าสิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นคือมีเสียงร่ำไห้ของผู้หญิงดังออกมาจากประตูบานหนึ่งซึ่งเปิดค้างไว้เล็กน้อย
    สิ่งที่ทรงพบอยู่ตรงหน้า คือชายวัยกลางคนที่มีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดพันอยู่ที่ลำตัวและนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง หญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงกอดและร้องไห้ร้องเรียกท่านพ่อ... ผู้ที่น่าจะจากไปแล้ว ดูท่าเวลานั้นของท่านอาจารย์คงจะเพิ่งมาถึงเมื่อไม่กี่อึดใจก่อนหน้าจริงๆ
    องค์แดริสใจหายวาบ ภาพความทรงจำมากมายที่เคยได้มีร่วมกันมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์นั้นฉายขึ้นมาเต็มไปหมด เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน อยู่ๆ ทำไมท่านอาจารย์ถึงได้จากไปอย่างกะหันหันเช่นนี้ องค์เหนือรู้สึกได้ว่าในดวงเนตรของตัวเองนั้นเริ่มมีบางอย่างเอ่อคลอขึ้นมา ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นสู่เบื้องบนในขณะที่ทรงเริ่มกำฝ่าพระหัตถ์เข้าไว้แน่น
    “ปล่อยนางไว้สักพักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ นางคงเสียใจมาก” ชายชราผู้เดินไปเปิดประตูนั้นเดินตามเข้ามาพร้อมกับเอ่ยขึ้นเบาๆ ทั้งสองนิ่งมองสองพ่อลูกเล็กน้อย ก่อนที่หมอผู้เฒ่าจะเดินออกจากห้องไปอีกครั้งเมื่อได้รับคำตอบบางอย่างออกมา
    “ข้าเข้าใจ” หากจะมีใครสักคนในโลกที่รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดเสียใจจากการสูญเสียนั้นได้ แดริสก็เชื่อว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน เจ้าเหนือหัวเดินเข้าไปยังข้างเตียงผู้หลับใหลไปแล้วตลอดกาล ก่อนจะค้อมตัวลงเคารพอย่างให้เกียรติสูงสุดกับบุคคลซึ่งพระองค์ทรงยกย่องเป็นพระอาจารย์ผู้สั่งสอนความรู้ต่างๆ มากมายให้ตั้งแต่วัยเยาว์
    “ข้ารับปากจะทำตามที่ท่านบอกให้ดีที่สุดขอรับ ได้โปรดหลับให้สบาย...ท่านอาจารย์” รับสั่งจบองค์ราชาก็คิดเพียงจะเสด็จออกมาเงียบๆ เพื่อปล่อยให้หญิงสาวซึ่งยังกอดพ่อร้องไห้นั้นได้ระบายความรู้สึกเสียใจต่อไป สาเหตุการจากไปนี้ลองถามหมอประจำหมู่บ้านคนเมื่อครู่คงจะให้คำตอบที่รู้เรื่องมากกว่า
    “รอเดี๋ยวค่ะ!”
    แต่แล้วเมื่อกำลังจะก้าวออกนอกประตูห้องตามชายชราไป เสียงเรียกของหญิงสาวก็ดังขึ้น องค์แดริสหันหลังกลับไปมอง ทว่าภายใต้เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่มัดรวบไว้ง่ายๆ กับดวงตาสีเดียวกันนั้นแล้ว สิ่งแรกที่เรียกความสนใจจากพระองค์ได้ กลับเป็นดวงหน้าที่คงจะจิ้มลิ้มพริ้มเพราเป็นอย่างมาก หากแก้มด้านหนึ่งของนางไร้ซึ่งรอยแผลเย็บขนาดใหญ่ตั้งแต่หางคิ้วยาวจรดถึงมุมปาก อีกด้านมีรอยแผลราวกับถูกอะไรบาด และทิ้งไว้จนเป็นรอยแผลเป็นรูปกากบาทขนาดใหญ่เต็มเนินแก้ม
    ภาพความทรงจำในอดีตผุดวาบขึ้นมา ท่านอาจารย์มีบุตรสาวอยู่หนึ่งคน เขายังจดจำชื่อของนางได้จนถึงตอนนี้ เพราะสมัยก่อนในวันที่เด็กคนนี้เกิดมาลืมตาดูโลกเขาเองก็ได้มาแสดงความยินดี มิหนำซ้ำยังเคยหยอกล้อเล่นด้วยจนกระทั่งนางอายุได้สองขวบ เขาที่อายุสิบสองในตอนนั้นเริ่มมีภารกิจหน้าที่ต่างๆ ในวังเพิ่มขึ้น และยุ่งมากจนแทบไม่ได้ออกมาเที่ยวเล่นที่บ้านของท่านอาจารย์อีก
    นางคงจะเป็นเด็กน้อยที่แสนน่ารักในตอนนั้น รวมถึงคำไหว้วานในจดหมายที่ท่านอาจารย์เขียนฝากฝังไว้ในจดหมายฉบับล่าสุดที่แจ้งว่ากำลังจะกลับมา ในนั้นบอกเล่าว่าหมู่นี้ท่านมีลางสังหรณ์ไม่สู้ดีนัก หากเกิดอะไรขึ้นอย่างกะทันหันก็ขอฝากบุตรสาวไว้กับพระองค์ด้วย
    สภาพของหญิงสาวในตอนนี้อาจดูสยดสยองสำหรับผู้พบเห็นทั่วไป แต่สำหรับเขาแล้วชวนให้นึกเวทนาและสงสัยเสียมากกว่า ว่าบาดแผลเหล่านี้เกิดขึ้นกับเด็กน้อยผู้ร่าเริงคนนั้นได้อย่างไรกัน
    “เอ่อ...ขออภัยค่ะหากใบหน้าข้าทำให้ท่านตกใจ”
    “ข้าไม่ใส่ใจเรื่องนั้น เจ้าคือฟีออนใช่ไหม ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของท่านพ่อของเจ้า ข้าเองก็เสียใจเช่นกัน”
    หญิงสาวรับคำพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตา พยายามสงบสติอารมณ์ให้กลับเข้าภาวะปกติแล้วเอ่ยขึ้น
    “ท่านพ่อสั่งเสียอะไรไว้กับท่านหรือคะ หากเป็นความประสงค์ของบิดา บุตรสาวอย่างข้าก็อยากจะทราบไว้”
    องค์แดริสนิ่งไปเล็กน้อยขณะครุ่นคิด ทั้งสีหน้าแววตาและน้ำเสียงของหญิงสาวนับได้ว่าเด็ดเดี่ยวมากทีเดียว ที่ตั้งสติพูดจาเป็นเรื่องเป็นราวได้ในสภาพเหตุการณ์แบบนี้ แปดปีก่อนเขาเคยมาหาท่านอาจารย์ที่เดินทางกลับมายังเมืองหลวงก็จริง แต่ในตอนนั้นก็ไม่ได้พบกับนางที่น่าจะอายุราวสิบเอ็ดปี ครั้งล่าสุดที่ได้พบก็คงจะเป็นตอนที่ภรรยาของท่านอาจารย์จากไป นางที่ตอนนั้นยังเพิ่งสี่ขวบ เด็กน้อยที่ร้องไห้จ้าในตอนนั้นเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งแล้ว
    “หลังจากรายงานฉบับล่าสุด ท่านอาจารย์เขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่งถึงข้า เจ้าเองก็คงอยากจะอ่านมันสินะ” ตรัสจบกษัตริย์หนุ่มก็ล้วงจดหมายที่พับเก็บในกระเป๋าเสื้อคลุมออกมาส่งยื่นให้ ฟีออนเดินมาย่อตัวลงก่อนรับเล็กน้อยแล้วรีบเปิดอ่านในทันที
    เมื่อได้ยินคำว่าจดหมาย หัวคิ้วของหญิงสาวก็ขมวดเข้าหากัน ท่านพ่อเขียนจดหมายหาใครคนหนึ่งเสมอ ใช้เวลาเพียงไม่นานต่อจากนั้น ความเป็นจริงทุกอย่างก็ตระหนักอยู่เบื้องหน้าของฟีออน เพียงแค่ตัวอักษรบรรทัดแรกหญิงสาวก็สะดุ้งจนหันเหลือบมององค์แดริสด้วยความตกตะลึง แต่สาวน้อยวัยสิบเก้าก็ยังอ่านมันไปเรื่อยๆ จนจบ ก่อนจะก้าวถอยหลังเล็กน้อยออกห่างจากชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์แล้วรีบย่อกายค้อมศีรษะลงถวายพระพร
    “ถะ...ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ ขอโปรดทรงอภัยที่หม่อมฉันไม่ทราบว่าพระองค์เป็นใครแต่แรก เอ่อ...”
    คำราชาศัพท์อันคล่องปากไหลลื่นออกมาจากอีกฝ่ายอย่างน่าแปลกใจ หาได้ยากนักที่หญิงสาวชาวบ้านทั่วไปจะนึกหาคำที่ใช้ในรั้ววังมาพูดกับเขาอย่างคล่องแคล่วขนาดนี้ได้ตั้งแต่การสนทนากันครั้งแรก ยิ่งเป็นสถานการณ์เช่นนี้ด้วยแล้ว ท่านอาจารย์คงอบรมสั่งสอนนางมาอย่างดีเลยทีเดียว
    “ช่างเถอะ อย่าใส่ใจเลย เป็นข้าข้าก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจอะไรอีกแล้วเหมือนกัน”
    “ขอบพระทัยเพคะ” พูดจบหญิงสาวก็ยังยืนก้มหน้า อาจเพราะได้รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร จึงทำให้ความกล้าที่จะพูดเรื่องต่างๆ ลดน้อยถอยลงไปจากในตอนแรก
    “ท่านอาจารย์ฝากเจ้าไว้กับข้า แต่นี่คงไม่ใช่เวลาเหมาะนักที่จะพูดเรื่องนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพแล้วข้าจะให้คนมารับเจ้าเข้าวัง ท่านอาจารย์เล่าเรื่องราวของเจ้าผ่านจดหมายให้ข้าฟังอยู่บ้าง ทำให้ข้าพอรู้ว่าเจ้าเป็นคนมีความสามารถมากมาย แต่คงไม่เหมาะนักหากจะให้สตรีตัวคนเดียวแบบเจ้าทำงานสำรวจต่อจากท่านอาจารย์”
    “เอ่อ...ฝ่าบาทเพคะ พระองค์ไม่จำเป็นต้องทำตามคำฝากฝังของท่านพ่อก็ได้เพคะ หม่อมฉันดูแลตัวเองได้ มิบังอาจรบกวนพระองค์ถึงเพียงนั้น”
    แดริสฟังถ้อยคำของหญิงสาวอย่างสนอกสนใจ ใครๆ ก็อยากเข้าวังทั้งนั้น แต่นางกลับไม่อยากอย่างนั้นหรือ
    “หากอยู่ตัวคนเดียวแล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
    “หม่อมฉันรักบ้านสวนแห่งนี้เพคะ หม่อมฉันจะทำสวนเพาะพันธุ์ดอกไม้ที่นี่ต่อไป”
    “นั่นเป็นงานหนักสำหรับสตรีตัวคนเดียว เจ้าจะทำคนเดียวได้อย่างไรกัน”
    “หม่อมฉันไม่เคยเกี่ยงงานหนักเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันมีอาชีพเสริมในการเขียนนิทานเด็กส่งขายเพคะ รายได้คงพอเลี้ยงปากท้องอย่างแน่นอน”
    “ไม่เกี่ยงงานหนักก็ดีแล้ว และทักษะการทำงานของอาชีพเสริมที่เจ้าว่ามานั้น คงทำให้มีงานหลายอย่างที่เจ้าสามารถทำได้ในวัง นับจากนี้ข้าคือผู้ดูแลเจ้าต่อจากท่านอาจารย์”
    หญิงสาวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ฟัง แต่นั่นก็หาได้หลุดรอดสายพระเนตรขององค์กษัตริย์ไป ดูท่านางไม่มีความรู้สึกยินดีที่ต้องเข้าวังเลยแม้แต่น้อยจริงๆ
    “ไม่อยากเข้าวังขนาดนั้นรึ”
    “ฝ่าบาทจะทรงให้หม่อมฉันไปทำอะไรในวังหรือเพคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวนั้นฟังดูหมดอาลัยตายอยากเหลือเกิน
    “เจ้ามุ่งหวังตำแหน่งใดไว้ล่ะ”
    “หม่อมฉันมิบังอาจ เพียงแค่อยากรู้ชะตากรรมของตัวเองเท่านั้นว่าจะเป็นอย่างไรหากไม่ได้อยู่ใช้ชีวิตตามที่ต้องการ”
    “เจ้ามีคนรักแล้วหรือเปล่า”
    คำถามนี้ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุด ฟีออนหน้าซีดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
    “เรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับงานที่จะต้องไปทำด้วยหรือเพคะ”
    “เกี่ยวสิ เกี่ยวอย่างโดยตรงด้วย” องค์แดริสตอบไปอย่างพาซื่อ อย่างน้อยการเป็นนางกำนัลก็ห้ามมีเรื่องชู้สาว หากหญิงสาวผู้นี้มีชายหนุ่มคนรักที่หมายมั่นว่าจะแต่งงานกันแล้ว เขาก็จะไม่ฝืนบังคับพาเข้าวัง
    แต่ดูเหมือนสาวน้อยจะคิดมากไปไกลกว่านั้นหลายขุม ฟีออนก้าวถอยหลังจนร่างชนผนังริมขอบหน้าต่าง ความคิดที่หวาดกลัวที่สุดในใจอาจกำลังเกิดขึ้น ท่านพ่อบอกอะไรกับพระองค์มากกว่านี้หรือไม่ มีข้อความอะไรมากเกินกว่าที่นางได้อ่านเมื่อครู่หรือเปล่า อย่างไรก็ตามค้านหัวชนฝาไว้ก่อนคงจะดีที่สุด
    “หน้าตาอย่างหม่อมฉันคงเป็นนางในพิเศษไม่ได้หรอกเพคะ”
    องค์กษัตริย์ได้ฟังแล้วนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเผลอหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้เมื่อเข้าใจท่าทีหวาดกลัวของหญิงสาว และนั่นยิ่งทำให้ฟีออนก้มหน้าต่ำลงไปอีก
    “ขออภัยข้าไม่ได้ตั้งใจลบหลู่เจ้า แต่คงเพราะข้าพูดอะไรไม่ชัดเจนเลยทำให้เจ้าเข้าใจผิดไป หญิงสาวที่ทำงานในวังอย่างพวกนางกำนัลมีข้อกำหนดเรื่องการห้ามแต่งงาน ข้าจึงต้องการความชัดเจนในเรื่องนั้น ไม่ใช่เพราะใบหน้าของเจ้าอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งใดเหมาะสมกับเจ้าที่สุด หลังเข้าวังทดสอบอะไรหลายๆ อย่างแล้วข้าจะบอกเจ้าให้ชัดเจน บางทีข้าว่าเจ้าอาจจะเหมาะสมไปฝึกเป็นข้าหลวงมากกว่านางกำนัลนะ ได้ยินมาว่าสมัยก่อนท่านอาจารย์กับคุณข้าหลวงใหญ่ก็รู้จักสนิทกันพอประมาณ นางคงชอบใจเจ้าทีเดียวล่ะ”
    “ขะ...ขอบพระทัยเพคะ” หญิงสาวกล้าเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มกว้างออกมาได้อย่างโล่งอกในที่สุด
    อยู่ๆ ลมหายใจขององค์เหนือหัวก็สะดุดไปเล็กน้อยอย่างแปลกแปร่ง นิ่งมองรอยยิ้มโล่งใจบนใบหน้านั้นแล้ว ก็ชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาตามวิสัยชื่นชอบการมองสาวงามของบุรุษ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนกับนัยน์ตาสีเดียวกันนั้นช่างเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี ดูโครงหน้าโดยรวมผิวพรรณรวมถึงรูปร่างก็จัดว่าดีไม่น้อย หากไม่มีรอยแผลเหล่านั้นนางคงจะเป็นหญิงงามไม่น้อยหน้าใครเป็นแน่
    “บาดแผลเหล่านั้น... เจ้าได้มันมาอย่างไร”
    “หม่อมฉันซุกซนซุ่มซ่ามมาตั้งแต่เด็กเพคะ บาดแผลเหล่านี้ล้วนเกิดจากอุบัติเหตุเพราะความไม่ระวังในขณะอยู่ต่างเมือง”
    นึกภาพย้อนไปแล้วนางก็คงเป็นเด็กหญิงที่ซุกซนไม่แพ้เด็กชายตามที่ว่าจริงๆ ทว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้นางดูผิดแปลกไปจากหญิงสาวคนอื่น หน้าตา...นั่นก็ใช่ เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวคนใดมีแผลฉกรรจ์อย่างชัดเจนบนใบหน้าที่น่ากลัวเช่นนี้เลย แต่คงไม่ใช่แค่เรื่องนั้น
    แม้จะเติบโตมาอย่างชาวบ้านธรรมดา แต่นางดูมีการศึกษาผ่านการอบรมมาอย่างดีไม่ต่างจากบุตรสาวของขุนนางใหญ่โตทั้งหลาย และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้องค์แดริสรู้สึกสะดุดใจที่สุดคือพ่อของนางเพิ่งเสีย ขนาดตัวพระองค์เองยังรู้สึกเศร้าถึงเพียงนี้ นับประสาอะไรกับบุตรสาวแท้ๆ อย่างนางที่ยังร้องไห้โฮมาถึงเมื่อสักครู่ แต่ในตอนนี้หญิงสาวแลดูตั้งสติได้ดีเป็นอย่างมาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝันอย่างการปรากฏตัวของเขาซึ่งจะมารับตัวนางไปดูแล
    เขาคงจะไม่นึกแปลกใจหรือรำคาญ หากนางจะร้องไห้โฮอีกสามวันสามคืนแล้วค่อยมีสติกลับมาสนทนากับเขาได้ แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้มันช่างทำให้หญิงสาวดูน่าทึ่งเหลือเกิน
    อยู่ๆ ในหัวขององค์ราชาก็เกิดคำถามหนึ่งที่อยากลองถามขึ้นอย่างประหลาด แม้มันจะดูไม่เหมาะกับกาลเทศะในตอนนี้ที่พ่อของนางเพิ่งจะจากไปเอาเสียเลยก็เถอะ แต่หากเป็นหญิงสาวคนนี้ล่ะก็ หากเป็นบุตรที่ท่านอาจารย์เป็นผู้สั่งสอนมาตั้งแต่กำเนิด ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้เขาได้คำตอบที่ต่างออกไปก็อาจเป็นได้
    “อันที่จริงข้าตั้งใจจะมาหาท่านอาจารย์ตามเวลานัดแนะเพื่อปรึกษาบางอย่าง เจ้าอยากจะลองฟังแล้วตอบคำถามของข้าแทนท่านพ่อของเจ้าดูไหม"
    “เพคะ?” หญิงสาวขึ้นเสียงสูงเป็นเชิงคำถามระคนตกใจ ก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้าตอบรับเมื่อตั้งหลักได้ว่าตัวเองคงกำลังจะถูกทดสอบอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่ “เพคะหม่อมฉันจะลองฟังดูเพคะ”
    “ข้ากำลังคิดจะอภิเษกสมรส”
    แววตาความแปลกใจตื่นเต้นฉายชัดอยู่บนใบหน้าของผู้ฟัง เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วหล้าว่าฝ่าบาทไม่ยอมอภิเษกฯ เสียที แต่นี่คงถึงเวลาที่ไพร่ฟ้าชาวจีโอเนสจะได้ข่าวมงคลแล้ว! น่าเสียดายเหลือเกินที่ท่านพ่อจากไปก่อนจะได้ยินเรื่องนี้ ฟีออนยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีกครั้ง พยายามเก็บอาการแล้วนิ่งฟังต่อไป
    “มันคงถึงเวลานั้นแล้วเสียที ข้าคิดว่าอยากจะจัดงานอภิษกฯ ตอนจัดประชุมทวีปที่อาณาจักรเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพในช่วงใบไม้ร่วงปีนี้ ข้ากำลังคิดวิธีค้นหาผู้ที่จะมาเป็นราชินีที่ดีแห่งจีโอเนสของพวกเรา เจ้ามีคำแนะนำอย่างไรบ้างล่ะ”
    ฟีออนเงียบไปชั่วครู่เพื่อทบทวนคำถามนั้นให้แน่ใจว่ามิได้ฟังผิด ก่อนจะขมวดคิ้วตอบกลับออกมาราวกับไม่เข้าใจคำถามนั้น
    “ฝ่าบาทไม่เห็นต้องทรงถามท่านพ่อหรือหม่อมฉันหรือใครๆ เลยนี่เพคะ เรื่องง่ายๆ เพียงแค่นี้เอง”
    “เจ้าหมายถึงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากที่ไหนสักแห่งนั่นน่ะหรือ”
    ฟีออนส่ายหัวพลางนิ่วหน้ากับคำพูดนี้
    “เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่หรือเพคะ และมีฝ่าบาทเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงทราบคำตอบนี้ ราชินีจะเป็นใครอื่นไปได้หากไม่ใช่คนที่พระราชารัก...”
    องค์แดริสนิ่งอึ้งไปราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางกระหม่อม อะไรบางอย่างที่คล้ายว่าจะลืมเลือนไปนานแสนนานแล้วแล่นปลาบขึ้นมาในหัว คำตอบที่ค้นหาในใจขององค์ราชาดังขึ้นมาอย่างท่วมท้นชัดเจน หรือก่อนหน้านี้เขาเฝ้าค้นหาผู้ที่น่าจะเหมาะสม ผู้ที่น่าจะเป็นได้ แต่ไม่ใช่ดั่งนิยามทั่วไปของการครองคู่เป็นสามีภรรยาด้วยความรัก
    สิบปีมานี้หลังพบเจอเรื่องบางอย่างแล้วเขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องมีความรัก แทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าการมีความรักนั้นเป็นอย่างไร หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นต้องแต่งงานเพื่อการเมืองเขาเองก็คงจะทำได้อย่างไม่มีปัญหา ถึงแม้อาจจะเกิดปัญหาเข้ากันไม่ได้กับราชินีขึ้นมา เขาก็ยังคงมีเหล่าสนมเพื่อตอบสนองความต้องการทางกาย
    หรือนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถค้นหาหญิงสาวคนใดที่ตอบโจทย์ในใจได้เลย เขารู้ตัวเองมาโดยตลอดว่าชีวิตคนเราแม้แต่กษัตริย์อย่างเขาล้วนไม่มีอะไรแน่นอน จะตายวันตายพรุ่งปุบปับเมื่อไรก็อาจเป็นได้ทั้งนั้น เขาคิดเรื่องการอภิเษกสมรสหาราชินีและรัชทายาทสืบทอดมาโดยตลอด แต่องค์แดริสไม่อยากมองไปไกลตัวถึงเจ้าหญิงที่ไหนก็ไม่รู้ จะรักบ้านรักเมืองนี้หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบ จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีอะไรแอบแฝง
    แท้จริงแล้วเขาตั้งระบบนางในพิเศษขึ้นมาก็เพื่อสิ่งนี้ แต่แม้หลายปีผ่านไปนอกจากความใคร่ที่หญิงสาวคนไหนก็มอบให้เขาได้แล้ว องค์แดริสไม่รู้สึกสักนิดเลยว่าหนึ่งในนางในพิเศษเหล่านั้นจะมีใครดีพอ มีแววพอที่จะเป็นราชินีดังที่เขาต้องการได้ พวกนางเป็นคู่นอนได้ แต่เป็นเพื่อนคู่คิดเป็นคู่ชีวิตไม่ได้
    บางทีสิ่งที่เขาค้นหาอาจไม่ใช่ผู้ที่น่าจะเหมาะสม น่าจะเป็นได้ แต่ในใจลึกๆ แล้วเขากำลังค้นหา ‘ผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็น’ โดยไม่รู้ตัวอยู่ต่างหาก ดั่งเสด็จปู่ที่มีเสด็จย่า ดั่งเสด็จพ่อที่ได้พบเจอกับเสด็จแม่ พวกท่านจึงเป็นกษัตริย์เพียงสองพระองค์ที่ไม่มีสนมแม้แต่คนเดียว
    ช่างน่าละอายที่ต้องให้เด็กสาวท่าทางยังไม่ประสามาบอกเรื่องง่ายๆ เหล่านี้
    องค์แดริสนิ่งมองหญิงสาวแล้วนึกถึงข้อความในจดหมายของท่านอาจารย์ที่ถูกส่งมา นี่สินะ... นี่คือบทเรียนบทสุดท้ายที่ท่านอาจารย์ได้เขียนบอกในจดหมายอีกแผ่น ซึ่งเจ้าเหนือหัวไม่ได้นำออกมาให้หญิงสาวอ่านมัน
    สุดท้ายนี้... ในฐานะอาจารย์คนหนึ่งกระหม่อมอยากจะมอบบทเรียนชีวิตสุดท้ายให้กับพระองค์ กระหม่อมเชื่อว่าอีกไม่นานพระองค์จะต้องอภิเษกสมรส หากพระองค์ทรงมีบุคคลที่อยู่ในพระทัยแล้วกระหม่อมก็ขออวยพรและแสดงความยินดีกับพระองค์ล่วงหน้าจากใจ แต่ถ้าหากว่าฝ่าบาทยังคงเฝ้าค้นหา กระหม่อมเชื่อว่าบุตรสาวของกระหม่อมจะเป็นตัวแทนของกระหม่อมช่วยพระองค์ในการตามหาหญิงสาวที่เกิดมาเพื่อพระองค์ผู้นั้นได้อย่างแน่นอน แม้จะโตแล้วแต่นางก็ยังเด็กนัก ยังดื้อรั้นเอาแต่ใจในบางครั้ง และยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องอบรมสั่งสอน แต่ลองเรียนรู้จากสิ่งที่นางเป็น ที่คิด ที่ทำดูเถิดพ่ะย่ะค่ะ รูปลักษณ์ต่างล้วนเป็นสิ่งลวงตา สิ่งลวงตาที่เกิดขึ้นได้จากการกระทำหลายรูปแบบ มองให้เห็นถึงเจตนา แล้วพระองค์จะรู้ได้ว่าควรจะวางใครคนไหน ไว้สำหรับจุดใดในชีวิตของพระองค์
    “ฟีออน... ข้านึกได้แล้วว่าหน้าที่ที่จะมอบหมายให้เจ้าหลังจากเข้าวังคืออะไร...”



    นิยายแนะนำ

    เพียงเพราะข้าเป็นบุตรอนุ ถึงได้รับบทร้ายรึ

    เพียงเพราะข้าเป็นบุตรอนุ ถึงได้รับบทร้ายรึ

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2K 62
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ทะลุมิติทั้งที ขอร่างคนสติดี ๆ หน่อยได้ไหม ( มี E-Book )

    ทะลุมิติทั้งที ขอร่างคนสติดี ๆ หน่อยได้ไหม ( มี E-Book )

    นิยาย Y (Yaoi)
    580 8
    บาสตี้-ฮอพฟี่

    บาสตี้-ฮอพฟี่

    นิยาย รัก
    690 5
    เกิดใหม่ทั้งทีดันมีเพื่อนเป็นพี่ซะงั้น

    เกิดใหม่ทั้งทีดันมีเพื่อนเป็นพี่ซะงั้น

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 10
    การต์สินีของข้า

    การต์สินีของข้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 8
    ยัยจอมจุ้นกับไอ้คุณโหด

    ยัยจอมจุ้นกับไอ้คุณโหด

    นิยาย รัก
    317 3
    จากนี้ไร้รัก 从此无情

    จากนี้ไร้รัก 从此无情

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 6
    พานพบนกน้อยเพียงครั้ง ร้อยเหนี่ยวรั้งวาสนา [นิยายแปล]

    พานพบนกน้อยเพียงครั้ง ร้อยเหนี่ยวรั้งวาสนา [นิยายแปล]

    นิยาย Y (Yaoi)
    8K 125
    เจ้าสาวข้าเป็นมือปราบ(มีEbook)

    เจ้าสาวข้าเป็นมือปราบ(มีEbook)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    7K 39