“ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด”
แดเนี่ยลบอกกับคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งโชเฟอร์ชายวัยกลางคนก็รีบขับรถออกไปทันที
ไม่นานแท็กซี่คันนั้นก็แล่นเข้ามาจอดลงที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และเด็กหญิงเพียงหทัยก็ถูกนำตัวเข้าไปพบแพทย์ในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากแพทย์ได้ทำการรักษาตามอาการแล้วก็มีคำสั่งให้เด็กหญิงอยู่พักรักษาตัวและให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลจนกว่าอาการจะหายเป็ปกติ
ถึงแม้พิมพ์ชนกจะมีงานประจำและมีอาชีพเสริมที่ทำให้พอมีรายได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง แต่การพักอยู่ในห้องพิเศษของโรคพยาบาลก็นับเป็ค่าใช้จ่ายที่สูงเอาการเธอควรเซฟค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอาไว้เพื่อความจำเป็อื่นๆที่จะตามมาเพราะเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะต้องอยู่โรงพยาบาลอีกกี่วัน ซึ่งระหว่างนี้เธออาจต้องลางานประจำและหยุดงานทำอาหารกล่องด้วย รายได้ต้องลดลงในขณะที่รายจ่ายต้องเพิ่มขึ้น หญิงสาวจึงตัดสินใจให้ลูกพักอยู่ในห้องรวม
แต่แล้วก็มีคนคัดค้าน คือผู้ชายคนที่เธอมองเขาในแง่ร้ายมาตลอดนั้นเอง เขาเข้าไปเจรจากับเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อให้เพียงหทัยได้พักอยู่ในห้องพิเศษ
“นี่คุณ จะทำอะไรถามความคิดเห็นของฉันก่อนได้ไหม”
พิมพ์ชนกแหวใส่เขาขณะเดินตามเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่เข็นเตียงของเด็กหญิงพาไปยังห้องพักพิเศษ
“แล้วสิ่งที่ผมทำมันไม่ดีตรงไหน”
เขาย้อนถามพร้อมแววตาขุ่นนิดๆคงชักโมโหที่พิมพ์ชนกเอาแต่ต่อต้านเขาไปเสียทุกๆเื่โดยที่ไม่ยอมพินิจพิเคราะห์แยกแยะไปเป็เื่ๆ
“ใช่ ฉันรู้ว่ามันดี แล้วคุณรู้บ้างไหมว่าฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่”
“แล้วไง”
เขาย้อนถามเอาทื่อๆทำเอาหญิงสาวยิ่งโมโหเมื่อคิดว่าเขาจงใจแกล้งพูดป่วนเธอ
“นี่คุณ คิดบ้างไหมว่าฉันจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าห้องพิเศษ”
“คุณเอาความสะดวกสบาย ความปลอดภัยของลูกมาเทียบกับเงินได้ยังไง คุณเห็นเงินสำคัญกว่าลูกงั้นเหรอ”
เป็คำถามที่ทำเอาหญิงสาวถึงกับจุกเลยก็ว่าได้ แต่ใครกันล่ะ ที่จะมาเข้าใจความจำเป็ที่แท้จริงของเธอ
“นี่คุณ ลูกเป็ยิ่งกว่าชีวิตของฉันนะ และที่ฉันทนลำบากจนสายตัวแทบขาดอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อลูก แต่การพักในห้องพิเศษมันก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แล้วคุณจะให้ฉันเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ลำพังการที่ต้องดูแลรับผิดชอบลูกตามลำพังมันก็หนักพอแล้วสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว อย่างคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก”
เพราะความคับแค้นใจที่ถูกเขากล่าวหาเอาอย่างนั้น ทำให้พิมพ์ชนกขึ้นเสียงเถียงเขาออกไปอย่างสุดกลั้น
“แล้วใครบอกคุณว่าผมจะให้คุณเป็คนจ่าย”
ชายหนุ่มตอบกลับมาห้วนๆ ทำเอาหญิงสาวยืนอึ้งอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรออกไปอีก เขาก็เดินจากไปแล้ว
ร่างสูงนั้นเดินเข้าไปในห้องพักพิเศษ ไปหยุดยืนอยู่หน้าเตียงที่มีลูกสาวของพิมพ์ชนกนอนหลับใหลอยู่บนนั้น หญิงสาวตามเข้าไปติดๆ ไปเห็นลูกสาวตัวน้อยใบหน้าซีดเผือดแขนเล็กๆก็ถูกแทงด้วยเข็มน้ำเกลือ ใจของคนเป็แม่ก็แทบจะขาดรอนๆจับมือของลูกไว้น้ำตาปริ่มขอบตาทีเดียว
ภาพของเธออยู่ในสายตาของคนที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
“ผมว่าคุณพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะเฝ้าเพียงพอให้เอง”
“ฉันนอนไม่หลับหรอก เป็ห่วงลูก ฉันจะเฝ้าลูกของฉันเอง”
หญิงสาวบอกทั้งๆที่รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทน แต่ในเมื่อลูกยังไม่ปลอดภัย เธอก็ยอมให้ลูกคลาดสายตาไม่ได้เหมือนกัน
แต่แล้วคนที่บอกว่าจะเฝ้าลูกให้เองก็อ้าปากหาวหวอดออกมา พิมพ์ชนกไม่พูดอะไรแต่แอบชำเลืองดูว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป