ตอนที่13 หลานซื่อเต่อฉี
“เช่นนั้นพวกเราควรทำสิ่งใดก่อน”โซยะกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าเป็กังวลแต่เทียนถางก็หัวเราะออกมามันได้เตรียมแผนการฝึกเอาไว้ให้ทุกคนแล้วโดยที่การฝึกของชุนจิจะเป็การฝึกกำลังภายในเท่านั้นเพราะร่างกายของมันแข็งแกร่งจากทักษะร่างกายแล้วเทียนถางได้เตรียมทีเอาไว้ให้เทียนถางแล้วเช่นกัน
มันคือรูปแบบเคลื่อนย้ายที่จะนำไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยปราณวายุอันบ้าคลั่งที่เทียนถางสร้างขึ้นมาจากรูปแบบพลังของมันส่วนในด้านของโซยะที่มีพลังปราณธาตุเหล็กเทียนถางก็สร้างไปที่รูปแบบเหล็กเช่นกันโดยการฝึกของโซยะที่เทียนถางมอบให้คือฝึกตามตำราทักษะที่ให้ไปโดยการฝึกร่ายกายในตอนเช้าและฝึกภายกำลังภายในในตอนบ่ายจึงถึงเช้าของอีกวันภายในรูปแบบทั้งสองจะทำให้ชุนจิและโซยะไม่หิวไม่ง่วง
“เช่นนั้นข้าตะเตรีมโอสถให้พวกท่านด้วย”ส่วนการฝึกของเทียนถางนั้นคือการฝึกร่างกายเท่านั้นเพราะมันไม่จำเป็ที่จะต้องฝึกกำลังภายในร่างกายของมันมีทักษะปีศาจกระแสพลัง ทำให้มันสามารถที่จะดูดกลืนพลังได้ตลอดเวลา เมื่อได้ฟังรูปแบบการฝึกของตนเองโซยะก็รีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“จัดโอสถเสริมพลังปราณและอื่นเกี่ยวกับปราณให้กับชุนจิส่วนเ้าเป็โอสถเสริมร่างกาย ข้าไม่ต้อง”เทียนถางกล่าวออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้นโซยะรีบจดด้วยความเร็วสูงและเริ่มคิดหาโอสถที่จะทำให้ชุนจิและตัวของมันเอง
“เช่นนั้นอีกสองวันพวกเรามาพบกันที่นี้”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังชุนจิและโซยะพยักหน้าตอบ
“เ้าอยู่ที่นี้แหละพลังจากโอสถเหล่านี้จะทำให้เ้าฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้รวดเร็วขึ้น”เทียนถางจ้องมองไปที่ชุนจิที่พยักหน้าที่จะลุกขึ้นมันพยักหน้าตอบเทียนถางมุ่งหน้าออกไปจากห้องมุ่งตรงไปหากงิ
“เทียนถางข้าสามารถที่จะถอดอักขระได้ทั้งหมดแล้ว”ระหว่างการเดินทางเสียงของาาเทพัาดังขึ้นเทียนถางตกตะลึงมากเมื่อได้ยินมันพุ่งลงมาที่พื้นและหลับตาลงเพล่งสมาธิลงไปที่ภายในตันเถียนมันรีบมุ่งหน้ามาที่วิหารทันที
“ถึงจะใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนแต่ในที่สุดข้าก็ทำได้สำเร็จ”าาเทพัากล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขเทียนถางเดินเข้ามาลูกหัวนางด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินมาที่รูปแบบพลังที่มีอักขระจำนวนมหาศาลของภาษามนุษย์เขียนอยู่
ทักษะ ปีกักวาดล้างโลกมีสามบทเท่านั้นบทที่หนึ่งคือการสร้างปีกขึ้นจากพลังปราณแห่งั บทที่สองหลอมรวมพลังของัเข้ากับร่างกายจนสมบูรณ์ บทที่สามเมื่อฝึกจนสมบูรณ์จะสามารถที่จะใช้ทักษะ กวาดล้างโลก ได้ ซึ่งในตอนนี้เทียนถางไม่มีพลังปราณของัเลยแม้แต่เพียงนิดในร่างกายของมัน
“เ้ามีข้านะเทียนถางข้าจะมอบพลังแห่งแก่นแท้ัให้กับเ้า”าาเทพัากล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเพราะเมื่อนางเห็นเทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันนางรู้ทันทีว่าเทียนถางคิดสิ่งใดอยู่
“ข้ารู้ว่าการมอบแก่นแท้แห่งพลังให้กับผู้อื่นจะทำให้พลังของตนเองลดลงและจะทำให้เ้าต้องเสียอายุขัยไปอย่างมหาศาลแล้วเ้าคิดว่าข้าจะนำมันมาจากเ้าเช่นนั้นหรือ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็าาาเทพาและคนอื่นๆเต็มไปด้วยความตกตะลึงเพราะคำกล่าวของเทียนถางคือคำกล่าวที่เด็ดขาดมันไม่ยอมทำเช่นนั้นแน่
“ข้าช่วยได้ข้าสามารถที่จะดูดซับพลังจากแก่นแท้ออกมาได้และไม่ทำให้นางาเ็พลังไม่ได้ลดลง และอายุขัยไม่ลดลง แต่เพียงแค่นางจะต้องหลับไปเพื่อฟื้นฟูพลัง อย่างน้อยหนึ่งปีอย่างมากก็สิบปี”โมเล็งกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทุกคนจ้องมองไปที่โมเล็งและเริ่มครุ่นคิดที่คำกล่าวนั้น
“มีโอกาสที่เ้าจะทำพลาดหรือไม่”เทียนถางกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง โมเล็งยิ้มและส่ายหัวเทียนถางประหลาดใจเล็กน้อยมันจ้องมองไปที่าาเทพัานางพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าพวกเ้าทั้งสองคิดว่ามันดีก็ทำเถอะ”เทียนถางถอนหายใจพร้อมกล่าวออกมาทุกคนโอร้องออกมาด้วยความยินดีโมเล็งเข้ามาที่ด้านหน้าของาาเทพัาพร้อมสะบัดมือแทงฝ่ามือเข้าไปภายในตันเถียนของาาเทพัาพริบตาต่อมานางก็ล้มลงเทียนถางพุ่งเข้ามารับร่างกายของนางด้วยความเร็วสูง
“ตอนนี้ข้านำพลังจากแก่นแท้แห่งัออกมาแล้วนางจึงได้หลับไปเพราะพลังทั่วร่างหมดลงให้นางได้พักเถอะ”โมเล็งรีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง เทียนถางที่ตอนแรกโกรธตอนนี้จึงได้พยักหน้าตอบและพานางเข้าไปนอนพักภายในรูปแบบพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมันเทียนถางััไปที่แก้มของาาเทพัาพร้อมจูบนางด้วยความอ่อนโยน
“ข้าจะไม่มีวันทำให้เ้าผิดหวัง”เทียนถางกล่าวและเดินกลับมาที่โมเล็งซึ่งโมเล็งก็สะบัดมือส่งแก่นแท้ปราณแห่งัเข้ามาที่ตันเถียนของเทียนถางพริบตาปรากฏก้อนพลังที่ด้านหลังของดวงดาวตันเถียน มันมีสีแดงงดงามราวกับดวงตะวันพลังจากก้อนพลังปราณิญญาและก้อนพลังปราณัได้หมุนวนไปรอบดวงดาวตันเถียน
เทียนถางกลับมายังโลกภายนอกเมื่อมันลืมตาขึ้นพลังที่รุนแรงและบ้าคลั่งะเิออกมาจากร่างกายของมันปรากฏร่างเงาของัขาวขนาดใหญ่ด้านหลังของมันพริบตาก็สลายหายไปกลุ่มคนที่เดินเข้ามารอบเทียนถางเพื่อดูว่าเหตุใดเทียนถางจึงยืนนิ่งไปเช่นนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเทียนถางไม่ได้สนใจมันพุ่งไปหากงิด้วยความเร็วสูง
ไม่นานเทียนถางก็มาถึงห้องโถงตอนนี้กงิและกลุ่มผู้าุโกำลังคุยบางอย่างกันอยู่เทียนถางจ้องมองไปที่ปากของทุกคนและจับเอาข้อความทั้งหมดมาเรียง ได้ข้อความมาว่า ตอนนี้นิกายห้านิกายกำลังเข้าร่วมกับห้าคฤหาสน์เพื่อที่จะทำลายตระกูลหนึ่งในสี่ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดโดยตระกูลนั้นคือตระกูลสยบฟากฟ้า
“อาจารย์ตระกูลสยบฟากฟ้ากำลังข้อความร่วมมือกับพวกเรากับอีกสองนิกายที่เหลือเช่นนั้นหรือ”เทียนถางกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงเมื่อเทียนถางเข้ามาและกล่าวถามเช่นนี้ กงิพยักหน้าตอบ
“ท่านคิดว่าาจะเราตอนไหนหรือขอรับ”เทียนถางกล่าวถามออกมาเพราะการเตรียมการเช่นนี้สามารถที่จะกล่าวได้ว่าตอนนี้ากำลังจะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอนกงิและเหล่าผู้าุโเริ่มครุ่นคิดทันทีเมื่อได้ยิน
“ถ้าพวกเราเข้าร่วมละก็คงราวหนึ่งปีแต่ถ้าไม่ก็คงอีกครึ่งปีได้”กงิกล่าวตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง เทียนถางเมื่อได้ยินมันก็เริ่มคิดแผนการในหัวการได้ตระกุลที่แข็งแกร่งที่สุดมาไว้มรพันธมิตรมันจะสามารถที่จะทวีปนี้ได้รวดเร็วขึ้น
“แล้วถ้าเรากับอีกสองนิกายและสี่คฤหาสน์ละขอรับ”เทียนถางกล่าวถามออกมาอีกครั้งเมื่อกงิได้ยินมันก็เบิกตากว้างการกล่าวถามของเทียนถางสามารถที่จะกล่าวได้ว่ามันมีคฤหาสน์ถึงสี่คฤหาสน์หนุนหลังของมัน
“สองถึงสามปีเป็อย่างต่ำการที่เรามีกองทัพที่ทรงพลังจำนวนมากหนุนยิ่งทำให้พวกมันเริ่มระวังตัวและนั้นจำทำให้เราขยายเวลาขึ้นไปได้พวกมันจะต้องหาคนมาเสริมทัพเพิ่มอีกแน่ยิ่งเวลามากเท่าไหร่พวกเราก็ยิ่งได้เปรียบ”กงิกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเมื่อเทียนถางได้ยินเช่นนั้นปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจขึ้นมาบนหน้าของมัน
“เช่นนั้นก็ดีข้าจะได้มีเวลามากพอที่จะรวบรวมพลังเพื่อบดขยี้พวกมัน”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายแววตาปรากฏความเคียดแค้นเพราะหนึ่งในคฤหาสน์ที่เข่าร่วมคือคฤหาสน์คางค้าวนรกที่มันเกลียดอย่างมากอยู่
“ข้ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำอาจารย์ที่ข้ามาหาท่านเพราะข้า้าที่จะกล่าวคุยด้วย”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้าจริวจัง กงิโบกมือให้เหล่าผู้าุโจากไปผู้าุโทั้งหมดเดินเข้ามาที่ด้านหน้าของเทียนถางและโค้งคำนับก่อนที่จะจากไป
“อาจารย์ที่ข้ามาที่นี้เพาะข้า้าที่จะออกเดินทางออกไปเพื่อฝึกฝน”เทียนถางกล่าวออมกาด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง กงิตกตะลึงมากแต่มันก็รู้อยู่แล้วว่าการที่อยู่ภายในนิกายไม่ได้ทำให้เทียนถางแข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วที่มากพอเพราะพร์ของเทียนถางในความเร็วในการเติบโตของมันสามารถที่จะเติบโตได้รวดเร็วกว่านี้ถ้าออกไปยังโลกภายนอก
“ข้าอนุญาตแต่จงระวังตัวด้วย”กงิหันมาที่ด้านหน้าของเทียนถางพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังถึงมันจะกังวลแต่มันรู้ว่าเทียนถางไม่จำเป็ที่จะต้องกังวลมากนักกงิสะบัดมือเรียกแหวนมิติออกมา
“นี้คือ กำไลคงสภาพเมื่อเ้าพบเจอกับสภาพอากาศที่แสนจะเลวร้ายจนไม่สามารถจงส่งปราณเข้าไปภายในแหวนนี้มันจะช่วยให้เ้าคงสภาพเอาไว้ได้ในทุกสภาพอากาศ”กงิดึงของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติและกล่าวออกมา
“ขอบคุณท่านอาจารย์”เทียนถางกล่าวตอบพร้อมกับที่สวมใส่กำไลคงสภาพทันทีและมุ่งหน้าออกไปที่ด้านนอกมันมุ่งหน้ามาที่ตำหนักขายของและเตรียมอาหารน้ำและอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเพื่อเตรียมเอาไว้สำหรับการเดินทาง
“คุณชายถางเมื่อไม่กี่วันก่อนศิษย์ของนิกายได้พบสิ่งนี้เข้าขอรับข้าว่ามันเหมาะกับท่าน”ผู้าุโที่เตรียมของมากมายให้กับเทียนถางเข้าใจว่าเทียนถางจำเป็ที่จะออกไปทำภารกิจที่ยากและยาวนานอย่างแน่นอนมันจึงได้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและสะบัดมือเรียก ตุ้มหูข้างหนึ่งออกมาเทียนถางสามารถที่จะเห็นออร่าประหลาดจากมันได้
“ข้าไม่ทราบว่ามันคือสิ่งใดแต่มันจะช่วยทำให้ผู้ที่สัตว์อสูรวิฯฯณที่แข็งแกร่งเพิ่มพลังขึ้นได้ด้วยความเร็วที่สูงมากเลยขอรับ”ผู้าุโกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีเทียนถางจ้องมองตรวจสอบทั่วร่างกลายและสมบัติมิติทั้งหมดของผู้าุโท่านนี้แต่มันก็ไม่พบตุ้มหูอีกข้างหนึ่งเลย
“ต้องขอบคุณท่านมาก”เทียนถางประสานมือพร้อมกล่าวผู้าุโรีบห้ามและวางตุ้มหูภายในมือของเทียนถางหลังจากนั้นเทียนถางก็ออกมาจากตำหนักขายของและมุ่งหน้ามาที่ห้องของโซยะ เทียนถางยิ้มออกมาพร้อมกับที่เตรียมอาหารบนโต๊ะ
ทั้งสามร่วมทานอาหารกันเมื่อเสร็จชุนจิก็กลับไปนั่งสมาธิส่วนโซยะเริ่มทำโอสถของมันต่อเทียนถางได้ตรวจสอบตุ้มหูและกำไลคงสภาพที่ได้มามันเริ่มทดสอบกำไลคงสภาพเมื่อส่งพลังปราณเข้าไปปรากฏออร่าสีขาวบางๆเข้ามาห่อหุ้มร่างกายของมันเอาไว้เทียนถางทดสอบการขยายและหดตัวของออร่าซึ่งมันสามารถที่จะทำได้อย่างง่ายดาย
“กรีดดดด”ไม่นานเทียนถางก็หยุดมันจ้องมองไปที่มาตุ้มหูในมือและสวมไปที่หูข้างขวาปรากฏเสียงกรีดร้องดังสนั่นขึ้นมาภายในหูของเทียนถางจนมันล้มลงไปที่พื้นชุนจิและโซยะถึงกับสะดุ้งจ้องมองมาที่เทียนถางที่ใช้มือจับไปที่หูของตนเอง
“อัก...”เทียนถางกระอักโลหิตออกมาทั้งสองตกตะลึงมากและพยายามที่จะกล่าวพุ่งเข้ามาแต่มันกับโบกมือและเพ่งสมาธิเข้ามาภายในตันเถียนของมันปรากฏว่าเสียงกรีดร้องนั้นมาจากสัตว์อสูริญญาของมัน ก้อนสีแฟนที่ใหญ่โตกว่าดวงดาวตันเถียนหลายร้อยเท่า
“เงียบสักทีข้าหนวกหู”เทียนถางที่อยู่ภายในตันเถียนคำรามออกมาอย่างดุร้ายแววตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธเหล่าผู้คนที่อยู่ภายในตันเถียนข้องมันจ้องมองมาที่มันด้วยสีหน้าประหลาดใจราชันย์ปีศาจะเดินออกมาที่ด้านหน้าของวิหาร
“เ้ากำลังกล่าวคุยกับผู้ใด”ราชันย์ปีศาจะกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าสีหน้าสับสนเทียนถางไม่ได้ตอบพร้อมชี้ไปที่ก้อนสัตว์อสูริญญาของขนาดใหญ่ของมัน ทุกคนตกตะลึงมากเมื่อได้ยินเช่นนั้นก้อนสัตว์อสูริญญาเริ่มขยับไปมาอย่างช้าๆ
“เ้าได้ยินคำกล่าวของข้าแล้วหรือ”ปรากฏด้วยตาขนาดใหญ่สีฟ้างดงามจ้องมองมาที่เทียนถางและกล่าวถามออกมาด้วยเทียนถางพยักหน้าตอบก้อนสัตว์อสูริญญาของเทียนถางสั่นะเือย่างบ้าคลั่งทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงแต่เทียนถางกับได้ยินแต่เสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีของหญิงสาว
“ข้ามีความสุขเหลือเกินข้าอยู่กับเ้ามาั้แ่ข้าเกิดข้าพยายามที่จะกล่าวคุยกับเ้ามาเสมอแต่เ้ากับไม่ได้ยินสิ่งใดเลย”สัตว์อสูริญญาของเทียนถางกล่าวออกมาด้วยอย่างมีความสุขเทียนถางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
“ข้าอยากที่จะออกไปหาเ้าเหลือเกินทั้งที่ข้ามีสหายมากมายที่นี้พวกเขากล่าวคุยกันอย่างมีความสุขสนุกสนานแต่กับไม่มีผู้ใดได้ยินข้าเลย”นางกล่าวออกมาอีกครั้งและครั้งนี้ราวกับว่านางกำลังร้องไห้ออกมาเทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่จะเริ่มครุ่นคิด
“เ้ารู้วิธีที่จะออกมาหรือไม่”เทียนถางกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจังสัตว์อสูรของเทียนถางเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อได้ยินนางหมุนไปมาภายในก้อนพลัง เทียนถางเอียงคอด้วยสีหน้าสับสนแต่มันก็เริ่มเข้าใจการที่ถูกขังเอาไว้ั้แ่เกิดอีกทั้งไม่มีผู้ใดสามารถที่จะได้ยินคำกล่าวนั้นมันทรมานอย่างมากอย่างแน่นอน
“มีสิเพียงแค่เ้าและข้าต้องเชื่อมั่นในตัวของกันและกันอย่างสุดหัวใจราวกับว่าสามารถที่จะตายแทนกันได้”นางรีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเทียนถางจึงได้หลับตาลงและเริ่มครุ่นคิดถึงพบความทรงจำของเหล่าคนรักของมันและเปลี่ยนความรู้สึกเ่าั้เป็ให้กับสัตว์อสูริญญาของมันเพราะคำกล่าวนั้นสามารถที่จะกล่าวได้ว่านางสามารถที่จะตายแทนมันได้
“วิ้ง ฟุม”แสงสว่างส่องออกมาจากก้อนของสัตว์อสูริญญาเทียนถางลืมตาขึ้นตอนนี้ก้อนสัตว์อสูริญญาได้หายไปแล้วปรากฏหญิงสาวที่มีสีผิวสีฟ้าและมีแขนหลายสิบข้างอีกทั้งยังสวมใส่ชุดและเครื่องประดับสีทองจำนวนมากอีกด้วยนางเดินเข้ามาจูบเทียนถางด้วยรอยยิ้ม เทียนถางตกตะลึงเล็กน้อย
“ตอนนี้พันธสัญญาณของข้ากับท่านได้เริ่มขึ้นแล้วตอนนี้จากน้าท่านตายและข้าตายและถ้าข้าตายท่านจะยังสามารถหาสัตว์อสูริญญาตนอื่นได้”นางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเทียนถางพยักหน้าเข้าใจทันทีมันเองก็คิดเช่นนั้นแต่ไม่คิดว่าคนที่จะพุ่งเข้ามาจูบมันกับเป็นางเองเช่นนี้
“ต้องนามให้ข้าสิ”นางกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับที่เดินเข้ามาด้านหน้าของเทียนถางยื่นหน้าเข้ามาใกล้มาดวงตาสีฟ้าของนางส่องประกายออกมา
“ต่อจากนี้ข้าจะต้องตามของเ้าว่า หลานซื่อเต่อฉี ข้าจะเรียกเข้าว่าหลานซื่อนะ”เทียนถางครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวออกมาเหล่าหลานซื่อได้ยินนางเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะหัวเราะอกมาอย่างมมีความสุขเพราะนามของนางแปลว่า หัวใจสีฟ้าราวกับผิวของนางเลยและหัวใจกับโลหิตของนางเองก็เป็สีฟ้าเช่นกัน
“ข้าชอบนามนี่นะพี่ถาง”หลานซื่อขยับเข้ามากอดแขนของเทียนถางพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเทียนถางยิ้มตอบพร้อมลูบหัวของนางและพานางลอยเข้ามาที่ด้านหน้าของคนภายในวิหาร เทียนถางจึงได้เริ่มกล่าวแนะนำนางให้ทุกคนได้รับรู้แต่พวกมันทั้งสามรับรู้ภายความทรงจำของเทียนถางแล้วพวกมันตอนรับนางอย่างดีและเทียนถางจึงได้ออกไปยังโลกภายนอก