จนแล้วจนรอดตระกูลหลินก็ล้มละลายลงจนได้ และแน่นอนว่ามันย่อมทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกไม่สบายใจ
แต่ก่อนไม่ว่าจะดีเลวยังไงก็โทษแต่หลานสาวของประธานคณะกรรมการกิจการของตระกูลหลิน มีอะไรก็ไปลงที่หลาน ทว่าตอนนี้ จะดีหรือเลวก็อยู่ที่คนจะมอง แต่ไม่ว่าคนอื่นจะพยายามมองยังไง เรื่องการล้มละลายของตระกูลหลินก็ไม่เกี่ยวกับตระกูลกู้เลยแม้แต่นิดเดียว
ถึงยังไง เวลานี้หลินเฉี่ยน ลูกสะใภ้บ้านตระกูลกู้ก็คือหลานสาวของประธานคณะกรรมการกิจการของตระกูหลินที่ล้มละลาย
ตระกูลหลินที่ซึ่งล้มละลายอย่างกะทันหัน... อันที่จริงเธอกับตระกูลหลินก็ถือเป็นคนตระกูลเดียวกัน เพราะเธอเองก็มีแซ่หลินเหมือนกัน
...
ณ ห้องสมุด ในตอนบ่ายที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดเข้ามาผ่านทางหน้าต่างนั้น ฟ่านฟ่านฟุบหน้าลงบนโต๊ะยาวและค่อย ๆ หลับตาลงในขณะที่หลินหยีกำลังหมดหนทาง ส่วนอาการของหลินเฉี่ยนก็แย่พอกัน ในใจของเธอรู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย
“หลินหยี ตอนนี้หาที่อยู่กันได้แล้วเหรอ ?” หลินเฉี่ยนถามอย่างจริงจัง
“อื้อ โชคดีมากอ่ะที่บ้านหลังเก่าของคุณปู่ยังไม่ได้ขายไป พวกเราก็เลยยังมีที่ให้อยู่อาศัย” หลินหยีตอบเนือย ๆ เธอยังดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเท่าไหร่นัก
ที่อยู่ที่ได้นั้นนั่นมันบ้านเก่าของตระกูลหลินซึ่งอยู่ที่อู่หวน ใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัย b
พวกเธอไม่เคยไปอยู่ที่นั่นก็จริงแต่ตอนเด็ก ๆ พวกเธอเคยไปเที่ยวเล่นอยู่สองสามครั้ง
ที่นั่นบรรยากาศถือว่าไม่เลวเลยแต่ค่อนข้างไกลจากโรงพยาบาลและธนาคารมากไปหน่อย สำหรับพวกเธอที่คุ้ยเคยกับการอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่แล้ว การย้ายไปอยู่ที่นั่นมันทำให้พวกเธอรู้สึกไม่สะดวกเอามาก ๆ
หลินเฉี่ยนอดไม่ได้ที่จะถาม “ถามจริง พ่อแม่ของเธอแล้วก็หลินเซียวจะอยู่ได้เหรอ ?”
“อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ได้แหละ ไม่งั้นคงต้องไปนอนข้างถนนแล้วล่ะ” หลินหยีตอบพลางทำหน้ายู่ยี่
“เฮ้อ... แล้วทำไมจู่ ๆ ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ ? เท่าที่ฉันดูข่าวมา เศรษฐกิจก็ดีกว่าต่างประเทศอีก จริง ๆ แล้วประเทศของพวกเรามีความมั่นคงสูงหนิ ทำไมเป็นงี๊อ่ะ ?”
หลินหยีเปลี่ยนจากหน้ายู่ยี่มายิ้มด้วยรอยยิ้มสดใสแต่มันก็ดูฝืดฝืนพิกล “ก็คงเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตไว้แล้ว ไม่ก็เป็นเวรกรรมแหละ”
หลินเฉี่ยน “.........”
“ว่าแต่เธอล่ะ ตอนนี้เธอยังเกลียดพวกเขาอยู่ไหม ?”
“ไม่แล้วล่ะ เกลียดไปก็ไม่ได้อะไร นอกจากเรื่องสามีไม่กลับบ้าน เรื่องอื่นฉันก็ไม่มีอะไรจะสูญเสียแล้ว สุดท้าย... ฉันก็เป็นคนผิด ที่ไปแต่งงานกับคนอย่างกู้เฉิงเซียว”
“เดี๋ยว! เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างเธอกับกู้เฉิงเซียวเหรอ ?” เหมือนกับว่ามีเพียงแค่หลินหยีที่สนิทคุ้ยเคยกับเธอเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อยู่ในก้นบึ้งหัวใจของเธอ
“เปล่าหนิ ไม่มีอะไรซะหน่อย”
“ไม่ต้องมาเฉไฉเลยย่ะ แค่เธอกระดกก้นฉันก็รู้แล้วว่าเธอคิดอะไร เร็วเข้ารีบพูดมา!”
หลินเฉี่ยนก็อยากจะพูดความในใจออกมาอยู่หรอกนะเพราะเธอเองก็อึดอัดใจจะแย่อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้มันต้องเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของกู้เฉิงเซียว เธอเลยพูดออกมาไม่ได้จึงทำได้แค่พูดไปว่า “มีผู้หญิงคนนึงแอบรักกู้เฉิงเซียวและเธอก็ประกาศสงครามกันฉัน”
“ห๊ะ ?! เรื่องแค่นี้เนี่ยเหรอที่ทำเธอนอนไม่หลับ ?” หลินหยีใช้สายตาดูถูก “นี่มันไม่ใช่ตัวเธอเลยนะ ทำไมยอมแพ้ง่าย ๆ อ่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตราบรื่นเกินไปหน่อยมันก็คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องเจอความตื่นเต้นเร้าใจล่ะมั้ง ให้ฉันได้โศกเศร้าสักหน่อยแล้วเดี๋ยวมันก็ดีเอง” หลินเฉี่ยนแกล้งทำเป็นเสียใจเล็กน้อยแล้วเธอก็ทำแลบลิ้นปลิ้นตาผสมส่ายหัวไปมาราวกับนี่เป็นเรื่องตลกสิ้นดี ไอ้ท่าทางติ๊งต๊องพวกนี้มันเป็นวิธีการเปลี่ยนเรื่องของเธอ
ช่วงนี้ตระกูลหลินมีปัญหาเข้ามามากมาย หลินหยีเองก็เครียดเหมือนกันเธอก็เลยไม่ได้สนใจเรื่องของหลินเฉี่ยนมากนัก ในเมื่อหลินเฉี่ยนพูดว่าไม่มีอะไร เธอก็เชื่อแบบนั้น
“เออนี่! พ่อฉันบอกว่าคุณอากำลังจะกลับมาแหละ” หลินหยีนึกขึ้นได้จึงรีบบอก
หลังจากที่หลินเฉี่ยนได้ฟังเช่นนั้น จากรอยยิ้มที่แห้งเหี่ยวก็กลับมาสดใสอีกครั้ง หัวใจที่แห้งเหี่ยวจากเรื่องความรักก็กลับมามีชีวิตชีวาเช่นกัน แต่เธอกลับพูดไปแค่ว่า “อืม ก็ดีแล้ว”
หลินหยีพูดปลอบใจ “โห่... หลินเฉี่ยน ฉันรู้ว่าตอนนี้ในใจของเธอยังเป็นกังวล ทำใจสบาย ๆ ไว้เถอะ ไว้ถ้าคุณอากลับมาแล้วฉันจะบอกเธออย่างแน่นอน”
หลินเฉี่ยนเงยหน้าขึ้นมาแล้วทำตาหลุกหลิก ๆ “ไม่อ่ะ ฉันไม่ได้แคร์เขาหรอก”
“แล้วแต่เลยจ้า อยู่ต่อหน้าฉันจะแอ๊บไปทำไมเนี่ย ฉันคิดว่าถ้าคุณอากลับมา เขาต้องอยากเจอเธอแน่นอนอยู่แล้ว ยังไงเธอก็คือลูกสาวของเขานะ”
“หืม...? เขาอยากจะเจอฉันก็ต้องได้เจองั้นเหรอ ? ฉันน่ะยุ่งจะตายอยู่แล้ว ไหนจะต้องอ่านหนังสือแถมยังต้องทำข้อสอบติวเพื่อสอบซ่อมอีก พอ ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะอ่านหนังสือต่อละ"
ดูเหมือนเธอจะคิดแต่เรื่องการเรียนจริง ๆ หลินหยีก็เลยไม่อยากจะพูดเยอะ ในตระกูลเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ ตอนนี้ตัวเธอเองก็คงจะทำได้แค่ตั้งใจเรียนเหมือนหลินเฉี่ยนเท่านั้น
——
สถานการณ์ทางด้านของกู้เฉิงเซียวค่อนข้างเข้าขั้นวิกฤตเต็มที เพราะแม้ว่าเขาจะอยู่กับซาคุณ แต่เป็นเพราะลุงสี่ไม่ได้ติดต่อเขากลับมาเลยจึงทำให้ซาคุณเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวหนีโม่ขึ้นมา แต่ก็แน่ล่ะ หนีโม่ก็ไม่ใช่ตัวจริงแต่เป็นกู้เฉิงเซียวปลอมตัวมา พอมีอะไรผิดปกติเข้าหน่อยก็ย่อมถูกสงสัยเป็นธรรมดา แต่ประเด็นคือจะแก้ปัญหายังไงนี่สิ...
พูดตามความจริงในสายตาของซาคุณ หนีโม่คือคนที่ลุงสี่ช่วยไว้ ซึ่งหนีโม่คนนี้ถูกช่วยออกจากคุกได้ใกล้จะหนึ่งเดือนแล้ว มันก็เลยเป็นไปไม่ได้ที่ลุงสี่จะไม่ติดต่อหนีโม่นานขนาดนี้
แต่กู้เฉิงเซียวเองก็รู้ถึงสถานการณ์โดยรอบของเขาเหมือนกัน ถ้าหากว่าไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่นานซาคุณคงระงับอารมณ์กับลูกน้องไม่อยู่อย่างแน่นอน
วันหนึ่ง เฮยเย๋ได้พาหนีโม่ไปยังที่หลบซ่อนตัวของซาคุณอีกครั้ง
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา ซาคุณก็รีบเข้าไปดึงคอเสื้อของหนีโม่แล้วด่าทอเขา “เฮ้ย! สรุปว่านายได้ติดต่อกับตาเฒ่านั่นบ้างรึเปล่าวะ ?”
ซาคุณตะคอกวางท่านักเลงเสียเต็มประดาแต่หนีโม่ตัวสูงกว่าจึงทำให้กลายเป็นตัวของซาคุณเองที่ดูน่าสมเพศไปโดยปริยาย “เฮอะ มาทำหน้านิ่งนะแก แกเชื่อไหมว่าคนแบบฉันสามารถตัดแขนของแกได้น่ะห๊ะ ?!” ซาคุณจ้องหนีโม่เขม็งโดยที่ปากก็ไม่วายประกาศอำนาจใส่หนีโม่
หนีโม่ที่ไม่มีความผิดยังคงใจเย็น เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการจะตอบโต้
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ทางฝั่งลุงสี่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่งั้นเขาคงไม่ขาดการติดต่อผมนานขนาดนี้หรอก"
ครั้งก่อนเฮยเย๋พูดโน้มน้าวใจซาคุณ ครั้งนี้เขาก็ยังทำเช่นเดิม
“พี่คุณ มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันเถอะนะพี่ พวกเราก็พี่น้องกันทั้งนั้น ใจเย็นพี่”
เป็นเพราะคบค้าสมาคมกับหนีโม่และอยู่ด้วยกันทุกวันจึงทำให้เฮยเย๋ถูกหนีโม่ซื้อใจไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนี่ทำให้เฮยเย๋เป็นอีกคนที่กู้เฉิงเซียวรู้ความลับมากที่สุด อีกทั้งเขายังทำให้เฉิงเซียวได้รับรู้ทั้งเรื่องที่ซาคุณมีอำนาจ มีเงินทุน รวมถึงมีกองกำลังติดอาวุธอยู่ที่ต่างแดนในปัจจุบันด้วย
กู้เฉิงเซียวคาดการณ์ไว้ว่าหลังจากกลุ่มสามเหลี่ยมทองคำล่มสลายลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือซาคุณจะทำอย่างไรต่อไปกับการค้ายาเสพติดและการค้าอาวุธเถื่อน เพราะสองอย่างนี้ทำกำไรให้เขาเป็นอย่างมากมาตลอด
นอกจากนี้ ซาคุณยังโฟกัสธุรกิจของเขาให้ขยายไปที่พม่า เขาไม่เพียงแต่มีองค์กรเป็นของตัวเองเท่านั้นแต่เขายังมีกองกำลังติดอาวุธอยู่ที่นั่นอีกด้วย ความสามารถในการทำสงครามไม่แพ้พวกทหารของรัฐบาลเลย
ผลกระทบต่อลุงสี่ทำให้ซาคุณได้ทดลองค้าขายยาเสพติดและอาวุธกับประเทศ Z ซึ่งประเทศ Z เป็นประเทศที่รุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์มาก อีกทั้งยังมีเมืองเศรษฐกิจอยู่สองสามแห่งในประเทศ ความต้องการของซาคุณอันดับหนึ่งคือเงินทอง อันดับสองคือการแก้แค้นกลุ่มสามเหลี่ยมทองคำและเอาชนะความเชื่อใจของลุงสี่
ความแตกแยกของกลุ่มสามเหลี่ยมทองคำในวันนี้ ถ้าขาดผู้นำทุกสาขาไปก็จะทำให้ทำเงินได้น้อยลง แต่ถ้าหากว่ามีผู้นำที่มีความสามารถ มีกำลังด้านการเงินและมีอิทธิพล กลุ่มสามเหลี่ยมทองคำก็จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
ตั้งแต่โดนหมายหัว ซาคุณได้แต่เก็บตัวอยู่ที่เขต b เพราะเขาไม่สามารถออกไปไหนได้ ถ้าเกิดให้เขาออกไปและได้รวมพลกองกำลังติดอาวุธแล้วล่ะก็ กองกำลังทั้งสองฝ่ายจะต้องปะทะกันแน่ ๆ เขาแทบไม่อยากจะคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นเลยจริง ๆ
ทว่ากู้เฉิงเซียวได้มองการณ์ไกลไว้แล้ว เขาไม่เพียงยื้อเวลาซาคุณไว้เท่านั้นแต่เขายังจะจับกุมลุงสี่และบุคคลภายในทั้งหมดให้ได้ด้วย
เขาคิดว่าลุงสี่มีวิธีที่จะลักลอบติดต่อกับหนีโม่แล้ว แต่อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่หนีโม่ตัวจริงและไม่รู้ว่ารหัสลับที่ใช้ติดต่อกันคือรหัสอะไร เขาจึงให้เว่ยหนานทำการสอบสวนจากหนีโม่ตัวจริงทว่ากลับไม่ได้ความอะไรเลย
ทันทีที่เห็นว่าซาคุณยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้นและความเชื่อใจที่มีต่อหนีโม่อย่างเขาค่อย ๆ ลดน้อยลง เขาจึงพูดว่า “พี่คุณ ทางฝั่งลุงสี่ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ หรือว่าพี่จะพาพวกผมไปหาเขาดีล่ะ ?”
ซาคุณปล่อยเขาพร้อมกับตะคอกใส่ว่า “ไอ้หมาหน้าโง่!!! จะพาไปได้ไงวะ ถ้าฉันรู้ว่าตาแก่นั่นอยู่ที่ไหนฉันจะถามแกทำซากอะไรล่ะไอ้โง่เอ๊ย!”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของซาคุณก็ดังขึ้นซึ่งเบอร์ที่โทรเข้ามาไม่ปรากฏชื่อของใคร เขารับมันด้วยความหวาดระแวงพร้อมกรอกเสียงถามปลายสาย “ฮัลโหล ? ใคร ?"
กู้เฉิงเซียวจ้องหน้าซาคุณและพยายามสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายว่าเป็นยังไง
“ว่าไงนะ ?” ซาคุณทำสีหน้าตกตะลึงแล้วหลังจากนั้นก็พูดว่า “โอเค ได้ นัดเวลากับสถานที่มาได้เลย ฉันจะไปตามนัดแน่นอน”
หลังจากวางสายแล้ว ท่าทางของซาคุณก็สงบลงเยอะ เขามองไปที่เฮยเย๋แล้วก็มองหนีโม่ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกเราจะไปที่ท่าเรือตอนตีสี่ รีบหาวิธีไปให้ถึงที่นั่นโดยใช้เส้นทางหลบหนีพวกตำรวจ”
กู้เฉิงเซียวมีความระแวดระวังมากขึ้นทันทีในขณะที่เฮยเย๋หัวเราะและถามขึ้นมา “หืม... พี่คุณ เราเจอลุงสี่แล้วเหรอ ?”
“อย่าพูดเหลวไหล แกจะมาปากมากพูดมั่วซั่วไปทำไมวะ ?”
ด่าเฮยเย๋จบซาคุณก็เหลือบไปมองหนีโม่แล้วพูดว่า “ไม่ใช่ตาแก่นั่น แต่เป็นพี่น้องของฉันอีกคนที่จะมาช่วยฉัน นายก็ไปด้วยกันกับพวกเราแล้วกันเผื่อจะให้ช่วยอะไรอะไรเพิ่มเติม!”
หนีโม่ยิ้มด้วยท่าทางซื่อ ๆ “ได้ครับ ขอบคุณมากครับพี่คุณ”