"แม่จ้าว นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!"
สิ่งที่เขาเห็นยามนี้คือมีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ มันคือเส้นสีแดงโลหิตเรียวยาวปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด จากกลางฝ่ามือจรดไปถึงปลายแขนของเขา หากผู้คนอื่นพบเห็นเขาเป็เช่นนี้ล่ะก็ เกรงว่าผู้คนได้คงเข้าใจผิดคิดว่าเขาติดโรคประหลาดร้ายแรงเป็แน่
เย่จื่อเฟิงบิดแขนไปมาเพื่อทดสอบดูว่าตนเองไม่ได้ฝันไป มาตรวจสอบลูบๆ คลำๆ พยายามอยู่หลายครั้ง เส้นสีแดงโลหิตนี้ก็ไม่จางหายไป อีกทั้งไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่สามารถใช้งานพลังของภูตยุทธ์ได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันมีเงื่อนไขในการใช้พลังภูตอันใดหรือไม่?
" บัดซบสิ้นดี! ไม่สงไม่สนมันแล้วว่าจะใช้พลังภูตเส็งเคร็งนี้ได้หรือไม่ แต่... ไอ้เส้นสีแดงนี่มันเด่นชัดมากเกินไป หากทิ้งไว้โต้งๆ เช่นนี้มีหวังซวยแน่”
เย่จื่อเฟิงทรุดตัวลงอย่างอ่อนใจ เขาพยายามคิดหาหนทางแก้ไข และอยากจะสื่อสารกับภูติญญา ผลปรากฏว่าครั้งนี้เมฆหมอกที่เขาเคยพบเห็นภายในจิตก่อนหน้า ทุกอย่างหายไปว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ในเมื่อการกระทำดังกล่าวมันเปล่าประโยชน์เขาจึงถอนจิตออกมา แล้วนั่งทอดถอนใจอย่างข่มขืน
"ดูเหมือนข้าคงต้องสวมเสื้อแขนยาวตลอดหน้าร้อนนี้เสียแล้ว...” เย่จื่อเฟิงทอดถอนหายใจ
...
ทันใดนั้นเองก็เสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าประตูด้านนอก
เย่จื่อเฟิงสามารถฟังเสียงฝีเท้าได้ ดังนั้นเขาจึงรู้ว่านี่เป็เสียงฝีเท้าของเย่เสวี่ยอี๋
"พี่จื่อเฟิง! พี่จื่อเฟิง! ยาที่ท่านให้ข้ามาหาใช่ของปลอม นี่มันคือโอสถแก่นทองคําระดับหวงจริงๆ!?” นี่คือประโยคแรกนับั้แ่เย่เสวี่ยอี๋เข้ามา
เย่จื่อเฟิงหยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า "ข้าบอกเ้าแล้ว แต่เ้าไม่เชื่อเองนี่นา”
" เป็ไปไม่ได้..." สีหน้าของเย่เสวี่ยอี๋เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
" เป็ไปไม่ได้! เื่นี้มันเป็ไปไม่ได้! บอกมาซะดีๆ ว่าท่านขโมยโอสถมาจากนักปรุงโอสถคนใด? " นางยังเชื่อว่าเย่จื่อเฟิงเป็คนกลั่นสกัดปรุงยาเม็ดนี้เอง ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงโอสถระดับหวง
นางไปที่ร้านขายยาเพื่อซื้อหาวัตถุดิบส่วนผสมจํานวนหนึ่งตามที่คุยกันไว้ หลังจากนั้นก็ยื่นโอสถแก่นทองคําให้กับเถ้าแก่ร้านยาเพื่อต่อราคาลงเล็กน้อย เมื่อนางหยิบเม็ดยาออกมาให้เถ้าแก่ประเมิน ไม่คิดว่ามันจะเป็โอสถแก่นทองคําระดับหวงจริงๆ ด้วยเหตุนี้วัตถุดิบสมุนไพรที่นางได้มา ได้มาจากการขายโอสถแก่นทองคำระดับหวง นอกจากนางไม่ต้องเพิ่มเงินใส่เข้าไป แต่นางยังได้เงินก่อนกลับมาถึงสามสิบเหรียญทองด้วย
" คืนกลับมาแค่สามสิบเหรียญทองเท่านั้นเองรึ?” เย่จื่อเฟิงหัวเราะอย่างเ็า ดูเหมือนเถ้าแก่ร้านยาจะค้าขายอย่างไม่เป็ธรรม ค่าใช้จ่ายวัตถุดิบส่วนผสมเหล่านี้ราคาประมาณยี่สิบเหรียญทอง ซึ่งราคาที่แท้จริงของโอสถแก่นทองคำระดับหัวมีมูลค่ามากกว่าถึงห้าเท่า ซึ่งก็เท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทอง การที่เถ้าแก่ละโมบโก่งราคาเช่นนี้ ก็แสดงว่ามันหาได้เห็นตะกูลเย่อยู่ในสายตาของมันแต่อย่างใด
" ได้ตั้งสามสิบเหรียญทองท่านยังไม่พอใจอีกงั้นรึ? ท่านพี่∼เมื่อสองปีก่อนท่านยังร้องห่มร้องไห้นานครึ่งค่อนวัน เพราะแย่งชิงเงินสิบเหรียญทองแดงกับข้าแล้วพ่ายแพ้!” เย่เสวี่ยอี๋กล่าวยิ้มๆ นางไม่ได้ควักเงินแม้แต่แดงเดียว แถมยังได้สามสิบเหรียญทองกลับมาฟรีๆ นางจึงอารมณ์ดีครึ้มอกครึ้มใจเป็อย่างยิ่ง
ได้ยินคำกล่าวของนางเย่จื่อเฟิงรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเป็อย่างยิ่ง นอกจากร่างนี้จะเป็ขยะไร้ค่าแล้ว เมื่อสองปีก่อนมันยังทะเลาะกับน้องสาวเคยแย่งชิงเงินแค่สิบเหรียญทองแดง? แถมยังพ่ายแพ้อีกช่างน่าสมเพชยิ่งนัก! เ้าขยะไร้ค่าผู้นี้น่าจะจับฝังไว้กับรากมะม่วงเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
"เอาล่ะๆ เลิกพูดเื่เก่าๆ เถอะ...”
เย่จื่อเฟิงยิ้มเจื่อนๆ เขาไม่อาจทนฟังวีรกรรมอันอัปยศของเ้าขยะไร้ค่าผู้นี้อีก เห็นทีเขาคงต้องทนทุกข์ทรมานกับวีรกรรมของมันอยู่ไม่น้อย
เขาทอดถอนหายใจจ้องมองไปยังวัตถุสมุนไพรที่เสวี่ยอี๋นำมา เขามองอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวว่า "เ้าได้วัตถุดิบมาครบทุกชนิดเลยหรือไม่?”
"อยู่แล้ว! ตรวจสอบดูได้เลย”
เย่จื่อเฟิงตรวจสอบส่วนผสมต่างๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วพึมพํากับตัวเองว่า "อืม… ถึงคุณภาพจะลดลงเล็กน้อย แต่วัตถุดิบทุกชนิดก็ครบครันไม่มีอะไรตกหล่นขาดหาย ได้เวลากลั่นสกัดโอสถแก่นทองคําเสียที”
เมื่อได้ยินเขากล่าวว่าถึงเวลาปรุงยา เย่เสวี่ยอี๋ก็จ้องเขม็งไม่เข้าไปในดวงตาเขาอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าเย่จื่อฟงก็ยังสงบเยือกเย็นและดูขึงขังจริงจังเป็อย่างมาก บรรยากาศที่ขาออกมาเหมือนปรมาจารย์โอสถก็ไม่ปาน จนนางชักเริ่มสงสัยแล้วว่าเย่จื่อเฟิงผู้ไร้ค่าขี้โรคคนเดิมหายไปไหนแล้ว
"เสวี่ยอี๋ เสวี่ยอี๋ ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูของห้องเก็บฟืนก็ดังขึ้น
"นี่มันเสียงของ ท่านแม่...!” สีหน้าของเย่เสวี่ยอี๋เปลี่ยนไปทันที ก่อนที่จะทันตั้งตัวสตรีนางหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องเก็บฟืน สีหน้าของนางขึงขังดุดันไม่บอกก็รู้ว่านางกำลังโกรธจนควันออกหู
สตรีนางนี้ก็คือถังเฟิงเป็มารดาของเย่เสวี่ยอี๋ แต่มิใช่แม่ของเย่จื่อเฟิง พวกเขาทั้งสองมีบิดาคนเดียวกันแต่ต่างมารดา
" ท่านแม่ มาที่นี่ได้อย่างไร...” เย่เสวี่ยอี๋พึมพำ แอบหนีออกมาจากสํานักยุทธ์ิญญาคราม แต่เพียงเวลาสั้นๆ มารดาของนางก็รู้เสียแล้ว
"คารวะฮูหยินถาง...” เย่จื่อเฟิงยิ้มเล็กพร้อมกล่าวทักทาย ความทรงจำของเขาฟื้นคืนกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว
ถางเฟิงมองเย่จื่อเฟิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในสายตาของนางก็ดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติแล้วทุกครั้งที่เขาเห็นหน้านาง เขาจะหวาดกลัวจนหัวหดไม่กล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดกับนางสักคำ ทว่าวันนี้นอกจากจะไม่หวาดกลัวจนหัวหด ยังกล้ากล่าวทักทายนางอีกด้วย
แต่แล้วสีหน้าอันเต็มไปด้วยความประหลาดใจของนาง ก็แปรเปลี่ยนเป็เ็าอย่างฉับพลัน " เสวี่ยอี๋∼ ข้าบอกเ้ากี่ครั้งกี่หนแล้ว ข้าพูดจนปากจะฉีกถึงหูแต่เ้าก็หาฟังไม่ เ้าน่ะเป็ผู้มีพร์ความสามารถ ภายภาคหน้าอนาคตอันแสนสดใสกำลังรอเ้าอยู่ ไฉนเ้าถึงชอบมาวุ่นวายเกาะแกะกับพวกขยะไร้ค่าเช่นนี้นักนะ อกข้าจะแตกตาย ไฉนเ้าถึงไม่เชื่อฟังข้าบ้าง?”
นางใช้คำพูดเชือดเฉือนอย่างไร้เมตตา ถึงแม้จะเป็เื่จริงว่าตัวเขานั้นเป็แค่ขยะไร้ค่า
เย่เสวี่ยอี๋รีบเถียงแทนว่า "ท่านแม่ ท่านพี่จื่อเฟิงหาใช่ขยะไร้ค่าสักหน่อย...”
"หยุด! เลิกเรียกคนอย่างมันว่าพี่ได้แล้ว!” ถังเฟิงหัวเราะเยาะในลำคอแล้วกล่าวว่า "หึหึ ถ้ามันไม่ใช่ขยะไร้ค่าแล้วผู้ใดในเมืองเหลยโจวเป็ขยะไร้ค่ากัน? ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้ยินมาว่าเ้านี่ฟั่นเฟือนเสียสติเพราะถูกตบตีมาเมื่อไม่นานมานี้ คนอย่างมันน่ะหรือจะกลั่นสกัดปรุงโอสถ ฮ่าๆๆ มันจะทำอะไรได้นอกจากกองขี้เถ้า? ข้าเตือนบิดาเ้าแล้วว่าอย่าให้สมุนไพรกับมัน เห็นไหมเล่า! สุดท้ายก็เสียเงินเสียทองไปโดยเปล่าประโยชน์ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำชัดๆ แล้วเป็ยังไงผลลัพธ์ที่ออกมา?”
เย่เสวี่ยอี๋อยากจะอธิบาย ทว่ามารดาของนางมาได้เปิดโอกาสให้พูดอย่างใดไม่
"จริงสิ... ข้าจะบอกอะไรให้เ้าได้รู้ไว้สักอย่าง! ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวอู๋มาบอกข้า ข้าก็คงไม่รู้ว่าเ้าใช้เสวี่ยอี๋ให้ไปซื้อสมุนไพรมาเพิ่มอีกมากมายเช่นนี้ เสวี่ยอี๋ไฉนเ้าโง่เง่าได้ถึงเพียงนี้นะ? ไม่มีทางที่ตระกูลเย่จะดีขึ้นกว่านี้แล้ว แม้วัตถุดิบสมุนไพรเหล่านี้จะไม่ได้แพง แต่เ้าก็ไม่ควรเสียเงินเสียทองไปกับมันอยู่ดี เ้าไม่เรียนรู้จักความผิดพลาดของบิดาบ้างเลยหรือไร เหตุใดถึงยังตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเช่นนี้อีก?”
ในที่สุดเสวี่ยอี๋ก็มีโอกาสได้กล่าวบ้างเสียที "ท่านแม่! ข้าไม่ได้ออกตังค์สักแดงเดียว ค่าวัตถุดิบสมุนไพรเหล่านี้ได้มาจากการขายโอสถแก่นทองคําระดับหวงที่ท่านพี่จื่อเฟิงทำขึ้น”
เมื่อได้ยินเสวี่ยอี๋กล่าวเช่นนั้น นางก็เหลือบมองไปที่กองขี้เถ้า
"โอสถแก่นทองคําระดับหวง? เป็ไปได้ยังไงกัน?”
เสวี่ยอี๋พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวว่า "มันเป็โอสถแก่นทองคําระดับหวงจริงๆ ข้าเอาไปให้เถ้าแก่ร้านขายยาดูด้วยตนเอง นอกจากจะให้วัตถุดิบสมุนไพรมาอย่างครบจำนวน ยังทอนเงินมาให้ข้าอีกสามสิบเหรียญทอง”
ขณะที่นางกล่าว นางได้หยิบถุงเงินใบน้อยที่ใส่เหรียญทอง สามสิบเหรียญขึ้นมา แล้วก็เอาวางไว้บนโต๊ะ
"ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ลองดูเอง”
สามสิบเหรียญทองไม่ขาดไม่เกิน!
ถังเฟิงเบิกตากว้างสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เงินจำนวนสามสิบเหรียญทองไม่ใช่น้อยๆ เลย มันเกือบจะเท่ากับค่าใช้จ่ายของนางหนึ่งเดือนเลยทีเดียว เสวี่ยอี๋ไม่ได้พูดปด
"ข้าเห็นแล้ว...”
นางหัวเราะแห้งๆ แล้วหันไปมองเย่จื่อเฟิงด้วยสายตาราวกับจะกินเืกินเนื้อ พร้ะคอกใส่ว่า "ไอ้เด็กเหลือขอสารเลว จงอธิบายมาเดี๋ยวนี้อย่าได้คิดโป้ปดแม้แต่คำเดียว เ้าไปขโมยโอสถมาจากใด!? เ้ากล้าทำเื่ต่ำช้าเพราะหวังกำไรเล็กน้อย เ้ารู้หรือไม่ว่าว่าการล่วงเกินนักปรุงยา จะนำพาภัยพิบัติมาสู่ตระกูลเย่มากเพียงใด!”
"ข้าปรุงมันขึ้นมาเอง” เย่จื่อเฟิงตอบ
เย่เสวี่ยอี๋ยืนอยู่ด้านหน้าจื่อฟง พยายามอธิบายว่า "ท่านแม่ ตอนแรกข้าเองก็คิดเหมือนท่าน แต่ว่าท่านพี่ถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืนไม่สามารถออกไปไหนได้ ลูกเชื่อว่าท่านพี่เป็ปรุงยาเม็ดนี้เอง "การขโมยถือเป็ความผิดใหญ่หลวง ถ้าถังเฟิงนำเื่นี้ไปฟ้องบิดา เย่จื่อเฟิงคงต้องถูกโบยเป็แน่
ถังเฟิงมองเสวี่ยอี๋ด้วยสายตาเ็า "เช่นนั้นข้าขอถามเ้าว่า เ้าเห็นมันปรุงโอสถเม็ดนี้กับตาหรือไม่? ถ้าไม่...มันอาจจะขโมยมาจากที่ไหนสักแห่งก่อนจะถูกขังก็เป็ได้ "
"ข้า...” เย่เสวี่ยอี๋รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ
อย่างไรก็ตามเสวี่ยอี๋ก็กล่าวอีกครั้ง " แต่ท่านแม่ก็รู้นี่ว่าหลายปีมานี้ท่านพี่จื่อเฟิงไม่ได้ออกไปไหนมาไหนนานแล้ว เขามักจะขังตัวอยู่แต่ในบ้าน เขาขี้กลัวขนาดนี้ไหนเลยจะหาญกล้าไปลักเล็กขโมยน้อย ขโมยโอสถของนักปรุงยาผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?”
ถังเฟิงครุ่นคิดอยู่สักพัก ฟังเย่เสวี่ยอี๋กล่าวก็มีเหตุผลอยู่สามส่วนนางรู้ดีว่าเย่จื่อเฟิงเป็คนเช่นไร คนที่ขี้ขลาดเขาไม่มีทางกล้าขโมยของจากผู้อื่น โดยเฉพาะนักปรุงยาได้
" ถ้าเ้าไม่ได้ขโมยมา มันจะร่วงลงมาจากฟากฟ้าหรือไง "แล้วเ้าก็บังเอิญเก็บได้งั้นสิ!?”
ถังเฟิงยิ้มอย่างเย้ยหยันแล้วพูดต่อ " ดี! เปล่าประโยชน์ที่จะเถียงกันเ้า เสวี่ยอี๋กลับไปที่ร้านขายยาคืนส่วนผสมทั้งหมด ถ้าเถ้าแก่ปฏิเสธให้กลับมาหาข้า แล้วมารดาผู้นี้จะไปกับเ้าเอง”
" ท่านแม่...จะรีบร้อนเอาวัตถุดิบส่งคืนทำไมกัน ไฉนถึงลองเชื่อใจพี่จื่อเฟิงดูบ้าง " เย่เสวี่ยอี๋ดึงแขนถังเฟิงส่งสายตาวิงวอน
"เ้า!” ถังเฟิงรู้สึกโมโหอยู่ไม่น้อย เสวี่ยอี๋ไม่เคยถกเถียงโต้แย้งนางเช่นนี้มาก่อน
ทันใดนั้นเย่จื่อเฟิงก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า " เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ข้าจะทำขึ้นมาอีกเตา… "
ถังเฟิงมองเย่จื่อเฟิงอย่างเ็า แล้วกล่าวว่า " เ้ากล่าวถูกต้อง เ้าจงทำขึ้นมาใหม่อีกเตาให้ข้าได้เห็นกับตา ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาส่วนผสมเหล่านี้ไปคืนได้อย่างไร?”
" เสวี่ยอี๋เหรียญทองสามสิบเหรียญยังอยู่ที่เ้าใช่หรือไม่? ถ้าข้าไม่สามารถปรุงยาออกมาได้ ข้าจะไม่รับมันคืนสักแดงเดียว แล้วต่อจากนี้ข้าจะไม่ปรุงยาอีกต่อไป "
เมื่อได้ยินเช่นนี้เสวี่ยอี๋ก็รู้สึกใเป็อย่างมาก " ข้าจะทําเช่นนั้นได้อย่างไร ถ้าแค่ไม่กี่ทองแดงก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันตั้ง สามสิบเหรียญทองมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ จะให้ข้าเก็บไว้ทั้งหมดได้อย่างไร?”
ถังเฟิงหันขวับจ้องเขม็งไปที่เสวี่ยอี๋ เป็การส่งสัญญาณห้ามปรามให้นางหยุดพูด
นางยิ้มแล้วกล่าวว่า " หึ! ไม่คิดเลยว่าเ้าจะเห็นเงินทองเป็แค่กองอาจม นับว่าเ้าจะกล้าขึ้นมากเลยนะ ดี! ข้าจะรอดูว่าเ้าจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ อย่าลืมคำสัตย์สาบานว่าจะ ‘ไม่ปรุงยาอีกต่อไป’ ข้าจะลองเชื่อเ้าดูอีกครั้งก็ได้”
เย่จื่อเฟิงแค่กล่าวออกไปเฉยๆ หาได้ตั้งสัตย์สาบาน ขอคำพูดดังกล่าวออกมาจากของนางก็กลายเป็สัตย์สาบานไปซะงั้น ฮูหยินถังเฟิงผู้นี้ช่างพลิกลิ้นเ้าเล่ห์เสียจริงๆ
ถึงกระนั้นเย่จื่อเฟิงก็หาได้สนใจแต่อย่างใด เขาเป็ถึงปรมาจารย์ปรุงโอสถ ถึงแม้ปัจจุบันจะอยู่แค่ระดับกำเนิดปราณแต่ถ้าไม่สามารถกู้เงินสดระดับต่ำเช่นนี้ได้ ก็ไม่สมควรที่จะปรุงโอสถอีกต่อไป
"ฮูหยินถัง ถ้าข้าสามารถกลั่นสกัดโอสถแก่นทองคําขึ้นมาได้ ขอให้ท่านช่วยเก็บเื่ทุกอย่างที่ได้รู้ได้เห็นในวันนี้ไว้เป็ความลับด้วย”
"ย่อมได้ ข้าให้สัญญา” ถังเฟิงจ้องลึกไปในดวงตาเขา นางไม่รู้ว่าเ้าขยะไร้ค่าผู้นี้ซ่อนลูกไม้อันใดไว้ในเตาหลอมหรือไม่ แต่นางก็ไม่ได้สูญเสียอันใดนางจึงยอมรับปาก
เย่จื่อเฟิงไม่ถกเถียงให้เสียเวลาอีกต่อไป เขาก็รีบเทส่วนผสมวัตถุดิบลงไปในเตาหลอมแล้วเริ่มจะไฟ
เพียงไม่นานกลิ่นหอมของสมุนไพรก็เริ่มลอยคลุ้งออกมาจากเตาปรุงยา
ถังเฟิงรู้สึกใเป็อย่างมาก แต่ก็ยังเก็บอาการเอาไว้
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ควันสีม่วงก็ลอยออกมาจากเตาหลอม เป็สัญญาณว่านี่คือโอสถคุณภาพสูง
เห็นเช่นนี้ถังเฟิงก็ร้อนใจจนไม่อาจนั่งดูอยู่เฉยๆ ได้ นางทะลึ่งพรวดลุกออกจากเก้าอี้ เข้ามาดูใกล้ ๆ เตาหลอม
" โปรดกลับไปนั่งที่ กำลังอยู่ใน่เวลาสำคัญอย่าได้รบกวนข้า”
เย่จื่อเฟิงขมวดคิ้วแล้วกล่าวอย่างเ็า ถังเฟิงััได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเขา นางจึงเดินกลับไปนั่งที่เก่าด้วยอาการงุนงง หลังจากนั้นก็มานั่งคิดว่าตนเองทำอะไรผิด ไฉนมากต้องฟังคำพูดจากเด็กเหลือขอนั่นด้วย?
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ไฟในเตาหลอมก็ค่อยๆ มอดดับลง หลังจากนั้นอุณหภูมิความร้อนขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง
เย่จื่อเฟิงสูดลมหายใจยาวเหยียดมองไปทางถังเฟิงแล้วกล่าวว่า "เสร็จแล้ว จะให้ข้าเป็คนเปิดฝา หรือว่าเ้าจะเปิดเอง?”
ถังเฟิงกลืนน้ำลายเอื้อกแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ข้าจะเปิดเอง” ในตอนนั้นนางรู้สึกกระวนกระวายเป็อย่างยิ่ง"
นางเดินเข้ามายังตำแหน่งของเตาหลอม แล้วค่อยๆ เปิดฝาออกอย่างระมัดระวัง แล้วทันใดนั้น!
แสงสีทองก็ส่องประกายเจิดจ้าไปทั่วห้องเก็บฟืน แสงเจิดจ้าเสียจนแสบตาไปหมด
ถังเฟิงยืนอึ้งตะลึงตัวแข็งค้าง อ้าปากหวอพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมาทางเย่จื่อเฟิงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ส่วนทางด้านเย่เสวี่ยอี๋ได้เตรียมใจมาบ้างแล้ว นางจึงสามารถระงับอาการตื่นตระหนกแล้วกล่าวออกไปว่า
" สามเม็ดในครั้งเดียว ทั้งยังเป็ยะ...ยาคุณภาพสูง!”
จบตอน