(จบ) ย้อนเวลากลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นเศรษฐีร้อยล้าน

    บทที่ 26 ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้ว

    บทที่ 26 ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้ว


    โจวหลีอัน "......"


    เธอชะงักไปชั่วครู่


    ในชนบท ไก่ส่วนใหญ่กินเมล็ดข้าวโพดที่ปลูกเองในบ้าน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้ปล่อยไก่ออกนอกบริเวณบ้าน เพราะกังวลว่าไก่จะออกไปกินอาหารของส่วนรวม


    ลูกไก่ไม่สามารถกินเมล็ดข้าวโพดได้ ดังนั้นโจวหลีอันจำเป็๲ต้องไปที่โรงโม่หินในหมู่บ้านเพื่อบดข้าวโพดให้เป็๲ผง แล้วผสมกับน้ำเล็กน้อยเพื่อให้ลูกไก่กิน


    ในความทรงจำของร่างเดิม ลูกไก่ต้องกินข้าวโพดบดเป็๲เวลาประมาณสองเดือนกว่า ก่อนที่จะสามารถกินเมล็ดข้าวโพดทั้งเมล็ดได้ ถ้าเปรียบเทียบกับในมิติพิเศษก็ประมาณยี่สิบกว่าวัน


    เมื่อคิดถึงตัวเลขนี้ โจวหลีอันที่อยู่โรงโม่หินก็กลายเป็๲วัวแก่ที่เดินวนไปมาอยู่กับที่


    เธอเพิ่งบดข้าวโพดออกมาได้นิดหน่อย ก็เติมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เจือจางลงไป แล้วให้ลูกไก่ในมิติพิเศษที่กำลังจะอดตายกิน จากนั้นก็ทำงานต่อไป


    โจวหลีอันโม่แป้งตลอดเวลา แต่เมื่อเหนื่อยก็จะพักดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์สักหน่อย


    ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะน้ำพุศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า ที่ทำให้ร่างกายของโจวหลีอันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แค่เวลาบ่ายเดียว เธอก็สามารถโม่แป้งข้าวโพดได้ถึงหนึ่งร้อยจิน


    แป้งพวกนี้น่าจะเลี้ยงลูกไก่สามตัวในมิติพิเศษได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าวัน เธอคิดแบบนั้นแล้วจึงรีบกลับบ้านทันที เมื่อถึงบ้านและทำอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพ่อโจวและพี่ชายทั้งสองคนจะกลับมาบ้าน


    "แม่คะ พ่อกับพี่ ๆ ไปไหนกันคะ ทำไมยังไม่กลับมาอีก?"


    แม่โจวตอบอย่างใจเย็น "พวกเขาทั้งสามคนไปเตรียมฟืนให้ลูก คงอีกสักพักถึงจะกลับมา" แม้ว่าการตัดฟืนจะเป็๲งานที่โจวหลีอันสามารถทำเองได้ อาจลำบากหน่อย แต่ในเมื่อครอบครัวช่วยจัดการทุกอย่างให้แบบนี้ก็เป็๲ความรู้สึกที่ดีมาก


    ดังนั้น เมื่อพ่อโจวและพี่ชายทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านแล้ว พวกเขาก็ได้ดื่มน้ำเปล่าเย็น ๆ ที่โจวหลีอันเตรียมไว้ให้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปในทันที


    เมื่อถึงเวลาอาหาร แม่โจวก็เรียกโจวกั๋วอันและหลาน ๆ อีกสองคนมาทานข้าว นี่เป็๲ครั้งแรกที่พวกเขานั่งกินข้าวด้วยกันหลังจากแยกครอบครัวมาครึ่งเดือนแล้ว


    เนื่องจากโจวกั๋วอันไปตัดฟืนให้โจวหลีอัน ส่วนจางเฉี่ยวลี่กลับมาก็ไม่ได้ทำอาหารเย็น ถ้าจะให้โจวกั๋วอันไปทำอาหารตอนนี้ก็ถือว่าดึกมากไม่รู้จะได้ทานกันตอนไหน


    แม่โจวไม่ได้เรียกจางเฉี่ยวลี่มากิน เพราะ๰่๥๹นี้แม่โจวไม่พอใจจางเฉี่ยวลี่อย่างมาก


    ต้นเหตุก็มาจากจางเฉี่ยวลี่ที่ไม่มีความรับผิดชอบเลยจริง ๆ หลังจากแยกครอบครัวกัน ก็ให้โจวกั๋วอันจัดการทุกอย่างในบ้านคนเดียว


    แม้จะแยกครอบครัวแล้ว แต่โจวกั๋วอันยังเลี้ยงดูเด็ก ๆ และก็ต้องขยันทำงานเพื่อให้ได้คะแนนแรงงานเพิ่มขึ้นเป็๲เก้าคะแนน แต่จางเฉี่ยวลี่กลับทำงานแบบขอไปที ได้รับเพียงสองคะแนนแรงงานต่อวันเท่านั้น ถ้าเธอยังทำเช่นนี้อยู่จะทำให้ครอบครัวของเธอต้องอดอยากในไม่ช้า!


    แม่โจวไม่เข้าใจเลยว่าในโลกนี้มีผู้หญิงแบบจางเฉี่ยวลี่ได้อย่างไร มันทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาดจริง ๆ


    จางเฉี่ยวลี่ที่ไม่มีอาหารกิน ยังคงบ่นด้วยน้ำเสียงประชดประชันอยู่ในบ้าน พูดว่าโจวกั๋วอันไปช่วยน้องสาวของเขาทำงานทั้งวัน แต่น้องสาวของเขากลับไม่แม้แต่จะเชิญครอบครัวของเธอมากินข้าวสักมื้อ เมื่อคนในบ้านได้ยิน ต่างพากันเมินเฉยต่อคำพูดของเธอ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินข้าวมันฝรั่งคลุกซอสต้นหอมป่า


    แม้ว่าจะไม่มีใครสนใจเธอ จางเฉี่ยวลี่ก็ยังคงพูดจาประชดประชันไปจนถึงด่าทออย่างหยาบคาย จนในที่สุดเมื่อหิวจนด่าไม่ออกแล้ว เธอจึงหยุดท่าทีนั้น


    ในไม่ช้า ก็ถึงวันที่โจวหลีอันต้องย้ายบ้าน เมื่อนึกถึงเ๱ื่๵๹การย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว  โจวหลีอันยังต้องจัดเก็บข้าวของ และคนในครอบครัวจึงตัดสินใจพร้อมกันว่าจะย้ายกันแต่เช้าตรู่


    ด้วยวิธีนี้ โจวหลีอันจะได้มีเวลาจัดเก็บข้าวของในตอนกลางวันด้วย


    เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะมีเวลามากขึ้นในการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในบ้านใหม่ 


    ๻ั้๹แ๻่เช้าตรู่ ตระกูลโจวก็เริ่มต้นการย้ายบ้านอย่างคึกคัก


    พวกเขาช่วยกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้และเครื่องนอนไปก่อน โจวหลีอันเดินนำหน้า ฉวยโอกาสนำลูกไก่จากมิติพิเศษของเธอออกมาปล่อยในเล้าไก่ ไม่เช่นนั้นหากมีคนช่างสังเกตเห็นว่าในเล้าไม่มีไก่อยู่เลย อาจจะทำให้เกิดเกิดคำถามมากมายตามมา


    ทางโจวซู่อันอาสาแบกน้องเขยตามหลังมาติด ๆ


    แต่แล้ว หลังจากแบกไปได้ไม่นาน เขาก็แบกไม่ไหวจนต้องขอให้โจวกั๋วอันช่วยแบกต่อ


    ความจริงแล้ว ลู่เยี่ยนโจวไม่ได้อ้วนเลย เขายังเป็๲คนที่มีรูปร่างผอมบางด้วยซ้ำหลังจากเป็๲คนไข้ที่อยู่ในภาวะผักเป็๲เวลาหนึ่งปี ทำให้เขายิ่งผอมลงไปอีก


    แต่เพราะลู่เยี่ยนโจวตัวสูง ขายาว และกระดูกหนัก การจะแบกเขาจากบ้านตระกูลโจวไปยังเขาด้านหลังที่ค่อนข้างห่างไกลนั้น ต้องใช้แรงงานที่แข็งแรงจริง ๆ 


    เห็นได้ชัดว่าโจวซู่อัน ไม่ใช่แรงงานที่ดี เขาทำงานได้แค่แปดคะแนนแรงงานเท่านั้น


    เมื่อถึงบ้านใหม่ของโจวหลีอันแล้ว โจวกั๋วอันค่อย ๆ วางลู่เยี่ยนโจวลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ออกไปทำงานพร้อมกับพ่อโจวและโจวซู่อัน ขณะนี้ที่บ้านเหลือเพียงแม่โจวคนเดียวที่อยู่เป็๲เพื่อนโจวหลีอัน


    แม่โจวเริ่มด้วยการนำผ้าคลุมเตียงสองผืนที่เก็บสะสมไว้ออกมามอบให้โจวหลีอัน


    ผ้าคลุมเตียงเป็๲คำเรียกม่านกั้นเตียงในยุคนี้ มันเป็๲ผ้าโปร่งสีขาวใช้สำหรับคลุมเตียงมีเสา เพื่อป้องกันฝุ่นและยุง


    "แม่คะ บ้านของฉันทาปูนขาวแล้ว ไม่จำเป็๲ต้องแขวนมุ้งหรอก"


    ในความทรงจำของร่างเดิม แม่โจวหวงมุ้งสองผืนนี้มาก แม้แต่ตัวเองยังไม่กล้าใช้ "รับไว้เถอะ ถึงแม้จะไม่มีฝุ่นเยอะ แต่ในหน้าร้อนก็มียุง แล้วดูสิ เตียงเปล่า ๆ แบบนี้ดูยังไงก็ดูไม่สวย"


    แม่โจวเห็นโจวหลีอันไม่ยอมรับ จึงลงมือจัดการเอาผ้าคลุมเตียงทั้งสองผืนมาคลุมเตียงในห้องด้วยตัวเองทันที


    เมื่อเห็นเป็๲เช่นนั้นโจวหลีอันก็ได้แต่ปล่อยให้แม่โจวทำไป เพราะอย่างไรเสียก็ห้ามอีกฝ่ายไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อจัดการปูเตียงเสร็จสรรพ แม่โจวก็ยัดเงินให้โจวหลีอันอีก


    ธนบัตรมัดเล็ก ๆ ดูเหมือนจะมีประมาณหนึ่งร้อยหยวน


    "แม่คะ หนูรับไว้ไม่ได้จริง ๆ ! " 


    โจวหลีอันรีบโบกมือปฏิเสธ ๰่๥๹นี้การหาเงินในชนบทนั้นยากเหลือเกิน นี่คือเงินที่พ่อโจวและแม่โจวทำงานหนักทั้งปีกว่าจะหามาได้


    "แม่เก็บไว้ใช้เองเถอะ"


    โจวหลีอันดันมือของแม่โจวที่กำลังถือเงินไว้กลับไป แต่เธอไม่มีแรงเท่ากับแม่โจวที่ทำงานเป็๲ประจำ จึงถูกจับตัวไว้ได้อย่างรวดเร็ว


    "ฟังแม่พูดก่อน"


    แม่โจวจ้องตาโจวหลีอันแล้วพูดว่า "ลูกต้องรับเงินนี้ไว้ แม้จะมีบ้านเป็๲ของตัวเองแล้ว แต่ห้องของลูกที่บ้านเดิมก็ถูกแบ่งให้พี่ชายคนโต ส่วนเงินนี้ลูกเอาไว้เถอะ ถือว่าพ่อแม่ก็ได้ช่วยสร้างบ้านให้ลูกด้วย ถ้าไม่รับเงินไว้แม่จะรู้สึกผิดเอา"


    "เชื่อฟังหน่อย"


    แม่โจวมีท่าทีเด็ดเดี่ยว อีกทั้งพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว โจวหลีอันจึงจำใจรับเงินไว้ คิดในใจว่าต่อไปจะต้องดีกับพ่อโจวและแม่โจวให้มาก ๆ


    เมื่อเธอมาถึงที่นี่ ก็มีวาสนาได้เป็๲พ่อแม่ลูกกัน ต่อไปเธอจะต้องเป็๲ลูกสาวที่ดีแน่นอน


    เห็นโจวหลีอันรับเงินไว้แล้ว แม่โจวก็วางใจ วันนี้แม่โจวไม่ได้เตรียมตัวไปทำงาน เธอ๻้๵๹๠า๱อยู่ช่วยลูกสาวจัดของที่บ้าน


    "แม่คะ หนูไม่มีอะไรต้องจัดมากหรอก แม่พักสักครู่เถอะค่ะ" โจวหลีอันพูดจบแล้วก็ไปหยิบกระติกน้ำร้อนที่เพิ่งนำมาเทน้ำร้อนให้แม่โจวดื่ม


    ในขณะที่แม่โจวไม่ทันสังเกต เธอยังได้เติมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงไปด้วย


    "น้ำนี้หวานจริง ๆ" แม่โจวพูดจบก็ดื่มน้ำหมดในคำเดียว แล้วจะไปช่วยลูกสาวตักน้ำต่อ


    "พี่ชายคนโตช่วยตักน้ำให้หนูจนเต็มแล้ว"


    "งั้นหนูไปช่วยแม่เตรียมแปลงผักดีกว่า"


    แม่โจวเป็๲คนที่อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ "รอตอนปลูกผัก ลูกมาเรียนรู้กับแม่นะ"


    โจวหลีอัน "......"


    เธอได้ปลูกมันไว้แล้วในมิติพิเศษ!


    "งั้นหนูจะไปขุดดินแล้วกันค่ะ" โจวหลีอันอาสาตัวเองด้วยความกระตือรือร้น พูดพลางจะไปหยิบจอบมาด้วย


    จอบอันนี้เป็๲ของที่แม่โจวแบ่งให้เธอ


    มือยังไม่ทันได้แตะจอบเลย ก็ถูกแม่โจวดึงกลับมาทันที แม่โจวรีบคว้าจอบไปแล้วพูดขึ้นว่า "รีบไปเก็บกวาดเถอะ พอเก็บเสร็จแล้วให้เอาเมล็ดผักที่แม่ให้ไว้ก่อนหน้านี้มาที่แปลงด้านหลัง แม่จะสอนลูกปลูกเอง"


    พูดจบ แม่โจวก็ถือจอบเดินไปที่แปลงผักหลังบ้าน


    โจวหลีอันชะงักไปชั่วขณะ "......"


    เมล็ดผักหมดไปแล้ว… ทุกอย่างในมิติพิเศษของเธอกลายเป็๲ผักไปหมดแล้ว


    ตอนนี้ เธอจะอธิบายกับแม่โจวยังไงดี?