“จื่อหยาง พวกเราออกไปเที่ยวข้างนอก กันได้หรือไม่” เยี่ยนหลีที่อยู่ติดตำหนักมาสักระยะก็เริ่มที่จะอยากออกไปเผชิญกับโลกภายนอกอีกสักครั้ง แม้จะพอมีความทรงจำเดิมที่ติดอยู่ในร่างนี้อยู่บ้างแต่ความทรงจำเ่าั้กลับดูเลือนรางและไม่ชัดเจนสักเท่าไร อีกทั้งเยี่ยนหลีคนก่อนก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนอีกด้วย
เยี่ยนหลีพลันนึกสงสัยอยู่บ้างว่า ขนาดเ้าตัวไม่ออกไปไหน ยังมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตัวนางถึงเพียงนี้ แม้สิ่งเ่าั้จะไม่เป็ความจริง แต่ใครเล่าจะใส่ใจ ก็เหมือนดั่งเช่นที่เยี่ยนหลีที่ได้เผชิญด้วยตนเองมาในก่อนหน้านี้แล้ว
ถ้อยคำของผู้คนนั้นช่างน่ากลัว หากแต่เมื่อใดที่ปล่อยวางได้ ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเป็กังวล เช่นนั้นแล้ว นับจากนี้ เยี่ยนหลีจึงได้ตัดสินใจแล้วว่า นางจะต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเสียหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อเยี่ยนหลีคนเดิมและเพื่อชดเชยให้แก่ตัวนางเองในชาติที่แล้วด้วย
“พระชายา หากต้องออกไปเที่ยวเล่นที่ข้างนอก พวกเราจำต้องได้รับอนุญาตจากท่านอ๋องก่อนนะเพคะ” หลังจากที่เยี่ยนหลีแอบหนีเที่ยวมาได้สักระยะ เสวียนเยว่ที่รู้ทันในทุกครั้งนั้นก็ได้กำชับลงมาว่า หากนางปรารถนาที่จะออกไปเที่ยวนอกจวนจะต้องมีผู้ติดตามไปด้วยและในทุกครั้งนางจะต้องรายงานเขาให้ทราบก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวนางผู้เป็พระชายาเอง
หากแต่่นี้เสวียนเยว่ไม่อยู่ เช่นนั้นแล้วเยี่ยนหลีจึงทำได้เพียงเที่ยวเล่นอยู่แต่ภายในตำหนักจนตอนนี้เหี่ยวเฉาไปทั้งกายและใจหมดสิ้นแล้ว
“แต่เขาไม่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ อีกทั้งยังไม่รู้จะกลับมาเมื่อไร ไปๆ มาๆ อย่างกับิญญา เ้าว่า หากพวกเราแอบออกไปอย่างเงียบๆ เหมือนที่ผ่านมาเป็เช่นไร” เยี่ยนหลีเสนอทางออกด้วยดวงตาที่เป็ประกาย หากแต่จื่อหยางก็ยังคงมีใจหนักแน่นที่จะปฏิเสธคำร้องของเ้าของดวงตาคู่ใสคู่นั้น
“พระชายา เกรงว่า หากเื่นี้รู้ถึงท่านอ๋อง พระชายาจะทรงเดือดร้อนเอานะเพคะ เช่นนั้น บ่าวจะไปแจ้งกับพ่อบ้านไว้ก่อนดีหรือไม่ หากท่านอ๋องเสด็จกลับจวนมาเมื่อไร บ่าวจะไปทูลขอแทนพระชายาเองเพคะ” จื่อหยางเสนอทางออกให้ผู้เป็นายในทันที ด้วยรู้ดีว่าเยี่ยนหลีนั้นไม่ปรารถนาที่จะเจอหน้าเสวียนเยว่เป็ที่สุด
“เฮ้อ ข้าไม่ไปแล้วก็ได้ เช่นนั้น บ่ายนี้เ้าเตรียมชุดและของว่างให้ข้าด้วย ข้าไปแช่น้ำที่ท้ายตำหนักสักหน่อย เพียงเท่านี้คงไม่ต้องขออนุญาตจากอีกฝ่ายแล้ว” เยี่ยนหลีกล่าวอย่างตัดใจยอมรับในความพ่ายแพ้ ถ้าเช่นนั้นแล้วก็ขอไปนอนแช่กายให้อารมณ์ผ่อนคลายหน่อยก็แล้วกัน
“เพคะ พระชายา” จื่อหยางยิ้มอย่างโล่งใจ อย่างน้อยท้ายตำหนักก็ยังนับได้ว่าเป็พื้นที่ภายในจวนอ๋อง การที่พระชายาเปลี่ยนใจไม่ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกนั้น ย่อมนับว่าไม่ทำผิดกฎของจวนอ๋องแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ สองนายบ่าวจึงจัดเตรียมข้าวของและเดินทางไปยังท้ายตำหนักที่อยู่ห่างออกไป
เมื่อมาถึงที่หมาย เยี่ยนหลีก็ไม่รอช้า รีบเปลี่ยนชุดและลงไปว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์ ที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ดียิ่ง มีความร่มรื่น มวลดอกก็พร้อมใจกันเบ่งบานสะพรั่งอยู่โดยรอบ
ผู้ดูแลจวนอ๋องช่างใส่ใจถึงเพียงนี้ แม้ไม่ใช่พื้นที่ที่อยู่ในสายตา กล่าวคือ ไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามา แต่การดูแลรักษายังครอบคลุมถึงที่แห่งนี้ ช่างสมกับเป็จวนอ๋องยิ่งนัก เยี่ยนหลีพลันรู้สึกชื่นชมความดูแลเอาใจใส่นี้ของพ่อบ้านแห่งจวนอ๋องอยู่ไม่น้อย
แต่น่าแปลก ที่ไม่ว่านางจะมาพักผ่อนที่นี่ยามใด กลับไม่เคยพบผู้ใดมาก่อน แล้วผู้คนเ่าั้เข้ามาดูแลพื้นที่แห่งนี้เมื่อไรกัน หรือจะเป็ยามค่ำคืนที่นางนั้นยังไม่เคยได้ย่างกรายเข้ามา
แม้จะรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่เยี่ยนหลีก็คร้านที่จะใส่ใจในสิ่งต่างๆ มากไปกว่านี้ การดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่แสนดีที่อยู่ตรงหน้าในยามนี้นับได้ว่ามีค่ามากที่สุดแล้ว ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่คิดที่จะสนใจในสิ่งเ่าั้อีกต่อไป ก่อนที่จะตีขาว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน พลันลืมเื่ราวทุกข์ใจที่มีมาเนิ่นนานไปจนหมดสิ้น
“จื่อหยาง เ้าลงมาเล่นเป็เพื่อนข้าที ตรงนี้น้ำไม่ลึก เ้าวางใจได้” เยี่ยนหลีเอ่ยชวนจื่อหยางในขณะที่ตนกำลังว่ายน้ำไปมา
“บ่าวว่ายน้ำไม่เป็ เช่นนั้นแล้วขอมองดูพระชายาจากตรงนี้เห็นจะดีกว่าเพคะ” จื่อหยางกล่าวปฏิเสธคำเชิญชวนนั้นในทันที
โดยเ้าตัวปรารถนาเพียงที่จะเฝ้ามองผู้เป็นายด้วยรอยยิ้มที่ดูอิ่มเอมอยู่ในใจจากบนฝั่ง เพียงเท่านี้จื่อหยางก็มีความสุขมากพอแล้ว
นานมากแล้วที่นางไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพระชายาหรือคุณหนูของนาง ยามนี้พระชายาเริ่มมีหลายๆ สิ่งที่เปลี่ยนไป โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้น กลับเป็สิ่งที่จื่อหยางยินดีเป็ที่สุด เพราะพระชายาในตอนนี้ช่างดูร่าเริงและสดใสเหมือนกับคุณหนูของนางเมื่อห้าปีก่อนหน้านี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ซึ่งทั้งหมดนี้อาจเป็เพราะพระชายาเริ่มที่จะปล่อยวางเื่ราวในใจไปได้บ้างแล้ว จื่อหยางเฝ้าคิดหาเหตุผลต่างๆ ถึงความเป็ไปได้ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในขณะที่เยี่ยนหลียังคงว่ายน้ำไปมาอย่างดูร่าเริงอยู่ไม่ไกล
หากไม่เป็เพราะข่าวลือที่เป็เท็จในห้าปีที่แล้ว ป่านนี้คุณหนูของนางคงได้แต่งจวนของใครสักคนที่รักและเอ็นดูในความสดใสร่างเริงของคุณหนูนางในยามนั้นเป็แน่
หากแต่ชีวิตที่ควรจะมีความสุขกลับต้องมาพลิกผันไปในระยะเวลาเพียงไม่นาน จึงทำให้รอยยิ้มและความสดใสที่เคยปรากฏชัดเจนบนในหน้าของเยี่ยนหลีนั้น ได้ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา
ในขณะเดียวกันที่เยี่ยนหลีกำลังว่ายน้ำอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น เหนือลำธารจากจุดที่เยี่ยนหลีกำลังแหวกว่ายไปมา ถัดไปอีกไม่ไกลนั้นมีโขดหินและต้นไม้ใหญ่ที่ได้โน้มกิ่งก้านลงมายังลำธารแห่งนี้ กลับมีอ๋องหน้านิ่งผู้หนึ่งที่มานอนแช่กายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
เดิมทีเสวียนเยว่เพียงปรารถนาที่จะมาชำระร่างกายและพักกายจากความเมื่อยล้าทั้งปวงเหมือนอย่างที่ตัวเขานั้นได้เคยทำมา หากแต่คาดไม่ถึงว่าการมาพักผ่อนในครั้งนี้ จะมีเพื่อนมาร่วมแช่น้ำในสถานที่แห่งนี้ด้วย
ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะใพร้อมทั้งอับอาย เสวียนเยว่จึงเลือกที่จะไม่เผยกายออกมา ถึงจะอย่างไร ระยะหลังๆ มานี้ เขาก็ไม่ได้มาแช่น้ำที่นี่บ่อยสักเท่าใดนัก หากเยี่ยนหลีนี้รู้เข้าว่าที่แห่งนี้เป็พื้นที่ส่วนตัวของเขา นางคงไม่คิดที่จะมาแอบเอนกายอย่างเกียจคร้านหรือว่ายน้ำเล่นไปมาอยู่ที่นี่อีกเป็แน่
เช่นนั้น เขาจึงได้หลับตาและนอนแช่น้ำต่อไปอย่างสบายอารมณ์ จวบจนเสียงของสาวใช้เยี่ยนหลีร้องะโดังขึ้นมาด้วยความใ
“พระชายา ระวังเพคะ ที่ตรงนั้นมีงู” จื่อหยางร้องะโบอกผู้เป็นายที่ตอนนี้กำลังว่ายน้ำอยู่ไม่ไกล เมื่อสิ้นเสียงจื่อหยาง เยี่ยนหลีก็รีบรุดเตรียมที่จะว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งในทันที นางกลัวงูมากที่สุดแล้วในชีวิตนี้ หากแต่เมื่อหันกลับไป กลับเจอว่างูนั้นอยู่ที่ริมฝั่งอีกทั้งยังกำลังว่ายตรงมายังที่ที่นางยืนอยู่อีกด้วย
ชุดที่เยี่ยนหลีสวมใส่ในตอนนี้ แม้จะไม่หนามาก แต่เมื่อเปียกน้ำแล้วก็พอที่จะทำให้นางนั้นเคลื่อนกายได้อย่างยากลำบากอยู่ไม่น้อย ไหนจะความเร็วในการเคลื่อนไหวที่ลดลงเมื่ออยู่ในน้ำนี้อีก
ด้วยเหตุนี้ เยี่ยนหลีที่มัวแต่ใจนถึงขั้นสุดแล้วนั้น ก็ได้แต่ยืนแน่นิ่งพร้อมหลับตาลงอย่างแน่นปี๋ ความกลัวมากมายที่ก่อเกิดภายในจิตใจ จึงทำให้อดีตที่ไม่น่าจดจำในห้วงสุดท้ายของชีวิตนางนั้นปรากฏชัดเจนขึ้นมา และเพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้น ร่างของเยี่ยนหลีก็ได้สูญเสียการทรงตัว ก่อนที่จะทำให้ร่างบางของนางนั้นไหวเอนไปกับสายน้ำและขาทั้งสองข้างก็ได้ร่วงลงไปในจุดที่น้ำลึกที่สุด อีกทั้งยังเป็น้ำวนที่เบื้องล่างอีกด้วย
สายน้ำที่เย็นสบายเมื่อครู่นี้ บัดนี้เยี่ยนหลีพลันคิดว่า แท้จริงแล้วมันช่างหนาวเหน็บถึงเพียงนี้ และก่อนที่คิดแล้วว่าตนคงไม่สามารถที่จะนำร่างนี้ขึ้นสู่ผิวน้ำได้อีกครั้งหลังจากที่พยายามว่ายน้ำขึ้นมาสู่ผิวน้ำในคราแรกนั้น ด้วยััได้ว่าแรงวนของน้ำที่ด้านล่างแรงถึงเพียงนี้ นางคงไม่อาจกลับคืนขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างแน่นอน
เพียงเท่านั้น เ้าตัวก็ได้ปล่อยให้ตนเองนั้นไหลไปตามกระแสน้ำวนก่อนที่จะหลับตาลงอย่างไร้อาลัย แท้จริงแล้ว นี่อาจเป็เพียงฝันตื่นหนึ่ง ตัวนางเพียงแค่เดินทางผ่านมาชั่วคราวก็เท่านั้น เพียงผ่านมา เพื่อที่จะจากไป
์ หากว่าตัวข้านั้นมีกรรม เช่นนั้นก็ขอชดใช้มันให้หมดไปในชาติภพเลยได้หรือไม่ เยี่ยนหลีเฝ้าภาวนาก่อนที่ทุกอย่างจะปล่อยวางเพื่อเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ความมืดมนอีกครั้ง
หากแต่ในห้วงสุดท้ายนั้น เื่ราวในอดีตที่แสนเลือนรางในก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ เริ่มที่จะชัดเจนขึ้นในความทรงจำจนหมดสิ้นแล้ว
อ่า แท้จริงแล้ว ทุกอย่างที่เดินทางมาถึงจุดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็เพราะตัวข้าเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอดีตก็ดีหรืออนาคตก็ตามที ตัวข้านับจากนี้ก็หาได้มีสิ่งใดให้อาลัยอีกต่อไปแล้ว
เยี่ยนหลีปลอบประโลมจิตใจตนเองพร้อมด้วยความทรงจำที่ชัดเจนแล้วจากทั้งสองชาติภพ ไม่ว่าข้าและนางจะเป็คนเดียวกับหรือไม่นั้น หากแต่ความทรงจำของทั้งสองภพที่ชัดเจนถึงเพียงนี้ก็ไม่อาจแยกแยะได้แล้วว่าสิ่งใดคือความจริงหรือสิ่งใดเป็เพียงฝัน
เช่นนั้นแล้ว จะเป็ใครก็ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะถึงจะอย่างไร ปลายทางสุดท้ายก็คือการที่จะต้องข้ามผ่านสะพานไน่เหอไปสู่ปรโลกอยู่ดี