“นายท่านสาม” หูกุ้ยเป็ผู้คารวะอีกฝ่ายก่อนทำให้ฝูซีต้องทำตาม
“หลงเอ๋อร์ไม่ให้ข้าเอาผิดจากเ้า ไม่ต้องกลัวไปอากุ้ย” บุรุษที่ถูกเรียกว่านายท่านสามเอ่ยปากบอกกับเด็กหนุ่ม น้ำเสียงอ่อนโยน
“ส่วนเ้า เป็คนใหม่ของหลวนหลงบุตรชายข้าเช่นนั้นหรือ?”
“ขอรับนายท่านสาม ข้าน้อยฝูซีขอรับ” ฝูซีชำเลืองมองหน้านายท่านสามแวบหนึ่ง บุรุษผู้ดูสุภาพอ่อนโยนใบหน้าเศร้าหมองผู้นี้คือบิดาของหลวนหลงที่อยู่ด้านในแน่แล้ว
“ใกล้วันบูชาเทพประจำตระกูลแล้ว เขาคงเล่าทุกอย่างให้เ้าฟังแล้วสินะ จำเอาไว้ก็แล้วกันว่าอย่างไรก็ต้องให้เกียรติคุณชายเ่าั้ไว้บ้าง โดยเฉพาะกับบ้านใหญ่และบ้านรอง หวังว่าเ้าจะไม่ทำอะไรให้ข้าต้องลำบากใจ”
ฝูซีโค้งคำนับเงียบๆ แทนการรับคำ ในใจยังมีคำถามนับร้อยพันที่ยังไม่รู้จะถามเอาคำตอบจากผู้ใด แต่ก็พอจะรู้สถานการณ์ของอ๋าวหลวนหลง หรือคุณชายสี่ตระกูลอ๋าวบ้างแล้วว่าชีวิตของเขาไม่น่าจะสบายนัก
“เื่นี้เ้าไม่ต้องรายงานท่านแม่และฮูหยิน โชคดีที่ฝูซีช่วยเหลือหลงเอ๋อร์ได้รวดเร็ว เขาจึงไม่ได้ป่วยหนักอันใด อย่าให้ท่านแม่กับฮูหยินข้าต้องทุกข์ใจเื่ของหลงเอ๋อร์อีกเลย”
คำสั่งสุดท้ายของอ๋าวซีซวนนายท่านสามบิดาของอ๋าวหลวนหลงพูดกับสาวใช้ตู้เม่ย แล้วเขาก็ก้มหน้าเดินจากไปเงียบๆ เพียงลำพัง
ฝูซีและหูกุ้ยยังคงต้องรออีกพักใหญ่กว่าท่านหมอจะสั่งยาและแนะนำวิธีการดูแลคุณชายสี่เสร็จ จากนั้นยังต้องยืนฟังสาวใช้ตู้เม่ยบ่นว่าอยู่อีกหลายประโยคกว่าที่ทั้งสองจะได้เข้าไปพบกับอ๋าวหลวนหลงในเรือนพัก
“คุณชาย ท่านลุกขึ้นมาทำไมขอรับ เหตุใดจึงไม่รีบนอนพักเสียก่อน” หูกุ้ยรีบเข้ามาหาเ้านาย พยายามจะดันร่างของอีกฝ่ายให้นอนลง
“ข้าไม่ได้เป็อะไรมากสักหน่อย ก็แค่รู้สึกหนาวเพราะร่างกายเปียกไปหมดเท่านั้น” อ๋าวหลวนหลงผลักหูกุ้ยออกเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังฝูซีอย่างรู้ใจกัน
“หูกุ้ย เ้าไม่ต้องห่วงคุณชายหรอกข้าจะอยู่ดูแลเขาเอาไว้เอง เ้าต้องไปต้มยาตามที่ท่านหมอสั่งไว้เมื่อครู่ไม่ใช่หรือ”
“จริงสินะ ข้าเกือบลืมไปเลย ฟังแม่นางตู้บ่นยาวจนสติข้าแทบจะหลุดลอยไปแล้ว คุณชายอีกเดี๋ยวบ่าวจะไปต้มข้าวต้มด้วยเลยขอรับ กินข้าวแล้วท่านจะได้กินยาอีกรอบ”
อ๋าวหลวนหลงพยักหน้าครั้งหนึ่ง ออกปากเร่งให้หูกุ้ยรีบออกไปเร็วๆ
“ท่านเซียน”
“ฝูซี เ้าคงต้องเรียกข้าว่าคุณชายสี่แล้วกระมัง” อ๋าวหลวนหลงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางไม่มั่นคงเท่าใดนัก เขาคลายเสื้อออกดูร่างกายที่ผ่ายผอม ผิวเนื้อขาวซีด ทั้งยังมองหาคันฉ่องส่องดูใบหน้าของตน
“เ้าเด็กนี่ฆ่าตัวตายด้วยการะโน้ำ ข้าเลยได้มาแทนที่เขาเข้าพอดี เช่นนั้นคนอื่น ๆ ก็คงจะลงมาจุติยังโลกมนุษย์ในรูปแบบเดียวกับพวกเรา พวกเขาอาจจะเป็เด็ก คนชรา หรืออาจเป็คนพิการ มีความเป็ไปได้ทั้งหมด”
อ๋าวหลวนหลงพลันนึกถึงใบหน้าเล็กและแววตาเด็ดเดี่ยวของเทพธิดาน้อยเหยาจี ไม่รู้ว่านางจะจุติมาบนแดนมนุษย์เป็ผู้ใด หากนางเป็หญิงชราสูงวัย นางคงอึดอัดเป็แน่ที่ไม่มีโอกาสได้เที่ยวเล่นซุกซนเหมือนครั้งที่อยู่บนแดนสุขาวดี
“อาจจะไม่เป็ไปเช่นนั้นเสียทุกคนก็เป็ได้ ดูอย่างข้า ข้ายังคงอยู่ในรูปลักษณ์เดิมแต่ถูกกำหนดเป็ตัวตนใหม่ที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้จักมาก่อน”
“คงเป็เช่นนั้น ตระกูลอ๋าวบูชาเทพั สายเดียวกับการบ่มเพาะพลังของข้าบนแดน์ ประจวบเหมาะกับอ๋าวหลวนหลงผู้นี้สิ้นอายุขัยพอดี แต่ละคนอาจจะลงมาในแดนมนุษย์ในรูปแบบที่ต่างกัน อาจเป็ตัวแทนของใครคนหนึ่ง หรือถูกสร้างขึ้นมาใหม่เช่นเ้า”
“แต่ใบหน้าของท่านก็ยังคงเดิม เราน่าจะจดจำพวกเขาได้นะขอรับ”
“อืม เวลานี้ข้าคงต้องฟื้นฟูร่างกายนี้ให้แข็งแรงขึ้นสักหน่อยแล้ว อ่อนแอชะมัด” อ๋าวหลวนหลงเด็กหนุ่มวัย 15 จามไปแล้วหลายรอบ เวลานี้ยังมีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมาจากจมูกอีก
“เมื่อครู่บิดาของข้าปลอบข้าว่า ให้คิดถึงท่านย่าให้มากๆ อย่าทำร้ายตัวเองเพราะเื่ไม่เป็เื่ที่จะเกิดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น ให้ข้าอดทน เ้ารู้หรือไม่ว่าเขาหมายถึงอะไร”
“หูกุ้ยเล่าให้ข้าฟังแล้วขอรับ ตระกูลอ๋าวแห่งนี้เป็บ้านสายหลัก นายท่านผู้เฒ่าท่านปู่ของท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว จวนจึงมีผู้นำตระกูลเป็ท่านย่าของท่านกัวฮูหยิน นางมีบุตรชาย 4 คน บุตรสาวออกเรือนไปอยู่ที่อื่นแล้วอีก 3 คน อ๋าวซีซวนบิดาท่านคือนายท่านสาม และท่านเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของเขา”
“ดูเหมือนท่านย่าจะรักข้า บิดาข้าก็ดูเป็คนสุภาพอ่อนน้อม ไม่ได้ดูแคลนว่าข้าเป็คนอ่อนแอ เหตุใดข้าจึงต้องคิดฆ่าตัวตายด้วยเล่า?”
“ลูกพี่ลูกน้องของท่านที่เกิดจากนายท่านใหญ่ นายท่านรอง และนายท่านสี่มีหลายคน ข้าไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องจากบ้านสายรองที่อยู่ต่างเมืองอีก ตระกูลอ๋าวเป็ตระกูลผู้ฝึกตน มีท่านเพียงคนเดียวที่ไม่สามารถฝึกฝนได้จึงเป็ที่น่าอับอายของบ้านสายหลัก พี่น้องท่านไม่ชอบหน้าท่านเท่าใดนักขอรับ และน่าจะมีการกลั่นแกล้งรังแกกันเป็ประจำ”
“ผู้ฝึกตนหรือ? แดนมนุษย์เวลานี้ยังมีผู้ฝึกตน?”
หลวนหลงรู้ดีว่าในอดีตดินแดนมนุษย์เคยมีผู้ฝึกตนและสามารถบำเพ็ญเพียรขึ้นไปสู่ชั้นเซียนได้ ผู้ฝึกตนชั้นเซียนเท่านั้นจึงก้าวเข้าสู่ดินแดน์
แต่เป็เพราะการแบ่งพรรคแบ่งพวก การฆ่าฟันกันเองระหว่างมนุษย์เพื่อไต่เต้าให้ถึงระดับชั้นเซียน ก่อให้เกิดความวุ่นวายไปถึงการหาพวกพ้องในชั้นเทพ าที่เหล่าทวยเทพและมนุษย์ห้ำหั่นกันดึงเอาปีศาจเข้ามาร่วมด้วย มหาเซียนในยุคาแก้ปัญหาด้วยการเลิกติดต่อกับแดนอื่น ต่างคนต่างอยู่เพื่อไม่ให้เกิดาระหว่างสามภพอีกต่อไป
"ในเมืุ่์ไม่อาจก้าวข้ามเป็เซียนหรือเทพได้เหมือนก่อน พวกเขาจะฝึกฝนกันเพื่ออะไร?"
“รายละเอียดข้ายังไม่รู้แน่ชัดขอรับ แต่ที่แน่ๆ อีก 1 เดือนจะมีพิธีบูชาเทพั เทพประจำตระกูลอ๋าวของท่าน เวลานั้นทายาทจากทุกสายจะมารวมตัวกันที่นี่ ท่านเกลียดชังพวกเขาและยังเกลียดชังตัวเองจนถึงขั้นคิดสั้น เราต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดี บิดาท่านยังมาสั่งข้าเอาไว้อีกว่าทำได้เพียงปกป้องท่านแต่ไม่อาจล่วงเกินพี่น้องของท่านเ่าั้”
หลวนหลงทดลองเดินปราณในร่างแต่ไม่สามารถทำได้ เขาไม่แปลกใจแล้วที่ตนจะถูกผู้อื่นรังแกและเกลียดชัง แดนมนุษย์ยังมีผู้ฝึกตน การเป็ทายาทในตระกูลใหญ่แต่ไร้ความสามารถ มันช่างน่าอับอายจริงๆ
“หนึ่งเดือนสั้นเกินไปที่เราจะเตรียมการ อย่างมากข้าคงทำได้แค่เพียงทำให้ร่างนี้แข็งแรงขึ้นกว่าเก่าได้เท่านั้นกระมัง”
……….
ตลอดเวลา 1 เดือน คุณชายสี่อ๋าวหลวนหลงไม่เคยย่างกรายออกจากเรือนพักเลยแม้แต่ก้าวเดียว คนในตระกูลอ๋าวทุกคนล้วนเข้าใจว่าคุณชายสี่คงจะแสร้งล้มป่วยอีกตามเคย เมื่อใกล้จะถึงวันพิธีบูชาเทพเขาก็ต้องมีอันต้องเจ็บนั่นป่วยนี่เป็ประจำทุกปี
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวส่งตู้เม่ยมาคอยถามไถ่ชีวิตของหลานรักเป็ประจำด้วยความเป็ห่วง แต่นางก็มิอาจออกหน้ามากเกินไป เพราะหากนางยิ่งประคับประคองอ๋าวหลวนหลงเท่าใด ก็รังแต่จะสร้างความอิจฉาในหมู่พี่น้องที่้าความโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น
คนที่น่าสงสารที่สุดในจวนตระกูลอ๋าวมิได้มีเพียงอ๋าวหลวนหลงคุณชายสี่ผู้อ่อนแอเท่านั้น อ๋าวซีซวนนายท่านสามก็เป็อีกคนที่ถูกปรามาสไม่ได้รับเกียรติจากพี่น้องชายทั้งสี่เท่าใดนัก
เป็เพราะอ๋าวซีซวนนายท่านสามก็เป็บุรุษที่อ่อนด้อยเื่การฝึกฝนผู้หนึ่ง เขาสุภาพเกินไปไม่นิยมชมชอบการต่อสู้มาั้แ่เด็ก ซ้ำยังรับเอาฟางลี่หงหญิงชาวบ้านไร้พลังมาเป็ภรรยา นางให้กำเนิดบุตรชายอ๋าวหลวนหลงผู้อ่อนแอมาอีกหนึ่งคน กลายเป็ข้อบกพร่องขนาดใหญ่เพียงครอบครัวเดียวในตระกูลอ๋าวสายหลักที่ยิ่งใหญ่
ศาลบรรพชน พิธีบูชาเทพประจำตระกูล
“เอ๋! นั่นเ้าเต่าของพวกเรานี่ ครั้งนี้กล้าออกมาั้แ่วันแรกเลยเชียวหรือ?” อ๋าวหลวนหย่ง คุณชายห้ามองเห็นอ๋าวหลวนหลงเป็คนแรก
เสียงซุบซิบและหัวเราะเยาะเบาๆ เริ่มดังขึ้นมาในกลุ่มทายาทสายหลักและสายรอง พร้อมกับสายตาจำนวนมากจากทั้งบุรุษและสตรีเพ่งมองไปยังร่างที่ดูดีกว่าแต่ก่อนของอ๋าวหลวนหลงโดยพร้อมเพรียงกัน