ลมพายุพัดกระหน่ำ คลื่นความร้อนลอยคลุ้งหนาแน่นจนอากาศร้อนอบอ้าวดั่งเปลวไฟ
ลมและไฟสอดประสานก่อกำเนิดขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวหากต้านทานไว้ไม่ไหว อาจโดนลมกับไฟพัดร่างให้ตกสู่ผืนลาวาอันร้อนระอุร่างกายโดนไฟแผดเผาไม่เหลือซาก
ทว่าเซียวจิ่งหยวนกลับเตรียมการไว้ก่อนเขายื่นมือไปดึงคุณชายรูปงามและใช้วิชาดาราเหิน ก่อนหายวับไปอยู่อีกฝั่งของลาวาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเพื่อหลบหลีกการโจมตีของปักษาเหล็ก
“หุ่นเชิดกลไกตัวนี้ช่างแข็งแกร่งเสียจริง”เซียวจิ่งหยวนพูดขึ้นด้วยความกังวล“ข้ารู้สึกว่าหุ่นกลไกตัวนี้แข็งแกร่งไม่ต่างจากจระเข้ประหลาดในสระบัวตัวนั้นเลยข้าคงทำได้เพียงต้านทานพลัง แต่คงไม่อาจเอาชนะได้”
ไม่มีเสียงใดตอบรับคำบ่นของเขา
“เป็อะไรหรือ”
เซียวจิ่งหยวนที่ก้มมองไปด้านล่างก็ตะลึงเพราะยามนี้คุณชายรูปงามกำลังถือธงขนาดเล็กจำนวนนับสิบผืนไว้ในมือธงผืนเล็กเหล่านี้มีขนาดประมาณฝ่ามือ เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า
คุณชายรูปงามนับจำนวนธงไปพลางคลี่ยิ้มสดใส“ใครบอกเ้าว่าพวกเราต้องเข้าไปต่อสู้กับมันหรือ เช่นตอนนั้นเ้าไปดึงความสนใจของมันไว้ก่อนรอจนกว่าข้าจะวางค่ายกลเหล่านี้เสร็จแล้วเ้าค่อยล่อมันมาติดกับ...”
“ได้เลย!”
ความมั่นใจของเซียวจิ่งหยวนเพิ่มมาอย่างฉับพลันเขายังคิดด้วยอีกว่า ที่มาที่ไปของคุณชายรูปงามคนนี้คงไม่ธรรมดายิ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีกอาวุธวิเศษล้ำค่ามากมาย เซียวจิ่งหยวนส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนหายแวบไปปรากฏตัวขึ้นข้างปักษาเหล็ก แสงสีเงินวูบวาบอยู่บนปลายนิ้วของเขา ควบแน่นจนกลายเป็มุกสายฟ้าพุ่งทะยานออกไปทันที
เขาฝึกฝนจนคุ้นเคยเป็ธรรมชาติเวลาในการควบแน่นมุกสายฟ้าของเขาในตอนนี้เกิดขึ้นเร็วดั่งใจนึกสามารถสร้างมุกสายฟ้าสำเร็จในชั่วพริบตา ยามที่แสงสายฟ้ากระพริบมุกสายฟ้าก็ตกบนกายของปักษาเหล็ก ก่อนจะะเิสายฟ้าโลดแล่นไปมาราวอสรพิษสีเงิน
ปักษาเหล็กหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงสายฟ้า...
เซียวจิ่งหยวนดีใจนักครุ่นคิดว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเหล็กนำไฟฟ้ามุกสายฟ้าจึงหยุดยั้งการโจมตีของปักษาเหล็กได้ ทว่าไม่นานเขากลับต้องผิดหวังเพราะเ้าปักษาเหล็กสยายปีกออก ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับผลกระทบใดเลยทว่าเมื่อขนนกเหล็กเจอกับสายฟ้า กลับกลายเป็ดั่งใบมีดแวววาวส่องแสงเยือกเย็นออกมา กลิ่นไออันตรายแผ่ซ่านจนเซียวจิ่งหยวนหวาดผวา เกิดลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมาทำให้เขารีบเหาะหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
และใน่เวลาที่เขาได้แวบหายไปดาบลมจำนวนมหาศาลก็พลันปรากฏขึ้นรอบกายปักษาเหล็ก ก่อนจะเฉือดเฉือนอากาศโดยรอบประหนึ่งลมพายุพัดกระหน่ำรุนแรง
พื้นที่ภายในรัศมีหลายร้อยหมี่รอบตัวปักษาเหล็กเต็มไปด้วยดาบลมอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายชั้นพายุลมดาบพัดวนก่อตัวเป็พายุหมุน พัดพาลาวาอันร้อนระอุขึ้นสู่ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็เปลวไฟสว่างไสวอยู่ท่ามกลางพายุดาบ
ลมและไฟช่วยเสริมพลังให้แก่กัน พัดปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าปักษาเหล็กยืนหยัดท่ามกลางเปลวเพลิงอันร้อนระอุแปรปรวนจ้องเขม็งมาพร้อมแววตาดุร้ายน่าเกรงขาม
ภาพตรงหน้าทำให้เซียวจิ่งหยวนตกตะลึงความมั่นใจที่เคยมีสั่นคลอน ค่ายกลธรรมดาจะกักขังปักษาเหล็กที่กำลังโกรธเกรี้ยวได้จริงหรือ
ระหว่างที่เซียวจิ่งหยวนกำลังตกตะลึงปักษาเหล็กก็ดูดซับพลังของลมและไฟบนท้องฟ้า ก่อนพุ่งปรี่เข้ามาด้วยท่าทางดุร้ายพายุหมุนลมและไฟเคลื่อนตัว ไอร้อนแปรปรวนสอดประสานสร้างพลังที่สามารถบดขยี้หินให้แตกสลายกลายเป็ฝุ่นผงได้ในทันที
ดาบลมดั่งสายฝนโปรยปรายลงมางดงามทว่าแฝงไปด้วยจิตสังหารอันตรายคงมีเพียงเซียนเท่านั้นถึงสามารถต้านทานพลังยิ่งใหญ่นี้ได้ ซึ่งพวกเขาผู้ยังไม่บรรลุเซียนและเป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นต่ำจะรับมือกับพลังนี้ได้อย่างไร
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดตลอดเวลาพันปีที่ผ่านมาสระกระบี่เนินพยัคฆ์จะเปิดมาแล้วหลายครั้ง ทว่าหุ่นเชิดกลไกที่อยู่ด้านในเรือนนี้กลับยังไม่โดนไม่ใช่เพราะทุกคนไม่อยากได้ แต่เป็เพราะพวกเขาไม่มีพลังเพียงพอ
เซียวจิ่งหยวนคลี่ยิ้มอย่างขมขื่นทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากบินหนีออกไป
ภายในถ้ำอันกว้างขวางแห่งนี้เขาเป็เพียงนกาเ็ตัวน้อยที่กำลังหนีด้วยความตื่นตระหนก
แน่นอนว่าต่อให้พายุลมและไฟจะสมบูรณ์สักเพียงใดแต่ก็มีช่องว่าง เขาในตอนนี้เหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย เต็มไปด้วยอันตรายรอบตัวหากเผลอพลั้งไปเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงแต่ร่างกายจะแหลกเหลว อาจถูกหั่นเป็ชิ้นๆก่อนถูกลาวาแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่าน
ช่างน่ากลัวเสียจริง...
เส้นประสาทของเซียวจิ่งหยวนตึงเขม็งดุจเส้นเชือกและยังคงตึงขึ้นอีกเรื่อยๆไม่รู้ว่าเมื่อใดเส้นเชือกนี้จะตึงจนถึงขีดจำกัดและขาดสะบั้นลง
เขาพยายามหลอกล่อปักษาเหล็กให้ถอยห่างจากที่ที่คุณชายรูปงามวางค่ายกลเอาไว้ให้ออกมาบินวนอยู่รอบปากถ้ำอย่างสุดความสามารถ แต่ปักษาเหล็กก็ยากจะรับมือพื้นที่หลบเลี่ยงน้อยลงเรื่อยๆ
เมื่อเห็นว่าตนกำลังจนมุมเซียวจิ่งหยวนก็กัดฟันปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าจากภายในร่างกายให้เป็เกราะปกป้องอยู่ภายนอกก่อนจะมุ่งหน้าพุ่งเข้าใส่ปักษาเหล็ก
ฉึกๆๆ ...
แสงสายฟ้า ลม และไฟเข้าปะทะกันจนเกิดแสงพร่างพราวประหนึ่งดอกไม้ไฟดาบลมมากมายเชือดเฉือนกับสายฟ้า เกิดคลื่นพลังมหาศาลกระจายทั่วหยาดเหงื่อไหลโชกไปทั่วหน้าผาก เส้นเืปรากฏขึ้นในดวงตาแสดงให้เห็นว่าเซียวจิ่งหยวนตึงเครียดถึงที่สุด
ทว่าโชคดีที่แสงสายฟ้านั้นแข็งแกร่งจนดาบลมไม่สามารถทะลวงผ่าน ทำให้เซียวจิ่งหยวนสามารถอาศัยความเร็วของวิชาดาราเหินฝ่าฟันลมและไฟออกไปก่อนบินสูงขึ้นสู่อากาศเหนือปากถ้ำแล้วอาศัย่ยามนี้สูดหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ของตน
“ไม่ได้การแล้วการเอาแต่เป็ฝ่ายรับเช่นนี้อันตรายเกินไป...”
เซียวจิ่งหยวนปาดเหงื่อพลางมองดูปักษาเหล็กด้วยความกังวล
เมื่อผ่านไปสักพักเขาก็มองออก ว่าต่อให้ปักษาเหล็กตัวนี้จะเหมือนจริงและมีพละกำลังมากสักเพียงใด ทว่ามันกลับยังเป็เพียงหุ่นเชิด หาใช่สิ่งมีชีวิตไม่ แม้ปักษาเหล็กจะเคลื่อนไหวได้อย่างไร้ขีดจำกัดแต่ในยามที่ต้องบินฉวัดเฉวียนก็ไม่อาจปกปิดความผิดธรรมชาติไว้ได้
“ใช่แล้ว สิ่งนี้คือจุดอ่อน!”
สายตาของเซียวจิ่งหยวนจับจ้องหาโอกาสหายตัวไปปรากฏกายอยู่บนหลังของปักษาเหล็กด้วยความไวปานสายฟ้าก่อนเข้าโจมตีอย่างโเี้ไร้ความปรานี
ปัง!
เขาบินอ้อมเข้าไปโจมตีด้วยแรงมหาศาลมั่นใจว่าไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งมากสักเพียงใดล้วนต้องถูกเขาเตะจนแตกสลายกลายเป็เม็ดทราย
ทว่าเมื่อเขาถีบลงบนหลังของปักษาเหล็กกลับรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากใต้เท้าก่อนจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกายเพียงชั่วพริบตาก็รู้สึกว่าเืภายในร่างกายเดือดปุดราวลาวา
“แย่แล้ว...”
เซียวจิ่งหยวนหวาดกลัวจนรีบบินถอยออกมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าก่อนร่อนลงมาอยู่ใกล้ผนังถ้ำ
เขารู้สึกว่าเืโดนแผดเผาจนเดือดพล่านเปลวไฟร้อนแรงประดุจจะแผดเผาเนื้อหนังมังสาให้กลายเป็เถ้าถ่านปะทุออกมาจากภายในร่างกายแต่แล้วก็มีไอเย็นพัดมาดับไฟประหนึ่งสายฝนได้ทันเวลา ราวกับน้ำทิพย์หยดลงมาจาก์
ไอเย็นแผ่กระจายเข้าขจัดเปลวไฟอันลุกโชนให้ดับมอดไปจนหมดภายในเวลาไม่ช้า
เซียวจิ่งหยวนยังคงอยู่รอดปลอดภัยรู้สึกทั้งประหลาดใจและมีความสุข “บัวชาวชิงซินสามารถขจัดเพลิงพิษได้ด้วยหรือ”
เมื่อเขาลองคิดตริตรองก็เข้าใจเื่ราวสองเื่หนึ่งคือมีเพลิงพิษประหลาดแผ่กระจายอยู่บนขนเหล็กของปักษาตัวนั้นหากผู้ใดโจมตีแบบไม่คิดจะต้องโดนเพลิงพิษเข้าแทรก
สองคือความวิเศษของบัวขาวจิตกระจ่างไม่มีที่สิ้นสุดขจัดฤทธิ์เพลิงพิษออกไปได้อย่างง่ายดายไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดตู้หนานซานถึงได้ยืนยันว่าขอเพียงมีบัวขาวจิตกระจ่างก็สามารถบรรเทาอาการจากเพลิงพิษพลังงานลบที่ปะทุอยู่ในตัวของฟางเส้าไป๋ได้
“คือยาวิเศษจริงๆ”
เซียวจิ่งหยวนยิ้มแย้มไม่มีข้อสงสัยใดอีกต่อไป การเดินทางมายังสระกระบี่เนินพยัคฆ์ในครั้งนี้ถือว่าทำภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีหลังจากนี้ไม่ว่าจะมีประโยชน์อื่นใดอีกล้วนถือว่าเขาประสบความสำเร็จแล้ว
เมื่อคิดเช่นนี้ จิตใจของเขาก็ผ่อนคลายลง
ยามนี้คุณชายรูปงามกวักมือพร้ะโกนเรียกด้วยเสียงก้องกังวาน “เร็วเข้าสิ ล่อมันมาได้แล้ว”
“วางค่ายกลเสร็จแล้วหรือ”
เมื่อเซียวจิ่งหยวนหันกลับมามองเขาพบเพียงคุณชายรูปงามที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของถ้ำ ทว่ารอบด้านไม่มีสิ่งใดแปลกไปจากเดิมเลยสักนิดสายตาของเขามองไม่ออกว่าสถานที่นี้แตกต่างจากก่อนหน้าอย่างไร
แต่ความมหัศจรรย์ของค่ายกลรวมถึงท่าทางที่ผ่านมาของคุณชายรูปงามล้วนทำให้เขาเชื่อมั่น
“เ้าปักษาอ่อนเอ๊ยข้าอยู่ทางนี้...”
เซียวจิ่งหยวนกู่ร้องคำรามขึ้นก่อนปามุกสายฟ้าออกไปให้ะเิบนกายของปักษาเหล็ก เป็ไปตามคาดไม่ว่าสายฟ้าจะมีพลังมากสักเพียงใดทว่าไม่อาจสร้างรอยาแให้แก่ปักษาเหล็กได้เลยกลับไปกระตุ้นความดุร้ายของปักษาเหล็ก ให้สะสมพลังแห่งลมกับไฟบินโฉบออกไป
ลมไฟคุโชนตลบอบอวนเหมือนคลื่นั์ในทะเลซัดสาดปั่นป่วนไปทั่วทุกทิศทาง
เซียวจิ่งหยวนถอยหนีอย่างกระวนกระวายภาพตรงหน้าเป็เื่จริงไม่ใช่ภาพลวงตาเมื่อเขาต้องมารับมือกับปักษาเหล็กที่เก่งกาจแค่เผ่นหนีไปได้ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว การโต้กลับด้วยการะเิพลังสังหารปักษาเหล็กคงเป็ได้เพียงความฝันลมๆแล้งๆ เท่านั้น
ยอมรับความจริงเสียเถอะเรา
เซียวจิ่งหยวนหนีไปพลางเอ่ยสัตย์สาบานหากการใช้ค่ายกลยังทำอะไรปักษาเหล็กไม่ได้อีกสามร้อยหกสิบปีข้างหน้าเขาจะกลับมาชำระแค้นในวันนี้ใหม่
เมื่อสาบานเสร็จก็กลับมาอยู่ที่ข้างกายของคุณชายรูปงามกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมพูดขึ้นอย่างกังวล “ค่ายกลจะใช้การได้หรือ หรือว่าพวกเราจะหนีกันก่อน...”
“เชื่อข้าสิ...”
คุณชายรูปงามมั่นใจมากดวงตาเขายิ้มแย้มดุจพระจันทร์เปล่งประกาย “ท่านพ่อในตอนนั้นมั่นใจมากว่าตนสามารถเอาหุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวใส่กระเป๋ากลับไปแต่กระนั้นก็กลับไปมือเปล่า”
“ข้าหาได้โลภมากเช่นเขาไม่แค่อยากหุ่นเชิดเพียงตัวเดียวก็พอ...”