บทที่ 160
วัฏสงสาร(ตอนจบ)
หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ พระอาทิตย์ตกดินเงียบเป็นพิเศษบนชายหาดมีเด็กหนุ่มเปลือยท่อนบนกำลังดึงอ้วนจับปลา
จากน้ำหนักของอวนดักปลาทำให้ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะได้กำไรดี
ไม่ไกลนัก หญิงสาวสองคนนั่งอยู่บนชายหาด และพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มแต่สายตาของพวกนางมองไปที่เด็กหนุ่มเป็นครั้งคราวบางครั้งใบหน้าของพวกนางก็แดงระเรื่อ
แม้ว่าเด็กหนุ่มจะอายุยังน้อยแต่เขาก็เป็นมือเก๋าในการจับปลาและการเก็บเกี่ยวในวันนี้ทำให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข วันนี้เขาจับปลาได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าถ้านำไปขายที่ตลาดควรจะได้ราคาดี
เมื่อเดินผ่านหญิงสาวทั้งสองคนเด็กหนุ่มพยักหน้าด้วยรอยยิ้มใบหน้าของทั้งสองพลันแดงระเรื่อ
ในคืนที่อากาศแจ่มใสสองพี่น้องได้นัดเด็กหนุ่มมาที่ชายทะเล พวกนางรวบรวมความกล้าและเปิดเผยความรู้สึกออกมา
ในหลายวันต่อมาหมู่บ้านชาวประมงก็ได้เป็นสักขีพยานความสุขให้กับหนุ่มสาวทั้งสามคน
หลังจากแต่งงานกันแล้วทั้งสามคนก็พึ่งพาอาศัยกัน ผู้ชายทำไร่ไถนาส่วนผู้หญิงทอผ้า วันเวลาดำเนินไปอย่างสงบสุข
หลายสิบปีต่อมา ชายชราผมสีขาวเดินมาที่หลุมฝังศพริมทะเลและจุดธูปอย่างเงียบๆให้กับภรรยาทั้งสองของเขาที่เสียชีวิตมานานหลายปี
เมื่อเห็นนามสกุลบนป้ายหลุมศพ ดวงตาที่ขุ่นมัวคู่นั้นก็ปรากฏความกระจ่างใสและไม่นานก็หายวับไป คราวนี้ชายชราไปจุดธูปและไม่เคยกลับมาอีกเลยจนกระทั่งลูกชายและลูกสาวของเขาพบศพของชายชราที่หลุมฝังศพ
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ชายหาดและหมู่บ้านชาวประมงค่อยๆบิดเบี้ยวและค่อยๆหายไปในหมอกแห่งความโกลาหล
…………………
บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน เด็กหนุ่มมองท้องฟ้าอย่างงงๆข้างหูของเขามีเสียงรถดังกึกก้องและเสียงตะโกนขายของอยู่ข้างทาง
ทันใดนั้นก็มีคนตบไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างแรง
“พี่ชาย! คุณกำลังหาอะไรอยู่!”
คนที่พูดเป็นหญิงสาวน่ารักในชุดสั้นและมัดผมหางม้าเด็กหนุ่มตะลึงในความน่ารักของเธอ จากนั้นเขาก็พบว่ายังมีหญิงสาวอีกคนอยู่ข้างๆ ทันใดนั้นราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกัน หญิงสาว 2 คนถูกเขาหยอกล้อจนหัวเราะไม่หยุด
บ่ายวันหนึ่งเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ในสำนักงานก็ได้รับหนังสือเลื่อนตำแหน่งเขาดีใจมากและขอให้เพื่อนร่วมงานไปดื่ม จนถึงเที่ยงคืน
ภรรยาของเด็กหนุ่มพยุงเขาเข้าไปบนเตียงแต่จู่ๆเขาก็พลิกตัวกลับมากดเธอเอาไว้
ภรรยาตั้งใจที่จะพูดอะไรบางอย่างแต่จู่เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมาว่า
“พระชายาที่รัก เปิ่นหวางเมาแล้ว….”
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปในทันที ทิวทัศน์โดยรอบบิดเบี้ยวในพริบตา หมอกหลากสีทำให้ฉากกลายเป็นฟองสบู่
………….
ในสนามรบอันน่าสยดสยอง แม่ทัพวัยกลางคนและแม่ทัพหญิง 2 คน
ตอนนี้ในสนามรบไม่มีกองทัพของพวกเขาอีกต่อไปแล้วพวกเขาถูกล้อมไปด้วยศัตรูนับไม่ถ้วน แม่ทัพตะโกนเสียงดังว่า
“ฮูหยินทั้งสองเป้าหมายของพวกเขาคือข้า พวกเจ้ารีบฝ่าวงล้อมไปหากำลังเสริม!”
หนึ่งในแม่ทัพหญิงหน้าตางดงามน้ำตาคลอเบ้า นางส่ายศีรษะไปมาอย่างแรงและกล่าวว่า “ท่านพี่ พวกเรา 3 คนมีใจเดียวกัน หากท่านไม่อยู่ ข้ากับน้องหลิวจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นสองสาวแข็งขืนเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจเบาๆและหัวเราะเสียงดัง
“ได้ภรรยาที่ดีเช่นนี้สามีอย่างข้าจะขออะไรอีกเล่า”
แม้ว่าทั้ง 3 คนจะถูกล้อมเอาไว้แต่ทักษะการต่อสู้ของทั้งสามคนก็แข็งแกร่งมาก พวกเขาฆ่าศัตรูตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาหมดแรงและกำลังจะตายในสนามรบ ทันใดนั้นแม่ทัพหญิงภรรยาอีกคนกำลังกวาดแกว่งกระบี่ยาวในมือของนาง จู่ๆแสงในกระบี่ก็เปล่งประกาย นางตกตะลึงงัน ราวกับว่าลืมไปว่าตนเองนั้นควรทำอย่างไรต่อไป ในขณะที่นางกำลังตกตะลึง หอกยาวเล่มหนึ่งก็แทงทะลุหน้าอกของนาง….
ภายใต้แสงอาทิตย์สีเลือด 3 สามีภรรยาได้ล้มลงจมไปกับกองเลือดในขณะที่พวกเขาจับมือกันอย่างจะช้าๆ
ทันใดนั้นแม่ทัพก็ลืมตาขึ้นและมองไปที่ฮูหยินทั้งสองคนที่ล้มลง เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทันใดนั้นหมอกหลากสีก็บิดเบี้ยวอีกครั้ง