บทที่ 5 นางเอกดอกบัวขาว
วิหารเทพเซียนตั้งอยู่บนยอดเขา เหนือชั้นเมฆ
หลังจากผ่านค่ายกล หนานลี่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์เบื้องหน้า บนยอดเขานั้นเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ต้นเหมยผลิบาน ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตัดกับด้านล่างที่ดอกไม้ผลิบาน อบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ
หนานลี่อดไม่ได้ที่จะจามออกมา นางโอบกอดตัวเอง หดคอแล้วพูดว่า "ท่านเซียน เหตุใดบ้านของท่านถึงหนาวขนาดนี้"
เป่ยิอินหันไปมองหนานลี่ที่ตัวสั่นเทา เขาพลิกฝ่ามือ เสื้อคลุมหนังสีแดงก็ปรากฏขึ้นบนมือ เขาสะบัดแขนเสื้อ เสื้อคลุมหนังก็ลอยไปคลุมร่างของหนานลี่อย่างนุ่มนวล ก่อนจะพูดว่า "ศิษย์น้องต้องพิษ มีแต่น้ำแข็งเท่านั้นที่สามารถระงับพิษในร่างกายของนางได้"
ศิษย์น้องที่ว่าก็คือ นางเอกดอกบัวขาว ‘สุ่ยเซียน’ สินะ อยู่ดีๆ ทำไมนางถึงโดนพิษได้ล่ะ?
ระบบ "ในเื่ราวของโลกเดิม สุ่ยเซียนเคยเข้าไปในป่าปีศาจ เพื่อตามหาผลไม้ ที่ช่วยเพิ่มพลังบ่มเพาะให้แก่เป่ยิอิน จึงทำให้ได้รับพิษจากป่าปีศาจ มีแต่ไอเย็นเท่านั้นที่สามารถระงับพิษไม่ให้กำเริบได้"
หนานลี่คิดในใจ : นางเอกน่าสงสารจัง ทำไมพระเอกถึงไม่ยอมหายาแก้พิษให้สักทีล่ะ?
ระบบ "แต่ก่อนหาไม่เจอ เพราะยาแก้พิษถูกจอมมารจี๋ฉงเผาไปแล้ว แต่ตอนนี้ ... ในไม่ช้า พระเอกก็จะหายาแก้พิษได้"
ระบบไม่กล้าบอกหนานลี่ ว่ากลีบดอกไม้ของนางนั่นแหละ ที่สามารถแก้พิษของนางเอกได้ .. ถ้าสปอยล์เยอะไป มันก็ไม่สนุกสิ!
"ศิษย์พี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ" เสียงที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำ ดังขึ้นจากด้านหลัง หนานลี่หันกลับไป ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
ฉากหลังเป็หิมะสีขาวโพลน บนพื้นเป็ดอกเหมยสีแดง ทว่าทุกอย่างพลันมัวหมอง มีเพียงร่างบางในชุดแดงที่งดงามโดดเด่น ใบหน้าของหญิงสาวสวยราวกับภาพวาด อ่อนโยน เมื่อยิ้มออกมา ก็งดงามราวกับบุปผาที่ผลิบาน
แม้จะเป็ผู้หญิงด้วยกัน แต่หนานลี่ที่ต้องพบเจอแต่ซอมบี้หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวในยุคโลกาวินาศ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจว่า สวยจริงๆ
สายตาของสุ่ยเซียนมองมาที่เป่ยิอิน เกิดลมพัดผ่าน พัดเส้นผมของนางปรกหน้า ทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้ว ยิ่งดูซีดเซียวมากขึ้น
"อืม ศิษย์น้อง ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นางชื่อหนานลี่ ต่อไปนางจะเป็คนคอยปรนนิบัติเ้า" น้ำเสียงของเป่ยิอินสงบนิ่ง ไร้อารมณ์
หนานลี่คิดในใจ : เอ่อ ... ที่แท้ข้าก็คิดไปเอง นึกว่าพระเอกจะมีใจ จึงเอ่ยปากให้มารับใช้เขาสามเดือน แต่ที่แท้ก็ให้มารับใช้นางเอกนี่เอง แล้วนางเอกทำหน้าไม่พอใจแบบนั้นหมายความว่าไง? หรือว่าข้าไปรบกวนโลกส่วนตัวของเขาทั้งสองคน?
สุ่ยเซียนก้มหน้าลง ปิดบังความเศร้าในดวงตา นี่ศิษย์พี่ตั้งใจรักษาระยะห่างจากนางงั้นเหรอ
นางยกมือขึ้น ไอออกมาอย่างหนัก จนหายใจไม่ทัน สุดท้ายก็ล้มลงไป อ่อนแรงราวกับใบไม้ที่ปลิวตามลม
เป่ยิอินรีบเข้าไปประคองสุ่ยเซียนเอาไว้ นางจึงสบโอกาสซบลงบนอกของเขาอย่างอ่อนแรง มองหนานลี่ด้วยสายตาอ่อนแอ "ศิษย์พี่ ดูเหมือนนางจะไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเรา"
เป่ยิอินตอบรับ "นางไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเรา ข้าบังเอิญเก็บนางได้ระหว่างทาง"
หนานลี่ได้ฟังถึงกับต้องกลอกตามองบน ข้าเป็หัวไชเท้าหรือไง ถึงได้บังเอิญเจอได้ง่ายๆ แล้วเก็บติดไม้ติดมือมาระหว่างทาง
"ไปกันเถอะ ถึงเวลาขับพิษแล้ว" พูดจบ เขาก็ปล่อยมือจากสุ่ยเซียน เดินนำเข้าไปในห้อง
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ ข้าจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนได้ยังไง ดูเหมือนพระเอกไม่มีท่าทีหวั่นไหวเลย ส่วนนางเอกก็น่าสงสาร แอบรักอยู่ฝ่ายเดียว
หนานลี่กำลังคิดในใจ ก็ได้รับสายตาเตือนจากสุ่ยเซียน ราวกับจะบอกว่า "อยู่ให้เป็ อย่ามายุ่งกับศิษย์พี่ของข้า ศิษย์พี่เป็ของข้าคนเดียว"
หนานลี่ที่ถูกมองเป็ศัตรูหัวใจ ได้แต่เงยหน้ามองฟ้า ทอดถอนหายใจ
...
ไม่นาน หนานลี่ก็ได้อาศัยอยู่ที่วิหารเทพเซียน เนื่องจากสุ่ยเซียนต้องพิษร้ายแรง ในทุกๆวัน นางจึงต้องปรับลมปราณ สงบจิตใจ บ่มเพาะพลัง ไม่สนใจหนานลี่เลย
หนานลี่ไม่จำเป็ต้องทำอาหาร แค่ทำความสะอาดลานบ้านก็พอ
ทุกๆวัน เป่ยิอินจะต้องใช้เข็มเงินขับพิษให้สุ่ยเซียน เป็่เวลาเดียวที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน แต่ใน่เวลาที่แสนหายากนี้ หนานลี่ก็จะคอยอยู่ข้างๆ ดูเป่ยิอินฝังเข็ม ดังนั้น ทุกครั้งที่สุ่ยเซียนเห็นหนานลี่ ใบหน้าของนางก็จะบึ้งตึง
แต่เป่ยิอินกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ยังอธิบายเื่การฝังเข็ม การลงน้ำหนัก ให้หนานลี่ฟัง
หนานลี่ "ท่านเซียน ท่านให้ข้าเรียนรู้การฝังเข็มเช่นนี้ หรือท่านจะออกไปข้างนอก?"
หนานลี่คิดในใจ : ฮ่าๆๆ จากสถานการณ์ความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกในตอนนี้ หัวใจของพระเอกคงจะเป็ดั่งหินผาสินะ สงสัยจริงๆ ว่า ในเนื้อเื่เดิม สุ่ยเซียนทำยังไง ถึงละลายหัวใจหินผาของเขาได้
ระบบ "โฮสต์ เป่ยิอินเป็เทพเซียนที่อายุยืนที่สุดในใต้หล้า เขาไม่มีอารมณ์ความรู้สึก ไม่รักใคร ไม่ปรารถนาสิ่งใด สุ่ยเซียนอยู่เคียงข้างเขามาแค่สองร้อยปี หลังจากที่นางบ่มเพาะจนกลายเป็เซียน ส่วนใหญ่ ก็ใช้เวลาไปกับการบ่มเพาะ ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ถ้าคราวนี้สุ่ยเซียนไม่ได้าเ็เพราะเขา เขาก็คงไม่ยอมให้นางมาพักรักษาตัวที่วิหารเทพเซียนแห่งนี้"
สุ่ยเซียนเม้มริมฝีปาก ในใจก็นึกสงสัยเช่นกัน จึงแอบฟัง
เป่ยิอินตอบรับเบาๆ "อีกไม่นาน ข้าจะต้องออกไปข้างนอก เ้าเรียนรู้การฝังเข็มแล้ว ต่อไปก็ให้เ้าเป็คนขับพิษให้ศิษย์น้อง"