สกิลการต่อสู้พื้นฐานของยอมจุนยอลคือศาสตร์แห่งเพลิง
‘จุดะเิระยะไกล’ เป็สกิลที่ยอมจุนยอลดัดแปลงและต่อยอดจากศาสตร์แห่งเพลิงอีกทีรูปแบบการทำงานเป็ไปตามชื่อของมันโดยสามารถจุดไฟจากระยะไกลได้ด้วยเชื้อเพลิงที่ฝังไว้ล่วงหน้าเป็สกิลที่เหมาะอย่างยิ่งแก่การใช้เล่นงานพวกที่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเหรียญเงิน
ระหว่างตอบรับการทักทายที่น่ารำคาญนั่นก็แอบฝังเชื้อเพลิงเอาไว้ซะเลย
แค่เชื้อเพลิงนิดหน่อยก็มากพอที่จะทำให้เหรียญเงินบริสุทธิ์ทั่วห้องจัดเลี้ยงร้อนระอุขึ้นมา
“อ๊ากกก!”
“อ๊ากกก! มือฉัน! มือฉัน!”
เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วทั้งห้อง
เพราะพวกเขากำเหรียญไว้แน่นรอยไหม้ที่เป็ตราของซิลด์เลนเที่ยมและอีกาบนเหรียญจึงฝังอยู่บนกลางมือของพวกละโมบโลภมากทั้งหลาย
ความเ็ปจากการถูกเผาไหม้ในระดับนี้นับว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะรับไหว
บรรดาผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดทักซีโดและชุดราตรีหรูหราต่างดิ้นพล่านไปตามพื้นและกรีดร้องลั่นเพราะความเ็ปจนหมดสภาพ
“เฮือก รถพยาบาล! เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!”
“เจ็บ…อ๊ากกก”
“ฮึก มือ…มือฉัน!”
เพราะการสื่อสารของที่นี่ถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์พวกเขาจึงทำได้เพียงแหกปากคร่ำครวญและดิ้นพล่านด้วยความเ็ป
ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยกันนะ
แม้จะตกอยู่ในสภาพแบบนั้นแต่ก็มีแขกในงานเลี้ยงจำนวนไม่น้อยพยายามห่อเหรียญเงินไว้ในผ้าเช็ดหน้าหรือชายเสื้อแล้วยัดใส่กระเป๋า
ดูเหมือนไอเท็มระดับความหายากSR+++ ที่ทำได้แค่ปิดปากคนจะล้ำค่าสำหรับพวกเขาสินะ
“ัแดงน้อยยอมจุนยอล! ฝีมือของแกใช่ไหม!”
แน่นอนฝีมือฉันเอง
เพราะนอกจากฉันก็ไม่มีใครทำแบบนี้ได้อีกแล้ว
ตอนนี้สกิลจุดะเิทางไกลของฉันคือเลเวล10 ดังนั้นถ้าคิดจะตรวจหาเชื้อเพลิงที่ซ่อนอยู่ก็จำเป็ต้องใช้สกิลตรวจจับเลเวล 10ขึ้นไปเท่านั้น แต่เพลเยอร์ที่มีสกิลเลเวล 10ไม่มีความจำเป็ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงเดนสังคมเช่นนี้และไม่มีเหตุผลที่ต้องมาทำงานในฐานะเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเช่นกัน
ดังนั้นบุคคลเดียวที่สามารถตบตาแขกทุกคนในงานประมูลห้วงฝันมายาได้ก็มีแค่ฉัน ผู้กลายเป็ยอมจุนยอลเท่านั้น
นี่อาจเป็สกิลของยอมจุนยอลก็จริงแต่เ้าตัวในตอนนี้ยังพัฒนาไปไม่ถึงเลเวล 10
“ใช่ ฝีมือฉันเอง”
ไม่มีเหตุผลที่ต้องปกปิดฉันจึงตอบไปตามจริง
บรรดาเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเพลเยอร์ต่างเหงื่อแตกซิกพลางกัดฟันอดทนต่อความเ็ปแต่ก็ยังฝืนยืนหยัด หลังจากลังเลอยู่สักพัก พวกเขาก็ตวาดออกมา
“เฮ้ย! ไอ้เด็กเปรต!”
“อย่าคิดว่าแกจะรอดกลับไปได้…!”
ทุกคนยกอาวุธขึ้นเตรียมจู่โจมฉันด้วยสกิลแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าลงมือ
ถึงสุดท้ายจะล้มฉันลงได้แต่คนกลุ่มแรกที่กรูเข้ามาอาจต้องกลายเป็ตอตะโกซึ่งระดับความกล้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่รับงานสกปรกแบบนี้และจิตใจของเพลเยอร์ที่เข้าร่วมงานประมูลต่ำทรามนี่ก็ทำได้แค่ขู่เท่านั้นแหละ
“อีกไม่นานผู้คนก็จะแห่กันมา คิดคำแก้ตัวไว้ให้ดีล่ะ”
ฉันยั่วยุบยอนซุนฮเวอย่างเปิดเผยเมื่อได้ยินดังนั้น อีกฝ่ายที่ใคร่ครวญอยู่นานจึงะเิโทสะออกมา
“เหลวไหล! ไม่มีใครมาที่นี่แน่นอน! การสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาด ไม่มีใครแจ้งตำรวจได้! หรือถ้ามีใครเรียกมาเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนับร้อยก็จะจับแกไว้เป็ตัวประกัน!”
[ท่านใช้แสงประทับของตัวละคร ‘อัญเชิญัแดง’]
[ท่านใช้สกิลของตัวละคร ‘จุดะเิระยะไกล’]
พรึ่บ!
เพียงสะบัดมือเบาๆผ้าม่านกำมะหยี่ทุกผืนพลันลุกไหม้เป็วงกว้าง เปลวเพลิงที่ลุกโชนดับลงอย่างรวดเร็วเมื่อผ้าม่านหายไป ทุกคนจึงได้เห็นสิ่งที่อยู่หลังม่านนั้น
เสาเพลิง…ไม่สิกำแพงเพลิงขนาดั์กำลังล้อมอาคารหลังนี้ไว้ทุกทิศทาง
“ไม่…!”
เมื่อฉันใช้แสงประทับอัญเชิญัแดงออกมาสกิลจุดะเิระยะไกลของยอมจุนยอลก็จะแข็งแกร่งขึ้นทั้งในด้านพลังและรัศมีการใช้งานก่อนจะเข้ามาในศูนย์ประชุม ฉันได้เดินไปรอบๆ และฝังเชื้อเพลิงเตรียมไว้ที่นอกเขตตรวจตราของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
“หลายบ้านน่าจะยังไม่นอน และกำลังจัดงานเลี้ยงปีใหม่อยู่นะต้องมีมากกว่าหนึ่งบ้านที่มองเห็นกำแพงไฟที่ลุกโชนอยู่บนโรงแรมลอยฟ้าริมแม่น้ำฮันแน่…ป่านนี้สถานีดับเพลิง คงได้รับรายงานเพลิงไหม้ไม่ต่ำกว่าร้อยสายแล้วกระมัง”
บยอนซุนฮเวหน้าถอดสี
ในระบบแจ้งเตือนภัยของทีมเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคงเต็มไปด้วยรายงานเหตุเพลิงไหม้
แม้ว่าไฟจะไม่ได้ไหม้จริงๆเพราะฉันใช้เปลวไฟบางๆ ห่อหุ้มอาคารเอาไว้เท่านั้น
แต่ถ้ามองจากด้านนอกควันและเปลวไฟคงทำให้ดูเหมือนเกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่
อีกทั้งการสื่อสารภายในก็ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงไม่แปลกที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านนอกจะเข้าใจผิดคิดว่าสถานการณ์กำลังฉุกเฉิน
ซึ่งมันก็ฉุกเฉินจริงๆนั่นแหละ
“แม้การสื่อสารภายในจะถูกตัดขาดแต่ใช่ว่าจะมีปัญหาในการขอความช่วยเหลือสักหน่อย”
จุดจบแบดเอนดิ้งของโลกนี้ไม่อาจป้องกันได้เพียงการเอาชนะตัวร้ายที่อยู่หลังม่านได้อย่างเดียวเพราะมันเกิดจากผลของความชั่วร้าย ความโลภ ความโชคร้าย ความผิดพลาด ความบังเอิญและความเข้าใจผิดมากมายที่ซ้อนทับกันจนเกิดเป็หายนะต่างหาก
เราจะไม่พึ่งพาแค่แสงประทับและสกิล
เพราะถึงจะได้รับแสงประทับที่ทรงพลังอย่างวิถีแห่งเพลเยอร์แต่สักวันมันก็ต้องไปถึงขีดจำกัด
เหมือนกับหมากรุกไม่ว่าควีนจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจชนะทั้งกระดานได้ด้วยหมากตัวเดียว
ฉันจึงศึกษาค้นคว้าโลกนี้ให้มากขึ้นทั้งประวัติศาสตร์ ประเพณี กฎหมายรวมถึงทุกสิ่งที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนังสือเซตติ้ง เพื่อเพิ่มกำลังในมือ
และในวันนี้ฉันตัดสินใจใช้ประโยชน์จากหนึ่งในข้อมูลที่ค้นพบ
ในโลกนี้ก็มีขั้นตอนฉุกเฉินในการรับมือกับอัคคีภัยเหมือนกัน
หากประเมินแล้วว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเป็เลขสองหลักและคาดว่าอาจใช้เวลาควบคุมเพลิงนานเกินแปดชั่วโมง
อัคคีภัยในระดับนี้จะถูกจัดให้อยู่ในการรับมือขั้นที่สอง
เมื่อเข้าสู่ขั้นที่สองสถานีดับเพลิงในเขตที่ดูแลจะเรียกตัวเพลเยอร์มืออาชีพที่ทำสัญญากันไว้ให้มาช่วยแก้ไขสถานการณ์ด้วยพลังพิเศษ
“อีกไม่เกินห้านาทีจะมีเ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่าสี่ร้อยคนถูกส่งมาเพลเยอร์มืออาชีพอีกไม่ต่ำกว่าสองทีม ยิ่งกว่านั้นนี่คือเหตุอัคคีภัยใหญ่ครั้งแรกของปี นักข่าวจะต้องแห่มาที่นี่แน่นอน”
ัแดงขนาดมหึมาที่ตอบสนองต่อแสงประทับของยอมจุนยอลค่อยๆโผล่ออกจากรอยแยกมิติ ก่อนจะบินรอบตัวฉันอย่างเชื่องช้าแล้วหยุดพาดจมูกลงบนหัวไหล่พลางพ่นลมหายใจเพลิงออกมา
ด้วยพรคุ้มครองจากราชันเทพั‘ไฟของข้าจะไม่แผดเผาเ้า’ ดังนั้นไฟนี้จึงไม่ทำให้ฉันร้อนเลยแม้แต่น้อย
หวอ!
เสียงไซเรนจากรถดับเพลิงภาคพื้นดินและหน่วยกู้ภัยทางอากาศนับสิบผสานกับเสียงกรีดร้องของแขกผู้ร่วมงานดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศูนย์ประชุม
“เริ่มเข้าใจสถานการณ์บ้างหรือยัง”
แม้จะถูกยั่วยุหนักขึ้นแต่ทั้งบยอนซุนฮเวและเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างก็ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวเมื่อฉันะโขึ้นเวทีไปแล้ว บยอนซุนฮเวก็ทำเพียงรีบถอยห่างออกมา
“ได้เวลาเก็บค่าแสดงโชว์ัแล้ว”
ฉันกวาดกล่องไอเท็มหยิบการ์ดมาถือไว้ในมือทีละใบ
ฟู่ววว!
เมื่อใช้ไฟเผากล่องจนหลอมละลายการ์ดด้านในก็กลายเป็ของฉันทันที บยอนซุนฮเวแทบลมจับเมื่อได้เห็นฉากตรงหน้าแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เพราะรอบตัวฉันยังมีัแดงลอยวนเวียนอยู่
[ท่านได้รับ ‘พัดเรียกลมตะวันออก’]
[ท่านได้รับ ‘เลนส์ส่องประตูิญญา’]
[ท่านได้รับ ‘หยดน้ำบรรจุลมหายใจนางเงือก’]
[ท่านได้รับ ‘มงกุฎขึ้นสนิมของอัศวินผู้สูงส่ง’]
[ท่านได้รับ ‘พู่ห้อยพัดของเซียนตาบอด’]
…
…
…
รายการไอเท็มแสดงขึ้นทีละบรรทัดการ์ดทยอยหายเข้าไปในหน้าต่างไอเท็มของเมนูพร้อมเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นรัวๆ
“ฮ่าๆๆ!”
ฉันหัวเราะขณะจ้องหน้าบยอนซุนฮเว
ได้ตลบหลังพวกชั่วนี่มันช่างสดชื่นดีจริงๆ
แม้แต่ในเกมฉันก็มีความสุขกับการปล้นสินค้าในงานประมูลห้วงฝันมายา
สำหรับอีเวนต์งานประมูลห้วงฝันมายาในเกมฉันเข้าไปสำรวจบนเวทีหลังก่อเื่ทุกอย่างแล้ว และกอบโกยไอเท็มได้มากมายเช่นกันแต่ตัวฉันในปัจจุบันนั้นต่างจากในเกม การบุกจู่โจมหอคอย ดันเจี้ยน ปราสาทและสวนในต่างมิติไม่ใช่เื่ง่าย ไอเท็มเหล่านี้จึงเปรียบดังเงินทุนและทรัพยากรที่มีค่ามาก
“อะ…ไอ้หัวขโมย!”
“กำลังแนะนำตัวอยู่รึไง”
ฉันตอบกลับคำพูดเพ้อเจ้อของบยอนซุนฮเวอย่างเป็มิตรสินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาประมูลเป็การ์ดไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับต่างมิติหรือพลังพิเศษ
แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ใช่การ์ดด้วย
เมื่อเหลือบไปเห็นสมบัติที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็การ์ดได้ฉันก็ถึงกับพูดไม่ออก
บยอนซุนฮเว…ไอ้เวรนี่เป็โจรลักลอบขุดสุสานด้วยงั้นเหรอ
“ทำไมถึงมีมรดกแห่งชาติที่ถูกบันทึกว่าสูญหายอยู่ด้วยล่ะ ขโมยมาเพียบเลยนะ…ฉันขอทวงคืนแล้วกัน”
ฉันจะยึดสมบัติพวกนี้แล้วเอาไปวางไว้หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหรือไม่ก็สำนักงานทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
เมื่อนำไอเท็มยัดใส่ในหน้าต่างเมนูปรากฏว่าสมบัติที่ไม่ใช่การ์ดก็สามารถเก็บไว้ได้เช่นกันเมื่อเห็นดังนั้นบยอนซุนฮเวก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ แต่ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะคงคิดว่าฉันกำลังใช้สกิลเก็บของ
อีกอย่างเมนูพิเศษก็ถือเป็สกิลเหมือนกันจึงไม่ได้ผิดเสียทีเดียว
บยอนซุนฮเวพูดด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะกระอักเืออกมา
“แกคิดว่าเผ่าหมีจะยอมอยู่เฉยรึไง…!”
แน่นอนฉันคิดถึงเื่เผ่าหมีไว้แล้ว
“คิดว่าเผ่าหมีไม่รู้เื่ที่กำลังเกิดขึ้นงั้นเหรอ ที่พวกเขานิ่งเฉยเพราะเห็นว่ากำลังน่าสนุกต่างหากล่ะ”
เมื่อกลับถึงห้องจัดเลี้ยงหลังจากแยกกับซาวอลเซอึมแล้วฉันก็เปิดหน้าต่างสถานะของแขกในงานเพื่อตรวจสอบและพบรายงานสถานะของใครบางคนท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมากที่ขึ้นข้อความว่า ‘ไม่ได้ลงทะเบียนในฐานข้อมูล’
สายตาของเธอคนนั้นเปี่ยมด้วยความเบื่อหน่ายเสียเต็มประดาดูเหมือนจะไม่สนใจงานประมูลห้วงฝันมายาที่กำลังจะเริ่มขึ้นเลย
แค่เห็นท่าทางก็รู้ได้ทันทีเธอวางตัวเป็เพียงผู้ขายและผู้ชม
ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าต่อให้เธอเห็นกับตาว่าฉันพังงานประมูลที่น่าขยะแขยงก็จะไม่มีปัญหาอะไรตามมา
“แกจบแล้วล่ะ”
คล้ายกับเข้าใจคำพูดฉันสายตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ย๊ากกกกก!”
ในที่สุดสติของบยอนซุนฮเวก็ขาดผึงก่อนจะปรี่เข้าหาฉันโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างจะปะทะกับัแดงและถูกแผดเผากลายเป็ก้อนถ่าน
ผัวะ!
“อ๊ากกก!”
“สมน้ำหน้า ไอ้หมูโสโครก!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิงที่ลุกขึ้นหลังจากเป็อิสระจากพันธนาการเตะเข้าที่ท้องของบยอนซุนฮเวเต็มแรงดูจากมือที่เป็แผลเหวอะหวะ ดูเหมือนว่าเธอจะขยับข้อมือให้เสียดสีกันจนได้รับอิสระแต่กลับแสร้งอยู่นิ่งๆ เพื่อรอคอยโอกาสมาตลอด
ผัวะ! พลั่ก!
“อ๊ากกก อั่ก!”
หญิงสาวใช้เท้าเหยียบบริเวณลิ้นปี่และท้องของบยอนซุนฮเวที่ล้มลงไปนอนกองกับพื้นอีกฝ่ายไม่ได้มีความอดทนสูงเหมือนกับเธอจึงแผดเสียงร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด
“ฉันยอมเป็หนู มากกว่าเป็หมูอ้วนโสโครกแบบแก!”
ระหว่างที่เธอกระทืบบยอนซุนฮเวฉันก็ถือโอกาสนี้ใช้ัแดงละลายแม่กุญแจกรงนกที่กักขังซาวอลเซอึมไว้
แกรก!
เมื่อประตูเปิดออกซาวอลเซอึมรีบถอดกุญแจมือแล้วเดินโซเซไปหาซาวอลเซมินที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันวุ่นวาย
“คุณอา…”
ซาวอลเซอึมนั่งลงข้างๆซาวอลเซมิน ก่อนจะช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง
“คุณอา…ผมผิดไปแล้ว…ผมจะไม่เข้าเรียนอีก…ได้โปรดอย่าตายเลยนะ”
ขณะที่ซาวอลเซอึมเอาแต่ก้มหน้าพึมพำราวกับสำนึกผิดซาวอลเซมินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
แม้สติจะพร่าเลือนแต่เมื่อได้พบหน้าซาวอลเซอึม เขาก็ได้สติกลับมาทันทีแล้วกะพริบตาถี่ๆ ราวกับไม่อยากเชื่อก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส
“เซอึม…ปลอดภัยสินะ ดีจริงๆ”
ซาวอลเซมินแตะตัวซาวอลเซอึมด้วยแขนข้างที่ไม่หักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ซาวอลเซอึมก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาโดยที่ด้านหลังมีเสียงไซเรนที่ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ
เหมือนจะจบแล้วนะ
ตอนนี้ฉันได้ไอเท็มมาหมดแล้วไม่เหลือธุระใดให้ทำอีก แค่รอให้หน่วยกู้ภัยมาถึงก็เรียบร้อย แต่คงเกิดปัญหาแน่หากมีใครมาเห็นฉันในสภาพนี้ ตัวตนของซาวอลเซอึมก็เช่นกัน
ไม่ได้สิ…
ซาวอลเซอึมคือผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ส่งสารแห่งราชวงศ์สุดท้ายมีหน้าที่ป่าวประกาศพระราชดำรัสของกษัตริย์ให้ขจรขจายไป วันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าเขาจะได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไป
ยังไม่ถึงเวลาที่จะพาซาวอลเซอึมซึ่งยังอ่อนแออยู่ไปเผชิญกับโลกภายนอก
“หนีกันเถอะ”
เพล้ง!
ัแดงที่รับคำสั่งจากฉันพังกระจกอาคารจนแตกเป็เสี่ยงๆ
ฉันใช้ปลายนิ้วััหน้าผากของซาวอลเซอึมซาวอลเซมิน และเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิงนิรนาม และแบ่งพรคุ้มครองให้พวกเขาเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ถูกไฟของัแดงแผดเผา
แม้การแบ่งพรคุ้มครองให้คนอื่นจะทำให้ระยะเวลาของแสงประทับลดลงเร็วนิดหน่อยแต่ฉันไม่อาจทิ้งพวกเขาไว้แล้วหนีไปคนเดียวได้
“พรคุ้มครองจากฉันจะคงสภาพได้แค่สิบนาที รีบขึ้นมาเร็วเข้า”
ฉันยังเป็ยอมจุนยอลได้อีกประมาณครึ่งชั่วโมง
ต้องรีบแล้ว
เมื่อเห็นฉันขึ้นขี่ัแดงทั้งสามจึงช่วยประคองกันแล้วตามขึ้นมา
ฉันใช้เปลวไฟห่อหุ้มพวกเราสี่คนเอาไว้เพื่ออำพรางตัวและป้องกันภัยแล้วสั่งให้ัแดงทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด
พรึ่บ!
ในเวลาเดียวกันกำแพงไฟที่เคยล้อมศูนย์ประชุมก็มอดลงถ้าหากมองจากภายนอกจะดูเหมือนกับกำแพงไฟผสานรวมเป็หนึ่ง แล้วพุ่งสู่ท้องนภา
ทันทีที่บินเหนือก้อนเมฆก็อยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างไสวกว่าปกติซึ่งสาดส่องเข้ามาตามช่องว่างของเปลวไฟ
“บ้านอยู่ไหนกัน”
“ขะ…เขตซอแดมุน ย่านยอนฮี…”
ซาวอลเซอึมรีบตอบโดยไม่ลังเล
แม้จะรู้สึกดีที่อีกฝ่ายเชื่อใจแต่ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ส่งสารแห่งกษัตริย์จะบอกที่อยู่ตัวเองกับคนแปลกหน้าง่ายๆ แบบนี้จะดีเหรอ
อ้างอิงจากข้อมูลในเกมอย่างน้อยฉันก็ยังพอจำได้ว่า ย่านยอนฮีอยู่แถวไหน
ไม่นานัแดงก็มาถึงย่านที่ซาวอลเซอึมบอกตามคำสั่งของฉัน
ที่มุมหนึ่งของสวนสาธารณะกุงดงซึ่งติดกับย่านยอนฮีมีทางเข้าสู่คฤหาสน์ที่ถูกซ่อนเอาไว้
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้นะครับ! คุณคือยอมจุนยอลใช่ไหม?”
“ฉันไม่ใช่ยอมจุนยอล”
ยอมจุนยอลตัวจริงน่าจะกำลังสนุกสนานอยู่ในงานเลี้ยงที่โรงแรมลอยฟ้าร่วมกับทีมสิงห์แดงและเผ่าัรวมถึงนักการเมืองและนักธุรกิจชั้นนำระดับ Sเรียกได้ว่าเป็บุคคลที่มีข้อแก้ต่างที่สมบูรณ์แบบ ฉันจงใจเลือกเขาเพราะกลอุบายต่ำช้าของงานประมูลห้วงฝันมายาย่อมเล่นงานเขาไม่ได้แน่
อีกอย่าง...
ที่ทำไปวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อช่วยยอมจุนยอล
เพราะหนึ่งในแขกของงานประมูลห้วงฝันมายาภายหลังได้เข้าไปอยู่ในรัฐสภาด้วยฐานะสมาชิกสภาในบัญชีรายชื่อและคนคนนั้นคือต้นเหตุที่ทำให้ยอมจุนยอลเสียชีวิต
“ช่วยทำเป็ว่า พวกคุณไม่ได้อยู่ที่นั่น ไม่ได้รู้เห็นอะไรทั้งนั้น…คุณเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เหมือนกัน ่นี้อย่าเพิ่งกลับบ้านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปก่อน”
“ทำไมล่ะ แต่ไอ้หมูโสโครกพวกนั้น…!”
“ทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ คำบอกเล่าของเ้าหน้าที่กู้ภัยที่ไปถึงการยืนยันจากเพลเยอร์มืออาชีพและสื่อมวลชน พร้อมพยานอีกจำนวนมาก…หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ ไม่มีทางที่เขาจะหนีเงื้อมมือของกฎหมายไปได้หรอกเพราะงั้นเื่นี้ไม่จำเป็ต้องถึงมือคุณหรอก”
ไม่ใช่แค่นั้นฉันยังกรุยทางเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วยการยั่วยุให้บยอนซุนฮเวสติแตก
บยอนซุนฮเวจะมีปากเสียงกับคนที่เขาไม่ควรแตะต้อง
เมื่อได้ยินคำอธิบายของฉันเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาวก็พยักหน้ารับอย่างโล่งอกส่วนซาวอลเซอึมนั้นคงไม่คิดจะไปไหนอยู่แล้วตอนนี้เขาทำได้แค่ประคองร่างกายที่อ่อนเพลียจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็เวลานานและเงยหน้าขึ้นมองฉันเงียบๆ เท่านั้น
ทางด้านซาวอลเซมินที่ฝืนลืมตาอย่างลำบากเปล่งเสียงแ่เบาเฮือกสุดท้าย เพื่อขอบคุณฉันซึ่งเตรียมจากไปพร้อมกับัแดง
“…ขอบคุณมาก ผมสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณในวันนี้อย่างแน่นอน”
ตอบแทนสินะ
ในวันนี้ฉันได้ลบหลายปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดแบดเอนดิ้งออกไปได้แล้วแถมยังได้การ์ดไอเท็มจากการปล้นบยอนซุนฮเวที่น่าจะมีมูลค่าสูงถึงหลักพันล้านวอนมาไว้ในมือ
ฉันบอกกับซาวอลเซอึมที่รอฟังคำตอบ
“ไม่ต้องตอบแทนหรอก แค่ลองทบทวนเื่ที่จะเลิกสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังดูใหม่ก็พอ”
ถ้าเป็โลกในเกมซาวอลเซอึมที่ได้รับการช่วยเหลือก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังสมใจปรารถนาแม้จะเป็่เวลาสั้นๆ ก็ตามและเขาก็มีความสุขที่ได้ััสังคมโลกภายนอกมากจนแทบทำตัวไม่ถูกอยู่พักใหญ่
ไม่ว่าจะเป็มุกตลกที่ครูยิงในห้องเรียนเป็ระยะการคุยเล่นกับเพื่อนคนอื่นใน่พักรวมถึงการกินเมนูประจำวันของโรงอาหารที่เหมือนกันกับเพื่อนฝูง
ทุกครั้งที่ปรากฏตัวในโหมดเื่ราวเขามักจะพูดเจื้อยแจ้วเหมือนกับนกน้อยทั้งที่ไม่น่าจะมีอะไรให้สนุกได้ขนาดนั้น
ซาวอลเซอึมผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ส่งสารแห่งกษัตริย์นั้นเป็เพียงเด็กธรรมดาที่ยิ้มเก่งและมีความสุขกับเื่เล็กๆน้อยๆ
ฉันจึงไม่อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้เขากลับไปอยู่ในกรงอีกครั้ง
“ถ้าคิดจะเข้าเรียน ให้ติดต่อหัวหน้าฝ่ายวิชาการ เจกัลแจกอลโดยตรงได้เลยพวกคุณไว้ใจเขาได้”
พูดจบฉันก็บอกดีไวซ์โค้ดของเจกัลแจกอล แม้จะยังมีครูอีกสองสามคนที่ไว้ใจได้แต่ฉันเพิ่งมีช่องทางติดต่อของเขาแค่คนเดียว
อีกไม่นานแสงประทับจะหมดเวลาแล้ว
เมื่อส่งดีไวซ์โค้ดเสร็จฉันก็ปีนขึ้นัแดงทันที แล้วฝากคำพูดทิ้งท้ายให้กับซาวอลเซอึมที่กำลังมองมา
“เจอกันที่โรงเรียน”
เื่ราวส่วนใหญ่จะคล้ายกับเนื้องอก
ในกรณีที่ไม่อันตรายแม้จะขัดตาไปบ้าง แต่ถ้าไม่ใหญ่เกินไปก็ไม่ต้องไปกังวลกับมันมากนักปัญญาที่แท้จริงอยู่ที่เนื้องอกประเภทอันตรายอย่างมะเร็งต่างหากยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งกัดกินเื่ราว ทำให้ตัวละครป่วยตายในที่สุด
แต่ถ้าเอาก้อนมะเร็งออกในคราวเดียวก็อาจได้เจอมะเร็งชนิดใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อน
ความคิดนั้นอาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้
แต่จะให้ปล่อยมันไว้อย่างนั้นเหรอนั่นคงไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
บนโลกนี้มีเซลล์มะเร็งร้ายแรงที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกำจัดให้ได้อยู่ฉันจึงตัดสินใจทำการข้อแลกเปลี่ยนสุดอันตรายเพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีกำจัดมะเร็งก้อนนั้น
“เ้าหนู ตรงเวลาดีนี่”
แปดเซียนแห่งบรรพตระกูลเผ่าหมีที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในเผ่าหมี
อุงนยอผู้โศกาซึ่งเป็หนึ่งในนั้นกำลังรอฉันอยู่