ตอนที่ 5
ปลายฟ้าเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยรอยยิ้มบาง ๆ มุมปาก มือเรียวยกบัตรสีดำขึ้นหมุนเล่นพลางเพ้อกับตัวเองเบา ๆ
“จะซื้ออะไรดีน๊า...เสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับดีล่ะ”
แววตาเป็ประกายเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นถูกใจ เธอหันไปมองบัตรอีกครั้งก่อนจะเหลือบสายตาไปทางประตูห้องที่เพิ่งเดินออกมา
“แต่สามียัยปลายฟ้านี่หล่อชิบหาย แถมไอ้นั่นยังใหญ่อีกต่างหาก ถ้าเป็ฉันนะจะไม่ปล่อยให้ออกจากห้องทั้งวันทั้งคืนเลย”
เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างพอใจ ก่อนจะก้าวเรียวยาวตรงไปทางลิฟท์โดยไม่ลังเล ระหว่างทางยังยกยิ้มเล็กน้อยให้ชายหนุ่มที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องจนเขาถึงกับหน้าแดงเล็ก ๆ
ลิฟท์เคลื่อนลงมาชั้นล่างอย่างเงียบงัน ประตูเปิดออก ปลายฟ้าเดินออกมาอย่างสง่างาม ป้าสาวใช้สูงวัยที่ยืนรออยู่รีบก้าวเข้ามาหา
“คุณฟ้าจะ กลับคฤหาสน์เลยมั้ยคะ”
“ใม่ ยังไม่กลับ ป้า ไปห้างกับฉันหน่อยสิ ฉันอยากได้เสื้อผ้าเซ็ตใหม่”
ปลายฟ้าตอบเสียงใส ก่อนที่จะก้าวขาขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่ทันที ป้าแม่บ้านเดินตามขึ้นไปนั่งด้วย ส่วนคนขับรถพยักหน้ารับคำสั่งแล้วออกรถมุ่งตรงไปยังห้างหรูใจกลางเมือง
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เป็สัญลักษณ์ของความหรูหราทันสมัย ปกคลุมด้วยแสงไฟระยิบระยับตัดกับสีของท้องฟ้า ปลายฟ้าก้าวลงมาจากรถอย่างมั่นใจ สายตาหลายคู่จับจ้องเธอในทันที
ชุดเดรสสีอ่อนที่แนบเนื้อเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ผมยาวสลวยปลิวเบา ๆ ตามแรงลม ทุกก้าวย่างของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและราศีแบบผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองทั้งสวยและมีอำนาจเงินในมือ
เธอเดินตรงเข้าไปยังร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังเป็อันดับแรก สายตากวาดมองไปทั่วราวเสื้อผ้าที่เรียงรายเป็แถว ๆ ผ้าแพรพรรณเนื้อดีวาววับสะท้อนแสงไฟอย่างงดงาม
เธอหยิบขึ้นมาลองสลับไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ตัวนี้น่าจะเหมาะเวลาไปดินเนอร์ ตัวนั้นก็ต้องมีไว้ใส่เล่น...อื้ม เอาทั้งราวนี่เลย”
เธอหันไปบอกกับพนักงานสาวเสียงใส ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างเจือยั่ว
“แต่ถ้ามีตัวใหนที่เซ็กซี่ ๆ หน่อยก็หยิบมาให้ด้วยนะคะ”
พนักงานยิ้มกว้างแทบไม่หุบ เพราะจากท่าทางของลูกค้าคนนี้เห็นได้ชัดว่าเลือกซื้อโดยไม่สนใจราคาเลยสักนิด จากร้านหนึ่งก็เดินเข้าอีกร้านหนึ่ง ชุดเดรสเรียงรายเข้ามาอยู่ในถุงช็อปปิ้งจำนวนมาก
เครื่องประดับและรองเท้าคู่ละหลายหมื่นถูกเลือกอย่างไม่ลังเล จนกระทั่งปลายฟ้าพอใจ เธอสั่งให้เก็บบางส่วนใส่รถกลับไปด้วย ส่วนที่เหลือให้ร้านจัดส่งตรงไปที่คฤหาสน์ภายหลัง
ขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของมาร์ติน เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารอย่างเคร่งเครียด แต่เสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรที่ดังไม่หยุดทำให้ขมวดคิ้วแน่นขึ้นทุกที
เขาเหลือบตาไปยังหน้าจอมือถือที่โชว์ตัวเลขยอดรวมแล้วถอนหายใจแรง
“ทำบ้าอะไรของเธอ...” เขาบ่นกับตัวเองเสียงต่ำ
เขากดปุ่มเรียกคนของตัวเองทันที ประตูห้องเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง เขาคือ “กวิน” มือขวาผู้ซื่อสัตย์ที่คอยติดตามและรายงานทุกการเคลื่อนไหว
“ปลายฟ้ากำลังทำอะไร”
มาร์ตินเอ่ยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น สายตายังจับจ้องอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ
“คนของเรารายงานว่าคุณปลายฟ้ากำลังซื้อของอยู่ที่ห้างครับ ดูท่าจะซื้อเยอะมาก”
“แล้วทำอะไรอีก”
“ไม่มีแล้วครับ ตอนนี้กำลังเดินทางกลับคฤหาสน์”
มาร์ตินพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
“ออกไปได้แล้ว จับตาดูเธอ ถ้าเธอทำอะไรแปลก ๆ ให้รายงานฉันทันที”
“ครับคุณมาร์ติน”
กวินโค้งตัวเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ด้านของปลายฟ้า
หลังจากที่เธอช็อปปิ้งเสร็จ รถคันหรูก็พาเธอกลับมายังคฤหาสน์หรูใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชานเมือง ตัวอาคารสีขาวสะอาดตากับสวนกว้างที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์
น้ำพุหินอ่อนตรงกลางส่งเสียงน้ำกระทบกันเป็จังหวะเบา ๆ ประตูเหล็กดัดเปิดออก รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดอย่างนุ่มนวล
“ป้าช่วยพาฉันขึ้นห้องด้วยนะ แล้วให้คนยกของที่เหลือไปเก็บด้วย”
ปลายฟ้าสั่งเสียงนุ่ม ป้าแม่บ้านพยักหน้าก่อนจะเดินนำขึ้นไปบนห้องนอนใหญ่ที่ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง โต๊ะวางของกลางห้องถูกวางด้วยถุงช็อปปิ้งจำนวนมาก
“ขอบคุณนะคะป้า เดือนนี้ฉันจะเพิ่มเงินให้ป้าสองเท่า” เธอหันไปยิ้มอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะคุณฟ้า”
ป้าแม่บ้านก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เธออยู่ลำพังในห้องกว้าง
ปลายฟ้าเดินสำรวจรอบห้องที่หรูหรา เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูผ้าขาวสะอาด ผนังถูกประดับด้วยรูปแต่งงานระหว่างเธอกับมาร์ติน ใบหน้าของเ้าสาวในภาพยิ้มหวาน ดวงตาเปล่งประกายความสุข
“เธอไปแล้วจริง ๆ ใช่มั้ยยัยปลายฟ้า เธอจะให้ฉันอยู่แทนเธอไปตลอดอย่างนั้นเหรอ...”
เธอพึมพำเสียงเบากับตัวเอง ก่อนถอนหายใจ
“แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีโอกาสได้ใช้ชีวิตต่อ ขอบคุณนะ ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ต่อไปได้ดีแค่ไหนก็ตาม”
เวลาล่วงเลยจนถึง่เย็น แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ย้อมสวนกว้างด้วยสีทอง ปลายฟ้านั่งทานอาหารเย็นเพียงลำพังที่โต๊ะใหญ่ เสียงช้อนกระทบจานดังสะท้อนในบรรยากาศเงียบงัน
เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเ้าของร่างอย่างปลายฟ้าถึงรู้สึกทุกข์ใจและโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังนี้
ความเงียบทำให้เหมือนเธอเป็เพียงนักโทษในวังทองที่ไร้เพื่อน ไม่มีใครนั่งข้างกาย ไม่มีเสียงพูดคุยมีเพียงความว่างเปล่ากับเสียงหัวใจของตัวเอง
ในที่สุดเธอจึงลุกออกมาเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ััผิวกายทำให้เธอรู้สึกสงบลงเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มประดับด้วยดวงดาวระยิบระยับ
“ถ้าฉันจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข...คนแรกที่ฉันต้องจัดการก็คือสามีของเธอ ยัยปลายฟ้า”
เสียงกระซิบจากริมฝีปากเธอเบาเหมือนคำสาบาน
เมื่อดึกลงเล็กน้อย เธอจึงเดินกลับเข้ามาในคฤหาสน์ กะว่าจะอาบน้ำแช่ตัวในอ่างใหญ่เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า แต่ทันใดนั้นเธอเจอกับสาวใช้ร่างเล็กชื่อมะลิที่ยืนรออยู่ในห้องโถงพร้อมถาดชาอุ่น
“คุณฟ้าคะ ชาอุ่น ๆ ค่ะ” มะลิยื่นแก้วให้ด้วยรอยยิ้มสุภาพ
ปลายฟ้ารับแก้วมาจิบ กลิ่นชาหอมอวลช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
แต่เสียงเครื่องยนต์รถที่ดังขึ้นหน้าบ้านก็ทำให้เธอหันขวับไปมอง ไฟหน้ารถสว่างวาบลอดผ่านหน้าต่าง เธอมองเห็นรถหรูจำนวนสามคันแล่นเข้ามาพร้อมกัน
“คุณมาร์ตินกลับมาแล้วค่ะ ปกติคุณมาร์ตินจะกลับดึกกว่านี้ แต่วันนี้แปลกจังนะคะ”
มะลิพูดด้วยน้ำเสียงแ่
รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าปลายฟ้าในทันที อย่างน้อยคนอย่างมาร์ตินก็ยังฟังสิ่งที่เธอพูดไว้ตอนกลางวันว่าอยากคุยเื่สำคัญ
เธอยืนมองอยู่นานจนมาร์ตินก้าวลงจากรถ สายตาคมกริบของเขามองตรงมาที่เธอเหมือนมีบางสิ่งซ่อนอยู่ภายใน
“กลับมาเร็วจังนะคะ ได้ยินว่าปกติคุณจะกลับดึกไม่ใช่เหรอ”
เธอพูดขึ้นเสียงหวาน แต่สายตากลับกวาดมองเป้ากางเกงของเขาอย่างจงใจพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“มีอะไรก็รีบพูด ฉันไม่มีเวลามาก”
มาร์ตินเอ่ยห้วน ๆ เดินผ่านเธอมุ่งขึ้นบันไดอย่างเ็า แต่กลับชะงักก้าวเมื่อได้ยินคำพูดที่ตามมา
“รอก่อนสิคะ ฉันอยากอาบน้ำก่อน”
เธอหันไปยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเฉียดผ่านเขาขึ้นบันได ร่างบางส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนเขาหันมามองโดยไม่ตั้งใจ
มาร์ตินยืนนิ่ง สายตาติดตามแผ่นหลังอรชรที่ค่อย ๆ เลือนหายไปบนชั้นสอง ใบหน้าหล่อคมตึงเครียดดุดัน แววตาซับซ้อนราวกับกำลังต่อสู้กับอารมณ์บางอย่างที่เดือดพล่านอยู่ในอก
แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา
โปรดติดตามตอนต่อไป.