" เกาะสิงห์ "
เกาะขนาดใหญ่ที่ยังคงสวยงามตามธรรมชาติ ควบคู่ไปกับความเจริญที่ก้าวเข้ามาแบบก้าวะโ หลังจากรัฐบาลอนุมัติให้เปิดกาสิโนแบบถูกกฎหมายได้ โดยการกำหนดให้เกาะแห่งนี้เขตการปกครองพิเศษ
เดิมที "เกาะสิงห์" เป็เกาะไม่มีชื่อเพราะเป็เกาะส่วนตัวของ "เ้าสัวสิทธิชัย พิชญโชติ" คหบดีเก่าแก่ ผู้มั่งคั่ง เพราะเ้าของหลงลืมด้วยเพราะธุรกิจโรงแรม "พีเอส โฮเต็ล" กำลังไปด้วยสวยจนติดอันดับโรงแรมหรูที่มีผู้เข้าพักเป็อันดับต้นๆ ของประเทศ จนมีการขยายสาขาไปอีกหลายจังหวัดและร่วมหุ้นขยายไปต่างประเทศอีกหลายประเทศ เกาะแห่งนี้จึงถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่านานนับั้แ่ได้มา
จนกระทั่งเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนได้เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ทำให้กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ชาวน้ำ" เพราะพักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่บนเรือในท้องทะเลกว้างไม่ไกลจากเกาะมากนักราวสิบครอบครัว พากันหนีคลื่นั์ขึ้นมาหลบภัยบนเกาะร้างกลางทะเล เพราะเกาะร้างไร้ผู้คนแห่งนี้ช่วยให้รอดพ้นจากมหันตภัยร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด ชาวน้ำจึงพากันตั้งรกรากที่นี่เพราะกลัวจะมีเหตุอาฟช็อกตามมา
ซึ่งเมื่อเ้าสัวสิทธิชัยทราบเื่ก็ให้ความช่วยเหลือ ให้ที่อยู่ ที่ทำกิน รวมถึงให้การสนับสนุนในการทำอาชีพประมงซ้ำยังจัดหาตลาดให้ขาย เพื่อให้ชาวน้ำเหล่านี้ได้มีรายได้ หรือหากเด็กๆ คนไหนอยากเรียนหนังสือ เ้าสัวสิทธิชัยก็ยังส่งเสียให้เรียนอีกด้วย
เพราะหลงเสน่ห์ในอัธยาศัยและวิถีชีวิตของชาวน้ำ เ้าของเกาะถึงขั้นมาปลูกบ้านพักตากอากาศเอาไว้ที่นี่ เพื่อใช้เป็ที่หลบหนีความวุ่นวายจากการงานและผู้คน และเมื่อมาบ่อยเข้าก็อยากที่จะมาใช้ชีวิตที่นี่เสียเลย จึงประกาศวางมือจากธุรกิจทุกอย่างโดยยกกิจการในมือให้ลูกสาวและหลานชายเพียงคนเดียวเข้ามาสานต่อ แล้วย้ายมาอยู่ที่เกาะเป็การถาวร
แต่การที่จะเรียกหลานชาย "สิงหา คาร์เตอร์ พิชญโชติ" ที่มีธุรกิจใหญ่โตอย่าง "Royal Sea International" ธุรกิจเรือสำราญขนาดใหญ่ติดอันดับสามของโลกมาช่วยงานได้ ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจมากพอ และอะไรจะดึงดูดเ้าพ่อกาสิโนและเรือสำราญได้เล่าหากไม่ใช่…
จากเกาะไร้ชื่อจึงถูกตั้งชื่อขึ้นมาทันทีว่า "เกาะสิงห์" ตามชื่อเ้าของคนใหม่ พร้อมๆ กับการเดินเื่ขอสัมปทานกาสิโนแถมควบมาด้วยการเปิดเส้นทางล่องเรือสำราญเส้นใหม่ที่ยังไม่มีในแถบเอเชียอีกด้วย
นอกจากจะมาเปิดกาสิโน และรีสอร์ตสุดหรูแล้ว สิงหายังสร้าง สถานพยาบาล สถานฝึกวิชาชีพ และช็อปขายสินค้าหัตกรรมเพื่อให้ชาวน้ำมาขายงานฝีมือที่ได้ร่ำเรียนมา ให้กับนักท่องเที่ยวและนักแสวงโชคผู้มาเยือน เมื่อมีกาสิโนถูกกฎหมายที่ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ วิ่งหนีตำรวจ และธรรมชาติที่ยังคงความงดงามเป็สิ่งดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวและนักแสวงโชคจึงหลั่งไหลเข้ามาเป็จำนวนมาก นำมาซึ่งความเจริญมากมายในเวลาเพียงสามปี
แต่ถึงอย่างนั้นเ้าพ่อกาสิโนก็ยังกันพื้นที่ในส่วนของด้านท้ายเกาะซึ่งเป็บ้านพักอาศัยของชาวน้ำ และบ้านพักตากอากาศของเ้าสัวสิทธิชัยให้เป็พื้นที่ส่วนตัว ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง หากแต่ครอบครัวไหนสนใจอยากที่จะทำโฮมสเตย์แบบอนุรักษ์ความเป็ชนเผ่าดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อให้คนที่มีความสนใจในวิถีชีวิตของชาวน้ำได้มาเรียนรู้ เขาก็ให้การสนับสนุน
เพราะนำพาความเจริญเข้ามาโดยไม่ละทิ้งผู้คนเดิมๆ ซ้ำยังหาช่องทางให้มีอาชีพ และรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้สิงหาเป็ที่เคารพ และเทิดทูนของชาวน้ำไม่ต่างจากผู้เป็ตา แต่ที่ต่างกันคือความยำเกรงที่หลานชายดูจะมีมากกว่า ด้วยเพราะบุคลิกนิ่งเงียบ พูดน้อยแต่ทำจริง โดยเฉพาะคนที่คิดมากระตุกหนวดสิงห์ ไม่มีใครมีชีวิตที่ดีเลยสักคน ทำให้คนที่รู้กิตติศัพท์ไม่ค่อยมีใครกล้าแหย็ม
“แค่แปดล้าน ผมจะไปพอได้ยังไง คุณไม่คิดจะให้ขวัญถุงผมอีกสักหน่อยหรือ”
คนถามเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว แม้นรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะต่อรองด้วยได้ง่าย แต่เขาก็มีความจำเป็ที่จะต้องมีเงินติดกระเป๋าเพื่อทำทุนเหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของลูกทั้งนั้น
“ผมไม่คิดว่าสถานะแบบคุณจะมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้”
จริงอยู่ที่เขาเป็คนยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่าย เพราะอยากได้ของมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคู่ค้าจะมีสิทธิ์มาต่อรองอะไรเพิ่มได้ และเขาคิดดีแล้วว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยรักษาชีวิตฝ่ายนั้นเอาไว้ได้
“ผมว่าได้นะถ้าเสี่ยซ่งได้เห็นสินค้า”
“ผมไม่คิดว่าจะมีใครยอมจ่ายมากกว่าแปดล้าน” ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มดูถูก อย่างไม่คิดจะปิดบัง สิงหาไม่ได้ดูถูกสิ่งที่กำลังตกลงซื้อขาย แต่เขาดูถูกคนโง่ที่คิดจะต่อรองกับเขาต่างหาก
“บางทีเสี่ยอาจจะยอมให้มากกว่าที่คุณเสนอก็ได้”
“หรือไม่ก็เอาไปเฉยๆ แล้วส่งคุณไปเป็อาหารปลาในทะเล” คนอ่อนวัยกว่าชี้ความจริงให้อีกฝ่ายได้เห็น ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายรู้ดีไม่อย่างนั้นคงไม่รีบเอาคนมาให้เขาทันทีที่ได้รับข้อเสนอ
คนละโมบเงยหน้าสบกับแววตาคมกล้าอย่างตระหนก และเห็นจริงตามที่คนอ่อนวัยกว่าพูดทุกอย่าง
“ผมว่าคุณเซ็นต์สัญญาแล้วรีบออกไปจะดีกว่า” ร่างสูงใหญ่ที่ยังนั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานบอกเสียงเรียบเรื่อยด้วยท่าทีสบาย แต่ก็คงแฝงไว้ด้วยอำนาจ
“ถ้าผมไม่เซ็นต์” คนคิดจะต่อรองวางปากกาในมือสั่นเทาลง พลางมองสบดวงตาดุคมชั่วครู่ก่อนจะหลบสายตาซ่อนความประหม่า
ถึงแม้นฝ่ายนั้นจะยื่นข้อเสนอสุดวิเศษที่ทั้งง่ายและสบายมาให้ แต่เขายังอยากได้เพิ่มอีกสักหน่อย
“เลือกเอาว่าคุณจะเซ็นชื่อลงไป หรือเป็อาหารปลา” คนร่างสูงใหญ่ขยับตัวขึ้นมานั่งหลังตรงก่อนใช้สายตาแข็งกร้าวกดดัน จนคนที่คิดจะลองของชักใจฝ่อไปกว่าครึ่ง
“คุณเล่นหักนั่นหักนี่ เยอะแยะไปหมดจนผมไม่เหลือเงินสดติดมือเลย” คนคิดต่อรองเสียงอ่อนลง
“ผมไม่ได้จ่ายเพื่อให้คุณไปถลุงเล่น รีบเซ็นชื่อแล้วออกไปได้แล้ว” สิงหาบอกเสียงเย็นเป็การเตือนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่อีกฝ่ายจะไม่ได้อะไรเลย อันที่จริงเขาจะเข้าถึงคนโดยไม่ต้องเสียเงินให้อีกฝ่ายก็ยอมได้ แต่ที่ยอมจ่ายก็เพื่อความสบายใจและตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
ความแข็งกร้าวจากน้ำเสียงและท่าทีคล้ายจะหมดความอดทน ทำให้ธนัทต้องยอมจรดปากกาเซ็นชื่ออย่างเสียไม่ได้
สิงหารอจนกระทั่งอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษตรงหน้า แล้วจึงส่งรอยยิ้มสมใจไปให้พร้อมกับเอ่ย
“ช่วยจำเอาไว้ด้วยนะ ว่าต่อจากนี้เม็ดทรายเป็กรรมสิทธิ์ของผมคนเดียวเท่านั้น”
***
คุณสิงห์คนโฉดใช้เงินซื้อคนแล้วยังขู่ฆ่าเขาอีก
ปล. แต้วเปลี่ยนชื่อเื่จาก "กรรมสิทธิ์หัวใจ" เป็ "หัวใจใต้อาณัติ" นะคะเพราะบังเอิญชื่อไปซ้ำกับนักเขียนท่านอื่น
ชอบหรือไม่ชอบสะกิดบอกกันบ้างน้า...