"จะถึงที่หมายในอีกสิบนาที!!"
เสียง AI ที่ควบคุมเครื่องบินดังขึ้นมา ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตรวจเช็คเครื่องแบบของตนเองเพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องจากสถานที่ลงจอดคือที่งานเลี้ยงต้อนรับ แม้ในเวลาปกติสมาชิกในหน่วยจะเฮฮา แต่ว่าเมื่อออกงานเช่นนี้อู่จินหยางได้ออกคำสั่งให้รักษามารยาทในทันที เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าสังคมทุกหน่วยของดราก้อนเอ็มไพร์ต้องรู้จักวางตัวให้ประชาชนในประเทศที่ได้เห็นไว้วางใจว่า พวกเขาจะปลอดภัยเมื่อมีดราก้อนเอ็มไพร์อยู่ ดังนั้นจะมาทำตัวบ้าๆบอๆเหมือนในหน่วยไม่ได้
"ลงจอดสิ้นเสร็จประตูด้านหลังจากเปิดออกในอีกสิบวินาที"
AI แจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากถึงที่หมาย อู่จินหยาง จิงจิง ไป๋ฉี และโรส ประจำตำแหน่งหัวแถวในฐานะของหน้าหน่วยและลูกศิษย์ ส่วนหัวหน้าทีมทั้งสี่อยูในลำดับถัดไป สุดท้ายคือเหล่าลูกทีม
เมื่อประตูขนาดใหญ่ของเครื่องบินเปิดออก สิ่งที่ปรากฏคือทหารชั้นนายสิบที่ยืนเรียงแถวกันเพื่อมาตอนรับพวกเขา แถมบริเวณทางเดินยังถูกปูไปด้วยพรมแดง เรียกได้ว่าเป็นงานของชนชั้นสูงอย่างแท้จริง
อู่จินหยางไม่รอช้า เขาพาหน่วยมังกรขาวเดินลงไปยังงาน ไป๋ฉีหันไปมองด้านข้าง ปรากฏว่านอกจากเครื่องบินของพวกเขาแล้วยังมีเครื่องบินรูปลักษณ์เดียวกันแต่คนละสีอีกสามลำที่จอดอยู่ข้างๆพร้อมกับคนที่สวมชุดเครื่องแบบของดร้าก้อนเอ็มไพร์สีดำที่เดินลงมา ไป๋ฉีสามารถคาดเดาได้เลยว่านั่นคือหน่วยมังกรดำอย่างแน่นอน
"ฉีเอ่อร์ จำเอาไว้ หน่วยมังกรขาวกับหน่วยมังกรดำเป็นคู่แข่งกันมาแต่ไหนแต่ไร ในงานอาจจะมีการตีฝีปากหรือเขม่นกันก็เป็นได้ หากพวกมังกรดำไม่มายุ่งกับเราก็ดีไป แต่ถ้าเกิดการถกเถียงขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนในหน่วยมังกรขาวจะไม่ได้รับอนุญาติให้ยอมแพ้โดยเด็ดขาด"อู่จินหยางกล่าว แม้คำพูดนี้จะดูแปลกๆก็ตามแต่ก็ฟังขึ้นน่าดู
จะให้พูดง่ายๆก็คือหน่วยมังกรขาวนอกจากฝีมือดีแล้วต้องฝีปากกล้าวด้วยสินะ ไป๋ฉีไม่เพียงไม่คัดค้านแต่เขากลับรู้สึกว่ามันน่าสนใจดี เมื่อเข้าไปในงาน สิ่งที่พบเจอเป็นอย่างแรกเลยคือนักข่าวที่อยู่รอบๆซึ่งแน่นอนพวกเขาเพียงถ่ายรูปเท่านั้นไม่ได้ก่อความวุ่นวายอะไร
อู่จินหยางหยุดลงที่หน้าประตูเนื่องจากผู้ว่าของเมืองนี้เดินมาต้องรับจึงต้องหยุดเพื่อสนทนากันเล็กน้อย เวลาเดียวกันนั้นเองหน่วยมังกรดำชุดสุดท้ายก็เข้ามาด้านในกันพอดี แน่นอนว่าสมาชิกที่อยู่ด้านหลังนั้นต่างเขม่นและตีฝีปากกันทันทีเมื่อพบเจอ ราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างไรอย่างนั้น
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ถึงกับกลั่นขำ เพราะที่พวกเขาต่างเกทับกันตั้งแต่เรื่องผลงานไปจนถึงเรื่องส่วนตัวเลยทีเดียว
"ฉี ไม่อยากร่วมการตีฝีปากกับพวกเขาบ้างหรอ"โรสกล่าวถาม
"ไม่ล่ะ เธอก็รู้ว่าฉันต่อปากต่อคำกับใครไม่ค่อยเก่งนัก ถ้าแพ้ขึ้นมาได้ขายหน้าอาจารย์แย่"ไป๋ฉีกล่าว โรสยกยิ้มและพยักหน้าให้ เหล่าผู้ชายทั้งในงานเมื่อเห็นรอยยิ้มโรสก็ถึงกับใจสั่นไปตามๆกัน
เจ้าหญิงเพลิงน้ำแข็งขึ้นชื่อเรื่องใบหน้าที่งดงามแต่เย็นชาเป็นที่สุด ดังนั้นรอยยิ้มของโรสจะเป็นอะไรที่หาดูได้ยากเอามากๆ แน่นอนว่าคนที่เธอยิ้มให้อย่างไป๋ฉี ต่างถูกสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของชายทั้งงานเพ็งมองราวกับจะฆ่ากันให้ตายอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนผู้ชายของหน่วยมังกรดำเองก็ไม่ได้ต่างกัน แต่พวกเขาไม่กล้าไปหาเรื่องหรือตีฝีปากกับไป๋ฉี เนื่องจากรับรู้ถึงวีรกรรมที่ชายหนุ่มทำไว้ใน เดอะเวิร์ด เมื่อวานนี้ ชายที่เอาชนะอัจฉิยะหัวกะทิของทั้งสิบประเทศในรุ่นเดียวกันได้ใครจะกล้าไปหาเรื่องกัน
"ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าจิน ที่มาต้อนรับในครั้งนี้"เมื่อคุยกันได้สักพัก อู่จินหยางก็กล่าวจบบทสนทนา
"ฮ่าๆๆพูดอะไรแบบนั้นกันครับท่านอู่จินหยาง มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วที่ต้องอำนวยความสะดวกให้ดราก้อนเอ็มไพร์ เชิญด้านก่อนเถอะครับ อาหารและเครื่องดื่มพร้อมแล้ว"ผู้ว่าจินกล่าว อู่จินหยางพยักหน้าและนำหน่วยของตัวเองเข้าไปทันที
ทว่าอู่จินหลินก็มายืนดักทางอไว้ทำให้ต้องหยุดชะงัก บรรยากาศในงานกลับกลายเป็นเงียบทันทีเมื่อหัวหน้าทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน และเป็นอู่จินหยางที่กล่าวถามขึ้นมาก่อน
"มีอะไร?"
"เฮๆน้องชายอย่าทำหน้าจริงจังแบบนั้นสิ ฉันแค่อยากมาดูหน้าของอัจฉริยะของคอสมิคอารีน่าเฉยๆนายคงไม่ห่วงลูกศิษย์ถึงขนาดให้ฉันดูไม่ได้หรอกนะใช่ไหม"อู่จินหลินกล่าวแล้วหันไปทางไป๋ฉีในทันทีและยกยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
"ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ฉีเอ่อร์ ทักทายเขาหน่อยสิ"อู่จินหยางกล่าวและชำเลืองมองไปยังศิษย์ของตน ไป๋ฉีเองก็เดินออกมาทำความเคารพอู่จินหลินทันทีก่อนที่จะแนะนำตัวอย่างเพียงสั้นๆ
"สวัสดีครับ ชื่อไป๋ฉีครับ เป็นศิษย์ของอาจารย์อู่จินหยาง"กล่าวจบก็กลับไปอยู่หลังอาจารย์เช่นเดิม ทำให้อู่จินหลินถึงกับคิ้วกระตุกไป เจ้าเด็กบ้านี่ ไม่คิดจะรอเขาพูดอะไรก่อนหรืออย่างไร พอแนะนำตัวเสร็จก็เดินกลับไปซะดื้อ ไอ้นิสัยแบบนี้เหมือนอู่จินหยางไม่มีผิด ช่างน่าหมั่นใส้จริงๆ
"ฮ่าๆๆ น่าสนใจดีๆ หวังว่าจะทำผลงานได้ดีเหมือนในคอสมิคอารีน่านะ ฉันจะรอดูผลงาน"อู่จินหลินกล่าวก่อนจะหันหลังไป และบริเวณที่เขาเดินกลับไปนั้นคือโต๊ะที่มีอัจฉริยะทั้งสามอย่างกงฮ่าว เจียงหลิน ซุนหรง และทีมของพวกเขานั่งอยู่ สายตาจับจ้องไปที่หน่วยมังกรขาวด้วยความสนใจ
โดยเฉพาะซุนหรงเธอจับจ้องไปที่ไป๋ฉีและโรสเป็นพิเศษเหมือนกับเจอสิ่งที่ท้าทาย ในประเทศนี้แน่นอนว่าตอนแรกเธอคืออันดับหนึ่งของรุ่นอย่างไม่ต้องสงสัยทว่าตอนนี้เธอกลับต้องมาเป็นที่สอง
แถมคนที่เป็นที่หนึ่งของประเทศอย่างเสี่ยวฉีหรือไป๋ฉีในตอนนี้ก็ยังควบตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกในรุ่นนี้อีก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เธออยากจะประลองกับเขาสักตั้ง เพราะอยากรู้ถึงความห่างชั้นว่ามันจะแตกต่างกันมากเพียงใด
งานเลี้ยงดำเนินไปพักใหญ่ก่อนที่จะจบลงในเวลาห้าทุ่ม ไม่ว่าคนของหน่วยมังกรขาวหรือมังกรดำก็ต่างแยกย้ายกันขึ้นเครื่องบินและกลับเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อนในทันทีโดยปล่อยให้เครื่องบินลอยอยู่กลางอากาศเช่นนั้น
แน่นอนไป๋ฉีเองก็เข้านอนเช่นเดียวกันแต่ที่แปลกกว่าคนอื่นนั้น ก็คือในห้องของไป๋ฉีนั้นไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว แต่มีโรสที่เข้ามานอนกับเขาด้วย
"ระ โรส จะเข้ามานอนด้วยฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่ช่วยแต่งตัวให้มันมิดชิดกว่านี้หน่อยได้หรือเปล่า พรุ่งนี้ฉันต้องทำภารกิจนะ"ไป๋ฉีกล่าวอย่างตะกุกตะกับพยายามไม่มองไปที่หญิงสาว
โรสที่เห็นแบบนั้นก็เหมือนจะยิ่งได้ใจ ชุดนอนของเธอที่มันเปิดเผยส่วนเว้าส่วนโค้งอยู่แล้วอยู่ดีๆก็เหมือนจะหลวมขึ้นมาในทันใด ไป๋ฉีเองก็อดที่จะชำเลืองมองไปที่เธอไม่ได้ ให้ตายเถอะผู้หญิงคนนี้ใจกล้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
"เป็นอะไรไป เมื่อก่อนเราก็นอนกอดกันแบบนี้ฉันก็ใส่ชุดแบบนี้ ไม่จะผิดปกติตรงไหน"
"เฮลโลๆคุณโรสครับ ตอนนี้ผมกับคุณอายุสิบแปดแล้วนะ บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย มายั่วฉันแบบนี้ไม่กลัวว่าฉันจะห้ามใจไม่ได้บ้างหรือ"ไป๋ฉีกล่าวถาม
"ฮิฮิ อยากทำก็ทำสิ ฉันไม่ได้ห้ามสักหน่อย ถึงอย่างไรนายก็เป็นผู้ชายของฉัน และฉันก็เป็นผู้หญิงของนายอยู่แล้ว เรื่องนี้แบบนี้ไม่ว่าช้าหรือเร็วมันก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี"โรสกล่าวพร้อมกับค่อยๆใช้มืออันเรียวงามลูบไล้ไปที่แผงอกของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล
ไป๋ฉีเลือดลมเดือดพล่าน เขาจับมือของโรสเอาไว้และดึงเธอมาจูบอย่างดูดดื่มอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะผละริมฝีปากออกและนำผ้าห่มมาห่มให้กับหญิงสาวเพื่อบดบังเรือนร่างของเธอเอาไว้
"โรส ถ้าเป็นที่บ้านเธอไม่รอดแน่ แต่ตอนนี้เราอยู่ในบนเครื่องบิน แถมพรุ่งนี้ฉันยังต้องทำงานอีก ดังนั้นนอนหลับซะดีๆอย่าดื้ออย่าซน ถือว่าเห็นใจแฟนตัวน้อยๆอย่างฉันเถอะ"ไป๋ฉีกล่าวพร้อมทำหน้าออดอ้อน เขากอดแฟนสาวเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกจากผ้าห่มได้ ไม่อยากนั้นคืนนี้ไป๋ฉีไม่ได้นอนแน่ๆ
ส่วนทางด้านของโรสเองเมื่อเห็นแฟนหนุ่มขอร้องแบบนั้นเธอก็ไม่ได้ยั่วยวนเขาอีกต่อไป แต่กลับนอนกอดเขาแทน ทั้งสองจึงพากันหลับไป แต่กว่าจะหลับได้เวลาก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน