การค้นหาร่างผู้สูญหายล่วงเลยมาจนถึง 2 ทุ่ม แต่ทีมค้นหายังไม่พบตัวลูกสาวที่หายไป เด็กสาววัย 18 ปี ซึ่งเป็นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของนายช่างวิศวกรโยธา และเป็ลูกสาวของโค้ชว่ายน้ำในโรงเรียนเดียวกัน
จนถึงขณะนี้พ่อและแม่ของเน่ยังไม่ยอมห่างจากน้ำในอ่างเก็บน้ำ เพราะหวังว่านักประดาน้ำจะพบลูกสาวที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ในใจลึก ๆ ของพวกเขาจะรู้ดีว่าโอกาสที่ลูกจะรอดชีวิตนั้นแทบไม่มีแล้ว
“เน่น่ะแข็งแรง พ่อจำได้เน่เป็ตะคริวครั้งสุดท้ายตอนแปดขวบ แล้วก็ไม่เคยเห็นเน่เป็ตะคริวในน้ำอีกเลย จำได้มั้ยต้นปีที่เราไม่เที่ยวน้ำตกกัน เน่ว่ายน้ำทวนกระแสน้ำตกแข่งกับพ่อ ลูกว่ายชนะพ่อด้วยซ้ำ”
สุรชัยกล่าวกับภรรยาและลูกชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขานั่งกอดเข่าอยู่ริมตลิ่งด้วยความรู้สึกใจหายแล้วใจหายอีก และไม่อยากจะเชื่อว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา
“มันแปลกมากนะพ่อ ก่อนที่ลูกจะหายไป แม่ยังร้องถามเน่เลยว่า จะปล่อยให้พ่อกับน้องชนะเหรอ แกตอบแม่ว่าตอนนี้ไม่มีอารมณ์อยากแข่ง แม่หันไปะโบอกพ่อว่าให้ว่ายแข่งกันไปก่อน แต่พอแม่หันกลับมาเน่ก็หายไปแล้ว แม่ดำน้ำลงไปหาก็ไม่เห็น มันเหมือนเน่หายตัวไปเฉย ๆ แต่...” คำสุดท้ายผู้เป็แม่เสียงสั่น เพราะพยายามกลืนเสียงสะอื้นลงไปในลำคอ “มันเป็ไปไม่ได้ เวลาไม่กี่วินาที มันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นนะพ่อ ลูกตัวสูงยาวขนาดนั้นจะหายวับไปเฉย ๆ ได้ยังไง”
มธุรสพูดด้วยสีหน้าใระคนไปกับความประหลาดใจ
“แล้วน้ำก็ไหลไม่แรงด้วย น้ำนิ่งมาก”
พิษณุผู้เป็ทั้งลูกชายและน้องชายกล่าวพร้อมกับโยนก้อนหินลงไปในน้ำด้วยอาการหมดหวัง
“มันเป็อย่างนี้ได้ยังไง” สุรชัยถอนหายใจยาว “พ่อไม่น่าว่ายแข่งเล๊ย ไม่งั้นเน่คงอยู่ในสายตาของพ่อ”
สุรชัยกล่าวพร้อมกับหันไปมองตาภรรยาด้วยน้ำที่เอ่อเต็มขอบตา
“อย่าโทษตัวเองเด็ดขาด แม่อยู่ใกล้ลูกกว่าพ่อ ห่างกันไม่ถึงสองเมตร แม่ยังช่วยลูกไม่ทัน แต่... ถ้าเน่จมน้ำจริง ๆ ลูกว่ายน้ำเป็แกต้องพยายามตีขากระเสือกกระสน และ... มันต้องใช้เวลานะกว่าจะจม มันต้องสำลักน้ำ และมันต้องอยู่ตรงนั้นไม่ใช่หายไปแบบนี้ ไม่รู้สิ แม่คิดว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเน่แน่นอน”
มธุรสกล่าวเสียงสั่น ตอนนี้เธอนึกเห็นแต่ใบหน้าของลูกสาวที่ลอยคออยู่ในน้ำตรงนั้น ก่อนที่จะหายตัวไปเพียงชั่วพริบตา
เวลากว่า 5 ทุ่ม นักประดาน้ำยังคงงมค้นหาผู้สูญหายกันอย่างเต็มที่ เรือยางและเรือเร็วลอยลำอยู่กลางน้ำมากกว่า 8 ลำ ซึ่งลอยลำคอยสนับสนุนนักประดาน้ำที่กำลังปฏิบัติการค้นหาอยู่ใต้น้ำ
“สงสัยจะต้องไปรอรับตัวอยู่ที่ประตูเขื่อนนู้น กูว่า”
เสียงอาสาสมัครกู้ภัยคนหนึ่งกล่าวกับเพื่อนที่อยู่บนเรือยางติดเครื่องยนต์ที่ลอยลำอยู่ข้างกัน
“โอ้ หายไปนานขนาดนี้ หวังให้รอดคงยาก แต่แปลกนะ น้ำนิ่งขนาดนี้ทำไมถึงหาไม่เจอวะ นี่จะสิบกว่าชั่วโมงแล้วนะ”
“กูว่าต้องจุดธูปขอเ้าป่าเ้าเขาแล้วล่ะ เป็อีแบบนี้งมหายังไง ๆ ก็ไม่เจอหรอก”
แล้วทันใดนั้นเสียงวิทยุสื่อสารก็ขึ้น
“ZZZ… แจ้งทุกท่านทราบ ขอให้หยุดภารกิจค้นหาในเวลาหกทุ่มตรง และจะเริ่มทำการค้นหาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลาแปดนาฬิกาตรง เปลี่ยน ZZZ…”
เสียงนั้นดังออกมาจากลำโพงวิทยุสื่อสารซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวของอาสาสมัครกู้ภัยทั้งสองคน
“เอ้า... เก็บของ เหลืออีกยี่สิบนาทีหกทุ่ม”
เ้าหน้าที่อาสาสมัครคนที่อยู่บนเรือติดเครื่องยนต์ร้องขึ้น
ตรงผืนน้ำระหว่างเรือสองลำที่ลอยนิ่งอยู่ในน้ำ ทันใดนั้นร่างของใครคนหนึ่งสวมเสื้อคล้ายชุดว่ายน้ำสีส้มก็ลอยโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำตรงนั้น!
“เฮ้ย! ดูนั่นใช่มั้ย”
อาสาสมัครที่อยู่บนเรือยางลำด้านขวาร้องขึ้นพร้อมกับชี้ให้เพื่อนดู
“เฮ้ย!”
อาสาที่พึ่งจะหันมองดูถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นสิ่งที่ลอยอยู่ในน้ำ จากนั้นเขาเอื้อมไปหยิบไม้พายและดันเรือยางอีกลำที่ลอยติดกันให้ห่างออกไป แล้วก้าวขานั่งคร่อมลงบนขอบเรือยาง
ทันทีที่ตั้งสติได้ เ้าหน้าที่อาสาก็เอื้อมมือไปดึงเสื้อรัดรูปที่สวมอยู่กับร่างนั้น
“เจอแล้ว! เจอแล๊ว!”