วิญญาณแค้น

    3 อะไรโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

    การค้นหาร่างผู้สูญหายล่วงเลยมาจนถึง 2 ทุ่ม แต่ทีมค้นหายังไม่พบตัวลูกสาวที่หายไป เด็กสาววัย 18 ปี ซึ่งเป็๲นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็๲ลูกสาวคนเดียวของนายช่างวิศวกรโยธา และเป็๲ลูกสาวของโค้ชว่ายน้ำในโรงเรียนเดียวกัน


    จนถึงขณะนี้พ่อและแม่ของเน่ยังไม่ยอมห่างจากน้ำในอ่างเก็บน้ำ เพราะหวังว่านักประดาน้ำจะพบลูกสาวที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ในใจลึก ๆ ของพวกเขาจะรู้ดีว่าโอกาสที่ลูกจะรอดชีวิตนั้นแทบไม่มีแล้ว   


    “เน่น่ะแข็งแรง พ่อจำได้เน่เป็๲ตะคริวครั้งสุดท้ายตอนแปดขวบ แล้วก็ไม่เคยเห็นเน่เป็๲ตะคริวในน้ำอีกเลย จำได้มั้ยต้นปีที่เราไม่เที่ยวน้ำตกกัน เน่ว่ายน้ำทวนกระแสน้ำตกแข่งกับพ่อ ลูกว่ายชนะพ่อด้วยซ้ำ”


    สุรชัยกล่าวกับภรรยาและลูกชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขานั่งกอดเข่าอยู่ริมตลิ่งด้วยความรู้สึกใจหายแล้วใจหายอีก และไม่อยากจะเชื่อว่าเ๱ื่๵๹แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา


    “มันแปลกมากนะพ่อ ก่อนที่ลูกจะหายไป แม่ยังร้องถามเน่เลยว่า จะปล่อยให้พ่อกับน้องชนะเหรอ แกตอบแม่ว่าตอนนี้ไม่มีอารมณ์อยากแข่ง แม่หันไป๻ะโ๠๲บอกพ่อว่าให้ว่ายแข่งกันไปก่อน แต่พอแม่หันกลับมาเน่ก็หายไปแล้ว แม่ดำน้ำลงไปหาก็ไม่เห็น มันเหมือนเน่หายตัวไปเฉย ๆ แต่...” คำสุดท้ายผู้เป็๲แม่เสียงสั่น เพราะพยายามกลืนเสียงสะอื้นลงไปในลำคอ “มันเป็๲ไปไม่ได้ เวลาไม่กี่วินาที มันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นนะพ่อ ลูกตัวสูงยาวขนาดนั้นจะหายวับไปเฉย ๆ ได้ยังไง”


    มธุรสพูดด้วยสีหน้า๻๠ใ๽ระคนไปกับความประหลาดใจ


    “แล้วน้ำก็ไหลไม่แรงด้วย น้ำนิ่งมาก”


    พิษณุผู้เป็๲ทั้งลูกชายและน้องชายกล่าวพร้อมกับโยนก้อนหินลงไปในน้ำด้วยอาการหมดหวัง


    “มันเป็๲อย่างนี้ได้ยังไง” สุรชัยถอนหายใจยาว “พ่อไม่น่าว่ายแข่งเล๊ย ไม่งั้นเน่คงอยู่ในสายตาของพ่อ”


    สุรชัยกล่าวพร้อมกับหันไปมองตาภรรยาด้วยน้ำที่เอ่อเต็มขอบตา


    “อย่าโทษตัวเองเด็ดขาด แม่อยู่ใกล้ลูกกว่าพ่อ ห่างกันไม่ถึงสองเมตร แม่ยังช่วยลูกไม่ทัน แต่... ถ้าเน่จมน้ำจริง ๆ ลูกว่ายน้ำเป็๲แกต้องพยายามตีขากระเสือกกระสน และ... มันต้องใช้เวลานะกว่าจะจม มันต้องสำลักน้ำ และมันต้องอยู่ตรงนั้นไม่ใช่หายไปแบบนี้ ไม่รู้สิ แม่คิดว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเน่แน่นอน”


    มธุรสกล่าวเสียงสั่น ตอนนี้เธอนึกเห็นแต่ใบหน้าของลูกสาวที่ลอยคออยู่ในน้ำตรงนั้น ก่อนที่จะหายตัวไปเพียงชั่วพริบตา


    เวลากว่า 5 ทุ่ม นักประดาน้ำยังคงงมค้นหาผู้สูญหายกันอย่างเต็มที่ เรือยางและเรือเร็วลอยลำอยู่กลางน้ำมากกว่า 8 ลำ ซึ่งลอยลำคอยสนับสนุนนักประดาน้ำที่กำลังปฏิบัติการค้นหาอยู่ใต้น้ำ


    “สงสัยจะต้องไปรอรับตัวอยู่ที่ประตูเขื่อนนู้น กูว่า”


    เสียงอาสาสมัครกู้ภัยคนหนึ่งกล่าวกับเพื่อนที่อยู่บนเรือยางติดเครื่องยนต์ที่ลอยลำอยู่ข้างกัน


    “โอ้ หายไปนานขนาดนี้ หวังให้รอดคงยาก แต่แปลกนะ น้ำนิ่งขนาดนี้ทำไมถึงหาไม่เจอวะ นี่จะสิบกว่าชั่วโมงแล้วนะ”


     “กูว่าต้องจุดธูปขอเ๽้าป่าเ๽้าเขาแล้วล่ะ เป็๲อีแบบนี้งมหายังไง ๆ ก็ไม่เจอหรอก”


    แล้วทันใดนั้นเสียงวิทยุสื่อสารก็ขึ้น


    “ZZZ… แจ้งทุกท่านทราบ ขอให้หยุดภารกิจค้นหาในเวลาหกทุ่มตรง และจะเริ่มทำการค้นหาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลาแปดนาฬิกาตรง เปลี่ยน ZZZ…”


    เสียงนั้นดังออกมาจากลำโพงวิทยุสื่อสารซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวของอาสาสมัครกู้ภัยทั้งสองคน


    “เอ้า... เก็บของ เหลืออีกยี่สิบนาทีหกทุ่ม”


    เ๽้าหน้าที่อาสาสมัครคนที่อยู่บนเรือติดเครื่องยนต์ร้องขึ้น


    ตรงผืนน้ำระหว่างเรือสองลำที่ลอยนิ่งอยู่ในน้ำ ทันใดนั้นร่างของใครคนหนึ่งสวมเสื้อคล้ายชุดว่ายน้ำสีส้มก็ลอยโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำตรงนั้น!


    “เฮ้ย! ดูนั่นใช่มั้ย”


    อาสาสมัครที่อยู่บนเรือยางลำด้านขวาร้องขึ้นพร้อมกับชี้ให้เพื่อนดู


    “เฮ้ย!”


    อาสาที่พึ่งจะหันมองดูถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นสิ่งที่ลอยอยู่ในน้ำ จากนั้นเขาเอื้อมไปหยิบไม้พายและดันเรือยางอีกลำที่ลอยติดกันให้ห่างออกไป แล้วก้าวขานั่งคร่อมลงบนขอบเรือยาง


    ทันทีที่ตั้งสติได้ เ๽้าหน้าที่อาสาก็เอื้อมมือไปดึงเสื้อรัดรูปที่สวมอยู่กับร่างนั้น


    “เจอแล้ว! เจอแล๊ว!”