กฤตชัยที่พบเข้ากับดอนและซานโช่บนรถไฟเขาจึงตัดสินใจรับสัญญาอย่างลอย ๆ ว่าจะหาสถานที่พักใกล้ ๆ สถานีวิหารศักดิ์สิทธิ์เก่าของอาณาจักรให้กับทั้งสองคนและเนื่องจากความใจดีอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังก็ได้กลายเป็ว่าในท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้มาลงเอยลงยังที่แห่งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้เสียอย่างงั้น
เหตุการณ์ปัจจุบันรถไฟก็ได้มาถึงและจอดลงยังสถานีที่หมายเป็ที่เรียบร้อยประตูรถไฟได้เปิดขึ้นมาพร้อมกับหญิงสาวที่รีบเอาตัวเบียดเสียดออกมาจากฝูงชนด้วยความตื่นเต้นและเมื่อเธอเดินออกมาจากสถานีก็ได้พบเข้ากับตลาดที่พลุ่งพล่านไปด้วยผู้คนทั้งพ่อค้าและแม่ค้าก็ต่างตั้งแผงขายของกันอย่างหลากหลายทำให้ตัวเธออยากเข้าไปเดินชมดูของต่าง ๆ จนกระทั่งเสียงของซานโช่ที่ได้เตือนสติตัวเธอให้รอพวกเขาก่อนจะไปกันต่อ กฤตชัยที่ได้ตามหลังซานโช่มานั้นก็กำลังเดินคอตกครุ่นคิดแผนการที่จะทำให้ตัวเขาและทั้งสองคนแยกออกจากกันโดยที่ไม่ดูน่าสงสัย
[โถ่ ๆ คิดไม่ตกเลยสิเราอย่างงี้งานเราก็ยากขึ้นไปอีก~]
"เฮ้อ... "
(กฤตชัยถอนหายใจ)
ในขณะที่กฤตชัยกำลังคิดอยู่นั้นเอง ดอนเธอเองก็ได้จูงมือของซานโช่ไปเดินดูสิ่งของภายในตลาดทำให้เขาได้คิดแผนการที่สุดแสนจะเรียบง่ายแต่ได้ผลดีสุด ๆ เขาเดินเข้าไปกอดหลังคอทั้งสองคนที่ซึ่งกำลังยืนมองแผงขายของอยู่ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็มิตร
"นี่พวกเธอทั้งสองคนในเมื่อฉันก็มีธุระและพวกเธอก็ดูเหมือนจะสนใจแผงขายของตรงนี้อยู่ด้วย~" - กฤตชัย
"ดังนั้นเพื่อไม่เป็การเสียเวลาฉันจึงจะขอตัวไปทำธุระก่อนก็แล้วกันนะ" - กฤตชัย
"เดี๋ยวฉันจะกลับมารับหลังจากธุระเสร็จแล้ว" - กฤตชัย
"ครับท่านกฤต ถ้าอย่างพวกผมจะรอกันตรงนี้นี่แหละครับ" - ซานโช่
"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ไปเดินไปดูรอบ ๆ เถอะ" - กฤตชัย
"เพราะยังไงตอนนี้ก็เป็โอกาสที่ดีของพวกเธอจะได้เดินชมสถานที่แห่งตามใจชอบน่ะนะ" - กฤตชัย
"มันจะดีเหรอครับที่ให้อิสระกับพวกผมขนาดนี้?" - ซานโช่
"เื่นี้มันไม่ได้เกี่ยวที่ดีหรือไม่ดีหรอก แต่มันเกี่ยวที่ตรงนี้" - กฤตชัย
(เขาชี้นิ้วไปที่หัวใจของตัวเอง)
"หัวใจเป็เพื่อนแท้ของเราหากขาดมันไปก็ไร้ชีวาแล้วไหงทำไมเราจะไม่ทำตามใจตัวเองบ้างสักครั้งล่ะ" - กฤตชัย
"ขอบคุณครับ" - ซานโช่
เขาได้พูดคำว่า "ขอบคุณ" ออกมาแม้จะเป็คำพูดประโยคสั้น ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่มันมากกว่าคำว่าเพียงขอบคุณมันคือความเชื่อใจเล็ก ๆ ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาระหว่างทั้งสองคน
"ถ้างั้นเจอกัน!" - กฤตชัย
ซานโช่มองดูกฤตชัยที่เดินเข้าไปในฝูงชนที่คับคั่งเช่นเดียวกับกฤตชัยที่หันหลังโบกมืออำลาให้ทั้งสองคนพอก่อนที่จะหายวับไปในฝูงชน
"ดูเหมือนทางฝั่งนั่นเองก็จะพบอะไรเข้าแล้วนะครับ" - ซานโช่
"ถ้าอย่างนั้นเราตามกันไปเลยดีไหมล่ะ ซาน" - ดอน
"ยังหรอกเราต้องเว้นระยะอีกสักหน่อย" - ซานโช่
"จะว่าไปแล้วท่านกฤตชัยเหมือนกับที่ท่านพริ้นส์พูดเลยล่ะนะ" - ซานโช่
"ท่านพริ้นส์พูดว่ายังไงงั้นเหรอ" - ดอน
แม้ภายนอกเขาอาจจะเป็ชายที่เหมือนกับเปลือกที่ข้างในกลวงโบ๋
กฤตชัยเดินเรียบถนนออกมาจากตลาดและรีบมุ่งหน้าไปยังหน้าทางเข้าของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เก่าที่ถูกปิดตาย ถ้าเทียบกับตลาดแล้วสถานที่ตัวเขาอยู่ในตอนนี้ถือว่ามีผู้คนสัญจรน้อยกว่าตลาดอย่างมากน้อยจนน่าประหลาดใจเพราะครั้นหนึ่งในอดีตนั้นวิหารแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เคยมีผู้คนมากมายใช้ในการบูชาองค์เทพของตน ทั้งมีนักบวชที่คอยชี้นำแนวทางปฏิบัติรวมถึงสอนหลักการต่าง ๆ จนกระทั่งข่าวการสร้างมหาวิหารแห่งใหม่ ณ ฝั่งตรงข้ามของตัวเมืองที่จะยิ่งใหญ่และสวยงามกว่ามหาวิหารเก่าเสียอีก ซึ่งเดิมทีก็มีผลมาจากความขัดแย้งกันระหว่างอาณาจักร แอสโตรซ่า และอาณาจักร สหัสเทพ ซึ่งเป็เมืองขึ้นของตนทำให้ใน่เวลาที่ผ่านมาความขัดแย้งจึงทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุก ๆ อย่างก็ได้ถึงคราวแตกหักลงเมื่อราว ๆ สี่ปีก่อน หนึ่งในสิบสองอัศวินาุโแห่งแร็กเน่พร้อมด้วยกองทหารของสหัสเทพจำนวนหนึ่งได้แฝงตัวเป็กลุ่มนักบวชและสร้างเหตุการณ์จลาจลสร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งอาณาจักร ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะถูกคลี่คลายไปแล้วแต่นั่นก็ได้จุดชนวนก่อเกิดเป็าสี่ปีขึ้นมาทำให้ั้แ่นั้นมาวิหารแห่งนี้ถูกปิดการใช้งานลงแต่ด้วยเสียงขอร้องของเหล่าประชาชนที่้าให้วิหารแห่งนี้ไม่ถูกปิดลงจึงทำให้วิหารแห่งนี้ยังคงมีอยู่จนกระทั่งด้วยพิษของาสี่ปีในครั้งนั้นจึงทำให้การมีคงอยู่ของวิหารแห่งนี้ไม่ได้มีอยู่เพื่อเยียวยาจิตใจแต่กลับเป็สิ่งที่ยากที่จะลืมเลือนในฐานะจุดเริ่มต้นของ าสี่ปีและในท้ายที่สุดนั้นมหาวิหารแห่งนี้ก็ได้ถูกปิดใช้งานลงและไม่รู้เลยว่ามันจะถูกรื้อถอนไปเมื่อใด
"จะว่าไปแล้วก็น่าคิดถึงเหมือนกันนะ ถ้าทุกคนได้มายืนดูกับฉันตรงนี้ก็คงใจหายไม่น้อย" - กฤตชัย
กฤตชัยควักสร้อยคอออกมาอยู่บนฝ่ามือของเขาและกำมันอย่างแน่นด้วยความรู้สึกอันอาลัยอาวรณ์น้ำตาของเขาค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองเขาจึงแบมือที่กำอยู่ออกอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นสร้อยคอก็ได้เปิดออกมาปรากฏเป็ภาพถ่ายของกลุ่มคนที่กำลังหันหน้ามองมาหาตัวเขาอย่างมีความสุข
"ทำไมกัน... มันถึงไม่หยุดลงเลยทั้ง ๆ ที่พยายามจะกลั้นมันมาโดยตลอดเพื่อไม่ให้ออกมาแท้ ๆ"
"นี่บอกฉันทีสิว่าฉันต้องทำยังไงดีเพื่อที่จะหยุดมันดี..."
"มันคงเป็ไปได้สินะ..."
เขานำสร้อยคอกลับเข้าไปภายในปกคอเสื้อของตัวเองก่อนที่จะมุดเอาตัวรอดผ่านระหว่างแผ่นไม้ที่ขว้างกั้นมาสู่ภายในมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ในตอนแรกนั้นเขาคิดว่ามหาวิหารแห่งนี้คงจะถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยไม้แผ่นที่ถูกปิดเอาไว้อย่างรัดกุมแต่กลับกลายเป็ว่ามันก็ยังคงเหลือรูที่ใหญ่มากพอที่จะให้เขาสามารถรอดตัวเข้าไปได้ไร้ซึ่งวี่แววของการป้องกันใด ๆ แต่ภายในนั้นก็มืดเหนือคำบรรยายในตอนนี้ที่เขายังมองเห็นได้เป็เพราะแสงที่รอดผ่านรูที่ตัวเขาออกมานั่นเอง
"นี้มันมืดตื้อเลยไม่ใช่รึไงไม่แม้แต่จะมองเห็นทางข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ"
[ก็จริงอยู่ที่สถานที่แห่งนี้มันก็ถูกทิ้งร้างมานานไม่แปลกที่พลังงานไฟฟ้าจะดับลงเป็ธรรมดา]
"งั้นคงต้องใช้เ้านี้แล้วสิเนี่ย?"
เขาหยิบกล่องปริศนาข้างเอวของตัวเขาขึ้นมาเป็กล่องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดเท่ากับกำมือหนึ่งของเขา บนกล่องนั้นมีปุ่มและเมื่อได้กดลงก็กลไกของกล่องใบนี้ก็จะทำงาน
"จงสำแดง แพนโดร่า บ็อกซ์"
ทันใดนั้นก็เกิดการจับกลุ่มกันของก้อนพลังงานมานาทรงวงรีสีม่วงขนาดของมันเล็กและบางมากเป็เหมือนกับแผ่นกระดาษโดยก้อนพลังงานนี้ลอยอยู่บนอากาศใกล้ ๆ ไม่ห่างจากตัวผู้ใช้หลังจากที่ได้ใช้งาน แพนโดร่า บ็อกซ์ ไปแล้ว และมือก็ได้ถูกยื่นเข้าไปภายในกลุ่มก้อนพลังงานมานาที่ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันคืออุปกรณ์เวทมนตร์ที่เมื่อกดใช้งานจะสร้างประตูมิติที่เชื่อมโลกของผู้ใช้ไปยังมิติจัดเก็บสิ่งของทำให้ตัวผู้ใช้สามารถใช้มันในการเก็บสิ่งของต่าง ๆ และสามารถหยิบมันออกมาใช้งานในสถานที่ใดก็ได้ตามที่้าแต่ถึงอย่างนั้นตัวมันก็มีข้อจำกัดบางอย่างเช่นการไม่สามารถร่างของสิ่งมีชีวิตทั้งร่างเข้าไปได้หรือกระทั่งการจะหยิบสิ่งของออกมาจำเป็จะต้องล้วงเข้าไปหยิบออกมาจากประตูมิติเองและจะมองไม่เห็นอีกฝั่งหนึ่งของประตูนี้
ก๊อง
แก๊ง
เสียงของขยะและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกโยนทิ้งขว้างออกมาหล่นสร้างเสียงกระทบบนพื้นหินอ่อนที่ดู ๆ แล้วก็คงไม่ได้เก็บขึ้นมาอีก
"อันนี้ก็ไม่ใช่อยู่ไหนกันนะ"
เขาดึงแหวกประตูมิติออกทำให้มันมีขนาดใหญ่ขึ้นและล้วงมือให้ลึกเข้าไปจนกระทั่งพบสิ่งที่ตามหา
"เจอแล้วอยู่นี่ไง สุริยาจำลอง!"
สุริยาจำลอง นั้นเป็อุปกรณ์เวทมนตร์ที่หาใช้ได้โดยทั่วไปโดยมักใช้สำหรับการสำรวจมากกว่าใช้งานในครัวเรือนเพราะไฟที่ส่องสว่างออกมานั้นแม้จะมีความสว่างมากแต่ก็ต้องแลกกับการที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่พลังงานนั้นหมดลงไป โดยเมื่อเริ่มการทำงานอุปกรณ์นี่จะสร้างอณูพลังงานมานาเพื่อใช้ในการลอยตัวข้าง ๆ ผู้ใช้งาน และเปล่งแสงจนกว่าจะปิดการใช้งาน
"เท่านี้ก็เดินในความมืดได้แล้ว"
"เอ เอ๋ น่ะนี่มัน... "
แสงไฟของสุริยาจำลองได้สาดส่องไปยังบนเพดานเบื้องบนหัวเขาทำให้ตัวเขาประหลาดใจและก่อเกิดความสงสัยเพราะหลอดไฟที่เขามองหามันกลับได้หายไปจากบนเพดานที่มันควรอยู่
"โจรปล้นไปอย่างงั้นเหรอ?"
[ตัวหลอดไฟน่ะจริง ๆ แล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรหรอกแต่ถ้าหากเป็หินพลังงานที่อยู่ภายในหลอดไฟละก็มันก็พอมีราคาอยู่]
[ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมมันจะถูกขโมยไป]
เขาเก็บความสงสัยที่เป็เพียงการตั้งทฤษฎีของตัวเองและก้าวเดินพาดผ่านห้องโถงสีขาวที่ถูกเติมเต็มด้วยฝุ่นที่คลุ้งเต็มไปทั่วทุกมุมที่ตัวเขาเองนั้นได้ััและเมื่อยิ่งเดินเข้าไปเท่าไรมันกลับมีแสงไฟอ่อน ๆ มากระทบที่ใบหน้าของเขาและเมื่อตัวเขาได้เหลือบตาไปมองกำแพงข้าง ๆ ก็พบเข้ากับป้ายที่ถูกเขียนเอาไว้ว่า โถงกลางแปดเหลี่ยม
"โถงกลางแปดเหลี่ยม" - กฤตชัย
[สถานที่ตัวเราอยู่ตอนนี้ก็คือโถงทางเดินฝั่งซ้ายของตัววิหาร] - กฤตชัย
[ที่เมื่อตัวเราเดินตรงต่อไปละก็ มันก็จะพาเราออกไปยังประตูทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโถงกลางแปดเหลี่ยม] - กฤตชัย
ทันใดนั้นเซซิวก็โผล่ร่างออกมาจาก โลกแห่งความคิด เพื่อคุ้มกันเขา
"ท่านกฤต ผมเกรงว่าหากท่านเดินไปมากกว่านี้อาจจะเป็อันตรายหากเดินไปอย่างไร้ซึ่งการป้องกัน" - เซซิว
"มันก็จริงล่ะนะงั้นฉันฝากนายด้วยก็แล้วกัน" - กฤตชัย
กฤตชัยพร้อมด้วยเซซิวเดินผ่านโถงทางเดินจนกระทั่งหลุดออกมายังโถงขนาดใหญ่รูปแปดเหลี่ยมที่เชื่อมไปยังส่วนทางเดินไปยังห้องหรือสถานที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์โดยประตูที่พาไปยังสถานที่ต่าง ๆ นั้นจะถูกเรียกตามทิศต่าง ๆ โดยมีดังนี้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็ทางที่เขาได้ออกมานั้นเอง ทันใดนั้นเซซิวก็ััได้กลุ่มก้อนพลังงานปริศนาที่กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขาผ่านทางประตูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือก็คือทางไปยังสวนแห่งการชำระล้าง
"ท่านกฤต! กระผมััได้ถึงกลุ่มก้อนพลังงานจำนวนมากมาจากโถงทางเดินตรงข้ามกับเราครับ" - เซซิว
[ถ้าตรงกันข้ามกับเราแล้วละก็สวนแห่งการชำระล้างสินะ] - กฤตชัย
"เป็มนุษย์อย่างงั้นเหรอ!?" - กฤตชัย
"แม้มีรูปร่างและการเดินที่คล้ายคลึงกับมนุษย์แต่อาจจะไม่ใช่ครับ" - เซซิว
"งั้นจำนวนล่ะ!" - กฤตชัย
"สองไม่สิ หนึ่งหมู่ครับ หรืออาจมากกว่านั้นไปอีกเท่าตัว" - เซซิว
"หากเป็อย่างนั้นเรารอตั้งรับกันตรงนี้นี่แหละ" - กฤตชัย
แม้ปลายทางไปสู่สวนแห่งการชำระล้างนั้นจะเป็โถงทางเดินกล้างแจ้งที่เชื่อมต่อกันระหว่างอาคารแต่นั่นก็พื้นที่มากพอที่แสงไฟยามเย็นจะตกลงทำให้เข้าได้เห็นสิ่งเบื้องหน้าอย่างชัดเจน เสียงของข้อต่อที่กระทบไปมารูปร่างที่ดูคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่กลับมีผิวสีขาวราวกับซากศพแต่มันช่างดูผิดประหลาดเสื้อผ้าที่กลับเย็บและถักทอออกมาอย่างบรรจงราวกับผลงานศิลปะแทนที่จะเป็ุ์นามนั้นคือ ตุ๊กตาเวทมนตร์ มันนั้นคือหุ่นพลังงานมานาหรือเรียกสั้น ๆ ว่า โกเลม ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันจนทำให้รู้สึกราวกับมามันดูมีชีวิตจริง ๆ ยังไงอย่างนั้น ซึ่งเป้าหมายของพวกมันนั้นคงถูกสั่งมาเพื่อจัดการและสังหารใครก็ตามที่พยายามรุกล้ำเข้าไปยังสวนแห่งการชำระล้าง
เหล่าตุ๊กตาต่างทยอยเดินออกมาตนแล้วตนเล่าสู่ยังโถงกลางแปดเหลี่ยมที่เบื้องหน้านั้นเองก็คือศัตรู หลังจากหนึ่งในพวกมันได้เห็นกฤตชัยและเซซิวอยู่เบื้องหน้าก็จึงวิ่งกรูเข้ามาหมายจะเอาชีวิตของพวกเขาอย่างเอาเป็เอาตาย
แกร็ก แกร็ก
แกร็ก แกร็ก แกร็ก!
แกร็ก แกร็ก แกร็ก แกร็ก!!
แกร๊ง!!!
ฉัวะ!
ในขณะที่มันกำลังจะฟาดขวานลงใส่กบาลของกฤตชัยนั้นเองโล่ของเซซิวก็ได้มาสกัดกั้นการโจมตีนั้นไว้ได้ ผ้าคลุมที่ปลิวไสวไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเซซิวได้เป็ดั่งม่านบังตากับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเขาจึงบรรจงใช้ดาบฟันสวนร่างของตุ๊กตาตัวนั้นจนขาดสะบั้นไป ร่างของมันนั้นได้ถูกตัดออกเป็สองท่อนหล่นลงสู่พื้น
"สวยสิงี้ถ้างั้นเรามาบดขยี้เ้าพวกงี้กันดีกว่า" - กฤตชัย
(กฤตชัยหยิบขวานบนพื้นขึ้นมา)
"นั่นสินะครับ" - เซซิว
แทนที่เหล่าตุ๊กตาจะท้อถอยไปกลับกลายเป็ว่าพวกมันกลับวิ่งเข้ามาหาพวกเขามากขึ้น และเมื่อกฤตชัยเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งอ้อมตัวเซซิวไปและใช้ขวานในมือขวาของเขาทุบลงไปยังกลางลำตัวของตุ๊กตาที่อยู่ตรงหน้า
ฉัวะ
การตัดไปที่ลำตัวนี้นั้นทำให้ตุ๊กตาไม่แม้แต่ที่จะได้ตั้งท่าฟันตัวเขาด้วยดาบสั้นที่ตัวมันถืออยู่และอีกทั้งมันก็ได้สูญเสียแขนข้างที่ถือดาบด้วยการทุบในครั้งนี้แทบจะทันทีและเมื่อเป็เช่นนั้นแล้วมีหรือที่เขาจะรีรอกฤตชัยรีบคว้าแขนข้างที่ขาดออกจากร่างไปนั้นทุบลงไปบนหัวของมันอย่างแรง
ปึ้ก!
ตัวของมันได้พังและล้มลงไปกับพื้น เขาไปมองไปที่แขนของมันที่ถืออยู่ในมือซ้ายแล้วจึงตัดสิ้นใจปามันทิ้งไปเพราะการฟาดด้วยแรงของเขาได้ทำให้มันหักและพังลงเป็ที่เรียบร้อยแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขาได้หยิบดาบสั้นอาวุธของตุ๊กตาตัวที่เขาได้ทำลายไปนั้นขึ้นมาเป็อาวุธชิ้นต่อในการเข้าปะทะกับตุ๊กตาที่มุ่งหน้าเข้ามาหาเขา
ส่วนทางด้านของเซซิวเขาได้วิ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับกลุ่มของตุ๊กตาจำนวนมากด้วยตัวคนเดียวเขาใช้โล่ของเขาทุบและกระแทกตัวพวกมันไปพร้อมกับการฟันพวกมันทิ้งไปทีละตัวได้อย่างง่ายดาย แต่แล้วทันใดนั้นเสียงวิ่งของตุ๊กตาก็ได้ดังขึ้น
แกร็ก แกร็ก แกร็ก แกร็ก!!
ตุ๊กตาตัวหนึ่งได้วิ่งเข้ามาหาเซซิวและะโทิ้มลงไปที่หัวของเขาหมายจะสังหารเซซิวในการโจมตีครั้งเดียว
แกร๊ง!!!
แต่แล้วการกระทำของมันก็ต้องกลับมาสูญเปล่าเซซิวได้ใช้โล่ของเขาป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้และใช้มือข้างที่ถือโล่นั้นคว้าจับด้ามของหอกเล่มนั้นเอาไว้ได้และแย่งหอกมันมาจากมือของตุ๊กตาเมื่อตัวมันเห็นดังนั้นจึงรีบถอยหลังกลับไปยังทางเดินที่มันได้ออกมา เขาที่ไม่แต่จะคิดที่จะปล่อยมันเหลือรอดไว้แม้แต่ตัวเดียวจึงได้ง้างแขนที่ถือหอกอยู่นั้นและขว้างออกไป
"เอานี่! ผมขอคืนให้ก็แล้วกันของที่ลืมเอาไว้น่ะ!" - เซซิว
กึง!
หอกได้ถูกขว้างออกไปจากมือของเซซิวทะลุร่างของตุ๊กตาที่ไร้อาวุธและพังมันลงคาที่ ในตอนนี้เซซิวได้ทำลายตุ๊กตาทั้งหมดแล้วเฉกเช่นเดียวกับกฤตชัยที่จัดการในส่วนของเขาเรียบร้อยทำให้พวกเขาจึงเดินเข้ามาคุยตัดสินใจอะไรกันต่อยังหน้าประตูไปสู่สวนแห่งการชำระล้าง
"ดูเหมือนพวกมันจะพังหมดแล้วสินะ" - กฤตชัย
"ท่านกฤตได้รับาเ็อะไรตรงไหนรึเปล่าครับ?" - เซซิว
"แค่นี้สบายมากแต่ถ้าเอาจริง ๆ หากฉันใช้มือต่อยพวกมันได้ละก็มันคงจะจบลงเร็วกว่านี้ล่ะนะ" - กฤตชัย
[แต่ถ้าหากฉันทำยังงั้นแล้วละก็มือบวมแหง ๆ] - กฤตชัย คิดในใจ
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้นก็ได้ปรากฎดวงไฟสีส้มสองดวง ณ สุดโถงทางเดินที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นไหม้ของไฟที่ยิ่งเด่นชัดมากยิ่งขึ้นดวงไฟได้ขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่มากขึ้นไป และในขณะที่พวกเขาทั้งสองได้พึ่งรู้ตัวก็สายไปซะแล้วดวงไฟนั้นได้ถูกยิงพุ่งตรงใส่พวกเขา
พึม! พึม!
"แย่แล้วสิท่านกฤตหลบไป" - เซซิว
เซซิวกระโจนเข้ามาผลักกฤตชัยให้ถอยออกไปจากลูกไฟจนรับมันไปเต็ม ๆ ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ได้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบดบังภาพเบื้องหน้าของกฤตชัยที่กระเด็นออกมาจากแรงะเิ
[บอลเพลิงอย่างงั้นเรอะ?!] - กฤตชัย คิดในใจ
"เซซิว!!!" - กฤตชัย
"ผมยังอยู่ครับท่านกฤต" - เซซิว
ควันได้จางลงเซซิวนั้นยังคงยืนอยู่แม้จะรับบอลเพลิงเข้าไปเต็ม ๆ เลยก็ตามมีเพียงแต่ผ้าคลุมที่ไหม้ไฟจนแหว่งไป
"เมื่อครู่ผมได้ใช้โล่ของผมคลุมด้วยผ้าคลุมเอาไว้ทำให้ไม่ได้าเ็อะไรมากมายน่ะครับ" - เซซิว
"ถ้างั้นก็ดีแล้วล่ะเพราะเราต้องสู้กันต่อยาว ๆ เลยล่ะนะ" - กฤตชัย
ทั้งคู่ได้เข้าไปหลบยังด้านข้างของประตูคนละข้างก่อนที่จะชะโงกหัวออกไปมองที่ศัตรูของพวกเขาตุ๊กตาในคราบของจอมเวทยืนตั้งท่ากำลังจะร่ายเวทมนตร์โดยไม่มีทีท่าที่จะเข้าไปหาพวกเขาแม้แต่น้อย
"ดูเหมือนมันจะไม่ขยับไปไหนเลยนะนั่น" - กฤตชัย
"มันคงพยายามจะรอให้พวกเราออกไปสินะครับ" - เซซิว
"แต่หากเรายังยืนฝืนหลบตรงนี้ต่อไปก็จะไม่สามารถจัดการพวกมันได้แน่" - กฤตชัย
"งั้นก็เหลือเพียงคนทางเดียวแล้วล่ะ" - กฤตชัย
"วิ่งสวนเข้าไปตรง ๆ เลยสินะครับ" - เซซิว
"ฝากด้วยนะเซซิว" - กฤตชัย
"ได้เลยครับ" - เซซิว
เซซิวเดินออกมาจากที่กำบังและวิ่งสับตีนแตกตรงไปที่ตุ๊กตาจอมเวททั้งสองและเมื่อพวกมันได้เห็นเซซิวที่วิ่งออกมาจึงร่ายบอลไฟยิงเข้าใส่เซซิวจัง ๆ
พึม! พึม!
"มุกเดิมเลยนะครับ.. ดังนั้นผมขอเล่นแบบเดิมด้วยแล้วกัน" - เซซิว
เขาถือโล่ของตนขึ้นมาและคลุมมันด้วยผ้าคลุมของเขาและสามารถรับบอลเพลิงทั้งสองลูกเอาไว้ได้
"ท่านกฤตครับ!" - เซซิว
เซซิวได้ย่อตัวของเขาลงทำให้เห็นกฤตชัยที่วิ่งตามหลังมาติด ๆ
[บอลเพลิงเป็เวทมนตร์ขั้นจัตตุที่มีความรุนแรงสูงก็จริงแต่มันก็มีขอแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผลของมัน]
[เพราะยิ่งเป็เวทมนตร์ที่รุนแรงมากเท่าไหร่เวลาในการจับกลุ่มกันของมานาก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์น่ะมันก็ยิ่งช้ามากขึ้นเท่านั้น]
[และถ้าหากหากตัดเื่ความเชี่ยวชาญและชำนาญในการควบคุมพลังงานมานาที่เ้าพวกนี้มันไม่มีออกไปแล้วล่ะก็....]
[มันก็เหลือเฟือเลย]
เขาะโเหยียบหลังของเซซิวก่อนที่จะใช้ดาบสั้นที่อยู่ในมือข้างซ้ายของเขาและขว้างมันออกไปพุ่งทะลุหัวของตุ๊กตานักเวทตัวซ้ายมือจนแน่นิ่งไปเช่นเดียวกับตุ๊กตาตัวขวามือที่เขาได้ใช้ขวานเขวี้ยงตัวหัวของมันลงได้พร้อม ๆ กัน
[ตัวเรานั้นใช้เซซิวในการเป็เหยื่อล่อในการรับบอลไฟสองลูกก่อนหน้า] - กฤตชัย คิดในใจ
[และใช้่เวลาที่บอลเพลิงกำลังเตรียมตัวร่ายใหม่อีกครั้งเป็ตัวรุกฆาตพวกมัน] - กฤตชัย คิดในใจ
กฤตชัยนั่งลงกับพื้นด้วยความล้าที่กัดกินตัวเขาอย่างช้า ๆ เขาบิดี้เีพลางบ่นออกมา "เหนื่อยชมัดอยากพักแล้วเนี่ย" ตรงกันข้ามกับเซซิวที่ไม่มีวี่แววที่จะเหนื่อยหรือล้าแต่อย่างใด ทันใดนั้นเซซิวก็ได้พูดขึ้นมา
"ท่านกฤตดูเหมือนเราจะต้องเดินกันต่อแล้วล่ะครับ" - เซซิว
"งั้นเอาไว้นั่งพักหลังจบไอ้เื่บ้า ๆ ทั้งหมดนี้ก็แล้วกัน" - กฤตชัย
จบตอน Demo แล้วจ๋า~ แต่มีข้อความถึงนักอ่านนะ!
*ชี้แจง*
สวัสดีครับผมนักเขียนของเื่อยากจะขออภัยพักงานเขียนเอาไว้ชั่วคราวเพราะ่นี้ติดงานของมหาวิทยาลัย และภาระอื่น ๆ โดยจะมีแผนกลับมาปล่อยตอนใหม่หลังต้นปีหน้าไปเลย ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วผมก็ยังเขียนอยู่ในระหว่างขอหยุดพักนั่นแหละแต่อยากจะให้เขียนออกมาให้ได้หลาย ๆ ตอนแล้วค่อยจึงลงตอนยาวเลย หรือก็คือผมขอเวลาไปนั่งเขียนแบบชิว ๆ นั่นเอง! ถ้างั้นก็ขอสุขสรรค์ปีใหม่ล่วงหน้านะครับ