ตอนที่ 15 : สถานศักดิ์สิทธิ์ : ความยุติธรรมคืออะไร?
“ส่งอาคมลัทธิเต๋ามา ! ”ซุนเหวินเยี่ยนมองไปที่จางเชิงฉาย
“ในด้านวรรณกรรมแล้ว...มันไม่ได้มีวิธีเช่นนั้น” จางเชิงฉายหน้าซีด แต่เขาก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ เขาพยายามดิ้นรน ก่อนที่เขาจะมองไปที่เฉินจิ้นเป่ย“ท่านปกป้องหลินอี้ ! ”
เฉินจิ้นเป่ยพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมย“เ้าเหมือนจะเข้าใจเื่วรรณกรรมและลัทธิเต๋าเป็อย่างดี...แต่เ้าเข้าใจวิธีการของข้าได้เช่นใด? ”
เฉินจิ้นเป่ยยื่นมือขวาออกมาพร้อมพลังสีขาวที่ปะทุออกมา ก่อนจะกดมือลง
ปึก....จางเชิงฉายเหมือนจะถูกมือที่มองไม่เห็นกดให้คุกเข่าลงกับพื้นพื้นกระเบื้องเริ่มแตกร้าวลามออกไปทั่ว
ตาของเฉินจิ้นเป่ยนั้นมีพลังปะทุออกมา เขาได้ะโขึ้น “อาคม ลัทธิเต๋า อยู่ที่ใด ? ”
อึก....จางเชิงฉายกระอักเืออกมา ภายใต้แรงกดดันนี้ เข่าเขาแทบแตกเืโชกไปทั่ว
ตัว ร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
เขายกมือขึ้นชี้ไปที่แผ่นจารึกในห้องโถงและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“อยู่นั่น....อย่าฆ่าข้า.... ”
ฟรึด...เฉินจิ้นเป่ยะโขึ้นและพบกับม้วนคัมภีร์ด้านหลังแผ่นจารึก
หลินอี้เห็นม้วนคัมภีร์ที่เหมือนกับเงาของคัมภีร์ที่เขาเห็นในศาลาเจิ้นโมถาง
มันคืออาคมลัทธิเต๋าที่ถูกขโมยจากศาลาเจิ้นโมถางจริง ๆ
หือ.....ทุกคนในศาลาพากันฮือฮาออกมาอีกรอบตอนนี้ไม่จำเป็ต้องกล่าวอะไรกันอีกต่อไปแล้ว
เพราะนี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ
อาคมลัทธิเต๋าถูกขโมยไปจากศาลาเจิ้นโมถางโดยจางเชิงฉาย
ซุนเหวินเยี่ยนโอดครวญออกมา “ข้ามีตาหามีแววไม่ ข้ากลับให้เขามาเป็ผู้ช่วยของข้า ! ”
เฉินจิ้นเป่ยเก็บอาคมลัทธิเต๋าเข้าไปในเสื้อและมองลงไปที่จางเชิงฉาย ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า“ขโมยอาคมลัทธิเต๋ามีโทษถึงตาย ! ”
จางเชิงฉางกระอักเืออกมาและพูดขึ้นด้วยท่าทีอ่อนแรง “อย่าฆ่าข้าข้ายังไม่ได้บ่มเพาะพลังเต๋า...ข้ายังไม่สมควรตาย ! ”
“ก็จริง ! ” เฉินจิ้เป่ยพยักหน้าและพูดขึ้น “แต่ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสิน...”
เขาหันกลับไปมองหลินอี้และยิ้มออกมาบ่งบอกว่าจะให้หลินอี้จัดการเื่นี้ต่อ
หลินอี้พยักหน้าตอบรับ
ได้เวลาปิดเกมแล้ว !
แต่เขาไม่รู้ว่าตราห้าวหลานจะยอมรับเขาภายใต้การแทรกแซงของอาจารย์สำนักศึกษาอย่างเฉินจิ้นเป่ยรึไม่
น่าปวดหัวจริง ๆ
หลินอี้มองไปที่จางเชิงฉายที่เหมือนกับคนใกล้ตายแล้วพูดขึ้น “จางเชิงฉาย เ้าขโมยอาคมลัทธิเต๋าไปหลักฐานมัดตัวแล้ว เ้ามีอะไรจะพูดอีกรึไม่ ? ”
“ไม่มี ! ”
“เ้ามีข้อแก้ตัวรึไม่ ? ”
“ข้าสารภาพ ! ”
จางเฉิงฉายเหมือนกับคนบ้า
ทันทีที่เขาพูดจบ ผนึกที่หว่างคิ้วก็ส่องแสงสีทองออกมา
ในเวลาเดียวกันผนึกที่หว่างคิ้วซุนเหวินเยี่ยนก็ส่องแสงสีทองออกมาด้วย
หลังจากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็ลำแสงสีทองสองอันไปรวมตัวกันบนหัวหลินอี้อัดแน่นเป็ลำแสงอันหนึ่งอันเดียวกันครอบคลุมร่างหลินอี้เอาไว้
“นี่มัน.... ” ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับฉากนี้
จากมุมมองของพวกเขา มันเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เพิ่มพลังพร์รึ ? ” เฉินจิ้นเป่ยคิ้วขมวดก่อนจะส่ายหน้าและพูดขึ้น “ไม่สิมันน่าจะเป็การรวมความชอบธรรมของห้าวหลานเจิ้งชี่..ทำให้เขากลายเป็ผู้เบิกเนตรระดับ 9 !”
“บทกวีของหลินอี้เมื่อวานก่อนนั้นยอดเยี่ยมจนเขาปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้ วันนี้เขากลับขึ้นเป็ผู้เบิกเนตรระดับ 9 ความเร็วในการพัฒนานี้ถือว่าเป็อันดับหนึ่งในต้าเหยียน! ”
“เมื่อได้รับความกระจ่าง ความชอบธรรมจะชี้นำเ้า...”เฉินจิ้นเป่ยรู้สึกขมขื่นขึ้นมาในใจ
เขามองไปที่หลินอี้ราวกับมองดููเาสมบัติ นิ้วเท้าของเขาถึงกับงอมือของเขากำแน่น...
มันเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าเขาเคร่งเครียดเพียงใด
ห้าวหลานเจิ้งชี่คือความชอบธรรม !
นอกจากจักรพรรดิแล้ว ในต้าเหยียนนั้น หลินอี้เป็คนที่สอง ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเอาตัวหลินอี้เข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจวให้ได้
ต้องทำให้ได้ !
ตอนนี้อีกสองสำนักศึกษาในหนานเซียงเหมือนจะยังไม่รู้เื่นี้
ไม่งั้นแล้วพวกนั้นต้องมาที่นี่เพื่อเอาตัวหลินอี้ไปแน่
ตอนนั้นหลินอี้ที่ถูกอาบไปด้วยแสงแห่งความชอบธรรมกลับรู้สึกอุ่นและสบายอย่างอธิบายไม่ถูก
....
ตอนนั้นที่เมืองหลวงของต้าเหยียน
ที่พักส่วนในของพระราชวัง ชายวัยกลางคนที่อยู่ในห้องหนังสือกลับเงยหน้าขึ้นมามองไปทางใต้
เขาเอามือขวาทาบอกพร้อมแสงในตาที่สั่นไหว
“ทางใต้...ทำไมข้าถึงใจเต้นเช่นนี้ ? รึว่า.... ”ชายวัยกลางคนหายใจถี่ขึ้นมาและพูดขึ้น “หลงซาน
! ”
ฟรึด...มีร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืดมิดคุกเข่าลงตรงหน้าและพูดขึ้น “ใต้เท้า ! ”
“ให้คนไปตรวจสอบเื่ไฟไหม้เมื่อ 8 ปีก่อน... ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมา
“ขอรับ ! ” หลงซานตอบรับก่อนจะหายไปกับความมืดมิด
....
ที่สถานศักดิ์สิทธิ์แคว้นเจิ้น
ชายชราผมขาวในชุดขาว ยืนมือไขว้หลังมองไปทางใต้พร้อมคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย
“ความชอบธรรมที่น่าตกตะลึงเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหลอมรวมกับคนทั่วไปได้...”จากนั้นเขาก็ยื่นมือขวาออกมากดอากาศตรงหน้าเบา ๆ
ในพริบตา พลังนับไม่ถ้วนก็ส่องแสงออกมาราวกับแสงในจักรวาล
ชายชราชุดขาวได้พูดขึ้นมา “ความชอบธรรมคืออะไร ? ”
เสียงเขาราวกับฟ้าผ่า
พลังวรรณกรรมได้ะเิออกมา
ในเวลาเดียวกันหลินอี้ก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากศาลาว่าการอันหยางในจินโจว จังหวัดหนานเซียง
มันมีพลังวรรณกรรมที่กันพลังแห่งความชอบธรรมที่กำลังพุ่งเข้ามา
จากนั้นมันก็มีคำถามดังขึ้นมา “ ความชอบธรรมคืออะไร ! ”
เสียงนี้ดังก้องไปทั่วศาลาว่าการ
แม้แต่ผู้บ่มเพาะในจินโจวต่างก็ได้ยินเสียงนี้
สีหน้าของเฉินจิ้นเป่ยเปลี่ยนไป เขารีบพูดขึ้นมา “หลินอี้มีคำถามจากสถานศักดิ์สิทธิ์ !สถานศักดิ์สิทธิ์ประเมินเ้า...หากเ้าผ่านการประเมิน เ้าจะได้เข้าร่วมการชุมนุมศักดิ์สิทธิ์ในปีหน้าและได้แข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์! ”
เฉินจิ้นเป่ยหายใจถี่ขึ้นมา
แต่...การประเมินนี้ยากอย่างมาก
ความชอบธรรมคืออะไร ?
นี่ไม่ใช่จิติญญาแห่งความถูกต้องรึพลังวรรณกรรมอันแรกที่กำเนิดขึ้นมาในโลก....
การประเมินของสถานศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ง่ายดายเช่นนั้น
“การชุมนุมศักดิ์สิทธิ์ ? บุตรศักดิ์สิทธิ์ ? ” มันเป็ครั้งแรกที่หลินอี้ได้ยินสองคำนี้เขาไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาประเมินไม่ผ่าน
“หากข้าประเมินไม่ผ่านล่ะ ? ” หลินอี้ถามขึ้นมา
“เ้าก็ไม่อาจจะรวบรวมพลังแห่งความชอบธรรมและทะลวงผ่านไปเป็ผู้เบิกเนตรระดับ 9 ได้.... ” เฉินจิ้นเป่ยพูดขึ้น
‘บัดซบ ! ’หลินอี้สบถออกมาในใจ
สถานศักดิ์สิทธิ์นี่ใหญ่โตจริง ๆ
ความชอบธรรมของห้าวหลานเจิ้งชี่นั้นไม่ได้มาจากสถานศักดิ์สิทธิ์แต่พวกเขากลับมายุ่งเกี่ยวได้ยังไง ?
ต้องอิจฉาแน่ ๆ !
แน่นอนว่าเป็ไปไม่ได้เลยที่หลินอี้จะทิ้งความชอบธรรมของเขาหากเทียบกับพลังวรรณกรรมแล้ว พลังนี้มันเหนือกว่า
ไม่ใช่แค่การตอบคำถามรึไงกัน ?
มาสิ !
หลินอี้ทนแรงกดดันจาก์ เขาคิดและพูดขึ้นมา “โลกมีพลังแห่งความชอบธรรมมันปะปนอยู่กับทุกสิ่ง”
หลังจากพูดจบประโยคแรก ลำแสงสีทองที่ครอบคลุมร่างหลินอี้อยู่นั้นก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมายิ่งกว่าเก่า
ในเวลาเดียวกันแรงกดดันที่กดทับร่างหลินอี้ก็เบาลงไปอย่างมาก
“โลกมีพลังแห่งความชอบธรรม มันปะปนอยู่กับทุกสิ่ง...”เฉินจิ้นเป่ยได้ยินแบบนั้นก็ต้องอึ้ง เขาอุทานออกมา “มันคืออะไรกัน ! ”
ซุนเหวินเยี่ยนก็อึ้งเช่นกัน
อยู่ ๆ เขาก็ยินดีกับสถานการณ์ในตอนนี้ หากเขาชักช้ากว่านี้สภาพของเขาอาจจะไม่ดีไปกว่าจางเชิงฉายเลย....
หลินอี้ไม่ได้หยุดแต่ยังพูดขึ้นต่อ “ด้านล่างก่อตัวเป็แม่น้ำและูเา ้าก่อตัวเป็ดวงอาทิตย์และดวงดาว....”
เขาเริ่มพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“ในโลกมนุษย์มันถูกเรียกว่าห้าวหลานเจิ้งชี่ มันเต็มไปด้วยความงดงาม”
“ตอนที่วิถีสงบสุข มันสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกผู้ทุกคน ตอนที่พบกับทางตันมันคือการทดสอบ แต่ละอย่างล้วนถูกบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ ! ”
ทันทีที่หลินอี้พูดจบ
ตูม...บนท้องฟ้าเขตอันหยาง อยู่ ๆ ก็มีเสียงฟ้าผ่าดังก้องขึ้นมาราวกับจะผ่าโลกให้แยกออกจากกัน