เอ็ดดี้หันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอสีหน้าของเจอรี่บอกความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาวางส้อมที่ถืออยู่ในมือลงดูเหมือนจะลืมอาหารในจานตรงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำเมื่อเขาเงยขึ้นประสานสายตาอยู่กับเธอ
“คุณพูดจริงใช่ไหมครับ เอ็ดดี้” หางเสียงของเขาเหมือนจะตัดพ้ออย่างไรพิกล
“ใช่” เอ็ดดี้รอดูปฏิกิริยาอันจะเกิดจากเขาต่อไป
“แล้วคุณรู้ไหมครับว่าการมีไร่อยู่ที่นั่นเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน” เขาย้อนถามเหมือนไม่อยากเชื่อในความคิดของเธอ
“ก็รู้...” เอ็ดดี้พยักหน้าช้าๆ
“แต่แพงแค่ไหนเราก็ซื้อได้นี่” เอลิสันสนับสนุนความคิดของมารดาทันที
“หลังจากที่เราจ่ายเงินดาวน์แล้วเราก็ยังมีเงินมากพอที่จะซื้อปศุสัตว์สักจำนวนหนึ่ง และกับการที่จะทำงานไปทั้งปีโดยไม่มีรายได้เข้ามาเลย” เอ็ดดี้ได้ลองคำนวณเื่ค่าใช้จ่ายมาตลอดและมองเห็นความเป็ไปได้อยู่ “ขณะเดียวกันเราก็ยังจะมีเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งได้จากการขายลิขสิทธิ์งานของพ่ออีกสองชิ้นให้กับบริษัทที่เสนอมาซึ่งเื่นี้ทางทนายความเขารับเป็ผู้จัดการให้อยู่แล้ว”
เจอรี่แทบจะไม่มีเหตุผลอะไรมาคัดค้านข้อเสนอนั้นได้เลยเขาส่ายหน้า มองดูรูปถ่ายที่ยังวางอยู่ระหว่างจานอาหาร
“ผมคิดว่าการที่คุณไปพบรูปพวกนี้เข้า มันทำให้เกิดความคิดอย่างที่ว่านี่ขึ้นมาใช่ไหมครับ”
“เปล่าเลย ฉันตั้งใจทำมันต่างหากล่ะเพราะฉันยังจำคำพูดของเธอที่ว่าโจ้าจะให้ฉันสร้างความฝันให้เป็ความจริงนั่นได้” เอ็ดดี้ตอบคำถามของลูกเลี้ยงด้วยเสียงราบเรียบ“และประการสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่า นี่ไม่ใช่ความฝันของฉันเพียงคนเดียวแต่เป็ความฝันของเราทุกคนนะเจอรี่ ทั้งของเธอ ของเอลิสัน ของโจ แล้วก็ของฉันด้วย”
“หนูคิดว่ามันเป็ความคิดที่ดีที่สุดเท่าที่หนูเคยได้ยินมาทีเดียวละค่ะแม่”เอลิสันสนองตอบอย่างพอใจ
“เอาละ” เจอรี่กำลังใช้ความคิดอยู่กับเื่นี้เขารู้ว่ามันเป็สิ่งที่เอ็ดดี้เคยอยากจะให้เขาทำมาโดยตลอด “ผมรู้ว่าคุณสามารถหาซื้อไร่ที่ว่านั่นได้และอีกอย่างหนึ่งมันก็เป็สิ่งที่คุณเองอยากจะได้อยู่แต่ผมอยากรู้ว่าแล้วคุณจะบริหารงานนั่นต่อไปอย่างไรคุณมีความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในไร่ปศุสัตว์ด้วยหรือครับ”
“ทุกสิ่งเราจะต้องเริ่มต้นด้วยสามัญสำนึกทั้งนั้น”เอ็ดดี้พูดอย่างให้เหตุผล “ที่จริงแล้วก็ใช่ว่าฉันจะไร้ประสบการณ์ในเื่นี้เสียทีเดียวแม่ว่ามันจะค่อนข้างจำกัดอยู่บ้าง แต่ฉันก็เติบโตมาในไร่ของลุง ฉันเคยเกี่ยวฟางเคยขับรถแทรกเตอร์ เคยพยาบาลสัตว์ที่เจ็บป่วย แล้วก็ทำงานเล็กๆ น้อยๆที่จำเป็มาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันอย่าง เื่การซ่อมรั้วนี่ชำนาญมากและฉันก็ขี่ม้าเป็ั้แ่อายุห้าขวบ แต่ทั้งหมดนั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ฉันสามารถบริหารงานในไร่ไปได้โดยลำพังอยู่ดี”
“ผมดีใจนะครับที่ได้ยินคุณยอมรับความจริงออกมาอย่างนี้”เจอรี่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มอย่างพอใจฉาบอยู่บนริมฝีปาก
“อย่างไรก็ตาม” เอ็ดดี้หยุดเว้นระยะเพื่อเรียกความสนใจ“ฉันคิดว่าก่อนที่ฉันจะลงมือทำอะไรก็ควรจะรู้เสียก่อนว่าจะหาผู้ช่วยที่มีความสามารถได้จากที่ไหนแน่นอนที๋ฉันจะต้องหาคนมาทำงานด้วย” เธอเหลือบมองไปทางลูกสาว“ยกตัวอย่างเช่นลูกเป็ต้น เอลิสันเมื่อมาถึงเวลานี้ที่ลูกได้รู้ว่าเื่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับเคร๊กมันยุติลงแล้ว ลูกก็ควรจะไปช่วยแม่ทำงานเราอาจจะเข้าหุ้นกันซื้อลูกม้าหรือซื้อวัวก็ยังได้ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังจะทำให้ลูกมีประสบการณ์เกี่ยวกับเื่ม้ามากขึ้นเมื่อต้องดูแลงานในไร่ของตัวเอง”
“หนูเก็บเสื้อผ้าได้ั้แ่พรุ่งนี้เลยค่ะแม่”เอลิสันตอบอย่างกระตือรือร้น
“แล้วเธอล่ะ เจอรี่” เอ็ดดี้หันไปมองหน้าลูกเลี้ยงซึ่งมีความหมายสำหรับเธออย่างมากมาโดยตลอด“เธอเป็คนที่มีประสบการณ์มากกว่าใครทุกวันนี้เธอก็ทำงานอยู่ในไร่ขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอน เธอย่อมจะรู้ซึ้งถึงปัญหาต่างๆได้ดีกว่าเรา เธอเป็คนที่มีความรู้อย่างดีเกี่ยวกับเื่ปศุสัตว์ขอถามหน่อยนะว่าเธอยังมีใครที่เป็พิเศษสำหรับเธอจนทำให้เธอไม่อยากไปกับเราด้วยหรือเปล่า”
นับแต่วันที่เจอรี่แยกตัวไปอยู่ต่างหากเอ็ดดี้แทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเื่ส่วนตัวของเขาเลยรู้แต่เพียงว่าเขามีเดทบ้างเป็บางครั้งแต่ไม่เคยได้ยินว่าเจอรี่ออกเดตกับหญิงสาวคนไหนอยู่เป็ประจำ
“ก็...ไม่มีใครเป็พิเศษหรอกครับ” เจอรี่ยอมรับตามความจริง จากน้ำเสียงของเขาทำให้เอ็ดดี้รู้ว่าเวลานี้เจอรี่ใจอ่อนลงมากแล้ว
“ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ฉันอยากจะพูดให้มันกระจ่างลงไปก่อนที่เราจะเริ่มต้น” เธอกล่าวต่อ “ไร่แห่งนี้คือไร่ของครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราร่วมือกันสร้างมันขึ้นมาเพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเราทุกคนจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกันซึ่งเราหวังว่ามันจะเป็งานที่สร้างผลกำไรให้เกิดขึ้นถ้าเป็เช่นนั้นก็หมายความว่าทุกคนย่อมจะต้องมีส่วนแบ่งในผลกำไรด้วยซึ่งเื่นี้ก็เห็นจะต้องขอบคุณพ่อของลูกทั้งสองอยู่มากเพราะเท่ากับว่าฉันแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย และนี่เป็สิ่งที่ฉัน้าสิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้นน่ะ คิดว่ามันน่าจะยุติธรรมดีสำหรับทุกคนคือเรามีความเท่าเทียมกัน” เธอหยุดเว้นระยะก่อนที่จะกล่าวต่อว่า
“ซึ่งนั่นก็ยังหมายความต่อไปด้วยว่าเธอทั้งสองคนคงจะต้องทำงานเท่าๆ กับฉันเพื่อที่จะให้ไร่ปศุสัตว์ของเราประสบความสำเร็จเธอมีความคิดเห็นยังไงในเื่นี้ล่ะเจอรี่อยากจะเข้ามาเป็หุ้นส่วนของฉันกับเอลิสันไหม” เธอมองหน้าลูกเลี้ยงอย่างรอฟังคำตอบอยู่
“การทำงานในไร่ของตัวเองมันก็จะต้องดีกว่าเป็ลูกจ้างของเขาแน่ละครับ เอ็ดดี้” เจอรี่ตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ
“โอ...ในที่สุดเราก็จะได้มีไร่ของตัวเองแล้วหรือนี่”เอลิสันร้องออกมาดังๆราวกับยังไม่อยากเชื่อว่าเื่ที่กำลังพูดกันอยู่ในเวลานี้มันเป็ความจริง
“แต่ก่อนหน้านั้นเรายังมีงานที่จะต้องทำกันอีกมากทีเดียวนะลูก”เอ็ดดี้หันไปบอกลูกสาว “ก่อนอื่นเราก็จะต้องติดต่อกับสำนักงานที่รับซื้อขายที่ดินเพื่อหาความรู้ว่าราคาที่ดินในตลาดเวลานี้มันเป็ยังไงเอาเป็ว่าเราจะเลือกในเซ้าท์ ดาโกต้าใช่ไหม”
“ก็ถ้าเราจะสร้างไร่แห่งความฝันขึ้นที่นั่นมันก็ต้องหาซื้อไร่ที่นั่นแน่ละครับ” เจอรี่ตอบเสียงอ่อน
“และเราก็จะไม่รีบร้อนซื้อรายแรกที่เสนอมาด้วย”เอ็ดดี้ยืนยันในความคิดของตนเอง “เราไม่จำเป็จะต้องรีบร้อนอะไรเลยเพราะฉะนั้นค่อยๆ ดูไปทีละแห่งๆ ก่อนตกลงไหม” ซึ่งหนุ่มสาวทั้งสองต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“แล้วบ้านนี้ล่ะครับ” เจอรี่ถามอย่างสงสัย
“เราจะขายนะ” เอ็ดดี้พูดอย่างตัดสินใจ“ซึ่งถ้าเราตัดสินใจแล้วว่าจะขายก็ควรจะซ่อมแซมให้มันอยู่ในสภาพดีกว่านี้สักหน่อยเช่น เราควรจะทาสีใหม่เสียทั้งบ้าน ทั้งคอกม้า และก็ตามแนวรั้วนั่นด้วย”
“ผมคิดว่ารอไว้จนกว่าเราจะหาที่ดินทำไร่ได้เสียก่อนแล้วค่อยประกาศขายจะดีไหมครับเอ็ดดี้” เจอรี่ตั้งคำถามขึ้นแต่มันก็เป็คำถามของคนที่ไม่ประมาทต่ออนาคตของตนเอง
“แน่นอน เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นเราก็จะต้องหาเช่าที่สำหรับเลี้ยงม้า กว่าเราจะย้ายกันอีก” เอลิสันชิงตอบขึ้นทันทีแต่แล้วก็ย้อนถามขึ้นว่า “ว่าแต่เราจะเอาม้าไปด้วยใช่ไหมคะ”
“อ๊ะ...ก็ต้องเอาไปสิ” เจอรี่พยักหน้ารับรอง“ดูเหมือนเธอเคยเล่าให้ฟังว่าเ้าม้าสีน้ำตาลที่ซื้อมาเมื่อฤดูหนาวปีก่อนมันเป็ม้าที่ฉลาดแล้วก็ฝึกไว้สำหรับการขว้างบ่วงบาศได้อย่างดีไม่ใช่หรือ เอลิสัน”
“ค่ะ ไม่เชื่อบ่ายนี้พี่ลองเอามันฝึกดูเองสิ”
“ดีเหมือนกัน” เจอรี่คล้อยตามอย่างเอาใจอีกครั้ง
“เอาอย่างนี้ดีกว่า” เอลิสันลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง“หนูจะไปเอากระดาษกับปากกามา แล้วเราลองช่วยกันนึกซิว่านับแต่นี้เป็ต้นไป เรามีความจำเป็จะต้องทำอะไรบ้างนี่เราเริ่มเป็คณะกรรมการของบริษัทหุ้นส่วนแล้วนะ”