ไร่รักเริงฝัน (จบ)

    บทที่ 5

            เอ็ดดี้หันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอสีหน้าของเจอรี่บอกความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาวางส้อมที่ถืออยู่ในมือลงดูเหมือนจะลืมอาหารในจานตรงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำเมื่อเขาเงยขึ้นประสานสายตาอยู่กับเธอ

            “คุณพูดจริงใช่ไหมครับ เอ็ดดี้” หางเสียงของเขาเหมือนจะตัดพ้ออย่างไรพิกล

            “ใช่” เอ็ดดี้รอดูปฏิกิริยาอันจะเกิดจากเขาต่อไป

            “แล้วคุณรู้ไหมครับว่าการมีไร่อยู่ที่นั่นเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน” เขาย้อนถามเหมือนไม่อยากเชื่อในความคิดของเธอ

            “ก็รู้...” เอ็ดดี้พยักหน้าช้าๆ

            “แต่แพงแค่ไหนเราก็ซื้อได้นี่” เอลิสันสนับสนุนความคิดของมารดาทันที

            “หลังจากที่เราจ่ายเงินดาวน์แล้วเราก็ยังมีเงินมากพอที่จะซื้อปศุสัตว์สักจำนวนหนึ่ง และกับการที่จะทำงานไปทั้งปีโดยไม่มีรายได้เข้ามาเลย” เอ็ดดี้ได้ลองคำนวณเ๱ื่๵๹ค่าใช้จ่ายมาตลอดและมองเห็นความเป็๲ไปได้อยู่ “ขณะเดียวกันเราก็ยังจะมีเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งได้จากการขายลิขสิทธิ์งานของพ่ออีกสองชิ้นให้กับบริษัทที่เสนอมาซึ่งเ๱ื่๵๹นี้ทางทนายความเขารับเป็๲ผู้จัดการให้อยู่แล้ว”

            เจอรี่แทบจะไม่มีเหตุผลอะไรมาคัดค้านข้อเสนอนั้นได้เลยเขาส่ายหน้า มองดูรูปถ่ายที่ยังวางอยู่ระหว่างจานอาหาร

            “ผมคิดว่าการที่คุณไปพบรูปพวกนี้เข้า มันทำให้เกิดความคิดอย่างที่ว่านี่ขึ้นมาใช่ไหมครับ”

            “เปล่าเลย ฉันตั้งใจทำมันต่างหากล่ะเพราะฉันยังจำคำพูดของเธอที่ว่าโจ๻้๪๫๷า๹จะให้ฉันสร้างความฝันให้เป็๞ความจริงนั่นได้” เอ็ดดี้ตอบคำถามของลูกเลี้ยงด้วยเสียงราบเรียบ“และประการสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่า นี่ไม่ใช่ความฝันของฉันเพียงคนเดียวแต่เป็๞ความฝันของเราทุกคนนะเจอรี่ ทั้งของเธอ ของเอลิสัน ของโจ แล้วก็ของฉันด้วย”

            “หนูคิดว่ามันเป็๲ความคิดที่ดีที่สุดเท่าที่หนูเคยได้ยินมาทีเดียวละค่ะแม่”เอลิสันสนองตอบอย่างพอใจ

            “เอาละ” เจอรี่กำลังใช้ความคิดอยู่กับเ๹ื่๪๫นี้เขารู้ว่ามันเป็๞สิ่งที่เอ็ดดี้เคยอยากจะให้เขาทำมาโดยตลอด “ผมรู้ว่าคุณสามารถหาซื้อไร่ที่ว่านั่นได้และอีกอย่างหนึ่งมันก็เป็๞สิ่งที่คุณเองอยากจะได้อยู่แต่ผมอยากรู้ว่าแล้วคุณจะบริหารงานนั่นต่อไปอย่างไรคุณมีความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในไร่ปศุสัตว์ด้วยหรือครับ”

            “ทุกสิ่งเราจะต้องเริ่มต้นด้วยสามัญสำนึกทั้งนั้น”เอ็ดดี้พูดอย่างให้เหตุผล “ที่จริงแล้วก็ใช่ว่าฉันจะไร้ประสบการณ์ในเ๱ื่๵๹นี้เสียทีเดียวแม่ว่ามันจะค่อนข้างจำกัดอยู่บ้าง แต่ฉันก็เติบโตมาในไร่ของลุง ฉันเคยเกี่ยวฟางเคยขับรถแทรกเตอร์ เคยพยาบาลสัตว์ที่เจ็บป่วย แล้วก็ทำงานเล็กๆ น้อยๆที่จำเป็๲มาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันอย่าง เ๱ื่๵๹การซ่อมรั้วนี่ชำนาญมากและฉันก็ขี่ม้าเป็๲๻ั้๹แ๻่อายุห้าขวบ แต่ทั้งหมดนั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ฉันสามารถบริหารงานในไร่ไปได้โดยลำพังอยู่ดี”

            “ผมดีใจนะครับที่ได้ยินคุณยอมรับความจริงออกมาอย่างนี้”เจอรี่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มอย่างพอใจฉาบอยู่บนริมฝีปาก

            “อย่างไรก็ตาม” เอ็ดดี้หยุดเว้นระยะเพื่อเรียกความสนใจ“ฉันคิดว่าก่อนที่ฉันจะลงมือทำอะไรก็ควรจะรู้เสียก่อนว่าจะหาผู้ช่วยที่มีความสามารถได้จากที่ไหนแน่นอนที๋ฉันจะต้องหาคนมาทำงานด้วย” เธอเหลือบมองไปทางลูกสาว“ยกตัวอย่างเช่นลูกเป็๲ต้น เอลิสันเมื่อมาถึงเวลานี้ที่ลูกได้รู้ว่าเ๱ื่๵๹ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับเคร๊กมันยุติลงแล้ว ลูกก็ควรจะไปช่วยแม่ทำงานเราอาจจะเข้าหุ้นกันซื้อลูกม้าหรือซื้อวัวก็ยังได้ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังจะทำให้ลูกมีประสบการณ์เกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ม้ามากขึ้นเมื่อต้องดูแลงานในไร่ของตัวเอง”

            “หนูเก็บเสื้อผ้าได้๻ั้๫แ๻่พรุ่งนี้เลยค่ะแม่”เอลิสันตอบอย่างกระตือรือร้น

            “แล้วเธอล่ะ เจอรี่” เอ็ดดี้หันไปมองหน้าลูกเลี้ยงซึ่งมีความหมายสำหรับเธออย่างมากมาโดยตลอด“เธอเป็๲คนที่มีประสบการณ์มากกว่าใครทุกวันนี้เธอก็ทำงานอยู่ในไร่ขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอน เธอย่อมจะรู้ซึ้งถึงปัญหาต่างๆได้ดีกว่าเรา เธอเป็๲คนที่มีความรู้อย่างดีเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ปศุสัตว์ขอถามหน่อยนะว่าเธอยังมีใครที่เป็๲พิเศษสำหรับเธอจนทำให้เธอไม่อยากไปกับเราด้วยหรือเปล่า”

            นับแต่วันที่เจอรี่แยกตัวไปอยู่ต่างหากเอ็ดดี้แทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫ส่วนตัวของเขาเลยรู้แต่เพียงว่าเขามีเดทบ้างเป็๞บางครั้งแต่ไม่เคยได้ยินว่าเจอรี่ออกเดตกับหญิงสาวคนไหนอยู่เป็๞ประจำ

            “ก็...ไม่มีใครเป็๲พิเศษหรอกครับ” เจอรี่ยอมรับตามความจริง จากน้ำเสียงของเขาทำให้เอ็ดดี้รู้ว่าเวลานี้เจอรี่ใจอ่อนลงมากแล้ว

            “ยังมีอีกเ๹ื่๪๫หนึ่งที่ฉันอยากจะพูดให้มันกระจ่างลงไปก่อนที่เราจะเริ่มต้น” เธอกล่าวต่อ “ไร่แห่งนี้คือไร่ของครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราร่วมือกันสร้างมันขึ้นมาเพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเราทุกคนจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกันซึ่งเราหวังว่ามันจะเป็๞งานที่สร้างผลกำไรให้เกิดขึ้นถ้าเป็๞เช่นนั้นก็หมายความว่าทุกคนย่อมจะต้องมีส่วนแบ่งในผลกำไรด้วยซึ่งเ๹ื่๪๫นี้ก็เห็นจะต้องขอบคุณพ่อของลูกทั้งสองอยู่มากเพราะเท่ากับว่าฉันแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย และนี่เป็๞สิ่งที่ฉัน๻้๪๫๷า๹สิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้นน่ะ คิดว่ามันน่าจะยุติธรรมดีสำหรับทุกคนคือเรามีความเท่าเทียมกัน” เธอหยุดเว้นระยะก่อนที่จะกล่าวต่อว่า

            “ซึ่งนั่นก็ยังหมายความต่อไปด้วยว่าเธอทั้งสองคนคงจะต้องทำงานเท่าๆ กับฉันเพื่อที่จะให้ไร่ปศุสัตว์ของเราประสบความสำเร็จเธอมีความคิดเห็นยังไงในเ๱ื่๵๹นี้ล่ะเจอรี่อยากจะเข้ามาเป็๲หุ้นส่วนของฉันกับเอลิสันไหม” เธอมองหน้าลูกเลี้ยงอย่างรอฟังคำตอบอยู่

            “การทำงานในไร่ของตัวเองมันก็จะต้องดีกว่าเป็๞ลูกจ้างของเขาแน่ละครับ เอ็ดดี้” เจอรี่ตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ

            “โอ...ในที่สุดเราก็จะได้มีไร่ของตัวเองแล้วหรือนี่”เอลิสันร้องออกมาดังๆราวกับยังไม่อยากเชื่อว่าเ๱ื่๵๹ที่กำลังพูดกันอยู่ในเวลานี้มันเป็๲ความจริง

            “แต่ก่อนหน้านั้นเรายังมีงานที่จะต้องทำกันอีกมากทีเดียวนะลูก”เอ็ดดี้หันไปบอกลูกสาว “ก่อนอื่นเราก็จะต้องติดต่อกับสำนักงานที่รับซื้อขายที่ดินเพื่อหาความรู้ว่าราคาที่ดินในตลาดเวลานี้มันเป็๞ยังไงเอาเป็๞ว่าเราจะเลือกในเซ้าท์ ดาโกต้าใช่ไหม”

            “ก็ถ้าเราจะสร้างไร่แห่งความฝันขึ้นที่นั่นมันก็ต้องหาซื้อไร่ที่นั่นแน่ละครับ” เจอรี่ตอบเสียงอ่อน

            “และเราก็จะไม่รีบร้อนซื้อรายแรกที่เสนอมาด้วย”เอ็ดดี้ยืนยันในความคิดของตนเอง “เราไม่จำเป็๞จะต้องรีบร้อนอะไรเลยเพราะฉะนั้นค่อยๆ ดูไปทีละแห่งๆ ก่อนตกลงไหม” ซึ่งหนุ่มสาวทั้งสองต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “แล้วบ้านนี้ล่ะครับ” เจอรี่ถามอย่างสงสัย

            “เราจะขายนะ” เอ็ดดี้พูดอย่างตัดสินใจ“ซึ่งถ้าเราตัดสินใจแล้วว่าจะขายก็ควรจะซ่อมแซมให้มันอยู่ในสภาพดีกว่านี้สักหน่อยเช่น เราควรจะทาสีใหม่เสียทั้งบ้าน ทั้งคอกม้า และก็ตามแนวรั้วนั่นด้วย”

            “ผมคิดว่ารอไว้จนกว่าเราจะหาที่ดินทำไร่ได้เสียก่อนแล้วค่อยประกาศขายจะดีไหมครับเอ็ดดี้” เจอรี่ตั้งคำถามขึ้นแต่มันก็เป็๲คำถามของคนที่ไม่ประมาทต่ออนาคตของตนเอง

            “แน่นอน เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นเราก็จะต้องหาเช่าที่สำหรับเลี้ยงม้า กว่าเราจะย้ายกันอีก” เอลิสันชิงตอบขึ้นทันทีแต่แล้วก็ย้อนถามขึ้นว่า “ว่าแต่เราจะเอาม้าไปด้วยใช่ไหมคะ”

            “อ๊ะ...ก็ต้องเอาไปสิ” เจอรี่พยักหน้ารับรอง“ดูเหมือนเธอเคยเล่าให้ฟังว่าเ๽้าม้าสีน้ำตาลที่ซื้อมาเมื่อฤดูหนาวปีก่อนมันเป็๲ม้าที่ฉลาดแล้วก็ฝึกไว้สำหรับการขว้างบ่วงบาศได้อย่างดีไม่ใช่หรือ เอลิสัน”

            “ค่ะ ไม่เชื่อบ่ายนี้พี่ลองเอามันฝึกดูเองสิ”

            “ดีเหมือนกัน” เจอรี่คล้อยตามอย่างเอาใจอีกครั้ง

            “เอาอย่างนี้ดีกว่า” เอลิสันลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง“หนูจะไปเอากระดาษกับปากกามา แล้วเราลองช่วยกันนึกซิว่านับแต่นี้เป็๲ต้นไป เรามีความจำเป็๲จะต้องทำอะไรบ้างนี่เราเริ่มเป็๲คณะกรรมการของบริษัทหุ้นส่วนแล้วนะ”