นักสู้ผลัดต่อยกันจนบนใบหน้าของแต่ละฝ่ายเกิดรอยฟกช้ำพร้อมเืมากมายเต็มไปทั่วตัว สักพักทุกอย่างยุติลงในเมื่อชายฉกรรจ์ผมเกรียนดำร่างกายกำยำเผ่าพันธุ์มนุษย์พุ่งลำแขนต่อยเสยคางใหญ่ของมัน จนฝ่ายผู้ต่อสู้จากเผ่าพันธุ์ไจบิ๊กเืกระฉูดออกจากปาก หงายหลังลงนอนสลบน็อกกับพื้นหินขาวไปที่เรียบร้อย
“ เราได้ผู้ชนะแล้วขอรับท่านผู้ชมทั้งหลาย นั่นก็คือท่านแซดไดร์จากเผ่าพันธุ์มนุษย์ เ้าของฉายาหมัดมวยประจำเมืองเวลล่าซีน !! ”
เสียงประกาศดังกึกก้องไปทั่วลาน ทำให้ผู้คนในที่นี้โห่ร้องยินดีให้กับผู้ชนะประจำงานเ้าสังเวียนหมัดมวยเวลล่า มันจะจัดในโอกาสลูกบ้านไหนให้กำเนิดบุตรแฝดขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะมีงานประลองประเภทนี้ไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนใครชนะได้รับรางวัลเป็จำนวนเหรียญทองแดงหนึ่งหมื่นซิกและได้รับบัตรส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์จากร้านขายอาวุธชื่อดังจากเ้าของช่างตีเหล็กมือฉมังไปเลยแบบฟรี ๆ เป็จำนวนสองใบ
“ อานนท์ ”
จู่ ๆ เสียงของเด็กสาวผมดำกำลังนั่งอยู่ตรงน้ำพุขนาดใหญ่ หันเรียกเพื่อนชายหน้าหล่อด้านข้างแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตดำลายจุดขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลดูมีเอกลักษณ์เื่การแต่งกายดีเฉพาะตัว อันเรียกสายตาจากบรรดาผู้หญิงรุ่นเล็กรุ่นใหญ่พากันเคลิ้มตาม จนทำให้พวกนางตกเป็เป้าสายตาได้ไม่ยากเย็น
“ ฮะ มีอะไรเหรอแอรีส..? ” อานนท์หยุดกินจากเนื้อย่างบนมือ เลิกมองฝ่ายของผู้แพ้ในการประลองกำลังถูกผู้หญิงร่างใหญ่ท่าทางแข็งแรงบึกบึนสองคนเดินมาหามเข้าไปในซุ้มหลังเล็กใกล้สนามเพื่อทำแผล ผงะหลังออกมาเมื่อมีมือเล็กยื่นมาเช็ดปากให้กับเขา
“ ปากเ้าเปื้อนน่ะ เ้านี่กินเหมือนเด็กเลยนะ ” แอรีสเอ่ย นึกขำยื่นมือเช็ดคราบซอสตรงปากอานนท์ได้สำเร็จ
“ อ๋อ ขอบคุณนะ แหะ ! ” อานนท์ก้มหัวให้เพื่อนสาวนิดหนึ่ง ยกมือเกาท้ายทอยไปมาแก้เขิน
“ อิจฉาโว้ย หมั่นไส้ !! ” ฮารัสพูดเปรยเสียงดังตั้งใจให้คนอีกข้างได้ยิน
“ เป็ไรวะฮารัส ” อานนท์หันไปถาม มือยังถือเนื้อย่างกินอยู่ ขมวดคิ้วมองมันในเมื่อ...
“ เปล่านิ ! ” ฮารัสตวัดเสียงใส่ สะบัดหน้าหนี ส่วนอานนท์ถามต่อ
“ เอาดี ๆ... ถามจริง เ้าไม่พอใจอะไรข้าหรือเปล่าวะ เห็นพูดเหน็บข้ามาตลอดทางเลยเนี่ย !! ” ฮารัสไม่ตอบ จนอานนท์ต้องเอามืออีกข้างหนึ่งล็อคคอมันไว้ อยากเค้นให้พูดออกมา
“ เปล่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง !! เอามือเหม็น ๆ ของเ้าออกไปเลยนะโว้ย ” ฮารัสขยิบตา รีบแกะแขนของเพื่อนชาย ผลักอกมันออกให้ห่างอย่างเต็มแรง จนคนถูกโดนถึงกับเอามือจับหน้าอกตัวเองอย่างรู้สึกเจ็บ
“ เป็อะไรฮารัส ทำไมต้องผลักข้าแรงด้วยวะ บอกกันดี ๆ ก็ได้นิ่ !! ” อานนท์เริ่มโมโห ลุกขึ้นทิ้งไม้เนื้อย่างลงกับพื้น จ้องเพื่อนชายตรงหน้าเขม็ง ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป ส่วนพวกเพื่อนใรีบลุกขึ้นหวังเตรียมห้าม
“ ก็บอกแล้วไงว่าเปล่าไม่ได้เป็อะไร เ้าก็เล่นเค้นข้าจัง... จะเอาไงวะ !!! ” ฮารัสลุกขึ้นตาม เชิดหน้ามองเขม็งกลับ สายตาของทั้งสองเริ่มแข็งกร้าวส่งให้กันแล้ว ทำให้คนแถวนี้หันมา พากันหยุดยืนดูอย่างสนใจกับการรู้สึกว่าจะมีมวยคู่ที่สองปรากฏขึ้นในอีกไม่ช้า
“ เหอะ !! ก็ไม่เอาไงเว้ย หรือจะเอา… ?!! ” อานนท์เชิดหน้า ถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นเส้นเืเกร็งยาวไปจนสุดกำมือ
“ ก็เอาดิ เข้ามาก่อนดิวะ !! ” ฮารัสพูดยุ กระตุกคิ้วซ้ายด้วยสีหน้ากวนประสาทใส่อานนท์ ก่อนทั้งสองคนเอามือผลักหน้าอกของอีกฝ่ายเป็การเริ่มต่อยกัน แต่ทว่ายังไม่ทันจะง้างแลกหมัดก็เกิดกระแสไฟฟ้าบางอย่างพุ่งใส่ทั้งสองคนล้มลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่กับพื้นเสียก่อนแล้ว
“ โอ้ย / โอ้ยพอแล้ว รู้แล้ว !! ”
เสียงร้องอย่างเ็ปของเด็กหนุ่มทั้งสองคนลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางสายตาหลายคู่มากมายมองอย่างใและรู้สึกสงสารแทน ในเมื่อเด็กสาวผมม่วงมีใบหน้าแดงก่ำ กำลังโกรธจัดที่เห็นเพื่อนชายของนางต้องมาต่อยกันในเื่ไม่เป็เื่แค่นี้
“ รู้ซึ้งแล้วใช่ไหมไอ้รัส !! แบบนี้แหละที่ข้าโดนมาก่อน ”
เสียงจืดเจื่อนลอดผ่านลำคอออกมาอย่างยากลำบาก กระเถิบเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนชายผมฟ้า โดยก่อนหน้านั้นฮารัสได้ส่งโทรจิตมาบอกให้เขาลองหาเื่มัน เพราะเหตุผลที่ว่าอยากจะโดนพลังจิตสังหารของเพื่อนสาวคนนี้ซะหน่อยว่ามันจะรู้สึกยังไง ซึ่งนัสและแม๊กรู้เื่อยู่ก่อน เลยไม่ค่อยมีท่าทางใเหมือนพวกเพื่อนหญิง
“ รู้ซึ้งเลยว่ะ !! ” ฮารัสตอบสั้น ๆ ดันตัวเองตามอานนท์ขึ้นไป มีพวกเพื่อนชายเข้ามาช่วยพยุง ก่อนสายตาของทั้งสองคู่ต้องสะดุดดวงตาสีเทาสวยจากหัวหน้าชั้นปียืนกอดอกมองขุ่นเคืองอยู่เบื้องหน้า อันมีเด็กสาวอีกสองคนยืนกอดอกอยู่ด้านหลังมองตามมาเช่นกัน
“ พวกเ้าเล่นบ้าอะไรกัน ?!! ” เสียงฟังดูสุภาพแฝงไปด้วยความเยือกเย็นจากยูเอ่ยถามเพื่อนชายทั้งสองคน เมื่อนางได้ยินประโยคเมื่อกี้เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่ากำลังคิดจะทำอะไรกันอยู่
“ เอ่อ... ” ท่าทางอ้ำอึ้งปรากฏขึ้นมาทันทีจากเด็กหนุ่มหน้าหล่อและเด็กหนุ่มน่ารัก ก่อนฮารัสดันหลังอานนท์ออกไปเผชิญกับเพื่อนสาวตรงข้ามอย่างรู้สึกเกร็ง กลัวแปลก ๆ
“ ไอ้..! อย่าดันดิ...” อานนท์หันไปด่าคนที่ดันเขา รีบหันหน้ามาเมื่อยูเอ่ยขึ้น
“ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกข้ากำลังเล่นอะไรกันอยู่ แต่ขอถามอย่างหนึ่งเถิด สนุกกันไหม ?!! ” แค่ประโยคเดียวทำให้เจ็บไปถึงในทรวงสำหรับอานนท์ เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก สมองตื้อ แต่สายตายังจ้องมองเพื่อนสาวผู้เงียบนิ่งมาตลอดไม่ละไปไหนเหมือนถูกสะกด
“ ข้าขอโทษนะยู คือข้าอยากรู้ว่ามันจะรู้สึกยังไงเมื่อโดนพลังจิตของเ้าเข้าไปน่ะ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจแกล้งเ้าจริง ๆ นะ ” ฮารัสเห็นว่าอานนท์ยืนแข็งทื่อไม่พูดไม่จาต่อ เด็กหนุ่มเลยก้มหัวขอโทษยูไปตรง ๆ ก่อนเห็นพวกนางเดินออกไปดูจะไม่รับคำขอโทษจากเขา
“ เฮ้ย แอรีสรอด้วย ! ” เสียงนัสเรียกสติอานนท์และคนที่เหลือวิ่งตามพวกเพื่อนสาวไปทางย่านอาหาร โดยด้านหลังพวกเขากับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองสถานการณ์เมื่อกี้นี้อยู่ตลอดทุกฉากอย่างเงียบ ๆ
+++++++++++++++++++++
“ หึ !! ” เสียงขำต่ำออกมาจากลำคอ กระตุกยิ้มมุมปากของชายวัยกลางคน กำลังซุ่มดูเด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่แถวหน้าร้านขายอาวุธตรงข้ามกับสนามประลอง จนมันพาพวกเพื่อนเดินหายลับไปกับฝูงชน
“ โผล่มาจนได้สินะ ท่านอาวิดเทม ” เสียงดูนิ่งของชายหนุ่มผมขาวคนหนึ่งแต่งกายชุดลำลองเป็เสื้อยืดเทากางเกงยีนส์ดำ ปรากฏอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เอามือยกจับบ่าคนเ้าของชื่อตรงหน้า ปล่อยน้ำหนักมือลงจนชายวัยกลางคนแทบทรุดลงไปคุกเข่า แต่ยังไม่ทันไร อาวิดเทมได้หายไปกับตา ปรากฏอยู่ด้านหลังชายหนุ่มแทน
“ เ้า เป็เด็กใหม่ขององค์กรดำสินะ !! แต่ก็น่าขัน ! มีฝีมือแค่นี้ริอาจมาต่อกรกับข้า !! ”
ชายวัยกลางคนนามว่าอาวิดเทมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ฉายชัดบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาเด่นตรงหนวดสาดลูกคางราวกับโจรสลัด ดวงตาสีแดงสดมองชายหนุ่มตรงหน้าแฝงแววอำมหิตพร้อมแผ่รังสีสังหารออกมา แต่มันไม่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเกรงกลัวไปได้เลย
“.........” ชายหนุ่มผมขาวไม่ได้ตอบ ดวงตาสีเทาฉายแววเ็าจ้องชายตรงหน้าอย่างใช้ความคิด แผ่ไอเย็นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนจะ...
ฉับพลันเกิดลมพัดแรง กระหน่ำหอบฝุ่นมากมายไล่ผู้คนแถวละแวกนี้ให้วิ่งเข้าร้านหรือบ้านเรือนของตัวเองในทันที
วิ้ง กึง กึง แก๊ง
เสียงลมพัดดันดาบหลายเล่มบนผิวหินอ่อนเป็แผงวางอาวุธอยู่ด้านหน้าร้านขนาดใหญ่ลอยขึ้นบนอากาศ บัดนี้ไม่มีเงาจากเ้าของร้านกำลังยืนตีดาบโชว์ท่าทางอย่างชำนาญอีกต่อไป ในเมื่อรังสีสังหารปะทะไอเย็นะเืแผ่กว้างไปทั่วบริเวณ
“ คิดจะจับข้ารึ !! มันไม่ง่ายหรอกไอ้หนู ! ” อาวิดเทมกระตุกยิ้มกลบเกลื่อนความกลัวและคิด ‘ ถ้าครั้งนี้เสียท่าขึ้นมาคงไปช่วยเรย์ไม่ได้แน่ ถอยก่อนดีกว่า ! ’
ก่อนชายวัยกลางคนรวบรวมพลังที่ฟื้นฟูขึ้นมาได้ส่วนหนึ่งเป็เวทรัตติกาล ปรากฏมวลพลังสีดำพวยพุ่งลำแสงใส่ชายหนุ่มเบื้องหน้า สั่งดาบสองเล่มที่อยู่ใกล้ตัวพุ่งปลายแหลมแทงเข้าไปใส่อย่างต่อเนื่อง ร่ายเวทเปิดประตูมิติสีดำรอไว้อยู่เื้ั แต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปต้องหยุดชะงักเบี่ยงหลบด้านข้าง เมื่อดาบเล่มนั้นย้อนตีกลับมาเฉี่ยวเข้าปอยหนวดของเขา จนกระจายออกปลิวตามสายลมแรงราวกับพายุฝุ่น
“ หึ ! คิดหนีงั้นหรือ มันคงไม่ง่ายเช่นกันอาวิดเทม ! ” ชายหนุ่มประกบมือเข้าหากันพลันเกิดลำแสงสีน้ำเงินไปเคลือบดาบหลายเล่มบนอากาศ
หากบัดนี้ดวงตาสีเทาของเขาได้ปรากฏความสนุกฉายชัดขึ้น สั่งให้ดาบหลายเล่มพุ่งใส่อาวิดเทมตรงเบื้องหน้าเข้าพร้อมกันทันที !! แต่กับได้เพียงอากาศเปล่าไร้ร่องรอยของร่างชายวัยกลางคน ในเมื่อมันได้หายลับไปในประตูมิตินั้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็อย่างที่เขาวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมด
“ ในอนาคตอย่าหวังจะโชคดีเหมือนครั้งนี้ ! ” ชายหนุ่มผมขาวพูดลอย แววตายังคงมีความสนุกอยู่ไม่จาง ปรากฏเสียงของบุคคลมาใหม่ทั้งสามคนขึ้นด้านหลัง
“ เครื่องนั้นคงติดตั้งสำเร็จนะดาวิน ? ” เสียงใสของหญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าชายหนุ่มร่างสูง
“ อืม ต้องสำเร็จสิ ” ชายหนุ่มนามว่าดาวินตอบ พยักหน้าให้เพื่อนสาวของเขานั่นก็คือซ่าร่าพร้อมชายร่างอ้วนท้วมเดินเข้ามาเสริมและตามด้วย...
“ พี่ดาวินนี่ยังไม่เอาจริงสินะ ” เสียงทุ้มแหบฟังดูสบาย ๆ ดังมาจากด้านหลังพวกดาวิน ปรากฏตัวเป็ชายหนุ่มร่างสูงดูใบหน้าเกลี้ยงเกลาไว้เคราเล็กน้อย มีผมสีน้ำตาลสอยสั้นระต้นคอขาวนามว่าริชาร์ต
“ หึ ” เพียงกระตุกยิ้มเบา ๆ ตรงมุมปากบางออกชมพู ทำให้ทุกคนรู้สึกเย็นะเืไปตาม ๆ กัน
“ พอเถอะดาวิน เ้าเลิกแผ่รังสีความเย็นแบบนั้นออกมาได้แล้ว ข้าหนาว ” เสียงซ่าร่าแกล้งพูดดุเพื่อนชาย เอามือเล็กกอดอก ทำตัวสั่น เดินชนเข้าใส่ข้างแขนดาวินอย่างหยอกเล่น
“ โทษที มันชิน ” ดาวินตอบสั้น ๆ ยิ้มนิด ๆ ให้ซ่าร่า เลื่อนสายตามองเพื่อนชายอีกคนกำลังยิงแสงจากไลมิวส์อากระหน่ำถ่ายมาอยู่ จนเขารู้สึกรำคาญยกมือกำหมัดแน่นพลันเครื่องบนมือมันแตกกระจายออกเป็เสี่ยง ๆ ต่อหน้าต่อตา !
“ ไอ้ดาวิน !! เอาอีกแล้วนะ บอกกันดี ๆ ก็ได้นิหว่า... ซ่าร่าดูมันดิ ”
ชายหนุ่มร่างอ้วนชื่อจริงว่าวินซาเรนะโโวยวาย เดินเข้าไปจับแขนเล็กของเพื่อนสาวด้านข้าง ดวงตาสีดำมองดาวินเขม็ง ในเมื่อเครื่องนี้มันเป็เครื่องที่หนึ่งร้อยยี่สิบสามจากจำนวนทั้งหมดที่เขาซื้อมาใหม่ทดแทนเครื่องที่พังไป เพราะไอ้เพื่อนสนิทอีกคนคิดชอบทำร้ายข้าวของของเขามาตลอดจนนับครั้งไม่ถ้วน
“ หึ ” ดาวินกระตุกยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองวินนิดเดียวก็เชิดหน้าสะบัดหนีไปทางอื่น
“ พวกพี่ขอรับ ข้าว่าเราไปหาที่เหมาะ ๆ คุยกันถึงเื่นี้ต่อดีหรือไม่ ” เสียงริชาร์ตเอ่ยดัง เรียกให้พวกดาวินหันมามอง ที่กับลืมไปเลยว่ายังมีน้องใหม่แกะกล่องจากองค์กรดำอีกคนยืนอยู่ด้วย
“ ข้าว่าก็ดีนะ ” ซ่าร่าพยักหน้ารับคำเสนอ หันไปมองดาวินกับวินซาเรน
“ อืมแล้วแต่ ” ดาวินเอ่ย
“ ไปสิ แต่ข้าขอเลือกร้านนะน้องริชาร์ต ” วินซาเรนยิ้มกว้าง หัวคิดถึงอาหารกับ... ลอยขึ้นมาทันทีทันใด ดวงตาฉายแววพราวแพรวเปล่งประกายจนดาวินกับซ่าร่าเห็นแววตามันก็รู้ทันที ก่อนพวกเขาหายไปจากตรงนี้ปรากฏอีกทีในร้านประจำก็คือ...
+++++++++++++++++++++