เสียงรองเท้าแตะเก่า ๆ สีกระดำกระด่างลากไปตามพื้นไม้หน้าร้าน
ชายชราร่างผอมผิวกร้านคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าเก่าขาดมอมแมม เดินงกเงิ่นเข้ามายืนหน้าตู้ขนมเปี๊ยะ
ไม่มีใครสนใจ
แม้แต่เสี่ยวหลานก็แค่ชำเลืองด้วยสายตาเหยียด ๆก่อนจะสะบัดพัดจีบใส่หน้า
“ไอ้ขอทานสกปรก ไม่มีเงินก็อย่ามาเกะกะ!”
ขอทานเฒ่าถอยไปยืนตรงมุมเงาร้านท่ามกลางกลิ่นควันไฟและความเฉยเมย
พลอยในร่างเซียงเซียงแอบเห็นทุกอย่างจากในครัว
เธอมองถาดเปี๊ยะชุดเล็กที่อบเกินไว้เมื่อเช้า แล้วถอนหายใจ
“ถ้าไม่ให้กิน...มันก็จะกลายเป็ของเสียอยู่ดีนั่นแหละ”
เธอหยิบใส่ถุงใบเล็กแล้วเดินตรงไปมอบให้
“เอานี่ไปเถอะจ้ะลองชิมดูนะ”
“ของฟรีน่ะ ไม่อร่อยก็อย่าว่ากันเด้อ”
ขอทานเฒ่ารับมาเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา
แต่สายตาใต้เงาหมวกไม้ไผ่นั้น…แอบมองเธอทุกจังหวะก้าว
ค่ำวันนั้น
ในตำหนักของเ้าชายหลีจิ่งหาน
เขานั่งตรงห้องรับรองเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน
ขันทีคนสนิท “เซียวปี้” ยกชาร้อนมาวางข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ
“เสี่ยวปี้…วันนี้ข้าพบเธอแล้ว”
เ้าชายกล่าวเสียงเบา
ขันทีเงยหน้าขึ้น“หญิงที่ทำขนมเปี๊ยะนั้นหรือพ่ะย่ะฮะ?”
“ใช่เธอ…ไม่ได้พูดอะไรมาก”
“แต่เธอยื่นขนมให้ข้าทั้งที่ข้าแต่งตัวเป็ขอทาน”
เ้าชายมองขนมบนโต๊ะ —ขนมเปี๊ยะสามชิ้นที่เขาขอมาไว้หลังร้านก่อนจะจากมา
“เธอไม่รู้ว่าข้าเป็ใคร...แต่เลือกจะ‘ให้’ มากกว่า ‘รังเกียจ’”
“ข้าคิดว่า...หญิงเช่นนี้ควรได้รับโอกาสบางอย่าง”
เช้าวันรุ่งขึ้น
ร้านขนมเปี๊ยะตระกูลเซี่ยเงียบเหงากว่าทุกวัน
แม่เลี้ยงกับเสี่ยวหลานออกไปเดินตลาดเซียงเซียงจึงได้อยู่กับพ่อเงียบ ๆ
พ่อที่วัน ๆ เอาแต่นั่งดื่มน้ำยอดข้าวมึนๆ ไม่พูดกับใคร
แต่นี่คือวันแรกที่เขาพูดกับเธอ
“ขนม...ที่มีไข่เยิ้มนั่น...คนซื้อชมใหญ่นะ”
“เ้าทำเอง?”
เซียงเซียงพยักหน้าเบา ๆ
พ่อจึงเอ่ยเสียงเบาเหมือนคนเคยเจ็บมาก่อน
“เ้าเหมือนแม่เ้า...เก่งแต่เงียบขยันแต่ไม่โวยวาย”
“หวังว่า...ข้าจะไม่ทำให้เ้าผิดหวังเหมือนที่เคยทำกับนาง”
เซียงเซียงไม่พูดอะไร
เพียงก้มหน้า ตั้งใจห่อแป้งขนมต่อไป
ในขณะเดียวกัน
องค์ชายสองส่งบ่าวของตนไปแจ้งความเท็จต่อ “กรมตรวจอาหารหลวง”
เนื้อหาคือมีผู้ร้องเรียนว่า “ร้านขนมเปี๊ยะย่านตลาดฝั่งตะวันตกใช้วัตถุดิบเน่าเสียและใส่ของต้องห้าม”
และคำสั่งจากกรมก็ชัดเจน...
“ให้จับตัวผู้ทำขนมเปี๊ยะไปสอบสวนโดยเร็ว”
[จบตอนที่ 4]