สิ่งที่เรียกสติคือน้ำเย็นๆถังใหญ่ที่ถูกสาดเข้าใส่นั่นทำให้ร่างที่หลับใหลได้สติ ดวงตาของมันเบิกโพลงก่อนกวาดสายตามองไปรอบๆกลับพบบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย กลิ่นคาวเืฉุนจนเตะจมูกก่อนมันจะเริ่มนึกขึ้นได้ว่าตนอยู่ในสถานะไหน
แขนทั้งสองข้างถูกมัดเอาไว้เพดานเช่นเดียวกับขาทั้งสองข้างที่มัดไว้ด้วยเชือกเส้นโตปากเองก็ถูกปิดด้วยเทปเส้นหนายากจะฉีกขาด สภาพที่ชวนให้หวาดหวั่นหากไม่มากเท่ากับสถานที่ๆตนอยู่ในยามนี้
ไม่ว่ามองจากมุมไหนมันก็น่าจะเป็โรงเชือดสัตว์ที่ไหนสักแห่ง
“ โอ้ ตื่นได้ซะทีแกนี่ก็ขี้เซาใช้ได้เลยว่ะทั้งที่ฉันต่อยแกไปโคตรเบาะดันหลับซะยาว นี่ต้องไปยกถังน้ำมาสาดใส่เลยนะเฮ้ย ” ถังพลาสติกที่ว่างเปล่าถูกวางกองเอาไว้บนพื้นก่อนเ้าตัวจะคว้าเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างมานั่ง
“ ฉันจะแกะเทปที่มัดปากแกออกทีนี้แกต้องคายข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งค์ของแกทั้งหมดที่แกรู้ จำนวนคน ขีดสามารถ เส้นทางการเงิน ทุกอย่าง ถ้าฉันรู้สึกว่าแกปกปิดแม้แต่เื่เดียวแกจะเจอกับของพวกนั้น ” นิ้วชี้ไปยังของที่วางกองบนโต๊ะหาใช่ใดอื่นนอกจากมีดหลายเล่มที่วางเรียง บางอันก็เป็เลื่อยหั่นกระดูกทั้งหมดเป็อุปกรณ์ไว้สำหรับชำแหละศพ
“ บอกก่อนเลยว่าฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ อย่างดีก็ใช้คาตานะไม่ชำนาญของพวกนั้นเท่าไหร่ เกิดมันผิดพลาดขึ้นมามันคงไม่ดีกับทั้งสองฝ่ายแหง เพราะงั้นทำตัวดีๆล่ะ ” เทปที่ปิดปากถูกดึงออกความเหนียวของมันแทบจะกระชากหนังกำพร้าให้หลุดลอก หากความเจ็บมันยังไม่มากเท่ากับความหวาดหวั่นที่กำลังประสบ
“ ขะ ข้าเองก็ใช่จะรู้ข้อมูลทุกอย่าง ทางแก๊งค์ปิดข้อมูลส่วนใหญ่เอาไว้ให้รู้แค่ผู้บริหารวงในเพราะงั้น... ” เสียงของร่างนั้นเลือนหายเมื่อหนึ่งในมีดที่อยู่บนโต๊ะเคลื่อนผ่าน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าใบหูของตนถูกมีดเล่มเล็กปักอยู่
“ อ๊าก!! ” ความเ็ปตามมาด้วยเสียงกรีดร้องทางด้านของคนปามีดเองก็ไม่ได้สนใจ เหมือนที่ทำลงไปเป็เพียงเื่เล็กน้อยรอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ไม่เอาน่าเฉินเซี่ยหลางเป็ถึงหนึ่งในผู้บริหารของแก๊งค์จะไม่รู้อะไรเลย? มันออกจะตลกไปหน่อยนาว่าไหม? ” การเอียงคออย่างสบายอารมณ์สายตาก็จ้องมองเ้าคนที่กำลังแหกปากร้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ว่าแต่ไอ้มีดนี่ก็กะยากจริงแฮะตั้งใจจะปาเฉียดๆเอาเท่ดันพลาดซะงั้น สงสัยต้องลองซ้อมหลายๆครั้งถึงจะอยู่มือละมั้งเนี่ย ” ในมือมีมีดอีกเล่มที่กำลังขยับไหวไปมา เป็สิ่งที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่คนมองยิ่งกว่า
“ แก้าอะไรริกเนส เกรย์ฮาร์ท พวกเรากับแก๊งค์ครอสการ์ดไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรต่อกัน... ”
“ รายชื่อของพวกยากูซ่าที่เข้าร่วมกับสมาคมเพลิงมาร ต่อให้เป็แค่แก๊งค์ลูกอย่างแกก็น่าจะพอรู้อะไรเด็ดๆอยู่นา ” คำพูดอาจเหมือนเคยตรงข้ามกับสายตาที่เริ่มแปรเปลี่ยน นั่นทำให้คนแก่กว่าเริ่มจับประเด็นถึงสิ่งที่ทางนั้น้าได้
ห้าปีก่อนที่เมืองจะเป็อย่างทุกวันนี้หรือพูดให้ถูกคือก่อนการปรากฏตัวของมูนไนท์ ยี่สิบสี่เขตการปกครองของเมืองอยู่ในมือของแก๊งค์ต่างๆ ตำรวจไม่เข้ามายุ่มย่ามหากไม่ใช่เพราะได้รับเงินใต้โต๊ะก็ล้วนแต่กลัวจนไม่กล้าทำอะไร ถ้าเป็คนของแก๊งค์ต่างๆก็จะไม่ถูกตำรวจเล่นงานหรือรังควานแม้ไม่มีคนบอกแต่ก็เป็เื่ที่รู้กันดี
สมัยนั้นแต่ละแก๊งค์แบ่งสรรพื้นที่ออกเป็หกเขต โดยมากจะเป็เชื้อชาติเดียวกันเพราะจะดึงญาติมิตรหรือคนสนิทรู้จักในชุมชนให้เข้ามาทำงานเพื่อให้รู้จักหน้าค่าตา เมืองถูกปันส่วนขึ้นอยู่กับแต่ละแก๊งค์ว่าจะสามารถขยายอิทธิพลของตนได้เพียงไหน
ครอสการ์ดเป็แก๊งค์เล็กที่มีอาณาเขตค่อนข้างแคบถ้าเทียบกับแก๊งค์ใหญ่อื่นๆ ตัวแก๊งค์ก็ไม่ได้เข้าคุมกิจการมากมายแค่เป็การรวมตัวกันอย่างหลวมเพื่อปกป้องตัวเอง พื้นที่ๆควบคุมก็กว้างไม่ถึงสองเขตเป็แก๊งค์ที่อาจจะเรียกได้เพียงขนาดกลาง
ที่สำคัญ่สามถึงสี่ปีก่อนครอสการ์ดยังถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง อาศัยการร่วมมือกับตำรวจกดดันทั้งในด้านมืดและสว่างจนหัวหน้าแก๊งค์อย่างจอร์น คาดิวัลต้องตาย ตอนนั้นไม่ว่าใครต่างก็คิดว่าแก๊งค์นี้ต้องล่มสลาย ทุกคนต่างเตรียมแผ่อำนาจเพื่อเพิ่มเขตอิทธิพลของตน
ทั้งหมดกลับเปลี่ยนผันเมื่อความพยายามในการล้ำเส้นทั้งหมดถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้จนสิ้น
ไม่นับพวกอิตาลีที่ถูกมูนไนท์ตามกัดและเล่นงานอย่างไม่ลดละไม่ว่าใครต่างก็สนใจ โดยเฉพาะพวกไอริชและญี่ปุ่นที่มีเขตพื้นที่ติดกันส่งกำลังคนเข้าไปเป็จำนวนมาก ทั้งหมดกลับถูกเล่นงานอย่างปริศนาจนสร้างความตกตะลึงให้แก่คนทั้งเมือง
หลังจากนั้นภายใต้การนำของหัวหน้าคนใหม่อย่างไคล์ คาดิวัลลูกชายของผู้นำคนเก่า แก๊งค์ครอสการ์ดก็ขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว กลืนเขตแดนของพวกไอริชไปเสียมากแต่ที่หนักสุดคือพวกยากูซ่าที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงอย่าว่าแต่อาณาเขต ยามนี้พวกนั้นต้องเข้ามาขออยู่ในสมาคมเพลิงมารเพื่อเอาตัวรอด ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากการขึ้นนำของเด็กหนุ่มคนนั้น
แต่ถ้าจะพูดให้ถูกทั้งหมดมันเกิดขึ้นหลังจากที่ชายคนหนึ่งก้าวเท้าลงมาร่วมกระดาน ชายที่กำลังยิ้มกริ่มพร้อมหมุนมีดในมือไปมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์คนนี้
“ รีบๆตอบมาเถอะน่าเฉินเซี่ยหลาง แกเองก็คงไม่สบายตัวเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะกับการโดนมัดอยู่อย่างนั้น แล้วที่สำคัญที่สุดแกเริ่มจะทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทีละนิดแล้วว่ะ แล้วพอฉันอารมณ์ไม่ดีเนี่ย... ”
“ อ๊าก!! ”
“ เห็นมะมือไม้อ่อนจนเผลอทำมีดหลุดมืออีกละ แย่ๆ เป็บ่อยเวลาที่ฉันไม่ได้อะไรอย่างใจอ่ะนะ ” เหมือนเป็เพียงเื่เล็กน้อยชายหนุ่มหยิบมีดเล่มใหม่จากบนโต๊ะขึ้นมา ตรงข้ามกับคนเป็เป้าที่กำลังหนาวสั่นอย่างน่าประหลาด
มีดที่พุ่งมาเสียบร่างนั้นจมลึกเข้ามาในตำแหน่งต้นขาความเจ็บที่ชวนให้แหกปาก ยังไม่น่ากลัวมากเท่าตำแหน่งที่ปักมันใกล้เคียงกับเป้าของตนมากพอดู หากเคลื่อนไปจากเดิมเพียงนิดสิ่งที่จะโดนเสียบทะลุคงเป็...
“ โอเคๆ ข้ายอมแล้ว ข้ายอมบอกทุกอย่าง เลิกทรมานข้าซะที!! ” เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่นในขณะที่คนฟังเริ่มรู้สึกสนใจ มีดในมือเริ่มลดลงก่อนเริ่มเข้าสู่โหมดการเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง
“ แกนนำสำคัญที่มาสวามิภักดิ์กับเพลิงมารมีเพียงชิโรกิ อาซาโตะกับโยชิมูระ เคตะที่ยังอยู่ในเมือง ที่เหลือถ้าไม่หนีไปก็หายสาบสูญไปหมดแล้ว ”
“ แล้วกำลังรบของพวกมันเหลือกันมากน้อยขนาดไหน? ความสัมพันธ์ระหว่างพวกนั้นกับพวกเพลิงมารดั้งเดิมเป็ยังไง ” การถามเป็ไปอย่างหนุนเนื่องไม่ได้ใส่ใจจะทำแผลห้ามเืให้แก่คนโดนมัด หากคนแก่กว่าก็ไม่คิดปริปากเพราะนึกกลัวว่ามีดเล่มต่อไปจะปักเข้ามาที่หว่างขาของตน
กำลังคน ธุรกิจที่พวกนั้นถือครองและขีดความสามารถในปัจจุบันมีปะปนกันจริงบ้างเท็จบ้าง อย่างไรทางนี้ก็เป็เพียงแก๊งค์ลูกแถมไม่ได้ประกอบธุรกิจร่วมกันเสียเท่าไหร่ รายของชายหนุ่มเองก็จ้องมองมาทางนี้ราวกับประเมินท่าทีไปในตัว
“ โอเค เอาล่ะขอบใจมากสำหรับข้อมูล ว่าง่ายๆแบบนี้ซะั้แ่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว ” หลังบอกเล่าข้อมูลไปได้พักหนึ่งก็พูดแทรกขึ้นมากลางป้อง เหมือนจะพอใจข้อมูลที่ได้รับมาพอสมควรหากนั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเ้าตัว
“ ถ้าข้าหมดประโยชน์แล้ว งั้นก็ช่วยรีบๆทำให้มันจบไปสักที ” รู้ดีว่ามาถึงขั้นนี้ตนคงไม่มีทางรอดไม่ว่าจะบอกในสิ่งที่้าหรือไม่ชายคนนี้จะไม่มีทางปล่อยให้ตนมีชีวิต หรือต่อให้มีก็คงเป็ในสภาพที่ความตายยังเป็หนทางที่สบายกว่า
การที่ยอมคายข้อมูลที่ตนมีจึงไม่ใช่เพื่อความหวังลมๆแล้งๆอย่างการขอให้ตนรอด หากเพราะ้าให้มันจบลงโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ต้องทรมานมากนัก คนอื่นอาจมองว่าขี้ขลาดแต่นี่คือสิ่งเดียวที่เฉินเซี่ยหลางจะสามารถทำได้ในตอนนี้
น่าเสียดายตรงที่ชายตรงหน้าเป็อสูรกายที่ไม่ได้สนใจจะมอบความเมตตาให้ใครแต่อย่างใด
แทนที่จะหยิบอาวุธหรือลงมือโจมตีโดยตรงทางนั้นกลับเอื้อมมือไปกดปุ่ม ก่อนเครื่องจักรจะส่งเสียงเริ่มการทำงานและมันก็ได้รู้ในวินาทีนี้เองว่าพื้นที่ซึ่งตนกำลังถูกห้อยนั้นคือพื้นที่แบบใด
“ ดะ เดี๋ยวก่อน ก็ข้ายอม... ”
“ หืม ฉันไปรับปากอะไรแกตอนไหนว่าจะทำอะไรให้ ที่ฉันพูดก็แค่ให้คายข้อมูลออกมาไม่งั้นจะเจอกับของพวกนั้น ไม่ได้บอกสักคำเลยนะว่าถ้าแกบอกแล้วจะยอมทำตามที่ขอ ” เท่านั้นที่ทำให้ดวงตาของคนฟังเหลือกลานก่อนจ้องมองเ้าคนยิ้มแย้มด้วยความเคืองแค้นและยิ่งซีดเผือดเมื่อได้ยินประโยคต่อมา “ เท่าที่จำได้อย่างเดียวที่ฉันรับปากคือคำขอของเ้านินจา ที่บอกว่า้าให้แกตายอย่างทรมานเท่านั้นนี่ ”
ใบมีดข้างล่างกำลังหมุนคล้ายเคลื่อนปั่นอะไรสักอย่างประกอบกับมันอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ ไม่จำเป็ต้องคิดก็รู้ได้ว่าเ้าเครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่นี่มันย่อมไม่ใช่ใดอื่นนอกเหนือไปจากเครื่องบดเนื้อให้กลายเป็เศษ ต่างกันตรงที่สิ่งที่แขวนในยามนี้ไม่ใช่สัตว์แต่เป็คน
“ ไม่!! ขอร้อง อย่าทำแบบนี้ แก้าอะไรบอกมา ข้ามีเงินเก็บอยู่นะแล้วยัง... ” ความร้อนรนมาเยือนเมื่อพบว่าร่างของตนกำลังเคลื่อนลงไปทางด้านล่างทีละนิด
“ ไม่เอาล่ะ ฉันได้ในสิ่งที่้าหมดและก็ไม่ได้้าอะไรมากไปกว่านั้น หรือถ้าพูดให้ถูกคือแกหมดประโยชน์แล้ว ” ไม่ได้ให้ความสนใจใดๆกับเสียงร้องโหยหวนของร่างที่กำลังโดนปั่นคนมองยังคงจับจ้องภาพที่เกิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ อ๊ากกกกกกก!!!! ” เสียงกรีดร้องเมื่อส่วนเท้าเริ่มถูกสับออกความทรมานที่เกินกว่าจะบรรยาย ร่างกายสะบัดดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธนาการน่าเสียดายที่มันไม่อาจได้ผล
ทั้งหมดอยู่ในสายตาของคนลงมือไม่แม้แต่จะเบือนหน้าหรือละสายตา เ้าตัวจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาปกติเหมือนสิ่งที่เกิดเป็เพียงเื่เล็กน้อย ปราศจากความรู้สึกรู้สาว่ามีคนที่กำลังจะโดนบดไปต่อหน้าต่อตาโดยสิ้นเชิง
“ จริงๆฉันว่าแกควรดีใจนาอุตส่าห์ตั้งระบบเอาไว้ให้มันรีบปั่นไปให้จบๆ ถ้าไม่ใช่ว่านี่คือวันศุกร์พรุ่งนี้เป็วันที่จะมีคนมาเที่ยวสวนสัตว์พลุกพล่านล่ะก็แกตายวิบากกว่านี้แยะ ” มือเอื้อมไปหยิบแฮมเบอร์เกอร์ที่อยู่ในหอมากัดอย่างสบายอารมณ์ เมินข้ามเสียงโหยหวนและหยาดโลหิตที่กำลังสาดกระเซ็นไปโดยสิ้นเชิง
รอจนกระทั่งเสียงทั้งหมดสงบรวมถึงร่างนั้นกลายเป็เศษเนื้อเรียบร้อยเขาก็หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเืที่กระเด็นเปรอะก่อนเดินออกจากห้อง เหลือทิ้งไว้เพียงเศษซากของสิ่งที่เคยเป็คนอยู่ตรงนั้น
“ เรียบร้อยแล้วขอบใจมากที่ให้ยืมสถานที่นะอาเปียว ”
“ ผมไม่กล้ารับคำขอบคุณหรอกลูกพี่ นี่ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของสิ่งที่คุณมอบให้ผมด้วยซ้ำ ” คนที่แก่กว่าเป็รอบค้อมศีรษะให้แก่ชายหนุ่ม คำเรียกเองก็ชวนให้เข้าใจผิดแต่มันกลับเป็เื่ปกติสำหรับพวกเขา
คนที่อยู่ตรงนี้หาใช่ใครอื่นนอกจากเ้าของโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ ชื่อของเ้าตัวคือหลานเปียวเป็คนจีนที่อพยพและเข้ามาตั้งรกรากในเมือง และเป็หนึ่งในร้านที่อยู่ในการคุ้มครองของแก๊งค์ครอสการ์ด
การฆ่าใครสักคนไม่ใช่เื่ลำบากที่ยากคือหลังลงมือแล้วจะทำอย่างไรกับศพ จริงว่าเขาให้สินบนแก่พวกตัวใหญ่ๆประกอบกับเป็เขตอิทธิพลต่อให้อยากสืบก็ยากจะสาวมาถึง กระนั้นก็จำเป็ต้องมีวิธีการกำจัดศพอย่างเป็รูปธรรม
สำหรับครอสการ์ดโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ก็เป็อีกพื้นที่ซึ่งมีไว้กำจัดหลักฐาน คนที่ถูกนำมาเค้นข้อมูลบางครั้งก็ถูกโยนลงไปบดเป็เศษเนื้อ ด้วยความเละเทะในระดับนั้นก็ยากจะจำแนกหรือสืบสาวใดๆต่อ หลังจากนั้นจะนำไปเป็อาหารสัตว์หรืออะไรก็ว่าไป
“ ช่วยจัดการให้แบบทุกทีด้วยล่ะ ว่าแต่มีเสื้อผ้าปนตอนเข้าไปปั่นนี่คงไม่เป็ไรใช่ไหม? ” ครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถอดออกเพราะลืมอีกครึ่งเพราะไม่อยากเห็นเนื้อหนังของตัวผู้ด้วยกันให้อุจาดตา
“ เื่แค่นั้นไม่มีปัญหาครับ ว่าแต่ชายคนนี้ไปทำอะไรมาหรือครับลูกพี่ ”
“ เฮ้ยๆ อาเปียว... ”
“ ผมลืมตัวไปหน่อย ขออภัยด้วยครับ ” กฎข้อแรกของการกำจัดศพคือห้ามถามว่ามาจากไหนหรือมาได้ยังไง หาไม่คนถามอาจได้กลายเป็ศพตามร่างที่พึ่งถูกกำจัด
“ ระวังด้วยล่ะยังไงกฎก็ต้องเป็กฎถ้ากับฉันยังพอทำเนาเกิดเป็คนอื่นล่ะยุ่งแน่ ” การอะลุ่มอล่วยอย่างไรก็มีขีดจำกัดถ้าหย่อนยานมากไปจะเสียระบบการคุมคนเสียเปล่า “ แต่ครั้งนี้บอกก็ได้ เ้านั่นคือหนึ่งในพวกที่จับเด็กไปขายอวัยวะกับค้าประเวณีน่ะ ”
“ โอ้ อย่างนี้นี่เอง ขออภัยอีกครั้งที่ถามนะครับ ” สายตาของคนฟังแปรเปลี่ยนจากที่แฝงความรู้สึกผิดเอาไว้นิดหน่อยกลายเป็ความรู้สึกโกรธเคือง ทันทีที่ได้ยินวีรกรรมก่อนหน้าความสงสารที่เคยมีก็สาบสูญไปกับตา
เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้การกระทำอะไรกับเด็กก็ล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่ขัดกับความรู้สึกของคนทั่วไป ยังไม่รวมว่าเ้าคนที่ยืนอยู่ด้านข้างนี่เองก็มีลูกชายที่อยู่ในชั้นประถมอยู่คน พอได้ยินตัวตนของคนกลุ่มนี้จึงรู้สึกรังเกียจและโกรธเคืองโดยอัตโนมัติ
“ อ้อ แล้วก็รบกวนด้วยนะ เหมือนเดิม จัดการให้หน่อย ”
“ ก็บอกแล้วไงครับว่ามันไม่ใช่การรบกวนอะไรเลย ถ้าไม่ได้ลูกพี่ตอนนี้ผมคงกลายเป็คนจรจัดไร้บ้านกับเื่เท่านี้ผมเต็มใจอยู่แล้ว ” ก่อนจะมาทำงานสายนี้เมื่อก่อนหลานเปียวก็เป็แค่ร้านขายเนื้อที่ทำงานสุจริต ไม่เคยคิดจะทำงานกำจัดศพอย่างใด
ทั้งหมดมันเริ่มตอนเศรษฐกิจตกต่ำเงินที่หมุนในร้านเริ่มติดขัดจนต้องไปกู้นอกระบบ ตอนแรกก็ดูดีแต่พอยืมไปได้สักพักถึงได้รู้พิษสงแม้จะพยายามจ่ายดอกให้มากเท่าไหร่ก็ยังโดนรังควาน ก่อนจะได้มารู้ทีหลังว่าพวกมัน้าทำเลพื้นที่ร้านของเขามาั้แ่ต้น
กลายเป็ว่าตนพาครอบครัวเข้ามาติดไปโคลนตมที่ไร้ทางออก พยายามจะไปแจ้งตำรวจก็โดนคนของพวกมันดักหน้าสถานีก่อนโดนลากไปซ้อม ตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ก็ทำเป็มองไม่เห็นเพราะพวกมันเป็คุมแถวนี้ นอกจากจะรุมกระทืบพวกมันยังขู่ว่าถ้าพยายามทำแบบนี้ครั้งหน้ามันจะกระทืบลูกชายที่ตอนนั้นพึ่งจะสามขวบของเขาแทน
่เวลาแห่งความสิ้นหวังนั้นเองที่ชายคนนี้กลับเดินเข้ามาช่วย บุรุษที่ชื่อริกเนส เกรย์ฮาร์ทนอกจากจะจัดการหนี้ทั้งหมดยังให้ทุนมาตั้งตัว กำจัดพวกที่คอยมารังควานเพื่อให้ทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น จนยามนี้เขามั่งมีซะยิ่งกว่าตอนก่อนเป็หนี้เสียอีก
สิ่งที่ทำอาจไม่ได้ถูกต้องหรือนำไปอวดกับใครได้แต่ก็พอจะรู้ ครอสการ์ดมีอีกโฉมหน้าคือกลุ่มที่คอยคุมพวกอาชญากรไม่ให้กำเริบเสิบสาน จัดการพวกที่ละเมิดข้อห้ามต่างๆแทบจะทำหน้าที่แทนตำรวจที่เอาแต่นั่งในห้องแอร์ไม่ทำงานทำการไปแล้ว
“ ไม่ๆ ไม่ใช่งานด้านนั้น ไอ้ที่จะขอเนี่ยคือของเฟ้ย ช่วยส่งไปที่ร้านที ” งุนงงอยู่พักหนึ่งในที่สุดคนแก่กว่าก็เข้าใจในสิ่งที่ทางนั้นจะสื่อ
“ โอ้ จะเอาไปง้อนายใหญ่งั้นหรือครับ? ไปทำอะไรให้โกรธมาอีกล่ะ? ”
“ ก็เื่ในครั้งนี้นี่แหละจริงๆนี่ไม่ใช่ปฏิบัติการอย่างเป็ทางการ ถึงตอนหลังจะไฟเขียวอย่างจำใจแต่ท่าทางจะอารมณ์บูดเอาเื่ ถ้าไม่เอาอะไรไปเซ่นสังเวยมีหวังตูได้โดนละเลงเืดับอนาถแหงแซะ ” ท่าทีหวาดหวั่นจนชวนให้หัวเราะเพราะมันเป็เื่ธรรมดาสำหรับคนผู้นี้
ในสายตาคนอื่นอาจเห็นว่าริกเนส เกรย์ฮาร์ทเป็บุรุษผู้ไม่เกรงกลัวอะไร กล้าลุยทุกสถานการณ์ก้าวผ่านมาทุกสนามรบแต่ถ้าเป็คนในแก๊งค์จะรู้ดี คนเพียงคนเดียวที่สามารถกำราบชายผู้แสนเก่งกาจคนนี้ได้มีเพียงหัวหน้าแก๊งค์คนเดียวเท่านั้น
“ เข้าใจแล้วครับเนื้อลูกวัวเหมือนเดิม จะจัดส่งไปให้อย่างไวที่สุดครับ ” จากท่าทางขืนไม่ส่งให้ไวที่สุดลูกพี่ของตนอาจเหลือแต่ชื่อให้ระลึกถึงก็เป็ได้
“ เยี่ยม ขอบใจมากจริงๆอาเปียว แต่มันก็ยังรับประกันความอยู่รอดของเราไม่ได้ซะด้วยสิ เอาไงดีว้า ”
“ ว่าแต่ลูกพี่ถ้าว่างก็แวะมากินข้าวบ้านผมได้นะครับ ลูกชายของผมบ่นใหญ่เลยว่าคิดถึงลูกพี่น่ะ ”
“ โอ้ เดือนนี้หายช็อตแล้วแต่เอาไว้มีเวลาจะไปเยี่ยมแล้วกัน ” เ้าตัวตกปากก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังก่อนหน้าซีด
“ อ้าว ฉิบผายล่ะ เวลาขนาดนี้แล้วเรอะรู้งี้ไม่น่าติดเล่นมากไป เอาไว้เจอกันใหม่นาอาเปียว อ้อ แล้วอย่าลืมลดน้ำหนักด้วยล่ะ่นี้นายอ้วนเกินไปแล้วนะเฟ้ย เกิดความดันถามหาขึ้นมาจะยุ่ง ” ไม่รอการตอบรับใดๆเ้าตัววิ่งตะบึงออกไปจนหายลับสายตา ท่ามกลางความขบขันจากคนมอง
“ ครับผม โชคดีครับท่านรอง ” แตกต่างจากยามที่ลงสนามหรือเป็การเป็งานโดยสิ้นเชิง ความเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้คนมองรู้สึกหัวเราะและนึกยินดีที่ตนได้มาผูกมิตรกับชายคนนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าในยามเฮฮาบ้าบอไปตามประสาหรือความอำมหิตในยามพิฆาตศัตรูอย่างไหนเป็ตัวจริง แต่จะเป็อย่างไหนเขาก็ไม่นึกอยากต้องเผชิญหน้ากับชายคนนี้เสียเท่าไหร่