บทที่6 ตื่นตะลึง
เตียซือหลิงเดินไปที่แท่นศิลาแล้วเร่งพลังปราณมารวมที่ผ่ามือมีพลังงานหมุนรอบแขนนางมือนางเริ่มร้อนจากนั้นางอัดผ่ามือลงไปที่ศิลาพลังปราณพุ่งด้วยความแรงกระแทกแท่นศิลา เป็หลุมลึก
ตู้มมม
“2500ชั่ง”นางเดินออกมาแล้วยิ้มอย่างพอใจสายตาทุกคนต่างตกตะลึงพลังถึง2500ชั่งไม่ใช่เื่เล่นๆสามารถต่อยสัตว์ป่าระดับต่ำบางชนิดตายได้ทันทีเลย
เมื่อทุกคนรู้สึกตัว
เสียงโห่ร้องดังขั้นในคนที่นั้งดูรอบสนาม
“นางสุดยอดจริงๆสมกับเป็อัจฉริยะ”
“ข้าว่านางได้ที่หนึ่งแน่นอน”
“ก็แค่พลังมีมากเท่านั้นแหละไม่เห็นวิเศษอะไร”หันชิวหลางยิ้ม
“ดูถ้าองค์หญิงจะไม่ชอบนางนะ”
“แน่นอนนางเคยสนิทกับน้องสิบแต่พอเขาเปิดเนตรไม่ได้ก็ไม่ยอมพบเขาอีกเพราะนางทำเอาน้องสิบเกือบตายนางปล่อยเขารอหน้าบ้านไม่ยอมออกมาพบวันกับอีกคืน”หันชิวหลี่ตาหญิงคนนี้โหดร้ายยิ่งนัก
“ดูเหมือนว่าลูกสาวท่านเตียนอกจากจะงดงานแล้วยังมีความสามารถสูงถึงขั้นอัจฉริยะอีกด้วยนะท่านเตีย”อ๋องิหยางพูด
“มิได้ลูกสาวข้ายังต้องฝึกฝนตัวเองอีกมาก”แต่องค์หญิงเจ็ดทำหน้าไม่พอใจ
ต่อไปเป็องค์ชายเก้าเขาเดินขึ้นไปรวมกำลังถึงขีดสุดแล้วต่อยไปคลื่นปราณพุ่งตรงที่ศิลา
ตู้มม
“2300ชั่ง”อ๋องิหยางยิ้มอย่างพอใจลูกชายเขาแสดงพลังได้สุดยอดเช่นกันแม้ว่าจะห่างจากองค์ชายสี่หลายเท่านักแต่พลังระดับนี้ก็สูงมากแล้วจะเทียบองค์ชายสี่ที่เป็อัจฉริยะก็ยังเร็วเกินไป เขาเดินออกมาผ่านองชายสิบ
“ข้าว่าเ้ากลับไปต่อนนี้ดีกว่าอย่าทำให้เสด็จพ่อขายหน้า”
หลินอีขึ้นเกียจจะสนใจเขาทำเป็ไม่ได้ยิน
คนต่อไปองค์ชายแปดเขาเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าแล้วรวบรวมกำลังไว้ที่มือซ้ายพลังปราณวิ่งขึ้นเป็คลื่นจากนั้นก็ต่อยลงไปที่ศิลา
เปรี้ยง
“2300ชั่ง”เขาดีใจที่พลังเขาไม่ด้อยกว่าน้องเก้าเพื่อไม่ได้โดนเปรียบเทียบเขาปรายตามองไปที่องค์ชายสิบราวกับจะบอกว่าอย่างเ้าเทียบข้าไม่ติดอย่ามาตีเสมอ หลินอีไม่สนใจ
“คนต่อไปองค์ชายสิบ”หลินอีลุกขึ้นก็มีเสียงดังมาจากด้านข้างเขา
“ชอบทำตัวเองขายหน้าสะจริง”เสียงของเตียซือหลิงนั่นเอง
“ข้าว่าถ้าเ้าไม่จำเป็ต้องคุยกับข้าก็ได้นะอย่างกับว่าข้าจะสนใจเ้า ข้าจะขายหน้าหรือไม่เ้าจะสนใจอะไร”
นางหน้าชาโกรธจัดนางไม่เคยได้ยินหลินอีพูดเช่นนี้กับนางแค่นางมองด้วยสายตาไม่พอใจหลินอีก็ต้องเอาใจแล้ว
หลินอีเดินไปอย่างไม่สนใจนางเขาเดินไปที่ศิลารวบรวมลมปราณัวิ่งไปทั่วร่างเสียงัดังออกมาเบาๆนั้นเป็ผลของชีพจรแทบพลังเขาพุ่งจนหน้ากลัวมีแต่คนที่ขั้นพลังสุงเท่านั้นถึงจะมองเห็นเขากำหมัดซ้ายแน่นแล้วต่อยออกไปนี่ไม่ใช่เวลาออมมือเขาต้องโดดเด่นเท่านั้นในโลกที่พลังคือที่สุดเขาต้องสร้างซื่อ
หมัด7นักล่า
ตูมมมม
สายตาทุกคนแข็งค้างนี่มันพลังจากเด็กอายุสิบหกจริงๆหรือศิลาสั่นไม่หยุดมันมีรอยร้าวปรากฎขึ้น
“4......4500ชั่ง”แม้แต่คนประกาศยังพูดผิดๆถูกๆนี่เป็พลังที่แม้แต่ขั้นหลอมกายายังไม่อาจทำได้แล้วนี่เขาต่อยทีเดียวเท่านั้นเสียงโห่ร้องดังสนั่นไม่หยุด พ่อหันชิวหลางหันมองลูกสาวแล้วหันไปมององค์ชายสิบ
“ลูกข้าตาแหลมจริงๆ”หันชิงเย่คิด
อ๋องิหยางหัวเราะไม่หยุด
“ลูกชายข้าเก็บงำพลังเช่นนี้ได้อย่างไรแท้จริงเขาคือยอดอัจฉริยะสินะฮ่า. ฮ่า. ฮ่า”องค์ชายทั้งสองหน้าขาวซีดแม้แต่อองชายสี่ยังทำได้แค่ 3700 ชั่ง จะไม่ได้ทุกคนตะลึงได้ยังไง เตียซือหลิงตาค้างไปคนที่นางทิ้งไปมีพร์ขนาดนี้เชียวหรือแต่ว่ายังมีการแข่งอีกรอบหนึ่งนางจะไม่แพ้แน่นอน
ตอนนี้ความสามารถขององค์ชายสิบถูกสลักไว้ในใจทุกคนแล้วโดยเฉพาะใครคนหนึ่งที่แอบมองอยู่ คนที่พลังสูงมองเห็นพลังปราณเขาชัดเจนมันเยอะมากแล้วันั่นด้วยไม่ใช่จะมีปราณที่มีัวิ่งบนร่างได้ทุกคนนั่นคือปราณแห่งาา พระชายากำมือแน่น
หลินอีเดินออกมา
“ลูกพ่อเ้ามาใกล้ๆให้พ่อดูหน่อย”อ๋องิหยางเห็นชีพจรได้ยี่สิบเจ็ดเส้นเขามองไม่เห็นดชีพจรแทพ
“สุดยอดแค่มนุษย์ขั้นกลางเ้าก็มีชีพจรขนาดนี้ ดี....ดีมาก”
“น้องสิบเ้าสุดยอดมากเลย”องค์หญิงเจ็ดยิ้มไม่หุบ
“ท่านทำให้ข้าตะลึงจริงๆข่าวลือที่ว่าไร้ความสามารถไม่จริงสินะ”หันชิวหลางคิด แล้วสายตาคู่หนึ่งก็มองมาที่องค์ชายสิบ
“องค์ชายท่านทำข้าประหลาดใจจริงๆแบบนี้หน้าสนใจจริงๆ”ซุยเยว่คิด
ในการทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แต่การวัดพลังและความสามารถทางยุทธ์อย่างเดียวยังมีนัยยะอีกอย่างคือบรรดาตระกูลใหญ่ๆมาหาผู้เป็อัจฉริยะแต่งเข้าตระกูลหรือเลือกสนับสนุนเพื่อผลประโยชน์ในวันข้างหน้าวันนี้จึงมีตระกูลใหญ่มาดูมากมาย
ต่อไปเป็รอบสองเป็การล่าสัตว์ป่ามีผู้ผ่านเข้ารอบมาถึงสามสิบคนจงระวังให้ดีมันอันตรายมากพวกท่านทุกคนจะได้รับตราสัญลักษณ์ประจำตัวประทับไว้หากฆ่าสัตว์ป่าได้ตราจะถูกบันทึกที่ร่างสัตว์โดยอัตโนมัติและเลือกใช้อาวุธได้ตามใจชอบแล้วทหารก็นำหมาป่าระดับหนึ่งขั้นต่ำเข้ามามันถูกเลี้ยงจนชื่องโดยนักฝึกสัตว์ตัวมันสูงเกือบสองเมตรเพื่อใช้ในขี่เข้าป่ามันสามารถปีนูเาได้ดีกว่าม้าทั้งหมดสามสิบตัวเท่าจำนวนผู้ทดสอบ
หลินอีเตรียมอาวุธแล้วจากนั้นก็ขึ้นไปบนหลังหมาป่าแต่ว่าคนอื่นล่วงหน้าเขาไปหมดแล้ว
“น้องสิบเ้าไหวหรือไม่เ้าไม่เคยล่าสัตว์มาก่อน”
“พี่หญิงท่านว่างใจได้ข้าไม่ใช่คนอ่อนแอ”
“องค์ชายสิบข้าคอยเชียร์ท่านอยู่นะ”หันชิวหลางยิ้ม
“ท่านหันลูกท่านสนิทกับลูกสิบข้าด้วยรึข้าเคยเห็นแต่เขาเล่นกับเตียซือหลิงเท่านั้น”อ๋องิหยางพูด
“ข้าเองก็เพิ่งรู้นางบอกเพียงว่าองค์ชายสิบช่วยแนะนำเพลงกระบี่จนนางสำเร็จขั้นต้นได้”อ๋องิหยางตาโต
“เขาสามารถสอนวิชายุทธ์ได้เลยงั้นรึ” อ๋องิหยางยิ้ม
คนที่สามารถนะนำการสอนได้ไม่ใช่เื่ง่ายๆต้องศึกษาวิชานั้นๆได้อย่างถ่องแท้แล้วเท่านั้น
“เขาเก็บความสามารถไว้สนิทที่เดียว”
หลินอีค่อยๆออกไปช้าๆไม่รีบอะไรเมื่อชีวิตที่แล้วสัตว์เขาล่ามากหมดแล้วแม้กระทั่งสัตว์อสูรที่เฝ้าสุสานโบราณเขาฆ่ามานับไม่ถ้วน เมื่อเข้าเขตป่าบรรยากาศเงียบไปหมดมันมีพื้นที่กว้างและมีป่าหนาถึบแบ่งเป็เขตตางๆคือชั้นแรกจะมีสัตว์ป่านะดับหนึ่งขั้นต่ำอยู่จำนวนมาก ชั้นที่สองมีสัตว์ป่าขั้นหนึ่งระดับกลางดังนั้นจึงไม่ควรข้ามเขตไป เมื่อมาถึงด้านในเขาหยุดจ้องมองไปที่หินข้างหน้าเขาเขารู้ทันทีว่าข้างหลังนั้นคืออันตราย
ฟ้าวววว
มีเงาดำพุ่งใส่เขาเขาเอียงตัวหลบแล้วไม่สนใจมันเนี่ยจากว่ามันคือแมวป่าตาไฟสัตว์ระดับหนึ่งขั้นต่ำไม่มีค่าพอให้ลงมือ
ฉึก!!!
“ตัวนี้ข้าขอแล้วกันนะองค์ชายสิบ”หญิงสาวผิวขางดังหิมะผมดำสยายหน้าของนางราวกับเทพธิดานางฟ้านางวิ่งผ่านเขาไปหลังจากฆ่าสัตว์ไปแล้วกลิ่นหอมจางๆยังคงอยู่แม้หลินอีเห็นหน้าไม่ชัดแต่รับรู้ได้ว่านางงามมากเขาไม่เคยพบคนงามเช่นนี้มาก่อน
“นางเป็ใครกันทำไมรอบแรกข้าไม่เห็นนาง”
หลินอีไม่สนใจอีก แล้วเขาไปในป่าลึกเขาไม่เจอสัตว์ป่าเลยตลอดที่เข้าป่ามาทำให้เขาเริ่มร้อนใจจึงเร่งฝีเท้าจนออกมาที่โล่งกว้างสายตาเขาก็ตะลึงสัตว์ป่าระดับหนึ่งหมาป่าขั้นต่ำสามสิบตัวและหมาป่าขั้นกลางสิบตัวหันมาหาเขาพร้อมกัน หลินอียิ้มพร้องวิ่งเข้าใส่แทนที่จะหนี
“วันนี้ข้าจะเป็ที่รู้จักรไปทั่วประเทศิเทียนทุกคนต้องหวั่นเกรงข้า ข้าจะไปอยู่เหนือทุกคนใครดูถูกข้ามันผู้นั้นต้องเสียใจ”