ตอนที่ 19 — เงาในห้องทดลอง
ไฟทุกดวงดับวูบ เหลือเพียงแสงจากเครื่องบันทึกพลังงานที่กระพริบ ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก อย่างสม่ำเสมอ
เมฆาคว้าไฟฉายขึ้นทันที แสงส่องไปทั่วห้องเผยให้เห็นฝุ่นที่ลอยในอากาศเหมือนหมอก
“อยู่นิ่ง ๆ ทั้งคู่” เขาพูดเรียบ
“พี่เมฆา ผมอยู่นิ่งจนเหงื่อจะกลายเป็น้ำมนต์แล้ว” วรุฒกระซิบ
จิตรากำหมัดแน่น “เมื่อกี้เสียงพูด... มันไม่ใช่ผีใช่ไหม?”
เมฆาตอบทันที “ไม่ — มันคือเสียงบันทึกจำลองที่ถูกสั่งให้เล่นอัตโนมัติ”
“อัตโนมัติ? งั้นหมายความว่า...”
“มีใครบางคนยัง คุมระบบอยู่”
ทันใดนั้น เสียงเครื่องจักรด้านในห้องดัง วื๊ดดด... เหมือนเครื่องปั่นไฟเริ่มทำงาน
เมฆาวิ่งตรงไปที่ต้นเสียง — ประตูเหล็กหนาเปิดออก เผยให้เห็นห้องควบคุมลับอีกชั้นหนึ่ง
ข้างในมีจอเก่าหลายสิบจอซ้อนกัน แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วคฤหาสน์
แต่จอหนึ่งมีเงาชายรูปร่างสูงกำลังนั่งอยู่ในมุมมืด... ขยับนิ้วแตะปุ่มบังคับอะไรบางอย่าง
“เสี่ยธาดา...” เมฆาพึมพำ
เสียงจากลำโพงดังขึ้นทันที
“นึกว่าจะไม่เจอกัน... เมฆา”
วรุฒสะดุ้ง “พี่เมฆา ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเรากำลังคุยกับคนหรือไวรัสคอมพ์!”
จิตรากระซิบ “เขายังมีชีวิตเหรอ?”
เมฆามองจอภาพนิ่ง ๆ ก่อนตอบ
“อาจจะเรียกแบบนั้นก็ได้... ถ้ายังมีจิต แต่ไม่มีร่าง”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้น
“ฉันไม่ได้ตาย... แค่ย้ายตัวเองออกจากร่างที่ไร้ค่าเท่านั้น”
“งานของฉันคือสร้างสำนึกใหม่... ความทรงจำที่ไม่ต้องอาศัยเนื้อหนัง”
จิตราสะดุ้ง “นี่เขาเอาตัวเองใส่เครื่องเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ตัวเอง” เมฆาพูดเสียงนิ่ง “เขาอัดพลังงานของผีแม่กับลูกเข้าไปด้วย เพื่อใช้เป็ตัวเร่งให้จิตมนุษย์คงอยู่หลังตาย”
วรุฒทำหน้าซีด “พี่... นี่มันไม่ใช่ผีแล้วนะ มันคือ ‘เอไอที่มีผีอยู่ข้างใน!’”
“เรียกแบบนั้นก็ไม่ผิด” เมฆาตอบ
เสียงเสี่ยธาดาดังขึ้นอีกครั้ง
“พวกเธอควรดีใจ... ฉันคือผลสำเร็จของการอยู่เหนือความตาย”
“ไม่มีผี มีแต่ข้อมูลของจิต... ที่ไม่มีวันลบเลือนได้”
เครื่องจักรเริ่มส่งเสียงสูงขึ้นเรื่อย ๆ
บนจอภาพ ปรากฏแสงคล้ายเงามนุษย์แผ่จากกลางห้องออกมาทางพวกเขา
จิตราะโ “พี่เมฆา! เขากำลังออกมาทางระบบไฟ!”
“ถอย!” เมฆาเรียก
แต่ก่อนที่ใครจะทันขยับ แสงนั้นพุ่งผ่านเครื่องบันทึกของเมฆาเข้าใส่กำแพง
เกิดเป็รอยคล้าย “ร่างเงา” ที่ยังคงขยับได้
วรุฒเบิกตากว้าง “พี่เมฆา... เขาออกมาแล้ว! ผีดิจิทัลรุ่นแรกของโลกเลยนะเนี่ย!”
เมฆาก้มมองอุปกรณ์ในมือ — เขาเริ่มพิมพ์คำสั่งลงในเครื่องบันทึก
“จะทำอะไร?” จิตราถาม
“ปิดระบบสนามแม่เหล็กย้อนกลับ ทำให้พลังงานที่หลุดออกมาไหลกลับเข้าจุดศูนย์กลาง”
“พูดให้เข้าใจง่าย ๆ หน่อย!” วรุฒร้อง
“ดูดผีเข้ากล่อง” เมฆาตอบสั้น ๆ
วรุฒยกนิ้ว “อ๋อ เข้าใจแล้ว... แบบโกสต์บัสเตอร์เวอร์ชันไทย!”
เงาเริ่มบิดตัว เสียงคลื่นไฟฟ้าดังระงมจนไฟสั่นพรึ่บไปทั่ว
เมฆากดปุ่มสุดท้าย — แสงทั้งหมดไหลกลับเข้าสู่เครื่องบันทึกก่อนจะดับสนิท
เงาหายไป
เหลือเพียงเสียงเครื่องหายใจของทั้งสามคน
จิตราทรุดนั่งกับพื้น “เรียบร้อยแล้วเหรอ?”
“ยัง” เมฆาตอบ “ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในโลกจริง... แต่ยังอยู่ในข้อมูล”
“ในเครื่องบันทึกของพี่นั่นเหรอ?”
“ใช่”
วรุฒทำหน้าซีด “แล้วพี่จะเอายังไงต่อ? อย่าบอกนะว่าจะเปิดฟังอีก!”
เมฆามองเครื่องบันทึกในมือ ดวงตานิ่งแต่ลึก
“ผมจะไม่เปิด... แต่จะหาทาง พูดคุยกับมัน โดยไม่ให้มันออกมาอีก”
“พี่จะคุยกับผีในเครื่อง?” จิตราถาม
“ไม่ใช่ผี” เมฆาตอบ “คือคนที่เคยเป็มนุษย์... และคิดว่าตัวเองยังอยู่”
วรุฒถอนหายใจ “พี่เมฆา... ผมไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี ระหว่างเสี่ยธาดา หรือเครื่องบันทึกที่โดนสิง”
เมฆายิ้มมุมปาก “ถ้าเครื่องมีจิตใจจริง ผมจะถามมันก่อนเลยว่า ‘รู้ไหมว่าผีไม่ได้อยู่เหนือความตาย แต่ติดอยู่เพราะคนไม่ยอมปล่อย’”
เสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านท่อระบายอากาศ คล้ายเสียงใครหัวเราะในเงา
“ปล่อยฉันสิ... เมฆา...”
วรุฒสะดุ้ง “โอ้ย! ยังไม่จบเหรอ!”
“จบแล้ว” เมฆาพูดเรียบ “แค่เขายังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง”
*เมฆาเริ่มสื่อสารกับจิตของเสี่ยธาดาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้ “การสนทนา” มากเท่าไร เสียงจากอีกฝั่งก็เริ่มเรียกชื่อเขา... ด้วยเสียงของคนที่เขาไม่ควรได้ยินอีกแล้ว*
*โปรดติดตามตอนต่อไป*