เวลา 2 ทุ่มภายในหอพักชายห้อง 203 ที่มีชายหนุ่ม 3 คนกำลังนอนเล่นกันอยู่
อยู่ ๆต้าก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นมาะโบอกกับทุกคน
“นี่ไงรูมเมทของเราที่ฉันเล่าให้พวกนายฟัง พวกนายรีบเข้าไปดูที่ฟอรัมของโรงเรียนตอนนี้ซิ”
เด็กหนุ่มผมทองหน้าตาดีชื่อว่า แจ็ค พอได้ยินแบบนั้นก็ะโลงมาจากเตียงชั้นสองเพื่อมาดูโทรศัพท์ของต้าที่ถือไว้อยู่ ส่วนอีกคนเด็กหนุ่มหัวเกรียนหน้าตาคมเข้มชื่อว่า จีโอ หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาและเปิดฟอรัมโรงเรียนอย่างที่ต้าบอกและในตอนนั้นเองประตูห้อง 203 ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเจที่ถือโทรศัพท์มือถือะโเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูตื่นใ
“ต้านายเห็นข่าวรูมเมทของนายรึยัง?” ทั้ง 3 คนหันหน้ามามองเจพร้อมกับชูโทรศัพท์ของตัวเองที่ถืออยู่ในมือ
“กำลังจะดูเลย นายเบาเสียงหน่อยซินี่มันหอพักนะ” จีโอกล่าวเตือน
ภายในฟอรัมมีคลิปของรอยที่กำลังวิ่งถือลูกเหล็กอยู่นานกว่าหนึ่งนาทีโดยไม่หยุดพักแล้วยังมีรูปที่รอยปฏิเสธขึ้นรถอีกหลายรูปให้เห็นในฟอรัม บทสนทนาต่าง ๆเองก็ฝุดขึ้นมาไม่หยุดจนทุกคนในโรงเรียนต่างก็สนใจว่ารอยเป็ใครมาจากไหนกันแน่
K412 “นั่นเขาไปทำอะไรผิดมาหรือไงถึงได้มีโซ่ตรวนแบบนั้น?”
B501 “มีใครรู้จักเขาบ้าง?”
A420 “ฉันเคยเห็นเขานะ ดูเหมือนจะเป็นักเรียนใหม่ม.4ห้อง20ที่เพิ่งเข้ามาเรียนวันนี้เอง”
O411 “คงไปทำอะไรผิดมาแหละมั้งถึงได้โดนแบบนี้ ใครมันจะไปโง่เอาโซ่ตรวนมาใส่ไว้เองหล่ะจริงไหม?”
บทสนธนาต่าง ๆเองก็ถูกเดาสุ่มกันไปต่าง ๆนานาแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะพูดถึงเื่ที่รอยถูกลักพาตัวไปเลยสักคนในฟอรัม
เจที่อยู่ในห้องเองก็ไม่กล้าที่จะพูดถึงเช่นกันเพราะรู้ผลลัพธ์ของมันดี ว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษออกโรงมาทำเื่นี้ด้วยตัวเองต้องไม่ใช่เื่ที่ธรรมดาเป็แน่ แต่เวลาผ่านไปไม่นานฟอรัมเกี่ยวกับรอยก็ถูกลบหายไปจากกระดานการสนทนา
“พวกนายจะเอายังไง ไปรับเขากลับมาดีไหม?” ต้าหันไปถามกับทุกคนที่อยู่ในห้อง
แต่แจ็คก็พูดสวนขึ้นมาทันที
“จากที่ฉันอ่านผ่าน ๆดูในฟอรัมเมื่อกี้ก่อนที่จะถูกลบหายไปเหมือนว่าเพื่อนร่วมหอของเราจะไม่้าความช่วยเหลือจากใครเลยนะ”
“เออ! จริงซิ” อยู่ ๆเจก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และนำภาพถ่ายของปรมาจารย์มบีโฮออกมาให้ทุกคนได้ดู เจคิดว่าถึงจะห้ามพูดแต่ถ้าแค่รู้ตัวตนของคนที่ลักพาตัวไปก็คงจะไม่น่ามีปัญหาอะไร
“พวกนายรู้จักชายแก่ผู้ฝึกยุทธคนนี้รึเปล่า?”
“นี่มันชุดเกาหลีหนิ จีโอนายเป็คนเกาหลีน่าจะรู้จักนะ”
“แค่ใส่ชุดเกาหลีแล้วจะเป็คนเกาหลีหรือยังไง ฉันเองก็เป็เด็กใหม่ไม่ต่างจากนายจะไปรู้จักคนในโรงเรียนนี้มากกว่านายขนาดไหนกันเชียว” จีโอบ่นแต่ก็ลุกขึ้นมาดูโทรศัพท์ของเจพร้อมกับปฏิเสธว่าไม่รู้จักชายแก่ที่อยู่ในรูปนี้จริง ๆ
“นายส่งรูปของชายแก่คนนั้นมาให้ฉันที เดี๋ยวฉันจะลองส่งรูปไปให้พ่อฉันดู ถ้าเขาเป็คนเกาหลีจริงพ่อฉันก็น่าจะรู้จักบ้างแหละ”
“ส่วนเื่เพื่อนร่วมหอของเราก็คงทำอะไรมากไม่ได้ เดี๋ยวยังไงเขากลับมาก็คงจะเล่าเองนั่นแหละว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ฉันว่าสิ่งที่เราพอจะช่วยเขาได้ตอนนี้ก็คงช่วยเขาจัดของใช้ส่วนตัวที่เพิ่งย้ายเข้ามานี่แหละนะ” จีโอชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของรอยที่วางอยู่บนเตียง
“นั่นซิ มา ๆเดี๋ยวฉันช่วยอีกแรง ดูสภาพที่อยู่ในคลิปวิดีโอกลับมาคงจะไม่มีเวลาจัดของแล้วแหละ”
“ฉันก็ขอให้เขากลับมาทันนะเพราะหอพักเราปิดตอน 5 ทุ่ม ไม่งั้นคงได้นอนอยู่นอกหอแน่ ๆ” ทุกคนในห้องต่างก็ช่วยกันจัดของพวกเครื่องใช้ส่วนตัวกับเสื้อผ้าต่าง ๆที่เว้นว่างเอาไว้ให้กับรอย
รอยที่ยังคงวิ่งไปหยุดไปก็เริ่มเข้าใจถึงพลังของอาชีพนักสู้ของเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะยิ่งเปิดประตูนักสู้นานมากเท่าไหร่พละกำลังที่ต้องใช้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นและยิ่งใช้พละกำลังจนมาถึงขีดจำกัดประตูนักสู้ก็จะถูกปิดไปเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งตอนนี้รอยเปิดประตูนักสู้ได้นานสุดอยู่ที่ประมาณ 30 นาที สภาพของรอยในตอนที่ใช้พลังจนถึงขึดจำกัดแขนขาของรอยตอนนี้สั่นไม่หยุดจนไม่มีแรงที่จะขยับไปไหนได้อีกแล้ว
“ทำไมโรงเรียนมันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้กันนะกี่กิโลแล้ววะเนี่ยที่เราวิ่งมา?”
รอยมองไปที่แขนและขาของตัวเองที่มีรอยแดงช้ำจนเป็จ้ำจากการที่ถูกกำไลเหล็กบีบรัด ที่เป็ปัญหาที่สุดตอนนี้คือลูกเหล็กที่ต้องวิ่งถือมันอยู่ตลอดเวลานี่แหละนะ
รอยหันไปมองรอบ ๆที่มีแสงไฟสลัว ๆจากเสาไฟที่พอให้มองเห็นอะไรอยู่บ้าง
หืม!...อะไรวะนั่น?
รอยทำหน้าตาตื่นใเพราะเหมือนกับว่าที่ยอดเสาไฟมีใครก็ไม่รู้ไปยืนอยู่บนนั้น รอยเพ่งมองก็พบว่ามันคือชายแก่ในชุดฮันบกนั่นเอง
“น้ำหนักของคนก็ไม่ใช่น้อยไปยืนอยู่บนยอดเสาไฟแบบนั้นได้ยังไงกัน?”
ฟุบ!
อยู่ ๆปรมาจารย์บีโฮก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของรอยเหมือนกับวาร์ปมา ปรมาจารย์บีโฮมองดูรอยที่วิ่งมาได้ไกลขนาดนี้ก็รู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อย เพราะคิดว่ารอยคงหมดแรงไปั้แ่ครึ่งทางแล้วไม่คิดเลยว่าจะใจสู้วิ่งมาได้ไกลถึงขนาดนี้
รอยเองไม่ได้ใจสู้อะไรถึงขนาดนั้นหรอกถ้าไม่มีภารกิจมอบหมายมาให้คงวิ่งหนีออกไปจากโรงเรียนไปฟ้องกองกำลังป้องกันตนเองนานแล้ว
“เอานี่น้ำยาแห่งชีวิตระดับต่ำเธอรีบเอาไปดื่มซะ ในเมื่อฉันรับเธอมาเป็ลูกศิษย์แล้วก็ควรที่จะมอบของขวัญอะไรไว้ให้กับเธอบ้าง”
น้ำยาแห่งชีวิตระดับต่ำถูกสกัดมาจากสัตว์ร้ายจากต่างโลกซึ่งผู้ที่ขายมันคือกลุ่มการค้าเดอะคิวบ์ซึ่งวางขายด้วยจำนวนที่จำกัด ถึงจะมีเงินมากมายแค่ไหนก็ตามก็ซื้อมันมาได้ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ
รอยมองดูขวดแก้วใสใบเล็กที่คล้ายขวดยาบรรจุน้ำสีเขียวไว้เพียงครึ่งขวดและคิดว่าจะรับมันมาดีหรือไม่ แต่รอยก็คิดอยู่ได้ไม่นานเพราะปรมาจารย์บีโฮก็โยนน้ำยาแห่งชีวิตขั้นต่ำมาให้รอยโดยที่ยังไม่ได้ตอบรับเลย รอยรีบคว้ามันเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะตกแตกไปซะก่อน จากนั้นปรมาจารย์บีโฮก็หายตัวไปอย่างกับภูติผีเมื่อเห็นรอยรับของที่เขาให้ไปแล้ว
“น้ำยาแห่งชีวิต! มันคืออะไรกันวะเนี่ยคงไม่ได้ให้อะไรแปลก ๆกับเรามาหรอกนะ” ถึงรอยจะสงสัยแต่ก็ดื่มมันลงไปอยู่ดีเพราะตอนนี้เขาหิวน้ำเป็อย่างมากถ้าเ้าน้ำยาแห่งชีวิตช่วยให้เขาดับกระหายได้บ้างก็คงจะดีไม่ใช่น้อย
ทันทีที่รอยกลืนน้ำยาแห่งชีวิตลงคอไปก็ทำให้รอยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ความเหนื่อยล้าที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเริ่มทุเลาลง กำลังวังชาก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นจนรอยมีแรงที่จะลุกขึ้นมาวิ่งต่อได้และรอยก็ใช้เวลาไม่นานก็วิ่งกลับมาถึงที่หอพักจนได้
“ถึงสักทีอยากจะบ้าตาย” กว่ารอยจะมาถึงที่หอพักก็เกือบจะถึงเวลาปิดหอพอดี รอยเปิดประตูเข้าห้องพักไปก็เห็นว่ารูมเมทของเขานอนหลับกันไปหมดแล้ว ถึงรอยจะอยากเข้าไปนอนมากแค่ไหนก็ตามแต่ด้วยเหงื่อที่เต็มตัวส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวนนี้อยู่ก็ทำใจไปนอนด้วยสภาพนี้ไม่ได้จริง ๆ
รอยเปิดไฟห้องเพื่อมองหาของใช้อาบน้ำที่เตรียมมา
จีโอเห็นว่าไฟในห้องถูกเปิดก็ได้เปิดผ้าม่านที่เตียงออกมาดูก็พบว่าเป็คนที่ไม่รู้จักเลยเดาว่าเป็รูมเมทคนใหม่แน่ ๆที่เข้าห้องมา
“สวัสดีเพื่อนใหม่พวกของใช้อาบน้ำต่าง ๆฉันเตรียมไว้ให้นายเรียบร้อยแล้วอยู่ที่ข้างประตู นายทำธุระส่วนตัวได้ตามสบายเลยไม่ต้องเกรงใจ ราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าล่ะฉันขอนอนก่อนนะเพราะพรุ่งนี้เช้ามีการบรรยายพิเศษจากผู้บุกเบิก นายเองก็รีบเข้านอนเร็ว ๆล่ะ”
“เข้าใจแล้วขอบคุณมากราตรีสวัสดิ์เช่นกัน” รอยมองไปข้างประตูที่เพื่อนรูมเมทบอกก็พบว่ามีทั้งชุดและของใช้อาบน้ำต่าง ๆเตรียมไว้ให้แล้วจริง ๆ รอยจึงรีบออกไปอาบน้ำแล้วเข้านอนทันที
เช้าวันถัดมา
เสียงนาฬิกาปลุกตอนเช้าดังขึ้นไปทั่วห้อง ทุกคนที่ได้ยินเสียงปลุกต่างก็ลืมตาตื่นบิดี้เีไปมายกเว้นรอยที่ยังคงนอนหลับสนิทเหมือนกับไม่ได้ยินเสียงของนาฬิกาปลุกที่ดังอยู่เลย
“โอ๊ย! 7 โมงแล้วหรอเนี่ย ยังนอนไม่อิ่มเลย” ต้าบ่นอุบอิบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดเสียงแจ้งเตือนของนาฬิกาปลุกพร้อมกับชะเง้อดูเตียงฝั่งตรงข้ามที่เป็ที่นอนของรอยแต่กลับไม่มีใครนอนอยู่ ต้าเลยลุกขึ้นมาดูก็เห็นว่ารอยไปนอนอยู่ที่โซฟา ต้าเห็นสภาพการนอนของรอยแล้วก็รู้สึกอนาถใจจริง ๆ เลยคิดไปว่ารอยน่าจะเกรงใจเพราะตัวรอยที่มีที่โซ่เหล็กติดตัวอยู่ถ้าเกิดเวลานอนพลิกตัวไปมาน่าจะทำให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญกับคนที่นอนอยู่ใกล้ ๆเลยแยกไปนอนห่าง ๆแบบนี้
ต้าสะกิดรอยให้ตื่น
“เพื่อนตื่นได้แล้ววันนี้ต้องไปฟังบรรยายแต่เช้านะ ถ้าไม่รีบตื่นตอนนี้ระวังจะสายเอานะ”
รอยที่ถูกสะกิดจนตื่นก็รีบลุกขึ้นมาทันที
“อรุณสวัสดิ์เพื่อนใหม่” ทุกคนหันมามองรอยพร้อมกับกล่าวคำทักทายแล้วรีบออกจากห้องไปอาบน้ำทันที รอยที่เพิ่งได้สติว่าต้องไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวม
“เดี๋ยวนะขนาดรูมเมทเรายังรีบออกไปพร้อมกันแบบนี้แล้วห้องพักอื่นล่ะ?”
รอยคิดแบบนั้นได้แล้วก็รีบวิ่งตามออกไปอาบน้ำทันที การปรับตัวใช้ชีวิตในหอร่วมกับคนอื่นที่ใช้ห้องน้ำรวมแบบนี้รอยยังไม่ชินกับมันจริง ๆไหนจะต้องแบกลูกเหล็กที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขาไปไหนมาไหนนี่อีก
ณ ห้องประชุมใหญ่ ที่อยู่ตึกติดกับอาคารเรียนวิชาสามัญ
ต้ามองไปรอบ ๆหอประชุมที่จุคนได้มากกว่าหนึ่งพันคน เห็นว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่นต่างก็ซุบซิบนินทาเกี่ยวกับรอยไม่หยุดปากั้แ่เดินมาถึงหอประชุมแล้ว
“นายนี่นะขนาดมาที่หอประชุมแล้วยังเป็จุดสนใจได้อยู่อีก”
“ให้ฉันทำยังไงได้ล่ะก็มันแกะไม่ออกหนิ คิดซะว่าเป็แฟชั่นยุคใหม่ก็แล้วกัน นายอยากลองใส่บ้างไหมล่ะเดี๋ยวฉันจะขอตาแก่นั่นให้นายสักอัน”
“แฟชั่นแบบนี้ก็ไม่ไหวนะแล้วก็ไม่ต้องรบกวนนายหรอกฉันปล่อยให้นายเด่นอยู่คนเดียวแบบนี้แหละดีแล้ว” แจ็คที่นั่งอยู่ข้าง ๆพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะกับมุขเชย ๆของรอย
ระหว่างทางที่เดินมาหอประชุมพวกเขาทั้ง 4 คนพูดคุยกันจนเริ่มที่จะสนิทกันมากขึ้น รอยหันไปถามต้าว่าวันนี้มีบรรยายเกี่ยวกับเื่อะไร
“เห็นว่าเป็ประสบการณ์ชีวิตของผู้บุกเบิกอะไรนี่แหละ”
รอยนั่งฟังเื่การผจญภัยต่าง ๆของผู้บรรยายเกี่ยวกับต่างโลกที่เขาได้ออกไปผจญภัยและรวบรวมข้อมูลของตัวเองและผู้บุกเบิกคนอื่นมา จึงทำให้ได้รู้ที่มาของการเกิดขึ้นของประตูมิติและวิธีทำลายมันซึ่งในอนาคตนักเรียนเหล่านี้อาจจะได้ไปเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง ผู้บรรยายบอกว่าเหตุผลที่ประตูมิติเกิดขึ้นมาจากเหล่าการ์เดียนส์ที่เป็เผ่าพันธุ์ชั้นสูงในต่างโลกซึ่งเป็ผู้ปล่อยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆรุกรานเข้ามา ประตูมิติทั่วโลกตอนนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 26 แห่งซึ่งหมายถึงการมีอยู่ของเหล่าการ์เดียนส์ทั้ง 26 ตัว ที่ผู้บุกเบิกต่างก็ออกค้นหามันในต่างโลกอย่างเอาเป็เอาตายและ้าที่จะฆ่ามันให้หมดไปเพื่อความสงบสุขของโลก รอยยังได้รู้อีกว่าเผ่าพันธุ์ที่มารุกรานโลกเหมือนกับถูกจำกัดพลังเอาไว้ ตรงจุดนี้ผู้บรรยายก็ออกความคิดเห็นส่วนตัวของเขาว่าอาจจะเป็เพราะกฎเกณฑ์ของโลกที่จำกัดพลังของผู้รุกรานเอาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นเหล่าการ์เดียนส์คงจะบุกมาทำลายโลกด้วยตัวเองไปนานแล้ว
ผู้บรรยายยังเน้นย้ำกับนักเรียนเื่การฝึกพลังและการฝึกอาวุธเย็นชนิดต่าง ๆให้ชำนาญเพราะอาวุธสมัยใหม่ของโลกปัจจุบันใช้ไม่ได้ในต่างโลกแถมเมื่อเข้าไปต่างโลกแล้วความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดและผู้รุกรานต่างก็มีความแข็งแกร่งมากกว่าเป็เท่าตัวเมื่อเทียบกับตอนที่พวกมันมารุกรานโลก ยังมีเื่ที่น่าใที่สุดคือเื่การ์เดียนส์ที่มนุษย์โลกสามารถฆ่าไปได้หลังจากที่ผู้บุกเบิกออกตามหามานานกว่าหลายสิบปี มีเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้นที่ผู้บุกเบิกสามารถฆ่ามันได้
รอยตั้งใจฟังและหันไปมองรูมเมทข้าง ๆอย่างต้าที่นอนหลับไปไม่สนใจอะไรแล้ว ส่วนแจ็คก็นั่งเล่นโทรศัพท์โดยที่ไม่สนใจผู้บรรยายเลย รอยเลยเอนตัวไปกระซิบถามกับจีโอที่นั่งหาวอยู่ข้าง ๆด้วยความสงสัย
“ทำไมดูเหมือนหลาย ๆคนไม่สนใจเื่ที่ผู้บรรยายพูดเลยล่ะ เื่ที่เขาพูดมาออกจะน่าสนใจขนาดนั้น”
จีโอทำหน้าแปลกใจ
“เื่พวกนี้ใคร ๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละฉันฟังมาหลายครั้งจนเบื่อเต็มทนแล้วถึงมีบางเื่ที่แปลกใหม่อยู่บ้างก็เถอะนะ อ่อ…จริงซินะประเทศTของนายถูกกลุ่มเดอะคิวบ์ควบคุมปิดบังข้อมูลสำคัญ ๆเอาไว้เลยไม่สามารถรู้เื่โลกต่างมิติทั่วไปได้เหมือนกับประเทศอื่น ๆ”
“เป็แบบนี้เอง” พอรอยได้ยินแบบนั้นไปก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและยังคงนั่งฟังต่อไปจนจบการบรรยายและ่เช้าที่แสนน่าเบื่อก็ผ่านพ้นไปอีกวันถึงจะมีเื่น่ารำคาญชวนปวดหัวตอนอยู่ในห้องเรียนก็เถอะนะ เพราะมีนักเรียนร่วมห้องและต่างห้องหลายคนเข้ามาถามว่าทำไมถึงได้ถูกใส่กำไลข้อมือข้อเท้าเหมือนกับนักโทษแบบนี้อยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ รอยเองก็ตอบปัด ๆไปว่ามันคือการฝึกฝนวิชา ถึงหลาย ๆคนจะไม่เชื่อก็เถอะแต่จะให้ทำยังไงได้เพราะรอยเองก็ตอบเหมือนเดิมกับทุกคนที่มาถามแบบนี้เหมือนกันหมด
พอมาถึง่พักเที่ยงรอยก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะต้องวิ่งไปที่ศูนย์ฝึกผู้มีพลังพิเศษด้วยตนเองแต่ครั้งนี้เหมือนกับว่าร่างกายของรอยจะถูกพัฒนาขึ้นระยะเวลาของประตูนักสู้เองก็อยู่นานขึ้นมากกว่าเดิมถึง 10 นาที รอยใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นก็วิ่งมาถึงศูนย์ฝึกผู้มีพลังพิเศษ
“แปลก…ทำไมร่างกายเราถึงได้แข็งแกร่งขึ้นจนน่าแปลกใจขนาดนี้กันล่ะ หรือว่าเป็เพราะแหวนเงาจันทร์ที่ช่วยเพิ่มพลังฝึกฝนเมื่อเราอยู่ใต้แสงจันทร์เมื่อคืนนี้หรืออาจจะเป็เพราะน้ำยาแห่งชีวิตที่ชายแก่คนนั้นให้มากันแน่นะ?”
“เอาเถอะสงสัยไปก็ไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดกันแน่” ทันทีที่รอยมาถึงสนามกรีฑายังดีที่เป็สนามกรีฑาของคนทั่วไปที่ 1 รอบสนามมีระยะทาง 400 เมตรเท่านั้นที่วิ่ง 10 รอบก็เท่ากับ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้านับจากระยะทางระหว่างวิ่งจากจุดนี้ไปถึงหอพักน่าจะไกลกว่าอีก
รอยเริ่มชกลมก่อนด้วยหมัดขวาตรงและซ้าย แต่เมื่อชกออกไปลูกเหล็กที่มือขวาก็เหวี่ยงจนรอยยืนไม่อยู่เซไปทางด้านหน้าตามแรงเหวี่ยงของลูกเหล็ก
ขวา 1/500
ซ้าย 1/500
ทันทีที่รอยชกเสร็จก็มีตัวเลขปรากฏขึ้นมาทำให้รอยไม่ต้องนับเองในใจว่าชกไปแล้วกี่ครั้งแต่การชกแต่ละครั้งก็ไม่ง่ายเลยที่จะต้องรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ให้มั่นคงไม่เซไปตามแรงเหวี่ยงของลูกเหล็กที่มีน้ำหนักมาก แต่ที่ยากที่สุดคือการเตะที่ไม่สามารถทำพร้อมกันได้ทั้งซ้ายและขวา กว่ารอยจะทำตามที่ภารกิจมอบหมายให้เสร็จก็ปาเข้าไป 6 โมงเย็นและกว่าจะกลับถึงหอพักก็น่าจะ 4-5 ทุ่มที่เกือบจะถึงเวลาปิดหอพอดี รอยใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ไปจนครบกำหนดหนึ่งอาทิตย์มาได้อย่างยากลำบากแต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากการที่ถูกทำให้เป็แบบนี้
ภายในสำนักอินซา ปรมาจารย์บีโฮกับผู้อำนวยการแดเนียลกำลังดื่มชานั่งคุยกันอยู่ที่ลานหน้าสำนัก
“ปรมาจารย์บีโฮคุณนี่ทำให้ผมต้องยุ่งจนหัวหมุนกับเด็กคนนี้อยู่ไม่น้อยเลยนะ เพราะสิ่งที่คุณทำมันไม่เป็ผลดีเลยถ้าภาพเหล่านี้หลุดออกไปสู่โลกภายนอก” ผู้อำนวยการแดเนียลหันหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่มีรูปภาพหลายรูปของรอยถูกใส่กำไลข้อมือข้อเท้าไม่ต่างจากนักโทษ
“ยิ่งถ้าผู้ปกครองของเด็กคนนี้มาเห็นเข้าผมก็ไม่รู้จะอธิบายกับเขายังไงเหมือนกัน”
“เื่ผู้ปกครองของเด็กคนนี้ผู้อำนวยการไม่ต้องเป็ห่วงไปฉันได้ไปอธิบายกับเขาด้วยตัวเองมาแล้ว ว่าแต่ที่คุณมาหาผมมีเื่จะบอกกับผมแค่นี้อย่างงั้นเหรอ?”
“ก็ไม่เชิง คุณเองก็น่าจะรู้ว่า รอย วิลเลี่ยมเป็ผู้มีพลังพิเศษทำไมถึงให้เขาออกจากการเรียนการสอนดื้อ ๆมาแบบนั้นล่ะ เพราะเท่าที่ผมดูการตรวจสอบพลังของ รอย วิลเลี่ยมมีพลังการพัฒนาการที่ดีเลยนะถ้าได้ฝึกฝนด้านพลังการควมคุมของเขาต่อไป”
ปรมาจารย์บีโฮครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วได้เอ่ยปากพูดขึ้นมา
“คิดซะว่าเด็กคนนั้นกำลังเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองอยู่ก็แล้วกัน เพราะที่ฉันรับเขามาก็เพราะว่าเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจจากตัวเขาก็เท่านั้น ส่วนเื่ที่ว่าเขาจะเลือกเดินเส้นทางไหนก็แล้วแต่เขาจะเป็คนกำหนดเอง”
“อ่อ...แล้วเื่คนของคุณที่คอยจับตาดูลูกศิษย์ของผมอยู่ห่าง ๆนั่นผมจะทำเป็ไม่สนใจก็แล้วกันนะ แต่ต่อจากนี้ไปอย่าให้ผมเห็นว่าคนของคุณยังทำแบบนี้อยู่อีกก็แล้วกันไม่งั้นก็อย่าหาว่าผมไม่ได้เตือนคุณก่อน”
“ไม่เอาหน่าปรมาจารย์บีโฮ ผมก็แค่สั่งให้คนของผมเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆเท่านั้นไม่คิดที่จะทำอะไรกับลูกศิษย์ของคุณอยู่แล้ว”
“อาชญากรที่ถูกตามล่าจากองกรณ์เมฆทมิฬมาเฝ้าสังเกตการณ์ดูลูกศิษย์ของฉันก็เข้าท่าดีนะ” ทันทีที่ปรมาจารย์บีโฮพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วยื่นแขนเชิญให้ผู้อำนวยการแดเนียลออกไปอย่างสุภาพเพราะไม่มีเื่ที่จะคุยอะไรกันต่อแล้ว
ผู้อำนวยการแดเนียลเองก็ถึงกับเหงื่อตกเพราะไม่คิดว่าปรมาจารย์บีโฮจะรู้ลึกถึงขนาดนี้