บทที่ 10 ล่อลวง
เสียงหัวเราะครื้นเครงยังมีอยู่ในห้องจัดเลี้ยงขณะที่คนด้านนอกต่างกรูกันเข้าไปหมายจะช่วยเหยื่อให้รอดพ้นจากอันตรายหนิงเฟิ่งเตะประตูโดยแรงเพื่อเข้าช่วยเหลือมารดาผู้ประสบภัย
“ท่านแม่ข้ามาช่วยท่านแล้วเ้าโจรโหวชั่ววันนี้ข้าจะสู้เ้าด้วยสามร้อยกระบวนท่า ให้รู้แพ้รู้ชนะให้กันไปเลย!”
ทุกอย่างพลันเงียบสงบลงหนิงเฟิ่งมองมารดาที่มีท่าทีเริงร่า เห็นได้ชัดว่ามารดาถูกล่อลวงมาที่นี่ตงตงหลัวกระตุกชายเสื้อของท่านป้าถี่ๆ เพื่อให้นางแก้ต่างให้
“หนิงเฟิ่ง เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“ท่านป้าไม่ต้องกลัว พวกเราพาคนมาเยอะจะต้องพาท่านป้าออกไปจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน”
เฉียนเฉียนโผล่หน้าออกมาจากทางด้านหลังของหนิงเฟิ่งก่อนที่จะกล่าวเสียงดังทั้งนี้เพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามให้รีบปล่อยท่านป้าออกมาเป็อิสระ
“เฉียนเอ๋อร์ เ้าเข้าใจผิดแล้ว ป้ากับท่านโหวกำลังคุยเื่การงานหมั้นหมายระหว่างท่านโหวกับเฟิ่งเอ๋อร์อยู่”
ซินยี่เอ่ยตอบเสียงเบาพร้อมกับขยับตัวให้ห่างจากคณะสังคีตหนุ่มที่ตัวติดนางตงตงเฉียนยังคงแสร้งทำไม่รู้เื่ราวต่อไปส่วนหนิงเฟิ่งรีบคว้าแขนมารดาให้มายืนฝั่งตน พร้อมกับตวัดสายตาไปทางตงตงเฉียน
“โจรโหว เ้าคิดจะล่อลวงมารดาของข้าใช่หรือไม่!”
“เฟิ่งเอ๋อร์วันนั้นเ้าบอกว่าให้อภัยข้าบอกให้ข้าลืมเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นวันวานวันนั้นมีคนรู้เห็นเป็อันมากและมีนายอำเภอเป็พยานให้เราสองวันนี้ข้าจึงเชิญท่านแม่ยายมาพูดคุยปรับความเข้าที่หอเถาฮวาแห่งนี้เท่านั้นไม่ได้มีเจตนาอื่น”
“นั้นสิ”
คำตอบของมารดาทำให้หนิงเฟิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกยังดีที่มารดาไม่ได้ตกปากรับคำไป หญิงสาวขยับเข้าใกล้นายอำเภอเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่า นางก็มีคนคอยหนุนหลังเช่นกัน
‘โจรโหวผู้นี้เ้าเล่ห์มากด้วยแผนการหากมาไม่ทันซินยี่คงนำเวลาตกฟากมอบให้อีกฝ่ายไปแล้วแน่ๆ’ หวงเจียงโหลได้แต่คิด ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเสียงดัง
“เช่นนั้นคงเป็เื่เข้าใจผิด คุณหนูหนิงเฟิ่งมารดาเ้าปลอดภัยแล้วเ้าเองก็คลายความกังวลแล้วใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะท่านนายอำเภอ ผู้น้อยต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยติดตามหามารดามิเช่นนั้นคงถูกล่อลวงไปถึงไหนต่อไหน”
เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเจียงโหลจึงหันมาประสานสายตากับชายหนุ่มตรงหน้าราวกับ้าจับผิดเขาเสียอย่างนั้น ‘ตาเฒ่านี่คิดจะแทะเล็มหญ้าอ่อนใช่หรือไม่ มิเล่าถึงได้เป็เดือดเป็ร้อนแทน’ ตงตงเฉียนได้แต่คิด
“ถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัวก่อน” นายอำเภอกล่าวเสียงเรียบแล้วจากไป
เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับคงเหลือสองพี่น้องยังอยู่ ณ หอเถาฮวา ตงตงหลัวหรี่ตาเล็กน้อย ‘ดูจากสถานการณ์แล้วการที่จะได้พี่สาวมาเป็สะใภ้จวนโหวไม่ใช่เื่ง่าย’ เด็กชายกระตุกชายเสื้อของพี่ชายถี่ๆ
“ท่านพี่ ข้าคิดว่านายอำเภอนั้นคิดจะเคี้ยวหญ้าอ่อน”
“หากหญ้าอ่อนยินดีที่จะเป็อาหารให้โคแก่ พวกเราจะทำสิ่งได้”
“มีเหตุผล เช่นนั้นข้าจะถือโอกาสแจ้งเื่นี้ให้กับท่านป้าได้ทราบเื่”
‘บางทีการสร้างสถานการณ์ให้พวกเขาห้ำหั่นกันเองคงดีไม่น้อยจากนั้นค่อยฉวยโอกาสบอกเลิกการหมั้นหมาย’ ชายหนุ่มได้แต่คิดแล้วแสร้งถอนหายใจเบาๆ
สำหรับตงตงหลัวหากพี่ชายไม่ยอมแต่งงานออกไปถือเป็ความอัปยศของตระกูลโดยแท้ที่ผ่านมาเด็กน้อยสงสัยว่า ตงตงเฉียนเป็บุรุษตัดแขนเสื้อเนื่องจากสหายวัยเดียวกันกับพี่ชายต่างแต่งงานออกเรือนไปแล้วทั้งนั้น
จากสถานการณ์ในวันนี้เด็กน้อยแอบเห็นคณะสังคีตชายตาแลพี่ชายเขาเป็ระยะๆ อีกทั้งพี่ชายเขายิ้มมีเลศนัยไม่แน่ว่าอาจทั้งสอง อาจจะพึงใจซึ่งกันและกันก็ได้ ไม่ได้การเขาจะต้องให้พี่หญิงผู้นั้นแต่งเข้าจวน เพื่อที่พี่ชายจะได้เปลี่ยนใจ
สายตาพลันสะดุดเข้าซองกระดาษแผ่นหนึ่งที่หล่นอยู่บนพื้นเด็กน้อยรีบนำไปให้พี่ชายได้อ่าน
“ท่านพี่ นี้คือสิ่งใดขอรับ”
“เวลาตกฟาก หนิงเฟิ่ง แซ่ หวง”
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะที่น้องชายแย่งกระดาษแผ่นนั้นไปดู จำได้ว่าภาพเหมือนได้ระบุว่า นางแซ่ ‘อู่’ คนแซ่หวงมีไม่มากถึงแม้จะแซ่เดียวกันแต่ก็หาได้มีความเกี่ยวข้องกันก็มีทว่าแซ่หวงนี้ในเมืองหลวงมีอยู่ไม่กี่คน
“ท่านพี่..นางไม่ได้แซ่อู่หรอกหรือ? แล้วนี่ลายมือก็ไม่เหมือนกัน”
ณ ถนนสายรองที่
กล่าวถึงหนิงเฟิ่งและพรรคพวกที่เดินทางกลับเรือนพร้อมกับตักเตือนมารดาไปหลายครั้ง ทั้งนี้นางจะต้องเข้มงวดกับมารดาเสียแล้วว่าอย่าคบค้ากับพวกโจรโหว คนเ่าั้ไม่ได้หวังดีแต่มาแก้แค้น..ส่วนนายเจียงโหลได้แต่โบกพัดเห็นด้วยกับคำของหนิงเฟิ่งกล่าวทุกประการ
“ท่านแม่ต่อไปท่านไปไหนต้องบอกข้าก่อนเข้าใจหรือไม่เ้าคะ”
“รู้แล้ว ๆ”
“ท่านป้า ท่านไม่ได้ถูกท่านโหวบีบบังคับท่านใช่หรือไม่”
เฉียนเฉียนประคองร่างของซินยี่กล่าวขึ้นขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าถี่ๆ ‘โจรโหวที่บุตรสาวกล่าวถึงนั้น ไม่ได้มีท่าทีข่มขู่นางแม้แต่น้อยซ้ำยังเอาอกเอาใจนางเป็อย่างดี เป็ไปได้ว่าบุตรสาวจะมีอคติต่อท่านโหวนั้นผู้นั้นเพราะความเข้าใจผิด ต้องใช่แน่ๆ’ ขณะที่กำลังจะแก้ตัวให้ว่าที่บุตรเขย
“นายหญิงอู่ ต้องตั้งสติอย่าให้ผู้ใดลากจูงไปโดยง่ายเห็นหรือไม่หากหนิงเฟิ่งไม่ไปทันการจะเกิดสิ่งใดขึ้นป่านนี้ท่านคงจะตกปากรับคำฝ่ายนั้น ให้มาสู่ขอหนิงเฟิ่งในวันพรุ่งแล้ว จะว่าไป นี่คือความสุขชั่วชีวิตของบุตรสาว ท่านจะทำลวกๆ ไม่ได้”
“ท่านไม่ต้องกังวล ข้าเก็บเวลาตกฟากของเฟิ่งเอ๋อร์ไว้ติดตลอด นี่อย่างไร”
ซินยี่เริ่มควานหาซองกระดาษหนาค้นไปค้นมาอยู่หลายรอบ จึงรู้ว่าตนเองทำหายไป ขณะที่หนิงเฟิ่งจ้องเขม็งส่วนนายอำเภอเริ่มถอนหายใจ ‘ซินยี่ต้องทำบันทึกตกฟากไว้ที่หอเถาฮวาเป็แน่’
“ท่านป้าลองคิดดูดีๆ ว่าท่านลืมไว้ที่ใด หรือวันนี้ท่านเดินไปที่ไหนบ้าง? เผื่อบางทีอาจจะหล่นไว้ที่ใดที่หนึ่ง”
“ของสำคัญเช่นนั้น เ้าทำหายได้อย่างไร” นายอำเภอกล่าวขึ้นพร้อมทอดถอนใจ
“หรือว่าข้าจะทำหล่นไว้ที่หอเถาฮวา ไม่ได้ๆ ข้าจะต้อนย้อนกลับไปดูแล้ว”
นายอำเภอโบกมือเล็กน้อยหากซินยี่และหนิงเฟิ่งกลับไป ไม่มีคนเก่งกล้าเช่นเขาติดตามไปด้วยคงตกเป็เบี้ยล่างของโจรโหว เห็นแก่ที่นางเป็เพื่อนบ้าน นายอำเภอเช่นเขาก็ควรตอบแทนน้ำใจของนางบ้าง นายอำเภอยืดตัวตรง ก่อนที่จะเสนอตัว
“หากพวกเ้าไป ไม่แน่ว่าอาจจะติดกับดัก ข้าจะไปเองหากคนผู้นั้นเห็นข้าจะต้องเกรงใจ ตัวติดพื้นดินแน่”
“รบกวนท่านนายอำเภอแล้ว”
ทั้งหมดต่างโค้งคำนับอีกฝ่ายแต่มิวายที่หนิงเฟิ่งจะกำชับนายอำเภอให้ตรวจสอบดู เนื่องจากจวนโหวมักเล่นตุกติกก่อนที่หวงเจียงโหลจะรับปากแล้วเดินย้อนกลับไปที่หอเถาฮวา
ตงตงเฉียนให้ฟางอวี่ไปส่งน้องชายที่จวนก่อนส่วนตนเองกับรั้งตัวอยู่ที่หอเถาฮวา เพื่อเจรจาบางอย่างแต่ผิดคาดคนที่มากลับไม่ใช่แม่ลูกมหาภัยอย่างที่คิด กลับเป็นายอำเภอ
คนหนึ่งวัยกลางคนอีกคนหนึ่งอยู่ในวัยหนุ่มแน่น ต่างประสานสายตาราวกับมองเห็นถึงเื้ัซึ่งกันและกัน
“ไม่นึกว่าคนที่มา จะเป็ท่านนายอำเภอเหตุใดต้องลดตัวเองเพื่อมาถามหาบันทึกตกฟากของหญิงสาวคราวลูกด้วยตัวเองเล่า”
‘โจรโหวผู้นี้คงไม่ได้หึงหวงข้ากับยายหนูหนิงเฟิ่งหรอกนะหรือว่าเขา้าสร้างตำนานรักปลาเก๋ากับตัวนากจริงๆ’ หวงเจียงโหลฉีกยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปพร้อมกัน ดวงตาแข็งกร้าวมองอีกฝ่ายพร้อมกับเผยอีกด้านของตนเพื่อข่มขู่
“ในเมื่อท่านโหวทราบแล้ว รบกวนท่านโหวนำบันทึกคืนให้ข้าด้วย”
“ย่อมได้”
ชายหนุ่มยื่นบันทึกตกฟากให้แต่โดยดีแต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยอย่างเช่นเดิม ทว่าคนที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปกลับเป็ห่วงเจียงโหลที่เปิดดูบันทึกตกฟากม่านตาวูบไหวก่อนที่พวกเขาจะขอตัวลากลับ