ภายในหุบเขาพิษ
ร่างของหวังลี่เหยากำลังคร่ำเคร่งอยู่กับตำราภายในบ้านหลังใหม่ ตำราที่เปิดอ่านเล่มแล้วเล่มเล่าชวนให้ท้อใจยิ่งนัก ยิ่งอ่านยิ่งไม่เข้าใจ คนที่เรียนหมอนี้ต้องเก่งมากจริงๆถึงจำเื่พวกนี้ได้ทั้งหมด
นางกำลังเรียนรู้เื่สมุนไพรในยุคนี้ หลายวันก่อนนางเอ่ยกับเว่ยหานฟงว่า อยากเรียนรู้เื่ของสมุนไพรต่างๆ ว่ามีประโยชน์หรือมีโทษอย่างไร ถึงแม้นางจะมีพลังพิเศษ แต่ถ้าไม่รู้เื่สมุนไพรเลยก็คงไม่ใช่
‘ยากมากอ่านจนง่วงแล้วเนี่ย’
“เหยาเอ๋อร์เ้าอยู่แบบนี้มาหลายวันแล้วนะเ้าไม่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างหรือ?อยู่แบบนี้มาหลายวัน พี่กลัวเ้าจะไม่สบายเอา”
ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านที่สร้างเสร็จไม่กี่วันก่อน เขากลับไปที่พรรคกลับมาก็ยังเห็นนางนั่งอยู่ที่เดิม หลายวันก่อนนางอยากได้หนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรและการรักษาเขาจึงสั่งให้ชิงสือกับชิงไห่ไปหามาให้นาง ตำราทั้งสามแคว้นมีมากมาย จึงเอามาให้นางเพียงแค่บางส่วน ไม่นึกว่านางจะจริงจังถึงขนาดแทบไม่กินไม่นอน จึงต้องหาทางให้นางได้พักบ้าง
“ข้าขออ่านอีกสักนิดนะเ้าคะ ข้าว่าจะลองรักษาสัตว์ดูก่อนเ้าค่ะว่าจะทำได้ไหม”
นางยังไม่เคยลองรักษาสิ่งมีชีวิตเลยมีเพียงแค่ รักษาพืช ต้นไม้ที่กำลังจะตายให้กลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมเมื่อวานนางลองปลูกต้นไม้เฉยๆ ไม่นึกอะไรมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ก็เลยลองอีกต้นแล้วกำหนดจิตคิดถึงตอนมันเติบโตเป็ต้นไม้ใหญ่ ในเวลาชั่วพริบตานั้นต้นไม้ต้นนั้น ก็โตขึ้นจนสูงเลยตัวบ้าน นั้นหมายความว่าพลังที่นางมี มันต้องมีภาพที่สำเร็จในหัวด้วยถึงจะทำได้
นางถึงต้องเรียนรู้เื่สมุนไพรเป็บ้าเป็หลังอยู่นี่ไงเล่า เสกสมุนไพรมาได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก
“เ้าอยากได้สัตว์แบบไหนเล่า? พี่จะได้หามาให้เ้า”
เขารู้สึกสนใจใคร่รู้ว่านางจะทำแบบไหน เพราะเขายังไม่เคยเห็นเหมือนกัน หากนางทำได้นางคงจะดีใจ ไม่ต้องคร่ำเคร่งอ่านตำราแบบนี้อีก
“ขอเป็สัตว์ตัวเล็กๆ นะเ้าคะหากตัวใหญ่ข้ากลัว”นางต้องรีบบอกก่อน ถ้าไม่บอกเดี๋ยวมีเสือมีสิงโตมาก่อนจะรักษาคงถูกมันกินก่อนคงไม่ดีแน่นอน
"อืม ได้สิ"
เว่ยหานฟงทอดสายตามองร่างเล็กกึ่งนั่งกึ่งนอน มือข้างนึงของนางถือตำรา มืออีกข้างนึงก็หยิบผลไม้ อ่านไปกินไปด้วยเห็นแล้วรู้สึกคันยุบยิบในใจ ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดูผสมกัน จนแยกไม่ออก
'เอาเถอะ! เหยาเอ๋อร์ของข้าไม่เหมือนใครแบบนี้ดีแล้ว'
เช้าวันรุ่งขึ้นเว่ยหานฟงหิ้วกระต่ายตัวอ้วน น่ารักมาฝากนางถึงสองตัว เพื่อให้นางได้ทดลองใช้พลังเวทย์รักษา
“หากข้าทำไม่ได้ล่ะเ้าค่ะ? ถ้ามันตายขึ้นมาข้าจะทำยังไง?”
หวังลี่เหยาเริ่มเป็กังวลขึ้นมามองไปที่กระต่ายตัวขาวอวบน่ารักตรงหน้าอย่างสงสาร
“หากตายเราก็แค่กินมันแค่นั้น”
ร่างสูงเอ่ยตอบแทบทันทีส่งสายตาวิบวับ ฉายแววความเ้าเล่ห์มาให้ นางจนน่าหมั่นเขี้ยวนึกอยากจะะโกัดหน้า ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลยคนกำลังจริงจังอยู่
“ไม่ให้กิน ห้ามกินนะ ข้าจะทำแผลให้มันเองถึงพลังเวทย์จะช่วยไม่ได้ มันก็จะไม่ตาย”
นางทำตาดุเสียงเข้มให้คนใจดำ ส่วนคนใจดำก็เพียงแค่อมยิ้มมองนางด้วยความพอใจ ที่ได้กลั่นแกล้งนางแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
“ได้ ไม่กินก็ไม่กินพี่แค่แกล้งเ้าเล่นแค่นั้น ไม่ได้อยากจะฆ่ามันจริงๆสักหน่อยเลิกทำหน้าดุได้แล้ว พี่กลัวจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”
คนกลัวจะทำหน้าแบบนี้หรือ นางี้เีทะเลาะกับเขา จึงหันไปสนใจกระต่ายน้อยตรงหน้าดีกว่า ตอนใช้มีดคมจรดลงบนขากระต่ายน้อย มันพยายามดิ้นรนหนีนางจับไปก็สงสารไปด้วย
‘ขอโทษด้วยนะเ้ากระต่ายน้อยข้าสัญญาว่าจะรักษาเ้าให้หาย’
เห็นแผลที่ขากระต่ายไม่ลึกถึงกระดูกก็สบายใจขึ้น จึงรีบกำหนดจิตคิดในใจให้เห็นภาพแผลค่อยๆ สมานกันจนหายดี หากแต่นางลืมตาขึ้นมาแผลกระต่ายก็ยังอยู่เหมือนเดิมนางหน้าซีดขึ้น
'มันไม่ได้ผลเราพลาดตรงไหนไปนะ? '
เว่ยหานฟงสังเกตเห็นสีหน้าของนางก็เอื้อมมือหนาไปจับมือน้อยขึ้นมา ตบหลังมือเบาๆเพื่อปลอบให้นางคลายกังวล ถึงแม้จะไม่สบายใจแต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามคิดหาวิธีรักษาาแที่ตัวเองเป็คนทำให้กระต่ายน้อย 2 ตัวต้องาเ็ถ้าหากนางรักษาพวกมันไม่ได้นานคงจะรู้สึกผิดมากๆเลย
‘หรือเป็เพราะเราข้ามขั้นตอน? เดี๋ยวนะ! พลังที่มีมันไม่สามารถรักษาสิ่งมีชีวิตได้ แต่สามารถใช้สมุนไพรรักษาได้ ประโยคนี้ถ้าวิเคราะห์ดีๆ คือจะใช้ใช้พลังเวทย์ผ่านสมุนไพรแล้วไปช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตทำแบบนั้นก็น่าจะได้
'ใช่แล้ว! มันต้องแบบนี้แน่ๆ'
ร่างเล็กวิ่งไปที่ด้านหน้าบ้าน ไปคว้าถังน้ำใบย่อมกลับมาด้วย เว่ยหานฟงมองตามอย่างไม่เข้าใจว่ามากำลังจะทำอะไรอีกแล้ว หวังลี่เหยาเห็นสายตาที่เขามองมาก็รีบอธิบายให้เขาฟังอีกครั้งว่านางกำลังคิดจะทำอะไรอยู่
“ข้าจะลองดูอีกครั้งนะเ้าคะ ท่านช่วยเอากระต่ายวางใส่ถังใบนี้ด้วยนะเ้าคะ เอาแต่ขาที่มีแผลลงไปนะเ้าคะ ไม่ต้องเอามันลงไปทั้งตัว ข้าจะลองดูอีกครั้งนึง”
นางนั่งลง ยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพรให้สามารถรักษาาแของเ้ากระต่ายเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดบาปไปมากกว่านี้
'สาธุ! ให้สำเร็จทีเถอะ'
‘นางช่าง~ น่ารักยิ่งนัก'
ภาพคนตัวเล็กทรุดตัวลงคุกเข่าทำท่าสวดมนต์แปลกๆ พาให้เอ็นดูยิ่ง ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ได้แค่แกล้งทำเป็ไอเมื่อนางหันมาทำตาดุให้แล้วก็กลับไปสวดมนต์ของนางเหมือนเดิม
หวังลี่เหยาลองกำหนดจิตให้เห็นภาพว่า มียาสมุนไพรที่สามารถรักษาแผลให้กระต่ายได้สมุนไพรทั้งหมดอยู่ในถังน้ำ สมุนไพรวิเศษ ผสมลงไปในถังน้ำแล้ว เมื่อนางเอาขากระต่ายลงไปกระต่ายจะหายทันที นางลืมตาขึ้นมองเห็นมีน้ำสีเขียวเข้มมีประกายระยิบระยับอยู่ในถังน้ำครึ่งใบ ดวงตาคู่งามสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
“พี่หานฟงลองเอาขากระต่ายลงไปแช่ในนี้สิเ้าคะ”
เขาวางขากระต่ายลงไปครึ่งตัว สักพักก็ลองยกขึ้นมาโดยไม่คิดอะไรเพราะในใจเขาไม่เชื่อว่าวิธีนี้มันจะได้ผลถ้าหากมันรักษาาแง่ายอย่างนี้ คงไม่มีใครกลัวที่จะาเ็กันแล้ว แต่แล้วตาคมเบิกกว้างแทบไม่เชื่อสายตา แผลที่เคยมี หายสนิทเหมือนไม่เคยมีแผลมาก่อน
“เ้าทำได้แล้วเหยาเอ๋อร์”
“ข้าดีใจเ้าค่ะพี่ฟง ข้าไม่ต้องอ่านตำราอีกแล้วเ้าค่ะ”นางยิ้มจนตาหยี เงยหน้าตอบบอกคนข้างๆด้วยความดีใจ พี่วิธีของนางได้ผลสักที
“เ้าจำได้หมดแล้วอย่างนั้นหรือ?”
เว่ยหานฟงเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยตำรามากมายขนาดนั้นนางจำได้หมดแล้วหรือ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ เมื่อตอนที่ใช้พลังข้าไม่เห็นภาพสมุนไพรตัวใดในหนังสือเลยเ้าคะ ข้าคิดเพียงว่า ข้าอยากได้สมุนไพรวิเศษ มันก็ได้มาอย่างที่เห็นนี่แหละเ้าค่ะ ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าข้าต้องทำแบบไหนในการรักษาเ้าค่ะ”
เมื่อรู้วิธีรักษาโรคแล้ว มันง่ายขนาดนี้เลยสมกับที่เป็พลังเวทย์จริงๆ ตอนนี้ก็เหลืออยู่อย่างเดียวที่ต้องทำคือติดต่อหาท่านพ่อ ท่านแม่ให้เร็วที่สุดเพื่อบอกพวกท่านว่านางยังมีชีวิตอยู่จะได้ไม่เป็ห่วง