[จบ] ภรรยาคนโปรดในดวงใจของประธานฉี

    บทที่ 38 สาวสังคม

    บทที่ 38 สาวสังคม


            ไม่อยู่แล้ว?


            เจียงจิ้งใช้เวลานอนอยู่พอสมควรกว่าจะตอบสนอง จนกระทั่งเห็นความเศร้าโศกและสิ้นหวังในดวงตาของเพื่อนสนิทถึงได้ตระหนักถึงบางสิ่งขึ้นมาทันที เธอจึงรีบคุกเข่าลงและกอดลู่จั่นเหยียนไว้แน่น


            “เหยียนเหยียน อย่าร้องไห้นะ ฉันอยู่นี่แล้ว”


            ทั้งคุณลุง คุณป้า และฮวนฮวนเป็นคนดีขนาดนั้น…


            แล้วทำไมถึงไม่อยู่แล้วล่ะ?


            เช้าวันรุ่งขึ้นดวงตาของลู่จั่นเหยียนบวมจนผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าร้องไห้มาทั้งคืน ส่วนเจียงจิ้งก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ เพราะเธอมีรอยตาบวมและยังมีรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถกลบเกลื่อนความโกรธแค้นในดวงตาได้


            “ไอ้เวร! ไอ้หมาหัวเน่าฉีส่าวฉิง! นี่มันเป็นคนแบบนี้นี่เอง!”


            ครั้งสุดท้ายที่ได้พบฉีส่าวฉิงยังคงเป็นภาพงานแต่งงานของเขากับเหยียนเหยียนน้อย และในตอนนั้นเธอเคยคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ที่มีความสุขราวกับเจ้าชายและเจ้าหญิงในเทพนิยาย


            แต่กลับไม่คาดคิดว่าไอ้หมอนั่นไม่ใช่เจ้าชาย… แต่เป็นพวกขยะของสังคมชัด ๆ!


            ลู่จั่นเหยียนใช้น้ำเย็นราดใบหน้า และปล่อยให้น้ำเย็นเหล่านั้นช่วยดับความร้อนรุ่มที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคืน ก่อนจะซับเบา ๆ และใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยบวมรอบดวงตา


            เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงหันไปยิ้มให้เจียงจิ้งอย่างสดใส ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            “ไม่ต้องพูดถึงเขาแล้วละ พูดถึงเธอดีกว่า ตอนนี้มีแผนอะไรบ้างล่ะ? ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นดาวรุ่งในวงการออกแบบ แถมยังเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังอีกต่างหาก แล้วครั้งนี้กลับมาประเทศจีนจะสร้างแบรนด์ของตัวเองและทำให้ความฝันตั้งแต่เด็กเป็นจริงหรือเปล่าล่ะ?”


            “ทีแรกก็คิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เพราะฉันจะไปบริษัทลู่!”


            เจียงจิ้งพูดอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับแตะเบา ๆ ที่ใต้ตาบวมและดำคล้ำของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นเพราะเมื่อคืนปล่อยใจไปกับความเศร้า และร้องไห้จนตาบวม จนทำให้ความสวยลดลงไปมาก


            เธอจึงต้องรีบใช้วิธีนวดหน้าสูตรลับเฉพาะของตัวเอง จึงจะสามารถกู้ความสวยของใบหน้ากลับคืนมาได้


            แต่คำพูดของเพื่อนสนิทกลับทำให้ลู่จั่นเหยียนชะงักมือไปทันที


            “ไปบริษัทลู่? เจียงจิ้ง เธอเกลียดการทำตามกฎระเบียบและการไปทำงานให้คนอื่นที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ?”


            เพราะเจียงจิ้งมีความคิดเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก แถมยังรักอิสระมากที่สุด และเธอยังบอกอีกด้วยว่าจะไม่ทำงานแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นไปตลอดชีวิต!


            “ไปทำงานให้คนอื่นก็คือไปเป็นลูกจ้าง แต่ไปบริษัทลู่นี่มันต่างกัน เพราะประธานเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ฉันจะเดิน จะทำอะไรแบบไหนก็คงไม่มีใครว่า…”


            “อย่าพูดมากไปเลย รีบไปกันดีกว่า”


            ลู่จั่นเหยียนเห็นเพื่อนสนิทมีท่าทีแน่วแน่จึงไม่พูดอะไรออกมาอีก แต่กลับมีรอยยิ้มที่มุมปากเต็มไปด้วยความอบอุ่น


            การที่เจียงจิ้งเลือกไปทำงานที่บริษัทลู่อย่างเงียบ ๆ ก็เพื่อเธอ


            ไม่นานนักทั้งสองก็ขึ้นรถ ลู่จั่นเหยียนจึงหันไปมองเจียงจิ้งที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เบาะข้างคนขับ แต่ระหว่างคิ้วของเธอกลับมีความลังเลและสงสัยเกิดขึ้นอย่างชัดเจน


            “เจียงจิ้ง เธอไม่ต้องกังวลนะ… ไปกันดีกว่า”


            ราวกับว่าลู่จั่นเหยียนมีอะไรอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา เพราะหากพูดออกไปก็คงจะมีแต่ความเศร้าโศกเสียใจเสียเปล่า ๆ


            ลู่จั่นเหยียนจึงสตาร์ทรถและออกจากอะพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่อยู่ใกล้บริษัทลู่อยู่แล้ว และไม่นานนักก็มาถึงลานจอดรถของบริษัทลู่อย่างรวดเร็ว


            ความเจ็บปวดที่หางตาของเจียงจิ้งหายไปในพริบตา เธอเงยหน้ามองตึกสำนักงานที่สูงเสียดฟ้าด้วยมุมปากที่เชิดขึ้นเล็กน้อย


            “พี่สาว ต่อไปฉันจะมาทำงานที่นี่แล้วนะ! เจ้านายช่วยดูแลฉันด้วยนะคะ!”


            ลู่จั่นเหยียนจึงหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยความขบขัน ก่อนจะตบไหล่หญิงสาวข้างกายแล้วพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง


            “ตั้งใจทำงานให้ดีนะ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ”


            …


            “สวัสดีค่ะ ท่านประธาน”


            เหล่าพนักงานเห็นพวกเธอเข้ามาก็รีบทักทายอย่างนอบน้อม แต่กลับจับจ้องไปที่เจียงจิ้งด้วยความอยากรู้อยากเเห็นอย่างไม่ละสายตา


            “สาวสวยข้าง ๆ ท่านประธานเป็นใครกันนะ? ทำไมดูคุ้นตาจัง..?”


            “ใช่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”


            เจียงจิ้งได้ยินเสียงซุบซิบ จึงรีบเงยหน้าและยืดอกผายไหล่ผึ่งอย่างภาคภูมิใจ


            “อีกสองปีฉันต้องกลายเป็นเน็ตไอดอลที่ดังที่สุดในโลกแน่ ๆ และตอนนั้นคนทั่วโลกจะต้องรู้จักฉัน!”


            ลู่จั่นเหยียนหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น


            “เน็ตไอดอลตัวท็อป และผลิตภัณฑ์ในอนาคตของบริษัทลู่ก็ต้องฝากเธอโปรโมตแล้วละ ไปกัน เดี๋ยวฉันพาเธอขึ้นไปดูข้างบน”


            ลู่จั่นเหยียนพาเจียงจิ้งเดินเข้าลิฟต์และกดที่ชั้นสิบแปด ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง


            “ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันเพิ่งเชิญดีไซเนอร์ใหญ่สองคนมาที่แผนกออกแบบ ซึ่งก็คือหลี่ต้าเหรินกับทิฟฟานี่ และสองคนนี้จัดการยากมาก ฉันขอให้เธอโชคดีนะ”


            “โหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ? งั้นฉันต้องเตรียมตัวเข้าสู้ให้ดีแล้วสิ!”


            เจียงจิ้งถูฝ่ามือไปมาราวกับจะไปต่อสู้อะไรสักอย่าง แต่ลู่จั่นเหยียนกลับกลั้นขำอยู่ข้าง ๆ


            อย่างน้อยการที่เจียงจิ้งกลับมาก็ยังมีความสดใสและอบอุ่นอยู่กับเธอแทนที่ความเศร้าโศกได้อยู่บ้าง


            “ท่านประธานลู่ คุณคนนี้เป็นใครเหรอคะ?”


            ทิฟฟานี่ที่เพิ่งเดินออกมาจากออฟฟิศพอดี แต่เมื่อเห็นเจียงจิ้งก็มองจากหัวจรดเท้า และริมฝีปากสีแดงก็เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความสุข


            ‘ผู้หญิงคนนี้ดูมีรสนิยมดีไม่เบาเลยนะ’


            “สวัสดีค่ะ คุณทิฟฟานี่ ฉันชื่อเจียงจิ้งค่ะ ยินดีที่ได้พบคุณนะคะ ฉันเพิ่งมาฝึกงานที่แผนกออกแบบ คุณจะเรียกฉันว่าเสี่ยวเจียงก็ได้นะคะ”


            ลู่จั่นเหยียนมองเพื่อนสนิทที่กำลังเข้าไปเลียแข้งเลียขาอย่างตกตะลึง


            นี่คือสิ่งที่เธอเรียกว่าการเตรียมตัวงั้นเหรอ?


            “เสี่ยวเจียง? ปากหวานจังเลยนะคะ ฉันดูก็รู้ว่าเป็นเพื่อนของท่านประธานลู่ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะฉันจะดูแลคุณเป็นอย่างดี หากต่อไปมีอะไรเกิดขึ้นก็บอกได้เลยนะคะ ฉันจะปกป้องคุณเอง”


            ทิฟฟานี่ชื่นชอบการฟังคนอื่นชมว่าตัวเองสวยที่สุด ทำให้ใบหน้าของเธอยิ้มระรื่นในทันที แต่เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งก็ดูเหมือนว่าเพิ่งนึกออกว่าตนเองจะออกมาทำอะไร


            “ฉันจะไปที่โรงงานก่อนนะคะ เสี่ยวเจียง เดี๋ยวกลับมาค่อยคุยกันอีกทีนะ”


            “ได้เลยค่ะ”


            หลังจากที่ทิฟฟานี่จากไปอย่างพอใจแล้ว ลู่จั่นเหยียนถึงได้จ้องเจียงจิ้งอย่างไม่พอใจแทน


            “เธอประจบประแจงจนฉันทำตัวไม่ถูกเลย แม้ว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลกับทิฟฟานี่ แต่ไม่ได้ผลกับหลี่ต้าเหรินหรอกนะ”


            “ไม่ต้องห่วงหรอก สาวสังคมอย่างฉันหน้าตาดีและมีเส้นมีสายเยอะพอสมควร เดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!”


            เจียงจิ้งยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ลู่จั่นเหยียนจึงรีบเดินกลับไปที่ลิฟต์อย่างทนไม่ไหว และเอ่ยขึ้นทันที


            “งั้นเธอก็เดินตามเส้นสายของเธอต่อไปเถอะ ขอให้โชคดีนะ อ้อใช่! ตอนเที่ยงฉันจะรอเธออยู่ที่ชั้นบนสุดแล้วกัน”


            “เธอไม่มาดูหน่อยเหรอ!?”


            เจียงจิ้งมีสีหน้าเสียดายเล็กน้อย และมองประตูกระจกของห้องออกแบบแล้วเดินเข้าไปจนได้พบกับผู้ชายคนหนึ่ง


            หลี่ต้าเหรินกำลังวาดภาพร่างอย่างตั้งอกตั้งใจ จนไม่ทันสังเกตว่าเจียงจิ้งเดินเข้ามา แม้เธอจะยืนอยู่ข้างหลังเขาแล้ว แต่ก็ยังคงไม่รู้ตัวและไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้แต่น้อย


            เขาขมวดคิ้วเหนือกรอบแว่นตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และปากกาที่ควรจะวางลงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง


            “เส้นที่ลื่นไหลเกินไปกลับไม่มีเอกลักษณ์สินะคะ”


            หลี่ต้าเหรินเพิ่งหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงนั้น แม้ว่าในดวงตาจะมีความตกใจอยู่บ้างเล็กน้อย แต่กลับมีความเห็นด้วยกับคำพูดที่คน ๆ นี้พูดออกมา


            “คุณก็คิดว่าสามารถใช้เส้นที่คมชัดได้บ้าง ใช่ไหมล่ะ?”


            “แน่นอน คงเหมือนกับคนค่ะ ถ้าทุกที่ลื่นไหลจนขาดมุมคมก็มักจะขาดรสชาติไป คุณคิดอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหม?”


            หลี่ต้าเหรินรีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันที แต่กลับไม่คิดว่าใบหน้าที่ไม่เคยแสดงรอยยิ้มออกมากลับยิ้มออกในตอนนี้อย่างเห็นได้ชัด


            “ใช่แล้ว คนบางคนคิดว่าตัวเองฉลาดไปเสียทุกเรื่อง แต่บ่อยครั้งคนพวกนั้นกลับโง่ที่สุดซะเอง จนบางครั้งก็ไม่เหลือความเป็นตัวเองด้วยซ้ำ”


            เจียงจิ้งจึงยิ้มเล็กน้อยพลางหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมา และลากเส้นแปลกประหลาดออกไปอย่างรวดเร็วตรงจุดที่หยุดชะงักเมื่อครู่ แล้วเอ่ยออกมาอีกครั้ง


            “คุณหลี่ ฉันคือเจียงจิ้งที่เพิ่งมาใหม่ค่ะ ฉันหวังว่าเราจะได้แลกเปลี่ยนความคิดที่แตกต่างกันมากขึ้นในการทำงานต่อจากนี้นะคะ”


            น่าเสียดายจริง ๆ ที่การแสดงดีขนาดนี้ แต่ดันขาดผู้ชม!


            …


            ลู่จั่นเหยียนขึ้นลิฟต์มาที่ห้องทำงานของประธานบริษัทได้ไม่นาน หลินต้าก็เข้ามาเคาะประตูอย่างรวดเร็ว


            “ท่านประธานคะ ได้ยินว่ามีดีไซเนอร์คนใหม่เข้ามาทำงานที่แผนกออกแบบเหรอคะ?”


            “ใช่ เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน เดี๋ยวให้ฝ่ายบุคคลจัดการเรื่องเอกสารก็พอ”


            “แต่การที่คุณเอาเพื่อนสนิทไปไว้ที่แผนกออกแบบ ให้เธอคั่นกลางระหว่างหลี่ต้าเหรินกับทิฟฟานี่… คงไม่ดีเท่าไหร่นะคะ”


            หลินต้าเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เพราะพนักงานแผนกออกแบบก็บ่นว่าทนทุกข์อยู่ทุกวัน และเอาใจทั้งคู่ไม่ถูกตั้งแต่ที่ดีไซเนอร์ทั้งสองคนนี้เข้ามาที่บริษัทลู่


            แต่ลู่จั่นเหยียนกลับยิ้มออกมาโดยไม่มีความกังวลเลยสักนิด


            “ไม่ต้องห่วงหรอก เพื่อนสนิทของฉันเป็นสาวสังคม เธอสวยและมีเส้นสายเยอะพอควร”


            เพียงแค่ประโยคเดียวด้วยท่าทีประจบประแจงเมื่อครู่ก็เอาชนะทิฟฟานี่ได้แล้ว ส่วนหลี่ต้าเหรินก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร


            “งั้นก็ดีค่ะ ส่วนอันนี้คือเอกสารอนุมัติเงินกู้ที่ธนาคารส่งมาเมื่อเช้านี้ คาดว่าเงินจะเข้าบัญชีได้ในช่วงบ่ายค่ะ”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ภรรยาคนโปรดในดวงใจของประธานฉี ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663