รถม้าวิ่งเข้ามาจอดภายในลานบ้าน จ้าวลู่ชิงยืนบิดี้เีอยู่หน้ารถม้า ก่อนจะก้าวเหยียบเก้าอี้ที่วางอยู่บนพื้นลงจากรถม้า
“คุณชายรอง คุณหนู นายท่านผู้เฒ่าเรียกพวกท่านไปพบที่เรือนใหญ่ขอรับ”
พ่อบ้านหลิวบ่าวคนสนิทของนายท่านผู้เฒ่ามาเชิญคุณชายกับคุณหนูทั้งสองไปยังเรือนใหญ่
“ท่านปู่มีเื่อันใดหรือ”
“บ่าวมิทราบขอรับ”
“พ่อบ้านหลิวกลับไปบอกท่านปู่ว่าพวกเราทราบแล้ว”
“ขอรับ”
จ้าวลู่ชิงกระซิบข้างหูซูเจิน “พวกเ้าสองคนนำเงินในรถม้าที่พวกเรานั่งมาไปเก็บไว้ในห้อง”
ซูเจินพยักหน้ารับทราบก่อนจะกระซิบบอกซูเซียงให้ทำตาม
จ้าวลู่ชิงก้าวเข้าไปหาจ้าวลู่เสียนกระซิบบอกให้นำเงินที่ได้จากการเล่นพนันให้พลเงานำไปเก็บไว้ที่ห้องเขา ส่วนเงินที่ได้จากการขายสมุนไพรพวกตนทั้งสองต้องยกไปพบท่านปู่
พลเงาสองนายช่วยกันยกกล่องเงินที่ได้จากการขายสมุนไพรตามนายทั้งสองไปยังเรือนใหญ่
จ้าวลู่ชิงเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดเดิมั้แ่อยู่ในรถม้า หน้าตา ลำคอ แขน ถูกล้างและเช็ดจนสะอาดกลับมาผิวขาวราวกับหิมะดังเดิม
“คุณชายขอรับ” หลิวเล่อบ่าวรับใช้ข้างกายจ้าวลู่เสียนรีบวิ่งเข้ามาดักตรงหน้า
“เ้ามีอันใด”
“คุณชายขอรับ บ่าวคิดว่าเรือนใหญ่ต้องเกิดเื่”
“เกิดเื่อันใด” จ้าวลู่เสียนขมวดคิ้ว
“บ่าวมิทราบขอรับ แต่ว่านายท่านผู้เฒ่าให้บ่าวในเรือนเตรียมไม้”
หลิวเล่อเป็บุตรชายของพ่อบ้านหลิว พยายามถามบิดาถึงเื่ที่เกิดในเรือนใหญ่แต่ถูกตวาดไล่ออกไปให้พ้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น แม้นไม่รู้ว่าเกิดอันใดแต่ความภักดีต่อนายจึงรีบวิ่งเข้ามาบอกให้จ้าวลู่เสียนกับคุณหนูระวังตัว
“ขอบใจเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรขอรับ บ่าวต้องปกป้องคุณชายรองอยู่แล้ว”
จ้าวลู่ชิงยกยิ้มมุมปากกับการประจบของบ่าวรับใช้พี่ชายคนรอง บ่าวผู้นี้ช่างฝีปากลื่นไหลเหมาะที่จะอยู่ข้างกายพี่ชายนางเลยทีเดียว
หลิวเล่อเดิมตามนายทั้งสองไปยังเรือนใหญ่ เห็นบุรุษร่างกำยำสองนายถือกล่องอะไรสักอย่างก็เกิดความสงสัยใคร่รู้ แต่พอเห็นสายตาน่ากลัวจึงรีบเบนหน้าหนีเดินก้มหน้าตามเ้านายไปเงียบ ๆ
สองพี่น้องก้าวเท้าเข้ามาภายในเรือนใหญ่ ขนตามลำตัวลุกชันทันใดเมื่อเห็นบ่าวรับใช้สี่นายถือไม้พร้อมโบยผู้กระทำความผิด
“จ้าวลู่เสียนคาราวะท่านปู่ ท่านพ่อขอรับ”
“จ้าวลู่ชิงคารวะท่านปู่ ท่านพ่อเ้าค่ะ”
ลางสังหรณ์มันบอกว่าไม้พวกนี้เตรียมไว้สำหรับพวกตนสองคน
“กลับมาแล้วหรือ วันนี้พวกเ้าไปที่ใดมาบ้าง”
น้ำเสียดุดันของจ้าวเฉิงถามหลานทั้งสอง สายตาคมกริบจ้องมองกดดันสื่อความหมายว่าหากวันนี้พวกเ้าทั้งสองโกหกจะต้องโดนโบยจนหลังระบมแน่
จ้าวลู่เสียนสบตากับจ้าวลู่ชิงเพียงชั่วครู่ก่อนที่จ้าวลู่เสียนจะเป็คนตอบคำถาม
“วันนี้พวกเราเข้าไปขายสมุนไพรที่น้องสาวหามาได้ที่โรงหมอเทวดาหยางขอรับ หลังจากที่เราขายสมุนไพรเสร็จสิ้น หมอเทวดาหยางเกิดปวดท้องจนอาการทรุด เหตุการณ์ในตอนนั้นกระทันหันมากขอรับ น้องสาวจึงใช้วิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนมาจากท่านหมอสวีช่วยรักษาหมอเทวดาหยางจนอาการดีขึ้น พวกเราเลยใช้เวลาอยู่ในตัวเมืองอำเภอหลายชั่วยาม”
วาทศิลป์ของบัณฑิตมักชาญฉลาด มิได้โป้ปดแต่อย่างใดแค่เพียงบอกไม่หมดก็เท่านั้นเอง
“หลังจากนั้นพวกเ้าไปที่ใดอีก”
“เอ่อ…..”
จ้าวลู่ชิงเห็นพี่ชายกำลังจะเอ่ยปากยอมรับผิด นางจึงส่งมือไปหยิกให้เขาหุบปาก
“หลังจากนั้นพวกเราก็รีบกลับบ้านเลยเ้าค่ะ”
ตึง!
“ดีนัก! เดี๋ยวนี้เ้ารู้จักโกหก” ชายชราชี้หน้าหลานสาวที่ยังไม่รับผิด
“พวกเ้าท่องกฎบ้านให้ข้าฟังประเดี๋ยวนี้”
จ้าวหยางนั่งนิ่งฟังบิดาเอ็ดตะโรบุตรชายกับบุตรสาวของตน ยกมือขึ้นแคะหูเล็กน้อยเมื่อเสียงบิดาดังจนทำให้หูอื้อ
“กฎข้อที่หนึ่ง บุตรหลานตระกูลจ้าวต้องให้ความเคารพและกตัญญูต่อผู้าุโในตระกูล”
“กฎข้อที่สอง บุตรชายตระกูลจ้าวต้องมีภรรยาเดียว เพื่อความผาสุขปรองดองในครอบครัวห้ามรับอนุภรรยาเด็ดขาด หากอายุสามสิบยังไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายเพื่อสืบสกุลได้ถึงอนุญาตให้รับอนุภรรยาและบุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยาต้องเป็บุตรของภรรยาเอกเท่านั้น”
“กฎข้อที่สาม บุตรหลานตระกูลจ้าวต้องรักใคร่ปรองดองซึ่งกันและกัน ห้ามอิจฉาริษยาฆ่าฟันกันเอง”
“กฎข้อที่สี่ บุตรหลานตระกูลจ้าวต้องตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ห้ามมีใจคิดคดทรยศต่อบ้านเมือง”
“กฎข้อที่ห้า ห้ามบุตรหลานตระกูลเ้ายุ่งเกี่ยวกับการพนันทุกชนิด” เมื่อท่องกฎข้อที่ห้าเสียงแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
จ้าวลู่เสียนกับจ้าวลู่ชิงท่องกฎบ้านที่ท่านปู่เป็ผู้ตั้งขึ้นมาจนครบห้าข้อ เหงื่อบริเวณหลังหลั่งไหล ท่านปู่รู้ได้อย่างไรว่าพวกตนเข้าบ่อนเล่นการพนัน
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ ช่วยคุณหนูกับคุณชายรองด้วยเ้าค่ะ”
อี้หมัวมัวรีบมาหาเหล่าฮูหยินที่เรือนเมื่อรู้ว่าคุณหนูเกิดเื่
บ่าวรับใช้เก่าแก่ออกมาต้อนรับอี้หมัวมัวที่ยืนเหนื่อยหอบอยู่หน้าเรือน
“เชิญอี้หมัวมัวเข้ามาด้านในเรือนก่อน”
เหล่าฮูหยินนั่งพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ ลืมตาขึ้นมองหมัวมัวของหลานสาว
“เ้ามีอันใด ไยมีท่าทีร้อนใจเช่นนี้”
อี้หมัวมัวทิ้งตัวลงกับพื้น “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดช่วยคุณหนูกับคุณชายรองด้วยเ้าค่ะ”
“เกิดอันใดขึ้นกับหลานทั้งสองของข้า”
“นายท่านผู้เฒ่ากำลังจะโบยคุณหนูกับคุณชายเ้าค่ะ” นางไม่ทราบว่าเกิดเื่อันใด แต่ได้ยินว่าคุณหนูกับคุณชายรองจะโดนโบยจึงรีบวิ่งมาหาเหล่าฮูหยินให้ไปช่วย
“ตาแก่หัวแข็งกล้าโบยหลานข้ารึ! ไป พาข้าไปประเดี๋ยวนี้” บ่าวชราข้างกายกับอี้หมัวมัวรีบเข้ามาประคองเหล่าฮูหยินไปเรือนใหญ่ทันที
ซูเซียงกับซูเจินรีบประคองจ้าวฮูหยินไปยังเรือนใหญ่เช่นเดียวกัน หลังจากรีบวิ่งมาตามฮูหยินถึงเรือน ถ้าคุณหนูโดนโบยนางก็มิรอดเหมือนกัน ทางรอดของพวกนางคือฮูหยินกับเหล่าฮูหยิน
“โบยทั้งนายทั้งบ่าวคนละห้าครั้ง!” จ้าวเฉิงสั่งการเสียงดุดัน
“ขอรับ!” บ่าวรับใช้ตอบรับคำสั่ง
“ไอ๊หยา! โอ๊ย! ข้าปวดหลังเหลือเกิน หากถูกโบยหลังคงหักกลายเป็คนพิการตลอดชีวิตแน่ อนาคตต้องมิมีผู้ใดอยากแต่งภรรยาพิการเข้าบ้าน”
จ้าวลู่ชิงไม่รู้ว่าท่านปู่กับท่านพ่อทราบได้อย่างไรว่าพวกตนเข้าบ่อนเล่นการพนัน เื่รู้ได้อย่างไรนางพับเก็บไว้ก่อนยามนี้ต้องเอาตัวรอดให้ได้
ความเฉลียวฉลาดมาแต่เด็กทำให้นางรีบถลาเข้าไปกอดขาท่านปู่หลังจากเห็นท่านพ่อส่งสายตาบอกให้นางอ้อนวอนขอร้องผู้าุโที่สุดในบ้าน
“ท่านปู่เ้าคะ ข้าผิดไปแล้ว ข้าเพียง้าหาเงินเพื่อมาใช้จ่าย” บีบน้ำตาให้ไหลริน
“วันนี้ระหว่างทางกลับบ้านพวกข้าถูกลอบสังหาร กว่าจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้พวกเราสู้จนร่างกายบอบช้ำ หากถูกโบยอีกพวกเราต้องตายอย่างแน่นอน”
“อะไรนะ! พวกเ้าบอกว่าถูกลอบสังหารรึ” จ้าวเฉิงรีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้จนจ้าวลู่ชิงที่นั่งกอดขาอยู่หงายหลัง กลิ้งไปหยุดตรงเท้าของบิดา
จ้าวหยางกำลังใกับข่าวลอบสังหารกลับต้องกลั้นขำเมื่อเห็นลูกสาวกลิ้งมาอยู่บริเวณปลายเท้า
จ้าวลู่ชิงยึดขาบิดาไว้เป็หลัก นั่งร้องไห้จนน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้า ทำสัญญาณมือให้พี่ชายเป็คนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ท่านปู่ฟัง
จ้าวลู่เสียนตะลึงกับการกระทำของน้องสาว พอได้สติจึงทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้น เล่นบทเศร้าอย่างเช่นน้องสาวบ้าง
“ใช่ขอรับ ระหว่างทางกลับบ้านพวกเราถูกชายชุดดำหลายคนโผล่ออกมาจากป่าไผ่เพื่อสังหาร ถ้าพวกเรามิได้ร่ำเรียนวรยุทธ์มาั้แ่เด็กคงโดนสังหารตายอยู่ระหว่างทาง มิได้กลับมาเจอหน้าพวกท่าน”
“เ้าว่าอันใดนะ เสียนเอ๋อร์” เหล่าฮูหยินถูกประคองเข้ามาในเรือนใหญ่ได้ยินที่หลานชายบอกว่าเกือบถูกสังหาร
“ผู้ใดมันบังอาจจะมาสังหารหลานข้า” แม้ว่าเหล่าฮูหยินจะเกิดในครอบครัวชาวประมง แต่นางก็ร่วมฝ่าฝันอุปสรรคกับสามีมาั้แ่อายุสิบห้า ผ่านมาหลายสิบปีนางมีความกล้าหาญเฉลียวฉลาดสมกับเป็ฮูหยิน ตราตั้งในอดีต
“พวกเราไม่ทราบขอรับท่านย่า”
“เสียนเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ลูกข้า” จ้าวฮูหยินรีบเข้ามาในห้อง เห็นบ่าวสี่นายยืนถือไม้พร้อมโบยทำให้นางตัวสั่น
“ท่านแม่!” จ้าวลู่ชิงกำลังจะถลาไปหามารดาแต่ถูกบิดาดึงคอเสื้อเอาไว้ก่อนแล้วส่งสายตาให้นางถลาไปหาท่านย่า
“ท่านย่า! ข้าไม่อยากถูกโบยจนหลังหัก” จ้าวลู่ชิงถลาเข้ามากอดขาเหล่าฮูหยินที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้
“หลานข้าทำอันใดผิด เหตุใดถึงต้องโบย เด็กตัวเล็กแค่นี้กระดูกยังเปราะบาง หลังหักขึ้นมาจะทำอย่างไร” ตวัดสายตากล่าวหาตาแก่หน้าย่น ผมและเคราสีดอกเลา
“หลานตัวดีของเ้า เข้าบ่อนเล่นการพนันน่ะสิ” เห็นสายตาของยัยแก่ให้ท้ายหลานกล่าวหาว่าตนเป็คนผิดก็โมโหจนแทบพูดไม่ออก
จ้าวลู่ชิงเห็นท่านย่าหลุบตามอง ก็รีบปั้นหน้าเศร้าต่อ
“ท่านย่าเ้าคะ ข้ากับท่านพี่เพียงอยากหาเงินมาจุนเจือทุกคนในบ้าน ในบ้านพวกเรามีหลายปากท้องต้องเลี้ยงดู จะปล่อยให้อดตายได้เช่นไร ข้าผิดไปแล้วต่อไปจะไม่ทำอีกเ้าค่ะ”
“ใช่ขอรับ พวกเราจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วขอรับ” จ้าวลู่เสียนรีบถลาเข้ามาเกาะขาที่ว่างของท่านย่า
บ่าวทั้งหลายต่างเช็ดน้ำตาเมื่อรู้ว่าที่คุณชายรองและคุณหนูยอมทำผิดกฎบ้านเข้าบ่อนเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูพวกตน
เสียงร่ำไห้ของบ่าวรับใช้ทำให้จ้าวเฉิงสีหน้าดูไม่ได้จนต้องตบโต๊ะเสียงดัง
“พวกเ้าจะร้องไห้ไปไย!”
“นายท่านผู้เฒ่าโปรดลงโทษบ่าวแทนคุณชายกับคุณหนูด้วยเถิดขอรับ เป็เพราะพวกบ่าวไร้ความสามารถถึงได้ตามมาเพิ่มภาระให้พวกท่าน หากไม่มีพวกเราคุณชายกับคุณหนูคงไม่ต้องพยายามหาเงินจนต้องละเมิดกฎ”
“ใช่เ้าค่ะ ลงโทษพวกบ่าวเถิด” อี้หมัวมัวรีบผสมโรง นางจะทนเห็นคุณหนูผู้บอบบางโดนโบยได้อย่างไร
“ใช่เ้าค่ะ ลงโทษพวกบ่าวเถิด” ซูเซียงกับซูเจินคุกเข่าอ้อนวอน
บ่าวรับใช้ทุกชีวิตที่ตามมาอาศัยบารมีของเ้านายตระกูลจ้าวมารวมตัวกันอยู่ที่เรือนใหญ่ต่างคุกเข่าอ้อนวอนขอรับการลงโทษแทนผู้เป็นาย
“เงียบ! พวกเ้าออกไปทำงานตามหน้าที่ใครหน้าที่มันได้แล้ว” จ้าวเฉิงไล่พวกบ่าวออกไปจากเรือน
บ่าวรับใช้รีบพากันยกโต๊ะสำหรับลงโทษออกจากเรือนอย่างรวดเร็ว กลัวว่านายท่านผู้เฒ่าจะเปลี่ยนใจ