องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 100 จางเจิ้นอันจากไป

            "เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าโตป่านนี้แล้วเรื่องแต่งงานข้าตัดสินใจเองได้ มารดาจะมาบังคับได้อย่างไร วางใจเถิดการกลับไปคราวนี้ข้าเพียงแค่จะไปเยี่ยมนาง ต่อให้ท่านแม่พยายามจับคู่ให้ข้าก็แค่ไปดูตัวตามมารยาทเท่านั้น ไม่ยอมทำอะไรมากกว่านั้นหรอก"

            คำกล่าวของจางเจิ้นอันทำให้อันซิ่วเอ๋อร์คลายกังวลลงไปได้บ้าง นางเอียงศีรษะ ทำท่าทีขี้เล่น"เรื่องการแต่งงานแม้จะว่ากันว่าเป็นเรื่องของบิดามารดาและแม่สื่อ แต่การที่ท่านแต่งกับข้าก็มีแม่สื่อ มีสินสอดครบถ้วน หากท่านบังอาจไปแต่งกับหญิงอื่นข้าจะไปร้องเรียนต่อทางการ ฟ้องว่าท่านหลอกลวงการสมรส!"

            "ได้ หากข้าแต่งกับผู้อื่นเจ้าก็จงฟ้องข้าเถิด" จางเจิ้นอันตอบรับอย่างตรงไปตรงมา

            "แล้วเมื่อท่านอยู่ที่นั่นก็ห้ามรับอนุ ห้ามมีเรื่องพัวพันกับสตรีอื่นเด็ดขาด!" อันซิ่วเอ๋อร์ย้ำ

            "ตกลงข้าจะไม่ชายตามองสตรีอื่นใดทั้งสิ้น" จางเจิ้นอันพยักหน้าให้คำมั่นอีกครั้ง

            "ท่านพูดแล้วนะ ห้ามหลอกข้า"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นเล็กน้อย แฝงความสุขจางๆ

            "ไม่หลอกเจ้า" มุมปากของจางเจิ้นอันปรากฏรอยยิ้ม อันซิ่วเอ๋อร์ก็พลันแย้มยิ้มตาม

            ทว่าครู่เดียวนางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มุมปากพลันตกลงอีกครั้ง"แล้วท่านจะไปเมื่อใด? จะรอให้สร้างบ้านเสร็จก่อนค่อยไปหรือ?"

            "ข้าจะไปพรุ่งนี้" จางเจิ้นอันเอ่ยช้าๆ

            "พรุ่งนี้?" ใบหน้าเล็กๆ ของอันซิ่วเอ๋อร์ซีดลงทันทีหม่นหมองราวกับบุปผาที่เริ่มร่วงโรย "เร็วเกินไปแล้วท่านเพิ่งบอกว่าจะสร้างบ้านให้ข้าเสร็จก่อนถึงจะวางใจอย่างน้อยก็ควรรอให้บ้านเสร็จก่อนค่อยไปมิใช่หรือ?"

            "เดิมทีข้าก็คิดเช่นนั้นอยากจะรอจังหวะเหมาะๆ ค่อยบอกเจ้า แต่วันนี้ในเมื่อพูดขึ้นมาแล้วก็ตัดสินใจไปเลยดีกว่า"

            "รู้เช่นนี้ข้าไม่น่าถามเลย"อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเสียใจเล็กน้อย "เมื่อวันก่อนก็เหมือนกันพอข้าถามบางเรื่อง ท่านก็ฉวยโอกาสจะจากไป ต่อไปนี้ถ้าท่านไม่บอกข้าเองข้าจะไม่ถามอะไรท่านอีกแล้ว"

            "อย่างไรเสียข้าก็ต้องกลับไปดูอยู่ดีช่วงที่ข้าไม่อยู่ บ้านก็กำลังสร้าง เจ้าจะได้กลับไปพักที่บ้านเดิมก่อน"

            จางเจิ้นอันเอ่ยอย่างอ่อนโยนทว่าอันซิ่วเอ๋อร์ฟังแล้วกลับรู้สึกขุ่นเคือง "ทุกครั้งที่มีเรื่องท่านก็ให้ข้ากลับไปบ้านเดิม ท่านไม่รู้หรือไรว่าสำหรับสตรีที่แต่งออกเรือนแล้วบ้านเดิมก็เป็นเพียงบ้านเดิมเท่านั้น? ท่านเห็นว่าพี่ชายพี่สะใภ้ดีต่อข้าแต่หากข้ากลับไปอยู่นานเกินไป พี่ชายข้าอาจไม่คิดอะไรแต่พี่สะใภ้รองคงอดคิดมากไม่ได้"

            "อย่าโกรธเลยข้าก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า พ่อตาแม่ยายและพี่ชายของเจ้าดีต่อเจ้ามากข้าวางใจที่สุด หากถึงตอนนั้นเจ้ากลับไป ข้าจะให้เงินค่าใช้จ่ายแก่พวกเขาเจ้าก็ถือเสียว่าเหมือนไปเยี่ยมเยียนพักผ่อน ปกติก็ทำงานฝีมืออยู่ในบ้าน ว่างๆก็ออกไปเดินเล่น พายเรือเล่นแม่น้ำกับพี่สะใภ้รองและหลานๆ ชมทิวทัศน์ไม่สบายใจหรือ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ถูกคำพูดของเขาปลอบจนคลายความขุ่นเคืองลงบ้างแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มโล่งอกบนใบหน้าเขา สีหน้าของนางก็พลอยหม่นหมองลงอีก กล่าวว่า"ท่านคิดวางแผนเสียดิบดี แต่เมื่อท่านไม่อยู่ข้างกายข้าคงคิดถึงท่านมาก"

            "ข้าก็คิดถึงเจ้า" จางเจิ้นอันกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "เจ้าวางใจเถิดข้าจะรีบกลับมาหาเจ้าให้เร็วที่สุด จะพยายามจัดการเรื่องราวให้เสร็จโดยเร็ว"

            "เร็วที่สุดคือเมื่อไรกัน?"อันซิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้ว ไม่อยากให้เขาจากไปเลยจริงๆ

            "เร็วมาก" อันที่จริงจางเจิ้นอันเองก็ไม่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะต้องใช้เวลานานเท่าใด

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกว่าคำว่า"เร็ว" นั้นช่างเลื่อนลอยนักแต่หากมารดาของเขาป่วยจริง นางจะใจร้ายรั้งเขาไว้ได้อย่างไร? แม้จะรู้ว่าการไปครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงมากมายนางก็ทำได้เพียงปล่อยเขาไป

            ในความฝันอันเลือนรางนั้นนางยังเยาว์วัยเกินไปจนไม่ได้เห็นหน้าบิดาเป็นครั้งสุดท้ายนั่นเป็นความเสียใจที่สุดในชีวิต นางคิดว่าเขาเองก็อาจมีเหตุผลที่ต้องจากบ้านมาบัดนี้เมื่อมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านบางทีอาจจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับครอบครัวได้ นางก็ควรสนับสนุนเขา

            เพียงแต่... นางอยากจะไปกับเขาเหลือเกินแต่เขากลับไม่ยอม

            "อีกเดือนกว่าๆก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว ก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ ท่านต้องกลับมาให้ได้นะหากท่านไม่กลับมา ข้าจะไปตามหาท่าน" อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองเขา

            "เจ้าวางใจเถิด" เขาสบตานาง พยักหน้าอย่างหนักแน่น

            "แล้วตอนนั้นข้าจะไปตามหาท่านได้ที่ไหน?"นางคิดเผื่อถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

            "เมืองหมิ่นเยว่ เพียงแค่เจ้าสอบถามก็จะรู้เอง" จางเจิ้นอันยิ้มบางๆ

            "เหอะ เมืองหมิ่นเยว่ใหญ่โตปานนั้นข้าจะไปถามที่ไหนได้ ท่านจงใจไม่อยากบอกข้าใช่ไหม" อันซิ่วเอ๋อร์ว่าใส่เบาๆไม่รอให้จางเจิ้นอันพูด นางก็กล่าวต่อ "ท่านไม่บอกข้าก็ช่างอย่างไรเสียท่านต้องกลับมาให้ได้นะ มิเช่นนั้น ข้าอาจจะแต่งงานใหม่จริงๆ ก็ได้"

            "ไม่ให้" จางเจิ้นอันเอื้อมมือไปแตะปลายจมูกของนางเบาๆกล่าวว่า "เจ้าเป็นของข้าปกติห้ามพูดคุยกับบุรุษอื่นที่ไม่รู้จัก ข้าไม่อยู่บ้านเจ้าก็อย่าไปขายงานฝีมือที่ตลาดอีก ข้าให้เงินเจ้าไว้แล้ว พอให้เจ้าใช้จ่ายตอนนี้ในตลาดมีคนแปลกหน้าเยอะ เรื่องสร้างบ้านข้าก็มอบหมายให้ช่างปูนสองคนนั้นแล้ว เดี๋ยวข้าจะบอกพี่ชายของเจ้า ให้ช่วยดูแลที่นี่เจ้าก็ไม่ต้องเป็นห่วง"

            ปกติเขาเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจาแต่ตอนนี้กลับพร่ำสอนมากมาย อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูกอาจเพราะนางเป็นคนติดคน ก่อนนี้ตอนอยู่บ้าน ก็ติดบิดาและพี่ชาย ตอนนี้แต่งงานแล้วก็ไม่อยากจากเขาไปไหน

            "พอแล้วข้ากำลังกำชับเรื่องสำคัญกับเจ้าอยู่นะ ทำไมเจ้าถึงร้องไห้เสียแล้ว" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง เอื้อมนิ้วไปแตะที่หางตาของนาง แฝงความเอ็นดู"ช่างไม่รู้จักโตเสียจริง"

            "ใช่ ข้าไม่รู้จักโต" อันซิ่วเอ๋อร์ยอมรับอย่างเปิดเผย "ข้าก็คือสตรีคนหนึ่งถึงอยากจะเข้มแข็ง แต่ข้าทำไม่ได้จริงๆ ข้าไม่อยากให้ท่านไปเลย"

            "อย่าร้องไห้เลยนะ" จางเจิ้นอันรีบนั่งลง โอบกอดนางเบาๆ ลูบหลังปลอบโยนนางสะอึกสะอื้นอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยๆ สงบลง

            วันนี้ทั้งวันจางเจิ้นอันอยู่เป็นเพื่อนอันซิ่วเอ๋อร์ที่บ้าน ช่วยนางทำความสะอาดลานบ้านทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เก็บผักในแปลง ให้อาหารไก่ ดูแลต้นไม้ดอกไม้แม้จะเป็นงานธรรมดา แต่เมื่อทำด้วยกันสองคน กลับรู้สึกสนุกสนานเป็นพิเศษราวกับว่าแม้แต่การทำงานก็น่ารื่นรมย์

            ยามพลบค่ำอันซิ่วเอ๋อร์วิ่งไปตามบ้านที่คุ้นเคยในหมู่บ้าน รวบรวมไข่ไก่มาได้หลายสิบฟองนางตั้งใจจะต้มไข่ใบชาให้เขาไว้เป็นเสบียงระหว่างทาง

            ตกกลางคืน นางก็สาละวนกับการนวดแป้งใส่ไข่ที่เหลือทั้งหมดลงไป เติมน้ำตาลหลายช้อน และน้ำเปล่า คนให้เข้ากันจากนั้นก็นำมานวดบนโต๊ะอย่างขะมักเขม้น

            จางเจิ้นอันเห็นนางยุ่งวุ่นวายก็รีบกล่าว"ไม่ต้องหรอก ข้าเดินทางไม่นานเท่าไร"

            "ไม่นานเท่าไร? ไหนท่านบอกว่าอาจไปหลายวันยังไงล่ะเจ้าคะ"

            พออันซิ่วเอ๋อร์พูดเช่นนี้จางเจิ้นอันก็พูดไม่ออก รีบแก้ว่า "ข้าไปคนเดียวควบม้าไป คงถึงในวันสองวัน หากเจ้าจะทำให้ข้า ก็ทำแต่น้อยๆ เถิด"

            "แต่ข้าก็อยากจะทำเยอะๆเผื่อตอนท่านกลับถึงบ้านแล้วนึกอยากกินอาหารฝีมือข้าขึ้นมาเล่า? กินไข่ม้วนแทนก็ได้ ข้าจะทอดให้แห้งๆ หน่อย จะได้เก็บไว้ได้นาน"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวพลางลงมือทำต่อ

            "เช่นนั้นเจ้าก็ลำบากแย่แล้ว"จางเจิ้นอันกล่าวเบาๆ

            "ไม่ลำบาก" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า แล้วกล่าวต่อ "ถ้าท่านคิดว่าข้าลำบากก็รีบกลับมาหาข้าเร็วๆ"

            จางเจิ้นอันพยักหน้ารับคำในห้องครัวค่อนข้างอบอ้าว แต่เขาก็ยังอยากอยู่ข้างกายนาง มองนางทำนู่นทำนี่เมื่อนางนวดแป้งเสร็จ เขาก็ช่วยก่อไฟ

            อันซิ่วเอ๋อร์นึกถึงเมื่อก่อน ตอนไปตลาดนางมักจะตื่นตาตื่นใจกับของสวยงามต่างๆ ตอนไปเมืองหลวง ก็เคยอิจฉาชีวิตผู้อื่นอิจฉาเหล่าคุณหนูฮูหยินที่สวมใส่เครื่องประดับทองเงิน วันๆ เอาแต่เดินเล่น ดื่มชาชมการแสดงเพื่อความบันเทิง ได้รับการยกย่อง อยู่ในสถานะสูงส่ง

            ในฐานะหญิงสาวคนหนึ่งนางย่อมมีความใฝ่ฝันอยู่บ้าง เป็นธรรมดาที่จะอิจฉาและปรารถนาชีวิตเช่นนั้น

            แต่ในยามนี้นางกลับรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ของนางก็ดีมากแล้ว มีกระท่อมเล็กๆ เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดปลูกดอกไม้ต้นไม้ ไม่ว่าใครจะยกย่องเจ้าเพียงใดก็ไม่สำคัญเท่าบุรุษข้างกายใส่ใจเจ้า หากไม่มีสิ่งนั้นต่อให้ได้ใช้ชีวิตหรูหราก็ใช่ว่าจะมีความสุข

            แต่...ในตอนที่นางเพิ่งตระหนักว่าชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวเลย เขากลับกำลังจะจากไป

            เช้าตรู่ เมื่อท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีเทาจางเจิ้นอันเก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็ถึงเวลาต้องจากลาอันซิ่วเอ๋อร์แล้ว

            อันซิ่วเอ๋อร์ถือห่อเสบียงที่นางเตรียมไว้ให้เมื่อคืนเดินมาส่งเขาจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านต้นหลิวสองสามต้นที่ปากทางโอนเอนไปตามลมยามเช้า กิ่งก้านเสียดสีกันดังซ่าๆ จางเจิ้นอันหยุดฝีเท้าหันกลับมากล่าวกับอันซิ่วเอ๋อร์ว่า "พอแล้วไม่ต้องมาส่งแล้ว เจ้ากลับไปเถิด"

            อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองเขา ในแสงสลัวนั้นใบหน้าของเขาคมคาย แต่คล้ายจะยังคงมีความเย็นชาหลงเหลืออยู่

            อันซิ่วเอ๋อร์พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมานางนึกถึงตอนที่ติดตามกู้หลินหลางจากไปในความฝัน ราวกับมีความสุขอยู่เพียงครึ่งปีหลังจากนั้นเขาก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่แยแสสนใจนาง บัดนี้เขาก็เช่นกันเพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งปี เขาก็กำลังจะจากไป พอนึกถึงเรื่องเหล่านี้นางก็พลันหวาดกลัวว่าเขาจะจากไปแล้วไม่กลับมาอีก

            "ท่านจะไม่หลอกข้าใช่ไหมท่านจะกลับมาใช่หรือไม่?" นางเงยหน้าถามย้ำ

            "ไม่หลอกเจ้า" จางเจิ้นอันให้คำมั่นกับนางอีกครั้ง

            นางจึงยื่นห่อเสบียงให้เขาจางเจิ้นอันเอื้อมมือไปรับ พร้อมกันนั้นก็ดึงนางเข้ามากอดเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก็โน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากนางแผ่วเบาเมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของนาง ก็รู้สึกว่าช่างน่ารักเสียจริงเขาผละออกอย่างรวดเร็ว หันหลังแล้วก้าวเท้าจากไปอย่างไม่ลังเล

            อันซิ่วเอ๋อร์มองเงาหลังของเขาที่ค่อยๆเลือนราง หายลับไปต่อหน้า จนกระทั่งกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ลับสายตานางจึงค่อยหันหลังกลับ

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592