การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีก 10 นาที เป็การปะทะกันด้วยพลังเฮือกสุดท้ายของทั้งสองฝ่ายจ่าฝูงอสูรที่าเ็สาหัสก็ยังคงดุดัน ขณะที่ศาสตราจารย์เอลาริสและผู้าุโอิสคาร์ก็ใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อยื้อยุดสถานการณ์เอาไว้ แม้พวกเขาจะสร้างาแเพิ่มเติมให้กับอสูรได้ แต่ทั้งคู่ก็ได้รับาเ็สาหัสเช่นกัน ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลและเืที่ไหลซึม
เสียงคำรามของอสูรก้องกังวานไปทั่วบริเวณ มันพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจากพันธนาการของรากไม้ทมิฬที่เริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ร่างกายของมันมีาแฉกรรจ์ แต่พลังชีวิตที่น่าเหลือเชื่อของอสูรทำให้มันยังไม่ล้มลง
ศาสตราจารย์เอลาริสเข่าทรุดลงหอบหายใจอย่างหนัก พยายามรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังอสูรั์เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เ็ปและสิ้นหวัง
“เ้าอสูร” อาจารย์เอลาริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง แต่เต็มไปด้วยอำนาจ “หยุดการกระทำนี้ซะ! ถ้าเ้าถอยทัพไป เราจะไม่ไล่ตาม!”
อสูรั์ตัวนั้นหันมามองอาจารย์เอลาริส ดวงตาสีแดงฉานของมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเย้ยหยัน มันเปล่งเสียงคำรามต่ำๆ แล้วพูดภาษามนุษย์ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! คิดว่ามีสิทธิ์จะมาต่อรองกับข้าได้งั้นหรือ? ข้าคือ ไทแรนต์ กริม! ผู้ที่จะนำหายนะมาสู่โลกนี้!”
อาจารย์เอลาริสและท่านผู้าุโอิสคาร์ต่างก็กัดฟันแน่น การต่อรองล้มเหลว และมานาของพวกเขาก็ร่อยหรอจนแทบไม่เหลือทางเลือก
“เตรียมพร้อม! เราต้องสู้ต่อ” ศาสตราจารย์เอลาริสคำราม พยายามลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเต็มที
“แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต!” ผู้าุโอิสคาร์เสริม น้ำเสียงหนักแน่น
แสงสีฟ้าจางๆ เริ่มเปล่งประกายรอบตัวอาจารย์เอลาริส เขารวบรวมมานาที่เหลืออยู่ทั้งหมด ราวกับจะบีบพลังสุดท้ายออกจากทุกอณูของร่างกาย เส้นผมสีขาวของเขาปลิวไสวไปตามกระแสลมมานาที่บ้าคลั่ง เสียงแหบแห้งของเขากลายเป็เสียงคำร่ายที่ทรงพลัง
“ด้วยพันธสัญญาแห่งสายฟ้าและฟากฟ้า… ขอปลดปล่อยพลังสุดท้ายของข้า!”
มหาเวทอัสนี หอกแห่งอัศนี์
หอกสายฟ้าขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของอาจารย์เอลาริส ส่องประกายเจิดจ้าเสียดแทงความมืดมิด มันไม่ได้เป็เพียงสายฟ้า แต่เป็พลังที่บีบอัดจนกลายเป็รูปเป็ร่าง ดุจอาวุธจากเบื้องบน
ในเวลาเดียวกัน ผู้าุโอิสคาร์ ก็ก้าวออกมาข้างหน้า ร่างกายที่อ่อนล้าของเขาสั่นสะท้าน แต่ดวงตาของเขากลับลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น เขาเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังพฤกษาโบราณสีเขียวเข้มพวยพุ่งออกจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับต้นไม้โบราณที่กำลังเบ่งบานเฮือกสุดท้าย
“ด้วยพันธสัญญาแห่งพงไพรและิญญาแห่งผืนดิน… ขอปลดปล่อยพลังสุดท้ายของข้า!"
มหาเวทโบราณ คุกแห่งนิรันดร์ – รากปฐี
พื้นดินใต้ไทแรนต์ กริมะเิขึ้น รากไม้ขนาดใหญ่เท่าต้นไม้โบราณนับสิบต้นพุ่งทะลักออกมาจากใต้พิภพ โอบล้อมและรัดร่างของอสูรเอาไว้อย่างแ่า ก่อตัวเป็โครงสร้างคล้ายคุกที่แข็งแกร่งดุจภูผา ผนึกอสูรไว้ภายในอย่างสมบูรณ์
“ไปเลย! ศาสตราจารย์เอลาริส!” ท่านผู้าุโอิสคาร์คำราม ร่างของเขาทรุดฮวบลงทันทีที่เวทมนตร์สิ้นสุดลง
“รับไปซะ! เ้าอสูรชั่ว!” อาจารย์เอลาริสะโสุดเสียง พุ่งหอกเพลิง์เข้าใส่ไทแรนต์ กริมที่ถูกตรึงไว้ด้วยคุกรากไม้
ฟิ้วววว… บึ้มมมมม!!!
หอกสายฟ้าแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งเข้าปะทะกับร่างของไทแรนต์ กริมที่ถูกตรึงไว้ เสียงะเิดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน แสงสว่างจ้าปะทุขึ้นจนบดบังทุกสิ่งรอบด้าน คุกรากไม้ทมิฬสั่นะเือย่างรุนแรง ก่อนจะถูกพลังะเิจนแตกสลายไปพร้อมกับร่างของไทแรนต์ กริม
ฝุ่นควันขนาดมหึมาลอยขึ้นบดบังทัศนียภาพ เมื่อฝุ่นควันจางลง ร่างของไทแรนต์ กริมล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อให้เกิดแรงกระแทกไปทั่วบริเวณ มีเพียงแกนอสูรสีดำขนาดใหญ่เท่านั้นที่ยังคงเรืองแสงจางๆ อยู่ตรงกลางซากปรักหักพัง
ศาสตราจารย์เอลาริสและผู้าุโอิสคาร์ต่างก็ทรุดลง ใบหน้าของพวกเขาซีดขาวราวกับกระดาษ พลังมานาในร่างกายร่อยหรอจนเกือบหมดสิ้น พวกเขามองดูไทแรนต์ กริมที่ถูกตรึงไว้ด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า แต่แฝงด้วยความพึงพอใจในชัยชนะ
“มัน… มันยังไม่ตาย!” องค์ชายซีริอุสกัดฟันกรอด พยายามพยุงตัวเองขึ้นยืน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
จินที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ััได้ถึงพลังงานที่เริ่มรวนเรของไทแรนต์ กริม รวมถึงความอ่อนล้าของยอดฝีมือทั้งสอง
‘นี่แหละคือโอกาส!’ จินตัดสินใจในเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาส่องประกายเ็าเมื่อเห็นช่องโหว่
ทันใดนั้น ร่างเงาที่สวมชุดคลุมสีดำก็ผุดขึ้นจากพื้นดินกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย!
อควา โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่มีใครทันสังเกตเห็น เขาไม่สนใจการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง แต่พุ่งตรงไปยังร่างของไทแรนต์ กริม
เวทคำสาป - สู่ความว่างเปล่า
อควาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ร่างของเขาเปล่งประกายสีดำมืดมิด พลังงานที่แผ่ออกมาจากเขาเย็นะเืราวกับความตาย
พลังงานมืดมหาศาลพุ่งออกจากร่างของอควา พุ่งตรงเข้าโจมตีไทแรนต์ที่าเ็สาหัสอย่างแม่นยำและรวดเร็วเกินกว่าที่มันจะตอบโต้ได้!
พรึ่บ!
ไทแรนต์ กริมกรีดร้องด้วยความเ็ปแสนสาหัส ร่างกายของมันสลายไปในพริบตา ราวกับถูกกัดกินด้วยความว่างเปล่าสีดำสนิท เหลือทิ้งไว้เพียงแต่แกนอสูรสีดำขนาดใหญ่ที่ยังคงเต้นระริกราวกับมีชีวิตที่ตกลงสู่พื้น
ก่อนที่ใครจะทันได้หายใจ ผู้คนบนกำแพงเมืองที่กำลังตกตะลึงกับชัยชนะที่ไม่คาดฝัน หรือเหล่าจอมเวทที่าเ็สาหัสจะทันได้เอ่ยคำถาม ร่างของอควาก็คว้าแกนอสูรนั้นไว้ในมือ และหายลับไปในเงามืดอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา
การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว อสูรตัวอื่นถอยหนีไป เมืองเทอร์วาได้รับการปลดปล่อยจากการคุกคามของอสูร แต่ทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยคำถามถึงจอมเวทปริศนาผู้ทรงพลังที่ปรากฏตัวขึ้นเพียงชั่วครู่ และนำแกนอสูรระดับสูงไป
ในป่าทึบนอกเมืองเทอร์วา
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” จินถามเมื่ออควาปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด
“เรียบร้อย” อควาตอบ พร้อมยื่นแกนอสูรสีดำขนาดเท่ากำปั้นให้จิน “พลังของมันบริสุทธิ์มาก เ้าอาจจะใช้ประโยชน์จากมันได้ในอนาคต ตอนนี้เ้าไม่สารถรองรับพลังของมันได้"
จินพยักหน้าเล็กน้อย รับแกนอสูรมาเก็บไว้ในมิติเก็บของของเขา เขาััได้ถึงพลังงานที่รุนแรงแผ่ออกมาจากแกนอสูร แม้จะอยู่ภายในมิติเก็บของก็ตาม นี่คือสิ่งที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เขาต้องเผชิญ เขาถือว่านี่คือผลตอบแทนจากการช่วยเหลือเมืองในครั้งนี้ และมันก็คุ้มค่าจริงๆ
“ดีมาก” จินกล่าว “ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะเดินทางกันต่อแล้ว สถาบันจอมเวทเอเทรียมรอเราอยู่”
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า มุ่งหน้าสู่จุดหมายใหม่ ทิ้งเื่ราวความวุ่นวายเื้ัไว้กับเมืองเทอร์วา
ณ สถานที่อันมืดมิดและลึกลับแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกซ่อนเร้นจากสายตาของผู้คน ในถ้ำใต้ดินลึกที่มีเพียงแสงสีม่วงเรืองรองจากผลึกประหลาด บนโต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างด้วยแสงสีม่วงเรืองรอง มีชายชราหลายคนนั่งอยู่ รายล้อมไปด้วยออร่าพลังเวทที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศภายในห้องนั้นหนักอึ้งราวกับอากาศถูกบีบอัด
“บัดซบ!” เสียงของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด เขาทุบมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น “แผนการของเรามันล้มเหลว?!”
“ใช่แล้ว ท่านลอร์ด” ชายอีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก “มีบางอย่างผิดพลาด ไทแรนต์ กริมถูกจัดการโดยใครบางคนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน และที่สำคัญที่สุด… แกนอสูรถูกชิงไปแล้ว”
“ใครกันที่บังอาจมาขัดขวางแผนการของเรา” ชายชราอีกคนตบโต๊ะเสียงดังลั่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และประกายความอำมหิต
“เราพยายามตามรอยพลังแล้ว แต่ไม่พบวี่แวว” ชายคนเดิมรายงานต่อ “พลังที่ปรากฏขึ้นนั้นแปลกประหลาด มันคล้ายกับพลังเวทธาตุมืด แต่ก็มีความพิเศษบางอย่างที่ทำให้ยากจะติดตามตัว ราวกับไม่ใช่พลังของโลกนี้”
“ฝีมือของใครบางคนที่เหนือกว่าที่เราคาดการณ์ไว้” ชายชราผู้นำสภากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง แต่แฝงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง “แกนอสูรระดับนั้นสำคัญมากสำหรับแผนการของเรา…”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมของสภาทมิฬ ความตึงเครียดที่แผ่ซ่านทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ ทุกคนต่างขุ่นเคืองและหงุดหงิดกับความล้มเหลวในครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมีผู้ใดสามารถ่ชิงแกนอสูรไปได้โดยที่พวกเขาไม่สามารถตามรอยได้
“หาตัวมันให้พบ!” ผู้นำสภาสั่งเสียงเฉียบขาด ดวงตาของเขาส่องประกายเ็า “ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตามที่บังอาจมาขัดขวางสภาทมิฬของเรา จะต้องชดใช้!”