ตอนที่ 28 ละเลงเื
คนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครั้งนี้มีมากจนเกือบถึงหนึ่งหมื่นคน ด้วยความหรูหราโออ่าของห้องโถงพระราชวัง คนจำนวนเกือบหมื่นคนที่นี้กลับดูน้อยนิดไปเลย แม้คนจะมาก แต่บรรยากาศก็ไม่ได้แออัดแต่อย่างใด ตรงแท่นบัลลังก์ทอง าาลาบอนที่นั่งประทับพลันยืนขึ้นทอดสายตามองทุกผู้คนท่าทางเปี่ยมยินดี มันถึงเวลากำหนดเริ่มงานแล้ว
“ข้าาาลาบอนแห่งราชอาณาจักรลาบอน ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองตำแหน่งองค์รัชทายาทของลูกชายข้า ในภายภาคหน้า เขาคือคนที่จะขึ้นเป็าาคนใหม่ ข้ามั่นใจว่าบุตรของข้าจะต้องปรีชาสามารถรอบด้าน ราชอาณาจักรลาบอนของเราจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไป!!”
ท่อนเปิดพิธีส่วนใหญ่เป็การปลุกกำลังใจของคนในราชอาณาจักรเสียมากกว่า าาลาบอนยังกล่าวพูดต่อไป มันเป็ธรรมเนียมประเพณีที่นี่ การเฉลิมฉลองตำแหน่งองค์รัชทายาท าาจะต้องปลุกกำลังใจประชาชน ซึ่งาาลาบอนองค์ปัจจุบันเลือกจะเล่าภูมิหลังชีวิตของตนเอง ความมานะบากบั่น ความสามารถรอบด้านและความเด็ดขาดที่ขึ้นชื่อ าาลาบอนองค์ปัจจุบันสามารถทำให้ราชอาณาจักรลาบอนที่เคยเป็ราชอาณาจักรระดับต่ำยกระดับจนกลายเป็ราชอาณาจักรระดับกลางของเผ่ามนุษย์ได้ อีกทั้ง เป็ราชอาณาจักรระดับกลางที่ค่อนไปทางสูงเสียด้วย
ในขณะที่าาลาบอนกำลังกล่าวเกี่ยวกับชีวประวัติของตนเอง มุมโต๊ะหนึ่งขององค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรไม้ โต๊ะกลมหลายรอบไปด้วยคนอีกสิบคน โดยนักผจญภัยระดับS สามคนจะนั่งใกล้องค์รัชทายาทไม้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินพวกเขาจะสามารถ่องค์รัชทายาทได้ทันท่วงที
นักผจญภัยระดับSคลาสยกเหยือกน้ำที่บรรจุไวน์ชั้นเลิศรินใส่ในแก้วขององค์รัชทายาท องค์รัชทายาทไม้หยิบไวน์ขึ้นมาจิบคราวหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “เ้าเชื่อจริงๆรึว่าราชอาณาจักรนี่สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตที่มีความอันตรายระดับSSได้”
หัวหน้าอัศวินที่ติดตามมาด้วยหางคิ้วกระตุก “มันยากจะเชื่อขอรับ แต่ทางนครหลวงะยอมรับในเื่นี้เอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วขอรับ”
“หนึ่งคำก็นครหลวงะ สองคำก็นครหลวงะ สามคำก็นครหลวงะ เผ่าพันธุ์มนุษย์ใดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ก็นครหลวงะ” องค์รัชทายาทไม้เป็คนที่สุขุมตลอดเวลา ทว่า เขาฟังชื่อนครหลวงะมาจนเอือนแล้ว ั้แ่เกิดมาบนโลกนี้สิบเก้าปี เขาได้ยินชื่อนครหลวงะไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านครั้งเห็นจะได้
“ข้าก็บอกท่านแล้ว ข้าอยากทราบข้อมูลก็ให้ไปศึกษาในหนังสือเสีย” หัวหน้าอัศวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ การที่องค์รัชทายาทมีอคติต่อนครหลวงะ นี่เป็ข่าวร้าย…
“ข้าไม่สน ข้าไม่ชอบชื่อมันมาั้แ่เด็กแล้ว”
ท่ามกลางผู้คนทั้งสิบเอ็ดคน ในตอนนี้กลับมีแค่องค์รัชทายาทและหัวหน้าอัศวินเท่านั้นที่สนทนากันอยู่ ทันใดนั้น หญิงสาววัยละอ่อนที่ติดตามมาด้วยก็เอ่ยขึ้นบ้าง “ฝ่าา นครหลวงะเป็สถานที่อันมิอาจลบหลู่ได้ ว่ากันว่า นครหลวงะเป็ราชอาณาจักรมนุษย์ที่มีมาั้แ่โบราณกาล ใครที่กล้าล่วงเกินสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์โบราณกาล มันพวกนั้นจะถูกกองทัพะไล่ล่าไปจวบจนนิรันดร์ กองทัพที่มีจำนวนมหาศาลและแข็งแกร่ง”
นางคือนักผจญภัยคลาสA+ ด้วยอายุเพียงสิบห้าปี ใช่แล้ว… นางคือเพชรเม็ดงามอันล้ำค่าหายากในโลก เป็อัจฉริยะที่เกิดขึ้นในรอบร้อยปี!! นางมีนามว่าลีอา เ้าของเผ้าผมสีฟ้าประหนึ่งมหาสมุทร ั์ตาสีฟ้าคู่งามกระจ่างใสดุจฟ้าคราม ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก จมูกบาง ดั้งโด่งเป็สันชัด นอกจากจะเป็อัจฉริยะแล้ว นางยังถือเป็สาวงามระดับราชอาณาจักรเลยทีเดียว!
พอคนพูดเป็ลีอา องค์รัชทายาทไม้กลับสดับฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของหัวหน้าอัศวินคล้ายบิดเบี้ยวขณะหนึ่ง
“เดิมทีข้าไม่อยากหยิบหนังสือเกี่ยวกับนครหลวงะมาอ่าน แต่ข้าถึงกับทำให้เ้าพูดได้ ข้าก็จะฟัง” องค์รัชทายาทรู้ดี ลีอาเป็หญิงสาวพูดน้อย เรียบร้อยดุจผ้าพับไว้
“ขนาดปฐมจอมมารที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับปฐมผู้กล้าสามคนแรกยังมิอาจหาญกล้ายุแย่นครหลวงะ จนกระทั่ง จอมมารลำดับที่สี่ถือกำเนิดขึ้น ในบรรดาเผ่าปีศาจ พวกมันยกย่องว่านี่เป็จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุด จอมมารถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับผู้กล้าสามคน มันคือการดุลอำนาจพลัง เพราะหนึ่งจอมมารสามารถถูกโค่นลงได้โดยผู้กล้าสามคน ทว่า จอมมารลำดับที่สี่ฉีกกฎข้อนั้น มันแข็งแกร่งจนสามารถสยบผู้กล้าทั้งสามคนได้ มันเริ่มหลงในอำนาจพลัง คิดว่าตนสูงส่งไร้ผู้ต้านจนหูหนวกตาบอดลืมไปว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด มันท้าทายนครหลวงะ ฝ่าา ท่านอยากรู้หรือไม่ว่าตอนที่จอมมารลำดับที่สี่ตาย มันตายด้วยวิธีใด” ลีอาหยุดกล่าว นางหันมองมาทางองค์รัชทายาทไม้
“ถูกกองทัพะฆ่าตาย” องค์รัชทายาทยืดอกกล่าวตอบด้วยสีหน้าที่มาดมั่นอย่างยิ่งยวด นี่เป็คำถามที่ง่ายมาก
“จอมมารลำดับที่สี่ปลิดชีวิตตนเอง”
สิ้นคำกล่าวของลีอา ไม่ใช่แค่องค์รัชทายาทไม้เท่านั้นที่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ กระทั่ง นักผจญภัยระดับSคลาสทั้งสามคน หัวหน้าอัศวินหรือนักผจญภัยระดับA+,A คนอื่นๆยังตกตะลึงในคำตอบนี้ แท้จริงแล้้ว ไม่มีใครในโต๊ะกลมล่วงรู้ข้อมูลที่ลีอาเล่าั้แ่เริ่มเลย ขนาดหัวหน้าอัศวินที่ออกปากแนะนำให้องค์รัชทายาทไปอ่านตำราศึกษาเอาเอง เขายังต้องแสดงสีหน้าโง่งมเมื่อได้ยินข้อมูลที่ลึกซึ้งจากลีอา
“นี่เ้า… รู้ลึกขนาดนั้นได้ยังไง” หัวหน้าอัศวินไต่ถาม
บนสีหน้าของลีอาเรียบนิ่งอย่างถึงที่สุด ความสงบเยือกเย็นนี้ประหนึ่งน้ำแข็งพันปี “เมื่อสามวันก่อน ข้าได้รับจดหมายเทียบเชิญจากสมาคมกิลนักผจญภัยให้ไปเยือนที่นครหลวงะเพื่อเข้ารับตำแหน่งนักผจญภัยระดับSS ภายใต้การรับรองของนครหลวงะ” ตอนที่ลีอากล่าวมาถึงจุดนี้ สหายอาณาจักรที่ร่วมโต๊ะนับสิบคนราวกับิญญาหลุดออกจากร่างไป แต่ลีอาไม่สนใจในปฏิกิริยาของพวกเขาแต่อย่างใด นางกล่าวต่อว่า “ข้าเลยได้อ่านประวัติศาสตร์คร่าวๆจากที่นั่นมาบ้าง นครหลวงะเป็ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างนะฝ่าา นครหลวงะไม่ใช่ราชอาณาจักรมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดหนึ่งเดียว ยังมีมนุษย์ที่ถูกเรียกว่ามนุษย์ชั้นสูงหรือในชื่อของฮิวเมน”
พวกเขาทั้งสิบคนไม่ทราบว่าควรตกตะลึงในเื่ไหนก่อนดี หนึ่ง---ข้อมูลที่ลึกซึ้งหายาก สอง---การเลื่อนระดับของลีอาที่ก้าวะโจากA+→SS ซึ่งส่วนนี้มันน่าตกตะลึงมากที่สุด พวกเขาสิบคนต่างขนลุกขนพองเมื่อทราบว่าเด็กอายุสิบห้าปีกลายเป็นักผจญภัยระดับSS ภายใต้การรับรองของนครหลวงะ นี่เป็ข่าวใหญ่ที่สามารถเขย่าสมดุลของโลกใบนี้ได้เลย
“จะ…เ้ากลายเป็นักผจญภัยระดับSS!!?” องค์รัชทายาทไม้ยังเก็บอาการไม่อยู่ ส่วนคนอื่นคล้ายตกไปในห้วงภวังค์ลึกซึ่งยังมิอาจคืนสติกลับมาได้
ทันใดนั้นเองที่งานเลี้ยงเฉลิมฉลองเสียงเฮฮาดังขึ้นกันใหญ่ าาลาบอนกล่าวชีวประวัติของตนเองจบแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเปิดตัวองค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรลาบอน!! าาลาบอนเดินตรงไปยังรถเข็นเด็กทารก เขาอุ้มเด็กน้อยที่เปรียบดั่งหัวแก้วหัวแหวนอย่างอ่อนโยน าาลาบอนเดินกลับมาตรงหน้าบัลลังก์โดยยังอุ้มเด็กทารกไว้
ทุกผู้คนภายในงานกำลังรอ่เวลานี้กันอยู่ เพียงสามลมหายใจ องค์าาก็ยกเด็กน้อยขึ้นเหนือศีรษะ ให้เด็กน้อยคนนี้ได้เป็ที่ประจักษ์แก่ผู้ร่วมงานทุกคน ว่าเขานี่แหละคือองค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรลาบอน!!
เฮฮฮฮ----------------
เสียงเฮดังกระหึ่มทั่วทั้งห้องโถง โดยส่วนใหญ่เป็คนของราชอาณาจักรลาบอนที่แสดงท่าทางดีใจสุดขั้ว นี่เป็ข่าวดีของประชาชนในราชอาณาจักร าาที่สามารถกำจัดสิ่งมีชีวิตอันตรายระดับSS แล้วาาผู้นั้นก็ให้กำเนิดบุตรขึ้นมา “บิดาพยัคฆ์ไม่มีบุตรสุนัข” ทุกคนมั่นใจว่าเด็กคนนี้จะต้องกลายเป็ความหวังใหม่ในอนาคต
จู่ๆ เสียงเฮฮาของฝูงชนพลันเงียบสงบโดยพลันราวกับป่าช้า าาลาบอนขมวดคิ้วชิดมุ่น “เหตุใดถึงเงียบกัน?” ด้วยความที่าาเอาแต่จ้องแผ่นหลังของลูกชาย เขาจึงไม่ได้มองสีหน้าของคนภายในงาน เมื่อเคลื่อนสายตามองผ่านผู้คน สีหน้าของาาล้วนกลับกลายเป็ฉงนหนักหน่วง าามองเห็นผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่นำมือมาปิดปากไว้ ท่าทางนั้นราวกับหวาดผวากับบางสิ่ง
ความตกตะลึงนี้หนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆ กระทั่ง แขกผู้มาเยือนจากราชอาณาจักรอื่น พันธมิตรที่สนิทสนม สีหน้าของพวกเขาล้วนแสดงไปในทางเดียวกัน “ประหนึ่งเห็นภูติผีก็มิปาน” ทันใดนั้น มีชายคนหนึ่งที่สามารถคืนสติกลับมาได้ไวจนน่าเหลือเชื่อ เขาแผดเสียงลั่นดังสะท้าน
“าา!! องค์รัชทายาทขอรับ!!”