เอี๊ยดดดดดด
“เขม!”
เสียงพี่ติณณ์ฉุดให้ฉันเงยหน้า แค่เห็นว่าเป็นเขาสองขาก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เขามองฉันด้วยความตกใจ รีบเอาเสื้อกราวในรถมาคลุมตัวให้
พี่ติณณ์พาฉันมาล้างตัวที่ปั้มน้ำมัน เอาเสื้อเชิ๊ตของเขาให้เปลี่ยน ฉันต้องทิ้งทั้งเสื้อตัวเอง ทั้งเสื้อกราวที่คลุมตัวและของในกล่องที่แบกมาจากออฟฟิศ เพราะมันเปรอะไปด้วยคราบและกลิ่นไข่เน่าทั้งหมด
คนตัวสูงยืนเปลือยท่อนบน รอฉันที่หน้าห้องน้ำ ใบหน้าเขาเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ริมฝีปากหนาเหยียดตรง ดวงตาไร้แวว น่ากลัวเหมือนไม่ใช่เขา
ทันทีที่ขึ้นรถ เราต่างคนต่างเงียบ ฉันยังตกใจจากเหตุการณ์นั้นไม่หาย พี่ติณณ์เอื้อมมากุมมือฉัน บีบเบาๆ ให้รู้ว่าฉันยังมีเขาอยู่
“พี่ขอโทษนะเขม … พี่ขอโทษจริงๆ”
ครืดดดด ครืดดดดด
โทรศัพท์ฉันสั่นเตือน จากเบอร์ ที่ไม่ได้รับตั้ง 34 สาย และทุกสายเป็นเบอร์ต่างกันทั้งหมด
“สวัสดีค่ะ…”
<สวัสดีค่ะ คุณเขมใช่ไหมคะ จากสำนักงานข่าวท็อปนิวส์ จะขอสัม…>
“เขมไม่ว่างคะ และไม่อยากอธิบายอะไรทั้งนั้น แค่นี้นะคะ” ฉันพูดแทรก พลางกดตัดสายทันที
ข้อความนับร้อยที่แจ้งเตือน ทั้งจากสำนักงานข่าว จากแฟนคลับของเพญ่า จากคนรอบตัวที่หวังดี เต็มไปหมด ซึ่ง 90% ของการแจ้งเตือนจะเป็นเมนต์การด่าที่แท็คชื่อฉัน
“ช่วงนี้ไม่ต้องรับสายเบอร์แปลก เปลี่ยนเบอร์ไปเลยยิ่งดี พวกโซเชี่ยวปิดแอคเคาน์ไปซะ ที่สำคัญไม่ต้องตามข่าว พี่จะจัดการเอง”
“เขมเปลี่ยนเบอร์ไม่ได้หรอก เผื่อบริษัทโทรมาตาม”
“ตามอะไร....”
“เขมถูกพักงาน เพราะบริษัทถูกโจมตีจากแฟนคลับของเพญ่า”
“.....”
“ไปส่งเขมที่คอนโดนะ”
“จะไปที่นั่นทำไม”
“เขมคิดว่าเราควรห่างกันสักระยะ”
“เขม…”
“ขอร้องล่ะ เขมเครียด เขมอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว” ฉันเอ่ยเสียงสั่นทั้งน้ำตา พี่ติณณ์ไม่ตอบอะไร จนถึงคอนโดฉัน
“พี่จะขึ้นไปส่ง…”
“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้จะมีใครแอบถ่ายเราอีกก็ไม่รู้ ถ้าข่าวลงว่าพี่ขึ้นคอนโดกับเขม มันจะยิ่งแย่ไปใหญ่”
“เขม พี่ขอโทษจริงๆ ที่ทำชีวิตเขมวุ่นวายแบบนี้ พี่สัญญาว่าจะจัดการให้เร็วที่สุด อดทนรอพี่หน่อยนะ”
เขาพูดเสียงเบา จ้องนัยย์ตาแสดงความจริงใจที่แน่วแน่ มือหนาโอบกอดฉันเอาไว้ ลูบที่แผ่นหลังเบาๆ แล้วคลายออก
“ขับรถปลอดภัยนะคะ” ฉันกล่าวลา แล้วลงจากรถ รีบเดินขึ้นคอนโดทันที
ฉันไม่เคยใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงขนาดนี้มาก่อน เข้าใจพวกศิลปินที่มีซาแซงติดตัวเลย มันทั้งกลัว ทั้งจิตตก เพียงลมพัดหน้าต่างก็ทำฉันผวาคิดว่าคนจะมาทำร้ายอย่างเมื่อกลางวัน จู่ๆ ฉันก็กลายเป็นคนประสาทหลอนในทันที
กล่องพัสดุปริศนามากมายถูกวางไว้หน้าห้อง พร้อมประตูที่ถูกแปะโน๊ตเล็กๆ เรียงรายเต็มไปหมด สารพัดข้อความที่จะด่าทอ ดูถูก เหยียดหยาม สาปแช่ง จนอ่านไม่หมด
‘ที่นี่คือซ่องของกะxรี่ อีหน้าด้าน!’
ฉันดึงแผ่นโน๊ตพวกนั้นทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้องทรมานในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เพียงเพราะฉันเป็นผู้หญิงธรรมดา ไม่มีปากไม่มีเสียง พวกเขาเลยเชื่ออีกฝ่ายจนเหยียบย่ำฉันได้ขนาดนี้เลยหรอ
ฉันกำก้อนโน๊ตนับร้อยนับพันใบในมือ ขยำจนมันยับยู่ยี่ เปิดประตูเข้าไปในห้องที่ทั้งมืดและหว่าเว้ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังไม่ถูกขนย้าย ข้าวของที่ถูกรื้อยังลกรุงรัง ฉันทรุดตัวนั่งคุกเข่า ร้องไห้โฮอย่างไม่อายฟ้าอายดิน
“ฮึก ฮือออออ”
เสียงร้องครวญครางแทบขาดใจในเงามืดของคอนโด ไม่ใช่ผีที่ไหนแต่เป็นฉันเอง
‘นายจะทิ้งผู้หญิงที่เพรียบพร้อมอย่างฉัน ไปหาอีเด็กไร้ค่านั่นจริงหรอ’
คำพูดนั้น ยังดังหลอนประสาทและชัดเจนมากขึ้นทุกวัน ณ วันนั้นทันทีที่เพญ่าเดินออกไปรับโทรศัพท์ของเธอ พี่ติณณ์ก็ตามไปติดๆ พ่อแม่มองอย่างเป็นห่วง ยิ่งทำให้ฉันใจคอไม่ดี กลัวเขาจะทะเลาะกันใหญ่โต และถ้าเกิดอะไรขึ้นมา มันจะส่งผลต่อพี่ติณณ์ไปจนถึงอนาคตเดียร์น่าแน่ๆ
ฉันจึงแอบตามไป จนถึงจังหวะที่เธอหวีดเสียงลั่น พูดประโยคนั้นออกมา …เธอเพรียบพร้อม และฉันมันไร้ค่า พวกเขาควรเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เดียร์น่าจะภูมิใจที่แม่ของเธอเป็นซุปเปอร์สตาร์ เธอจะได้เข้าเรียนที่ดีๆ ได้อยู่ในสังคมคนรวย กินอาหารมื้อหรูทุกวัน ไม่ใช่แค่ขนมคุ้กกี้จากคาเฟ่ข้างทางของฉัน