“ฉันเคยเจอเธอแล้ว” ลู่ตงหยางพูดเสียงเบา คล้ายกับไม่เชื่อ ทั้งที่ตาของเขายังมองไปที่กระดาษที่อยู่ในมือ
“นายเคยเจอเธอแล้ว! เป็นไปได้ยังไง หรือที่นายบอกว่านายคุ้นกับชื่อของเธอ...” เจียงป๋อเหวินถามอย่างตื่นเต้น
“นายจำเรื่องที่ฉันเคยเล่าให้นายฟังได้อยู่หรือเปล่า ว่ามีวันหนึ่งที่ฉันปั่นจักรยานเกือบชนเด็กผู้ชายสองคนน่ะ”
“จำได้สิ นายยังบอกด้วยว่าเด็กทั้งสองคนยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันกับที่เราสอนอีกด้วย”
“ใช่แล้วล่ะ พ่อของเขาชื่อหวังอี้ฉือ ส่วนแม่ของเขาชื่อหลินถิงถิง ป๋อเหวิน ฉันเคยเจอลูกสาวฉันแล้ว” ลู่ตงหยางพูดเสียงเครือ
ลู่ตงหยางนั่งรถไฟกลับปักกิ่งด้วยความว้าวุ่นใจ เขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปพบกับลูกสาวของเขาอย่างไร ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับลูกสาวด้วยเรื่องอะไร หรือแม้แต่กลัวว่าลูกสาวจะไม่ยอมรับตัวเอง
“ถ้านายยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าลูกสาวของนาย ทำไมนายไม่ลองไปหาลูกเขยนายดูก่อนล่ะ บางทีผู้ชายคุยกันเรื่องมันอาจจะง่ายกว่า” เจียงป๋อเหวินเสนอ
“ฉันขอบใจนายมากที่คอยช่วยเหลือฉันมาตลอด ฉันคงต้องขอเวลาสักหน่อย แต่การไปพบกับสามีของเธอก่อนก็น่าจะดี” ลู่ตงหยางยังไม่กล้าเรียกลูกเขยของเขา เพราะในใจเขาตอนนี้ยังกังวลอยู่ว่าลูกสาวจะยอมรับตัวเองหรือเปล่า
“อย่างนั้นฉันขอตัวกลับบ้านก่อน ถ้านายต้องการให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย”
ลู่ตงหยางกับเจียงป๋อเหวินแยกกันที่สถานีรถไฟ เจียงป๋อเหวินแต่งงานแล้วจึงออกมาซื้อบ้านของตัวเอง แต่ลู่ตงหยางยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักของโรงเรียน
กลับถึงบ้าน ลู่ตงหยางยังคงนั่งคิดถึงวิธีที่ว่าเขาจะเข้าไปพูดกับหวังอี้ฉืออย่างไร เขาไม่มีความกล้านั้นเลยจริงๆ เขาคิดไปคิดมาอยู่สารพัด และเขาก็กลัวว่าการปรากฎตัวของเขา มันอาจจะสร้างความเสียใจให้กับลูกสาวแทนความดีใจที่ควรจะเป็น เขาคิดอยู่อย่างนั้นจนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ตงหยาง เธอกลับมาแล้วหรือ ฉันแวะมาหาเธอที่บ้านอยู่หลายครั้งแล้ว” หลิวหม่านอี้พูดอย่างดีใจ
“เธอเข้ามาข้างในก่อนสิ” ลู่ตงหยางชวนหลิวหม่านอี้เข้ามาในบ้าน
หลิวหม่านอี้แปลกใจเล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่เธอมาหาเขา ลู่ตงหยางจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เธอเข้าบ้านเขาตลอด แต่ครั้งนี้เขากลับชวนเธอก่อน ถึงแม้จะแปลกใจ แต่ความดีใจมันมีมากกว่า
หลิวหม่านอี้ทราบข่าวการจากไปของคุณแม่ลู่แล้ว หรือที่ลู่ตงหยางดีกับเธออย่างนี้จะเป็นเพราะคำขอครั้งสุดท้ายของคุณแม่ลู่ที่อยากให้เธอเป็นลูกสะใภ้ คุณแม่ลู่เคยพูดกับเธออยู่หลายครั้ง
“ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องของคุณป้า” หลิวหม่านอี้เริ่มพูดก่อน
“หม่านอี้ เธอรู้สึกยังไงกับฉัน”
หลิวหม่านอี้ได้ฟังก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว “ฉัน...ฉัน ฉันรอเธอมาตลอด”
“เธอรู้สึกยังไงกับฉัน” ลู่ตงหยางยังถามคำถามเดิม
“ฉันรักเธอ รักเธอมานานแล้ว” หลิวหม่านอี้ก้มหน้าซ่อนความเขินอายไว้
“เธอไม่ได้รักฉันหรอก เธอแค่อยากครอบครองฉัน เพราะถ้าเธอรักฉัน เธอจะไม่มีทางทำร้ายฉันอย่างนี้”
“ฉันจะทำร้ายเธอได้ยังไง ฉันดีกับเธอมาตลอด เธอกำลังเข้าใจอะไรฉันผิดอย่างนั้นหรือตงหยาง” หลิวหม่านอี้ถามด้วยความตกใจ
“ข่าวลือของจางลี่เกิดขึ้นมาได้ยังไง” ลู่ตงหยางถามและพยายามข่มโทสะของตัวเองเอาไว้
หลิวหม่านอี้ได้ฟังก็ตกใจ แต่เธอพยายามเก็บอาการและซ่อนสายตาเอาไว้ “ฉันผิดเองที่เผลอพูดให้พี่ใหญ่ลู่ได้ยิน”
“มันน่าแปลกเหมือนกันนะหม่านอี้ เพราะเธอรู้เรื่องนี้ก่อนที่ข่าวลือในหมู่บ้านจะเกิดขึ้นเสียอีก”
“ก่อนหน้านี้มีคนพูดขึ้นมาแค่ไม่กี่คน หลังจากนั้นคนเขาก็พูดต่อไปเรื่อยๆ” หลิวหม่านอี้เริ่มอธิบายอย่างร้อนรน
“หม่านอี้ เธอจะยอมรับว่าเธอทำเรื่องนี้ลงไปหรือเปล่านั้น ฉันก็ไม่สนใจหรอกนะ ฉันแค่หวังว่าต่อไปเราอย่ามาเจอกันอีกเลย”
“ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไปจริงๆ นะ เธอจะมาโกรธฉันเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เราเป็น ‘เพื่อน’ กันนะ” หลิวหม่านอี้กัดฟันพูดคำนั้นออกไปด้วยความเสียใจ เธอไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเขา ถึงปากเธอจะพูดออกไป แต่หัวใจของเธอมันไม่ยอมรับ
“เราเคยเป็นเพื่อนกัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว ฉันไม่รู้ว่าควรจะโกรธเธอหรือโกรธตัวเอง แต่ฉันมั่นใจว่าฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอมีความคิดที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนเลย”
“ตงหยาง ทำไมเป็นฉันไม่ได้ ฉันรักเธอคนเดียวมาตลอด ฉันรอเธอมานานมากนะ”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอก ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอ” ลู่ตงหยางตอบเสียงเรียบ
“ฉันสู้ซูจางลี่ไม่ได้ตรงไหนหรือ ผู้หญิงคนนั้นทั้งจน ทั้งเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ด้วยซ้ำ ฉันสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตรงไหน มันเป็นแค่ผู้หญิงที่รู้จักใช้แค่หน้าตามาหลอกล่อเธอ เธอหลงมันจนไม่ลืมหูลืมตา มันไม่คู่ควรกับเธอ มันไม่มีอะไรคู่ควรกับเธอเลย” หลิวหม่านอี้ตะโกนขึ้นอย่างทนไม่ไหว
“ฉันไม่คิดที่จะเอาจางลี่ไปเปรียบเทียบกับใคร ในสายตาของเธอ จางลี่อาจจะสู้เธอไม่ได้ หรือแม้แต่เธอจะมองว่าจางลี่ไม่คู่ควรกับฉัน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันให้กับจางลี่ได้ นั่นคือความรัก ฉันรักจางลี่ จางลี่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจของฉัน”
“แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่แล้ว มันตายไปแล้วเธอได้ยินไหมว่ามันตายไปแล้ว” หลิวหม่านอี้พูดพร้อมกับมองหน้าลู่ตงหยาง เธอก็พบว่าในสายตาของลู่ตงหยางที่มองเธออยู่ในเวลานี้เต็มไปด้วยความเสียใจและความรังเกียจ
“เธอกลับไปเสียเถอะ เธอกับฉันไม่ใช่คนรู้จักกันอีกต่อไปแล้ว” ลู่ตงหยางพูดน้ำเสียงเด็ดขาด
“ทำไมเป็นฉันไม่ได้ เธอรู้ไหมว่าฉันรอเธอคนเดียวมาตลอด ความดีที่ฉันมีให้ เอาชนะใจเธอไม่ได้เลยหรือ” หลิวหม่านอี้ลุกขึ้นพูดทั้งน้ำตา “ฉันขอถามเธอสักคำ เธอเคยรักฉันบ้างไหม”
“เรา ‘เคย’ เป็นเพื่อนกัน และต่อจากนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว” ลู่ตงหยางเดินไปเปิดประตูให้หลิวหม่านอี้ โดยที่เขาไม่มองหน้าเธอ