ตอนที่ 31 คำท้าทาย
ตอนที่ 31“เกมส์นี้มันเหมือนจริงดีแฮะพอก่อกองไฟแล้วสัตว์อสูรไม่เข้าใกล้ดีเหมือนกันจะได้นอนสบายๆ” จันทร์วาดพูดออกมาซึ่งตอนแรกเธอกังวลเรื่องจะมีตัวอะไรมาโจมตีเธอด้วยความที่ไม่อยากถามติงลี่เพราะหลับไปแล้วหลังจากกินอาหารเย็นไปเธอนั้นจึงต้องเข้าไปดูในบอร์ดแทนและเห็นข้อดีของการก่อกองไฟในป่าตอนกลางคืนซึ่งกองไฟที่ก่อนั้นจะต้องมีผู้เล่นอยู่ใกล้ๆในรัศมี 5 เมตรไม่อย่างนั้นมันจะดับลงทันทีและผลของกองไฟนั้นส่งจะไม่ส่งผลกับสัตว์อสูรประเภทบอสและไม่ส่งผลกับสัตว์อสูรที่มีผู้เล่นลากเข้ามาตอนนี้บอร์ดข้อมูลไม่ต่างจากหนังสือเรียนสำหรับเธอผู้ที่ไม่เคยเล่นเกมส์มาก่อนถึงจะมีข้อมูลปลอมและข้อมูลมั่วๆมากมายแต่มันก็กรองได้ไม่ยากถ้าเลือดบอร์ดที่อยู่ด้านบนมาอ่านเพราะบอร์ดข้อมูลปลอมหรือข้อมูลที่มั่วนั้นมันจะถูกตีตกไปในไม่นานและหายไปในที่สุดต่างจากบอร์ดข้อมูลที่ใช้ได้จริงที่จะถูกดันจนมาอยู่ด้านบนให้ค้นหาง่าย“ทำยาไว้หน่อยดีกว่าแฮะ” หลังจากดูข้อมูลเสร็จจันทร์วาดยังไม่อยากนอนจึงหยิบสมุนไพรและหม้อปรุงยาออกมา“น้ำดื่มเหลือไม่มากวันหลังจะปรุงยาต้องหาที่ใกล้แหล่งน้ำแล้วสิ” จันทร์วาดดูน้ำดื่มที่อยู่ในกระเป๋ามิติซึ่งต้องใช้สำหรับต้มยาและจากน้ำดื่มที่เธอเหลืออยู่ตอนนี้น่าจะต้มยาระดับกลางได้ราวห้าสิบชุดเท่านั้นเพราะถ้าต้มยาระดับสูงเธอจำเป็นต้องใช้น้ำที่เป็นตัวกลางในการต้มเยอะกว่านี้และน้ำที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ถ้าต้มยาระดับสูงน่าจะต้มได้เพียงแค่สิบชุดเธอจึงตัดสินใจหยิบสมุนไพรออกมาอย่างละสิบห้าชุดและเริ่มปรุงทันที[ผู้เล่นได้รับยาแก้พิษระดับกลาง 3 ขวด][ผู้เล่นได้รับยาต้านทานความเย็นระดับกลาง 3 ขวด][ผู้เล่นได้รับยาต้านทานความร้อนระดับกลาง 3 ขวด]จันทร์วาดนั่งปรุงยาอยู่ครึ่งค่อนคืนจนในที่สุดก็ได้รับยาระดับกลางทั้งสามชนิดมาอย่างละ 45 ขวดแม้ถึงเธอจะยังไม่รู้ว่าจะใช้มันในสถานการณ์ไหนแต่เธอก็ทำเก็บเอาไว้ก่อนวันต่อมาจันทร์วาดตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืดพร้อมทั้งจัดการเตรียมอาหารเช้าก่อนที่ติงลี่จะตื่นขึ้นมาเสียอีก“อืม...กลิ่นอะไรหอมจัง” ติงลี่ตื่นขึ้นมาเพราะได้กลิ่นหอม“ข้าวต้มเนื้อสับน่ะมากินสิใกล้สุกแล้ว” จันทร์วาดบอกติงลี่“หือกินแต่เช้าเลยเหรอครับพี่จันทร์ยังไม่ได้ออกแรงเดินไปไหนเลยค่าความอิ่มยังไม่ลดหรอก” ติงลี่พูดเพราะปกติถ้าอยู่ในป่ามักจะไม่ค่อยกินอาหารเช้ากันเพราะค่าความหิวยังไม่ลดแต่เวลาอยู่ในเมืองก็กินตามปกติเพราะมันเป็นความเคยชิน“อ้าวเหรอไม่กินก็ได้งั้นเหรอโทษทีทำมาเพราะความเคยชินยังไงก็ช่วยกินหน่อยแล้วกัน” จันทร์วาดไม่รู้ว่ามันไม่จำเป็นต้องกินแต่ทว่าเธอทำอาหารเช้าเพราะด้วยความเคยชินนั่นเอง“เคยชินงั้นเหรอพี่ปกติพี่ทำข้าวเช้ากินเองเหรอครับ” ติงลี่สงสัยพลางลุกขึ้นมา“อืมก็ต้องทำให้ลู...น้องกินน่ะ” จันทร์วาดเกือบเผลอหลุดพูดว่าทำให้ลูกกินเธอตักข้าวต้มเนื้อสับและส่งให้ติงลี่ก่อนจะตักของตัวเอง“ขอบคุณครับพี่จันทร์” ติงลี่ขอบรับชามข้าวต้มมาก่อนจะรีบตักชิมทันทีรู้จักขอบคุณด้วยเป็นเด็กนิสัยดีจริงต่างจากไอ้ทิศเลยรายนั้นไม่พูดขอบคุณกูที่แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ทุกวันสักคำเลย !! จันทร์วาดชื่นชมติงลี่ในใจ“หูว...อร่อยมากเลยพี่ขนานแค่ข้าวต้มเนื้อสับธรรมดานะเนี่ยเกมส์นี่น่ะโคตรสมจริงแม้กระทั่งการทำอาหารผมเคยลองทำอาหารดูแล้วมันไม่อร่อยเลย” ติงลี่พูดชมหลังจากได้ชิมเข้าไป“อร่อยก็กินเยอะหน่อยเอาให้หมดหม้อไปเลย” จันทร์วาดบอก“ได้ที่ไหนเล่าพี่กินเยอะไปเดี๋ยวติดสถานะจุกค่าความเร็วลดฮวบเลยนะกว่าจะหายตั้งหลายชั่วโมง” ติงลี่บอกพลางมองหม้อข้าวต้มที่จันทร์วาดต้มเอาไว้ซึ่งมันพอกินสำหรับห้าคนสบายๆมันมีสถานะนั้นด้วยเหรอคราวก่อนเรากินก๋วยเตี๋ยวไปตั้งร้อยยี่สิบห้าชามไม่เห็นจะติดสถานะที่ว่าเลยจันทร์วาดคิดในใจพลางนึกไปถึงตอนที่กินก๋วยเตี๋ยวไปนับร้อยชามรอหลันฮวาหรือเจนรุ่นน้องของเธอในตอนนั้น (ตอนที่ 17)ยี่สิบนาทีต่อมาติงลี่จัดการข้าวต้มเนื้อสับของจันทร์วาดไปถึงสองชามส่วนจันทร์วาดนั้นเธอจัดการที่เหลือคนเดียวซึ่งติงลี่ก็เป็นห่วงว่าจันทร์วาดจะติดสถานะจุกเพราะกินเยอะเกินไป“พี่ไม่จุกแน่นะ” ติงลี่ถาม“ไม่เห็นรู้สึกอะไรสักนิด” จันทร์วาดตอบพลางเก็บข้าวของลงกระเป๋ามิติไป“แปลกชะมัดปกติกินเยอะตอนเช้าแบบนี้ต้องติดสถานะจุกไปแล้วสิ...ว่าแต่พี่จันทร์ครับผมขอแอดเพื่อนพี่ได้มั้ยครับเวลาอยู่กับพี่ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่กับแม่เลยอ๊ะโทษทีครับต้องพี่สาวสิพี่ไม่แก่ขนาดนั้นเสียหน่อย” ติงลี่พูดขอแอดเพื่อนจันทร์วาดและบอกความรู้สึกเวลาได้อยู่กับจันทร์วาดออกไปจันทร์วาดที่ได้ยินติงลี่พูดว่าอยู่กับเธอแล้วเหมือนอยู่กับแม่ก็สะดุ้งไปเล็กน้อยแต่ติงลี่ไม่ทันสังเกตุเขาจึงไม่รู้สึกผิดปกติอะไร“อืมได้สิแต่พี่ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้ดูข้อความแต่ถ้าเห็นแล้วจะตอบกลับไป” จันทร์วาดบอกจากนั้นทั้งคู่ก็แอดและเป็นเพื่อนกันภายในเกมส์ซึ่งตอนนี้ในระบบของจันทร์วาดมีเพื่อนทั้งหมดเพียงแค่สามคนเท่านั้นคนแรกคือเหม่ยเหยา คนที่สองคือหลันฮวารุ่นน้องของเธอและคนที่สามก็คือติงลี่เด็กที่พึ่งจะลากสัตว์อสูรวัวคลั่งใส่เธอเมื่อวาน“ขอบคุณครับพี่ที่ยอมให้ผมเป็นเพื่อนด้วย” ติงลี่เมื่อได้เป็นเพื่อนกับจันทร์วาดแล้วก็ยิ้มออก“อือพี่เองก็โอเคนะที่เป็นเพื่อนกับเธอติงลี่ว่าแต่พวกเพื่อนปาร์ตี้เธอเมื่อวานล่ะติดต่อไปยัง” จันทร์วาดถามถึงเพื่อนของติงลี่เมื่อวานที่วิ่งหนีไปก่อนหน้า“ผมออกจากปาร์ตี้พวกเขาแล้วก็ลบเพื่อนไปแล้วล่ะพี่” ติงลี่บอก“อ้าวทำไมล่ะ” จันทร์วาดสงสัย“ผมรู้สึกว่านิสัยพวกนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่น่ะครับแล้วก็มีตรรกะแปลกๆด้วยพวกเขาชอบเอาเปรียบอาศัยเสียงข้างมากมาเอาเปรียบผมเมื่อวานที่ผมลากวัวคลั่งใส่พี่ก็เพราะพวกนั้นกลัวว่าพี่จะลากวัวคลั่งใส่พวกเรานี่แหละทั้งที่พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆตรรกะพวกเขาแปลกๆใช่มั้ยล่ะครับผมเลยตัดสินใจจะเลิกยุ่งกับพวกนั้นแล้ว” ติงลี่อธิบาย“อืม...นั่นสินะแปลกนิดหน่อยแต่ตัดสินใจแล้วก็เอาที่ทำแล้วสบายใจก็แล้วกัน” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะนึกถึงยาที่ทำเมื่อคืนขึ้นมาเธอจึงล้วงเข้าไปในกระเป๋ามิติและหยิบยาออกมาชนิดละสิบขวด“เอาไปสิติงลี่เป็นเพื่อนกันแล้วทั้งทีเผื่อไว้มีโอกาสได้ใช้” จันทร์วาดบอก“ยาพวกนี้มัน !!” ติงลี่อุทานออกมา“ก็ยาจากสมุนไพรที่เธอช่วยพี่เก็บเมื่อวานไง” จันทร์วาดพูดติงลี่นึกถึงสมุนไพรที่เก็บเมื่อวานพลางมองไปที่ขวดยากว่าสามสิบขวดก็ค่อยๆยื่นมือออกไปและทันทีที่มือเขาสัมผัสขวดยาเสียงแจ้งเตือนในหัวก็ดังขึ้นทันที“ยาแก้พิษระดับกลาง...ยาต้านทานความเย็นระดับกลาง...ยาต้านทานความร้อนระดับกลาง !!” ติงลี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะเงยหน้ามองจันทร์วาดที่ยิ้มให้เขาอยู่ติงลี่ไม่ถามจันทร์วาดสักนิดว่ายาพวกนี้มาจากไหนแต่เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าจันทร์วาดมีสกิลเกี่ยวกับการปรุงยาและเขาไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับสกิลนี้มาก่อนยาพวกนี้เองก็ไม่เคยมีขายในท้องตลาดและไม่เคยมีการพูดถึงในบอร์ดด้วย“รีบเก็บไปสิจะได้เดินทางกันต่อ” จันทร์วาดพูดพลางลุกขึ้นเตรียมลุยต่อหน้าต่างตัวละครผู้เล่น : จันทร์วาดระดับ : 45อาชีพ : นักสู้จันทร์วาดเปิดดูระดับของเธอปัจจุบันเธอระดับสี่สิบห้าแล้ววันนี้คาดว่าลุยทั้งวันคงอาจจะโชคดีขึ้นมาอีกสองหรือสามระดับไม่เกินสัปดาห์ระดับของเธอคงจะเต็มห้าสิบพอดี“ขอบคุณครับพี่เรื่องยาผมจะเก็บเอาไว้ไม่บอกใคร !!” ติงลี่ขอบคุณอีกครั้งเขาตั้งใจจะเก็บความลับเรื่องยาพวกนี้เอาไว้กับตัวเอง“ไม่ต้องก็ได้มั้ง” จันทร์วาดพูดติงลี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็นึกแปลกใจเพราะดูเหมือนจันทร์วาดจะไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องที่เธอทำยาได้ถึงไม่ควรบอกทั้งที่เธอเป็นผู้เล่นระดับสูงน่าจะเล่นเกมส์มานานเป็นเป็นเดือนแล้ว“ไม่ได้พี่เรื่องบางเรื่องต้องเก็บไว้เป็นความลับผมน่ะไม่เคยเห็นเรื่องการทำยาและข้อมูลยาพวกนี้ในบอร์ดพูดคุยเลยนะพี่อาจจะเป็นผู้เล่นคนแรกก็ได้ที่สามารถปรุงยาพวกนี้ได้ผมว่าทางที่ดีพี่เองก็อย่าบอกใครดีกว่าว่าพี่ปรุงยาพวกนี้ได้และมีมันอยู่ในครอบครอง” ติงลี่พูด“หือทำไมอย่างนั้นล่ะ” จันทร์วาดสงสัย“ก็ถ้าพี่เป็นคนเดียวที่ปรุงยานี่ได้จริงพี่จะเดือดร้อนน่ะสิพี่ไม่รู้เหรอปัจจุบันทั้งสี่ทวีปมีพื้นที่ตั้งมากมายที่บุกเบิกไม่ได้เพราะมันติดดีบัฟเวลาเข้าไปน่ะแล้วถ้ายาของพี่สามารถลบดีบัฟพวกนั้นได้พวกกิลด์ใหญ่ๆต้องตามล่าตัวพี่เพื่อเอาไปเข้ากิลด์แน่และถ้ามีกิลด์ใดกิลด์หนึ่งได้ไปนะพี่น่ะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแน่วันๆต้องเอาแต่ทำยาไปตลอด” ติงลี่อธิบายหือ...แบบนั้นมันแรงงานทาสชัดๆ จันทร์วาดคิดในใจ“โอเคเข้าใจแล้วจะไม่บอกใครแล้วกันว่าแต่จะเก็บของหรือยังจะให้ช่วยเก็บมั้ย” จันทร์วาดถาม“ไม่เป็นไรพี่ผมเก็บเองครับ” ติงลี่รีบตอบเขาเก็บยาทั้งสามสิบขวดที่จันทร์วาดให้มาลงกระเป๋ามิติไปและเดินไปเก็บถุงนอนให้เรียบร้อยจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางกันต่อโดยติงลี่ทำหน้าที่เหมือนเดิมคือเก็บสมุนไพรส่วนจันทร์วาดก็ออกจัดการวัวคลั่งในรัศมีบริเวณสองร้อยเมตรพอติงลี่เก็บสมุนไพรจนบริเวณนั้นเหี้ยนก็ย้ายที่เวลาเพียงครึ่งวันจันทร์วาดจัดการวัวคลั่งไปเกือบร้อยห้าสิบตัวทำให้ระดับขึ้นมาอีกสองระดับแต่ทว่าครั้งนี้ไม่มีอาวุธดรอปมาเลยซึ่งมันคงจะดรอปยากจริงอย่างที่ติงลี่ได้เคยบอกจันทร์วาดเอาไว้แต่การที่เธอจัดการวัวคลั่งไปร้อยกว่าตัวก็ได้เงินมาเป็นแสนเหรียญทองเพราะตัวนึงดรอปเงินกว่าพันเหรียญทองเลยทีเดียวไหนจะยังมีพวกกระดูก หนังและเนื้อที่สามารถนำกลับไปขายได้อีก“พรุ่งนี้ระดับจะตันมั้ยล่ะเนี่ยพอระดับเริ่มห่างจากสัตว์อสูรแล้วก็ต้องฆ่ามากขึ้นถึงจะขยับสักระดับ” จันทร์วาดพูดกับตัวเองเบาๆ“อะไรนะครับพี่จันทร์ !!” ติงลี่เหมือนจะได้ยินจันทร์วาดพูดอะไรบางอย่างแต่มันเบาเกินไปจึงถามอีกรอบ“เปล่าๆแค่พูดกับตัวเองว่าแต่พักกันกินข้าวกันเถอะค่าความอิ่มพี่เหลือน้อยแล้ว” จันทร์วาดบอก“พี่นั่นแหละลุยเยอะไปแล้วระดับของพี่ไม่น่าจะขึ้นจากการฆ่าสัตว์อสูรพวกนี้แล้วนะถึงพี่จะเข้ามาเก็บสมุนไพรเป็นเหตุผลหลักก็เถอะแต่พี่ไปฆ่าสัตว์อสูรระดับสูงๆสักยี่สิบตัวก็ได้เงินมากกว่าที่พี่ฆ่าวัวคลั่งระดับสี่สิบกว่ามาทั้งวันแล้ว” ติงลี่บอกอืมดูเหมือนจะเข้าใจผิดว่าเราเป็นผู้เล่นระดับสูงอะไรนั่นอยู่สินะก่อนหน้านี้บอกว่าเรื่องบางเรื่องต้องเก็บไว้เป็นความลับเอาเป็นว่าเราไม่ได้เป็นผู้เล่นระดับสูงนั่นเก็บไว้เป็นความลับปล่อยให้เข้าใจผิดไปก่อนแล้วกัน !! จันทร์วาดคิดในใจ“อ่ะนี่พี่สมุนไพรที่เก็บได้เช้านี้” ติงลี่หยิบสมุนไพรออกมาทั้งสามชนิดรวมกันเขาเก็บได้กว่าสองร้อยต้นเลยทีเดียว“โอเคขอบใจมากมีเยอะขนาดนี้ก็ไม่ต้องมาเก็บมันไปอีกพักใหญ่นี่พี่ให้นี่เราเป็นค่าตอบแทนแล้วกัน” จันทร์วาดหยิบกองกระดูกวัวคลั่งออกมาเกือบร้อยชิ้น“เฮ้ยพี่มันเยอะเกินไปเอาไปขายหมดนี่ได้หลายหมื่นเหรียญทองเลยนะ!!” ติงลี่ไม่ยอมรับ“เอาไปเถอะน่าพี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเผื่ออนาคตอยากได้อะไรจะได้มีเงินไว้ซื้อ” จันทร์วาดบอกพลางคะยันคะยอสุดท้ายติงลี่ก็ยอมรับกองกระดูกพวกนั้นไปสองวันต่อมามอ !! ตึง !! สัตว์อสูรวัวคลั่งร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนร่างของมันจะล้มลงและค่อยๆสลายไปเหลือแต่ของที่ดรอปเอาไว้ตอนนั้นเองในหัวของจันทร์วาดก็มีเสียงระบบแจ้งเตือนว่าระดับเพิ่มขึ้นเยสระดับห้าสิบแล้วโว้ย !! จันทร์วาดร้องตะโกนอยู่ในใจตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงข้อความเข้าเธอจึงเปิดดู“หืออีเจนพึ่งจะออนไลน์เหรอเกือบเที่ยงคืนแล้วนะเนี่ยว่าแต่มันส่งข้อความมาตื้อเรื่องเมื่อตอนค่ำใช่มั้ยเนี่ย” จันทร์วาดพูดพลางเปิดดูข้อความและก็เป็นดังคาดรุ่นน้องของเธอส่งข้อความมาตื้อเรื่องให้เธอไปเป็นโค้ชคาราเต้ให้ทีมชาติไทย[ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ][ผู้เล่นได้รับ 1 ข้อความ]“โว้ยจะตื้อไปแล้วอีห่า !!” จันทร์วาดตะโกนอย่างหงุดหงิดเมื่อได้รับข้อความรัวๆจากรุ่นน้องเพื่อหยุดข้อความนั่นเธอจึงตัดสินใจติดต่อกลับไปโดยการโทรไปหาเสียเลยพี่จันทร์ตกลงจะรับข้อเสนอมาเป็นโค้ชแล้วใช่มั้ย !! ทันทีที่โทรไปเสียงหลันฮวาก็พูดกับจันทร์วาดด้วยความดีใจทันที“รับห่าอะไรมึงกูไม่รับโว้ยจะส่งข้อความห่าอะไรมึงนักหนาเดี๋ยวก็ลบเพื่อนซะหรอก !!” จันทร์วาดด่าทันทีอย่านะพี่ถ้าพี่ลบเพื่อนหนูจะติดต่อพี่ในเกมส์ยังไงล่ะหลันฮวาพูดเสียงอ่อนลง“ถ้าอย่างนั้นมึงก็เลิกส่งข้อความมากวนซะ” จันทร์วาดบอกก็ได้แต่พี่ต้องรับปากเรื่องเป็นโค้ชให้ทีมชาตินะหนูจะเลิกส่งข้อความไปกวนทันทีเลยหลันฮวาพูดเสียงใส“ไม่เป็นเว้ยมึงนี่พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะงอแงเป็นเด็กอายุมึงน้อยกว่ากูไม่กี่ปีมึงน่ะจะสี่สิบแล้วนะเลิกงอแงได้แล้วไปหาโค้ชคนอื่นไป” จันทร์วาดด่าเข้าให้อีกรอบไม่ได้หรอกพี่โค้ชคนอื่นฝีมือไม่ถึงพี่นั่นแหละเหมาะสมที่สุดแล้วหนูเชื่อใจพี่ที่สุดพี่อยากให้หนูเอาโค้ชคนอื่นมาพาทีมชาติไปแพ้แล้วถูกตราหน้าว่าเป็นหัวหน้าสมาคมที่แย่สุดที่ในประวัติศาสตร์เหรอ !! หลันฮวาพยายามพูดให้ตัวเองดูน่าสงสาร“มึงยังไม่ได้ลองสักหน่อยไอ้ห่าสรุปมึงจะเอายังไงจะให้กูลบเพื่อนมั้ย” จันทร์วาดถามไม่พี่อย่าลบนะเอางี้หนูมีข้อเสนอถ้าพี่ชนะหนูจะเลิกล้มเรื่องเอาพี่ไปเป็นโค้ช !! หลันฮวาพูด“ข้อเสนออะไรของมึง” จันทร์วาดสงสัยอีกเจ็ดวันในเกมส์พี่กับหนูมาสู้กันในเกมส์ถ้าพี่ชนะหนูจะเลิกตื้อแต่ถ้าหนูชนะพี่ต้องมาเป็นโค้ชทีมชาติซะ !! หลันฮวาพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“ข้อเสนอห่าอะไรของมึงเนี่ยกูเสียเปรียบชัดๆเลยเวลาแค่เจ็ดวันกูจะเก็บระดับไปใกล้เคียงมึงได้ยังไง” จันทร์วาดเบ้ปากหือจะไม่รับข้อเสนอเหรอหรือพี่กลัว ?? หลันฮวาท้าทายปึด !! จันทร์วาดที่โดนดูถูกว่ากลัวก็เริ่มมีน้ำโหจนเผลอตอบกลับไป“ใครกลัวมึงวะมาดิเจ็ดวันเจอกันแม่จะกระทืบเอ็งให้ใส้แตกเลย !!” จันทร์วาดพูดตอบรับข้อเสนอไปทันทีฮิฮิ...พี่รับข้อเสนอหนูแล้วนะอย่าผิดคำพูดล่ะอีกเจ็ดวันเจอกันที่.......... หลันฮวายังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงร้องตะโกนดังขึ้นแทรกเสียก่อนว๊าก !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!“หือเสียงติงลี่แค่นี้ก่อนนะมึงดูเหมือนเบ๊กูจะมีเรื่อง !!” จันทร์วาดจำเสียงติงลี่ได้เธอรีบวางสายที่คุยกับหลันฮวาอยู่ไปทันทีและรีบวิ่งไปดูติงลี่ว่าเกิดอะไรขึ้นจบ...