่เวลาชุลมุนหรือชั่วโมงเร่งรีบ
ทุกคนต่างหัวมุนไปตามๆกันต่างทำหน้าที่ตนเอง ตอนนี้เพิร์ลเดินมาที่ลานจอดรถเพื่อโบกรถให้เก็นจิ ส่วนขวัญข้าวมอบกุญแจให้กับกายเพื่อที่กายจะนำรถไปรับลูกค้าที่หน้าโรงแรมดังเดิม แต่พี่ที่ทำหน้าที่ประจำตำแหน่งอยู่แล้วก็ยังทำงานต่อไปเขาจะไม่ยุ่งกับพวกเธอพวกเขาดูจะเป็มืออาชีพกันมากจอดรถเองเก็บกุญแจเองทำทุกอย่างโดยไม่ให้พวกเธอต้องเหนื่อยเพิ่มเพราะแค่นี้ก็เหนื่อยกันจนแทบหายใจไม่ทันกันอยู่แล้ว
เก็นจิกับกายขับรถมาจอดเสร็จก็เดินกลับ ดูท่าทางจะอยากพักกันแล้ว
“พวกนายดื่มน้ำกันก่อน”
ขวัญข้าวหยิบน้ำจากป้าแม่บ้านในโรงแรมมาให้
“จะดีเลยเหรอข้าวไม่ผิดกฏเหรอ”
“ไม่ๆ ทางโรงแรมอนุญาต”
เก็นจิไม่รีรอ เขาก็รีบเปิดฝาขวดแล้วดื่มน้ำทันที
“ดื่มน้ำเถอะจะมีปัญหาอะไรฉันรับผิดชอบเอง”
“เก่งเนอะเก็นจิพวกเรามันก็แค่เด็กฝึกงานนะ”
กายพูดเขาไม่ได้สงสัยในคำพูดของเก็นจิแต่ขวัญข้าวสงสัยแล้ว
“ทำไมนายมั่นใจ”
เก็นจิดื่มน้ำจนหมดขวดเขาก็หันมามองหน้าเธอ
“ก็มั่นใจอยากปกป้องเธอ”
“เก็นจิ นาย..”
“ใจเย็นๆสองคนนี้จะจีบกันก็รอเลิกงานก่อน ตอนนี้เรารีบไปจัดการงานข้างหน้านี้ก่อนเถอะ”
พวกเขาทั้งสี่คนจึงรีบไปทำงานต่อดูท่าทางวันนี้จะยุ่งทั้งวันจนไม่มีเวลาแม้แต่จะได้พักอีกเลย
“กุญแจหายยย”
“หาดีๆหาใหม่นะข้าว”
ขวัญข้าวหากุญแจในกล่องที่เธอเก็บไว้ของลูกค้าแต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอสักที
“ไม่เจอเก็นจิ”
เก็นจิคิดอยู่สักพัก
“หรือว่า”
“อยู่ในรถ”
“น่าจะใช่นะเข้าไปดูกันเถอะ”
เก็นจิเข้าไปดูในรถก็ไม่เห็นเจอจนกายเดินมา
“อยู่นี่”
“อ้าวไปอยู่ที่เธอได้ไงอ่ะกาย”
“เธอทำตกไว้ตอนหยิบกุญแจให้ฉันน่ะสิดีนะฉันเจอ่ที่กุญแจหล่นพอดี”
“ขอบใจมากนะอ่ะเก็นจิ ขอโทษนะ ฉันทำงานพลาดเอง”
“ไม่เป็ไรเลยเราไปก่อนนะเดี๋ยวมาใหม่”
เก็นจิพูดเสียงหวาน
“หืม หมันไส้จังอยากมีแบบนี้ ่ฝึกงานบ้าง คงฟินหน้าดู”
กายพูดแล้วทำท่าทางเขินอายเขาหยิกแก้มตัวเองทั้งสองข้าง แล้วยิ้มหลับตาพริ้มเพรา
“กายนายขึ้นไปหาแขกได้แล้ว แขกมาใหม่”
“ได้ๆ”
แล้วกายก็วิ่งขึ้นไปหาแขกทันที
หลังเลิกงานพวกเขาทั้งสี่คนนัดกันไว้ว่าวันนี้กินข้าวเย็นเสร็จแล้วจะมานั่งเล่นที่ชายหาดสูดอากาศอันบริสุทธ์กันก่อนเข้านอน
“กายแกคิดอะไรเนี่ยสูดอากาศอันบริสุทธ์ ฉันง่วงจะแย่”
เพิร์ลพูดเสร็จก็หาวขึ้นมาทันที
“อยู่ติดธรรมชาติไว้เยอะๆดีจะตาย ได้ฟังเสียงคลื่น ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ได้เห็นทะเลที่กว้างใหญ่ได้อยู่กับเพื่อน และคนที่เรา..รัก”
“กาย..”
ขวัญข้าวรู้ว่าพูดถึงเก็นจิเธอก็จัดการหยิกกายไปหนึ่งทีเบาๆ
“อ้อๆเข้าใจนายและ ที่นัดกันหลังกินข้าว เพื่อให้ข้าวกับเก็นจิจีบกันใช่ไหม?”
กายเขินนิดๆที่เพิร์ลรู้ทัน
“ใช่”
“งั้นพวกเราไปนอนกันปล่อยให้เขาสองคนอยู่ด้วยกันสะดวกดี เราจะมาเป็ก้างขวางคอทำไม”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเราอยากรู้ว่าขวัญข้าวชอบเก็นจิตอนเด็กแล้วตอนเด็กเก็นจิก็ชอบข้าวด้วยใช่ไหม?”
“ใช่”
เก็นจิตอบทันที
“ตอบไม่คิดเลยแหะเฮ้อเสียดายแล้วทำไมต้องลาออกจากโรงเรียนล่ะ?”
“พ่อแม่ เราประสบอุบัติเหตุน่ะต้องรักษาตัวแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพฯทันที ขอโทษนะขวัญข้าวที่เราไม่ได้ลาเธอเลยแต่เราคิดถึงเธอเสมอนะ”
เขาพูดขนาดนี้แล้วเธอก็ยิ่งรู้สึกผิดกับเขา ่ที่เธอตัดใจมันช่างยากเหลือเกิน พอตัดใจได้มีคนรักแล้ว กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทำดีกับเธอขนาดนี้เธอก็รู้สึกสับสนขึ้นมาอีก
“ใครเจ็บกว่านั้นนะแต่ช่างเถอะ ตอนนี้พวกเธอก็ต้องนึกถึงศีลธรรมอันดีงามกันหน่อยนะ ข้าวถ้าเธอจะมีแฟนก็เลือกสักคนนะพูดตามตรงเธอก็เพื่อนฉันทั้งคู่ ถึงแม้นายเก็นจิ เราจะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม”
“กายไม่ต้องห่วงเรื่อกนี้หรอก ฉันไม่ได้้าคบกับขวัญข้าว ฉัน้าดูแลเธอแค่นั้นไม่ได้คิด”
“ดีมาก เธอล่ะจะเก็บเอาไว้ทั้งสองคนหรือเปล่า”
“แบงค์ไม่ได้ผิดอะไรนะกายวางใจเถอะ ฉันกับเก็นจิเราก็คือเพื่อน”
“เพื่อน ใช่เราก็คือเพื่อน”
เก็นจิยืนยันเหมือนขวัญข้าวกายจึงยื่นมือออกมา
“ทุกคนจับมือเราและให้คำสัญญาว่าเราจะเป็เพื่อนกันตลอดไป”
ทุกคนยื่นมือมาจับมือของกาย
“เราจะเป็เพื่อนกันตลอดไป”
ระหว่างที่พูดเก็นจิและขวัญข้าวมองหน้ากันต่างคนต่างพูดว่า เราจะเป็เพื่อนกันตลอดไป