เพื่อเธอคนที่ฉันรักที่สุดตลอดมา
ณ ลานพิธีแต่งงาน
หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดเ้าสาว ณ ตอนนี้ได้หมดสติไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มชั่งภาพที่เข้ามาขัดขวางงานแต่งอย่างกระทันหัน สำหรับชายหนุ่มชั่งภาพก็พอจะทราบดีว่าเื่หรือเหตุการณืที่เกิดขึ้นนี้มันมากมากเกินไปที่นายจะรับไว้ได้ทั้งหมด ไม่แปลกใจเลยที่นายจะเป็ลมล้มหมดสติไป
ณ ตอนนี้เป็เวลา 10.13 น. โดยปกติแล้วเป็เวลายามเช้าที่แสงอาทิตย์ตอนเช้ากำลังสาดส่องออกมาอย่างเต็มที บางทีอาจให้ความรู้สึกถึงความร้อนจากแสงแดดที่แผดเผาร่างกายเสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้กันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าเวลาตอนนี้จะเป็เลาสิบนาฬิกาจริงแต่ทว่า ด้วยแสงแดดที่สาดส่องมาใน ณ ที่ลานพิธีแต่งงานนั้นกลับไม่มีเบล็ดลอดตกลงมาแม้เะียงเสี่ยวของแสงเลย ความมืดมิดได้ย่ามกลายเข้ามาครอบคลุมทั่วทั้งบรอเวณรีสอร์อย่างรวดเร็ว จนทำให้นนท์ที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้นถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ และไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองเพราะจากเมื่อครู่เวลาผ่านไปไม่กี่นาที จากสภาพบรรยากาศแห่งความยินดี กลับกลายเป็ความหนาวเหน็บโดยไม่รู้ตัวชวนให้รู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง
เมื่อมองไปรอบๆ บุคคลหรือแขกทั้งหลายที่เคยนั่งอยู่ในลานพิธีหรือคนอื่นๆที่มาเป็สักขีพยานในงานแต่งในครั้งนี้นั้นได้หายไปหมดแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ ช่อดอกไม้ ประตู คุ้มที่ถูกจัดแต่งไว้ด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์เมื่อก่อนหน้านี้ก็กลับอันตธานหายไปเช่นกัน เหลือไว้เพียงพื่นที่ลานกว้างโล่ง ไม่มีซึ่งสัญญานสิ่งมีชีวิตแต่แต่เพียงสิ่งเดียว ตรงด้านหน้าของนนท์ที่เป็แท่นพิธีแต่งงานตอนนี้กลับกลายเป็โต๊ะไม้เล็กๆโต๊ะหนึ่งที่ดูทรุดโทรมจะพังได้ทุกชั่วขณะ
โดยไม่รอช้านนท์อุ่มนายและรีบวิ่งออกไปจากรีสอร์ทโดยทันทีตรงไปทางรถของตัวเองที่จอดทิ้งไว้ที่ทางเข้าตัวรีสอร์ห่างออกไปเกือบเกือบกิโลเมตร
นนท์ชายหนุ่มที่มีนิสัยอ่อนโดยแต่บางครั้งก็เป็ที่พึ่งของเพื่อนๆได้ โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเป็คนที่ไม่ค่อยเชื่อเื่เหนือธรรมชาติ เช่นเื่ของพวกผีและิญญา ถึงตัวเองจะไม่เชื่อเลยั้แ่เกิดมาแต่ในตอนนี้นั้นความคิดทั้งหมดก็ได้ถูกโยนออกจากหัวโดยทันที และได้เชื่ออย่างสนิทใจว่า สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่จริง อย่างน้อยก็ในที่แห่งนี้
ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาววิ่งออกไปจากรีสอร์อย่างรีบเร่งผ่านทางเข้าหน้ารีสอร์ทที่แต่ก่อนเคยประกอบด้วยโครมไฟสีขาวและเหลืองดูแล้วให้ความสวยและสงบสุข แต่ตอนนี้ดวงไฟเ่าั้ไม่มีแฟสไฟปรากฏออกมาให้เห็นแม้เพียงน้อยนิดดูไปแล้วคล้ายเหมือนมันไม่เคยมีโครมไฟอยู่ตรงนั้นมาก่อนเลยซะมากกว่าสภาพทางเดินที่จะนำพาทั้งสองออกไปจากตัวรีสอร์ทนั้นสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่รอบคลุมทั้งสองข้างทางดูไปแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งผ่านอุโมงต้นไม้อย่างไงอย่างงั้น เมื่อนนท์วิ่งเข้าสู่อุโมงต้นไม้นั้นเอง แสงสว่างที่เคยมีเพียงน้อยนิดอยู่ในตอนแรกก็ได้เลือนหายไปหมดรอบสองด้านตอนนี้มีเพียงความมือมิด แม้แต่เท้าของตัวเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอุ่มหญิงสาวที่ตัวเองรักอยู่ในอ้อมกอดอยู่ สัมผัดที่นุ่มนวล และกลิ่นที่หอมของนาย ณ ตอนนี้ช่วยทำให้นนท์ผ่อนคลายลงไปบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมาย เพราะในหัวตอนนี้ยังคงกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาอยู่ดี
ตอนนี้นนท์อยากวิ่งไปข้างหน้าเพื่อออกจากรีสอร์ทแห่งนี้แต่ว่าก็ไม่อาจสามารถวิ่งออกไปได้เพราะตอนนี้มองไม่เห็นเส้นทางที่ไปเลยแม้แต่น้อย ตรงด้านหน้าสายตามีแต่เพียงความมืดเท่านั้นที่นนท์สามารถมองเห็นได้ ทว่านั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นนท์ไปอาจเดินต่อไป จากวิ่งก็เปลี่ยนเป็ค่อยๆเดินไปช้าๆโดยความระมัดระวัง
“กึก…..”
เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เพราะตอนนี้ได้เยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้จากเดิมแสดงออกถึงความกลัวจนสุดขีดออกมาอย่างชัดเจน ทว่าแต่ตอนนี้ถ้ามองดูดีๆจะเห็นสีหน้าที่แสดงออกนั้นเปลี่ยนไป สีหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยอาการปวดร้าว เหมือนนับรบที่ถูกมีดหรือดาบฟันใส่ร่าง
ชายหนุ่มยกเท้าข้างที่เหยียบอะไรบางอย่างนั้นขึ้นมา ทันใดนั้นเองเืสีแดงสดก็เริ่มรินไหนออกมาจากเท้าของชายหนุ่ม ทั้งๆที่บริเวณนั้นมืดสนิดแต่ไม่รู้ทำไมตัวของชายหนุ่มถึงสามารถมองเห็นเืของตัวเองที่ไหลออกมาจากปลายเท้าได้อย่างชัดเจนเหมือนตอนกลางวันอย่างไงอย่างงั้น ตรงเท้าของชายหนุ่มตอนนี้มีบางสิ่งที่ทิ่มแทงเข้าไปในเท้าของสิ่งนั้นมีลักษณะเป็แท่งกลมแข็งยาวประมาณ 50-60 เซ็นติเมตร เมื่อใช้มือสัมผัดจะให้ความรู้สึกเย็นะเื
นนท์เอามืออีกข้างที่ไม่ได้กอดนายออกมาเพื่อดึงบางสิ่งที่ติดอยู่ในเท้าของตัวเองออกมาแต่เมื่อนนท์ใช้มือสัมผัดกับสิ่งของที่แทงท้าวของตัวเองก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีแทนที่ความเ็ปเมื่อครู่
“กระดูก”
นนท์อุทานออกมาด้วยความใเพราะสัมผัดที่ได้จากสิ่งของดังกล่าวนั้นเป็สัมผัดที่คุ้นเคยประจำในจานอาหารประเภทเนื้อที่ทุกคนเคยกินกันทุกคน
“พี่ชาย หนูขอกระดูหหนูคืนได้ไหมค่ะ”
เสียงของเด็กสาวอายุประมาณ 18-19 ปีดังขึ้นทางด้านหลังของชายหนุ่มที่ตอนนี้ในมือข้างหนึ่งได้ดึงกระดูกออกจากเท้าตัวเองแล้วและพยายามยืนให้มั่นคงแต่ทว่าอาการสั่นของร่างกายก็ยังคงปรากฎออกมาอย่างชัดเจน นนท์หันหลังกลับเพื่อมองไปยังต้นเสียงที่เรียกเขา….
หญิงสาวเบื่องหน้าของชายหนุ่มตอนนี้ใบหน้าดูขาวสวยดูไร้ที่ติ ทั้งดวงตาที่สดใสเปล่งประกายริมฝีปากที่อวบอิ่ม ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ทำให้นนท์รู้สึกโล่งอกไปทีนึกว่าตัวเองจะต้องเจอกับผีเสียแล้ว ทว่าในอีกความคิดก็แวบเข้ามาในหัวทันทีที่หญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้ง “พี่ชาย หนูขอกระดูหหนูคืนได้ไหมค่ะ”....... “กระดูกหนู” นนท์พึมพำในใจทำไมประโยคนี้มันรูสึกแปลกๆ ไม่ทันที่นนท์จะได้คิดอะไรมากนักหญิงสาวก็ค่อยๆเดินมาหานนท์ช้าๆ ทว่าท่าที่หญิงสาวเดินเข้ามาหานนท์นั้นไม่เหมือนคนปกติที่เค้าเดินกัน หญิงสาวเดินเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยท่าแปลกปละหลาดจะให้เรียกว่าเดินก็ไม่ถูกเพราะ ตอนนี้น่าจะเรียกว่าคลานมากกว่ายิ่งกว่านั้นเธอคลานเข้าหาแบบกระเพกกระเพก ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าเธอมีขาเพียงข้างเดียว
ทันใดนั้นเองนนท์ก็มองไปยังกระดูกที่อยู่ในมือของตนเอง เหงื่อเม็ดใหญ่ก็ผุดขึ้นมาจากไหนก็ไม่ทราบ อาการของร่างกายที่สั่นเทา ร่างกายที่ไม่ค่อยเป็ไปตามความคิดของตนเอง เมื่อกระดูกที่อยู่ในมือของตัวเองตอนนี้นั้นมีลักษณะเป็เหมือนกระดูกเท้าของใครบางคน พอคิดเพีบงครู่เดยวก็รู้แล้วว่าเป็กระดูกของใคร…..
นนท์ไม่รอช้ารีบปากระดูกไปทางด้านหลังของหญิงสาวที่ค่อยๆคลานมาหาตนเองสุดแรงเพื่อหวังว่าเธอจะไม่ตามมาหาเข้าอีกจากนั้นนน์ก็อุ่มนายขึ้นอีกครั้งเพื่อพยายามเดินไปที่รถของตัวเองที่จอดไว้นนท์เริ่มเดินเก้าเท้าออกไปอีกครั้งด้วยความเ็ปที่เท้าข้างหนึ่งและด้วยน้ำหนักของตัวเองและของหญิงสาวที่ตัวเองอุ้มอยู่ทำให้ท้าวต้องรับภาระที่หนักขึ้นอีกเป็เท่าตัว
นนท์เดินออกไปได้อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดเดินลง ที่จริงการหยุดครั้งนี้ไม่ได้เป็ความตั้งใจของชายหนุ่มแต่ทว่าชายหนุ่มไม่สามารถยกเท้าของตัวเองเพื่อเดินต่อไปได้ต่างหาก แม่ชายหนุ่มจะออกแรงมากมายเพียงใดเท้าของตัวเองก็ไม่สามารถยกขึ้นจากพื้นได้แม้เพียงมิลเดียว
ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับมีใครบางคนดึงขาตัวเองไว้อยู่ด้วยความรู้สึกที่ข้อเท้าทำให้นนท์คิดแบบนี้ ทว่าก่อนที่นนท์จะหันกลับไปดูด้านหลังเพียงเท่านั้น อยู่ๆร่างของนนท์ก็เสียสมดุลหกล้มลงทันทีโดยเกิดจากมีแรงจากที่ไหนไม่ทราบมาดึงขาทั้งสองข้างให้ถอยหลังกลับไปจนนนท์ต้องล้มลง
นายที่หมดสติอยู่ั้แ่ต้นก็ได้ค่อยๆลืมตาขึ้นภายในอ้อมกอดของนนท์ที่ตอนนี้ได้นอนอยู่กับพื้น
นายที่ตอนนี้ได้สติกลับมาแล้วมองหน้านนท์ที่อยู่ข้างๆพร้อมด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ไหลลงมาอาบแก้มอันขาวนวลทั้งสองข้าง เหมือนกับเวลาที่เด็กร้องให้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เสียงร้องให้พ้อมกับเสียงสะอื้นของนายในเวลานี้ได้กลบความคิดของนนท์ทุกอย่าง และในใจรู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าความทรมาณที่นายได้รับนั้น ตัวของนนท์เองก็ได้รับไม่แพ้กัน เป็ความรู้สึกที่เข้าใจต่อใครสักคนที่ตัวเองรักสุดหัวใจ
นายและนนท์มองหน้ากันแต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่เพียงคำเดียวเพียงแค่สายตาของทั้งคู่ที่มองกันก็ทำให้อีกฝ่ายรู้ทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นแล้วไม่จำเป็ต้องพูดออกมาแต่อย่างใด
นายลุกยืนขึ้นและพยายามจะประคองนนท์ที่นอนอยู่ที่พื้นให้ลุกขึ้นมาแต่ทว่าทันใดนั้นเองก็ได้เห็นที่เท้าของนนท์ที่เกิดาแเืไหลเต็มพื้น ด้วยความในายได้แต่ทำสีหน้าเศร้าสร้อย พยายามฉีกชุดเ้าสาวแสนสวยออกมาและพันเท้าของนนท์ที่เืไหลนองอยู่
ทั้งคู่ประคองกันและกันเดินต่อไปตรงทางออกของรีสอร์ทจนสามารถมองเห็นรถของนนท์ที่เปิดไฟจอมอยู่ตรงหน้าอีกไม่กี้เมตรแล้ว
ในสายตาของนายอีกเพียงไม่กี้เท้าก็ถึงรถแล้วจะได้พานนท์ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาาแที่เท้า ทว่าในสายตาของนนท์นั้นตอนนี้ยังคงไม่เห็นรถแม้แต่เพีบงคันเดียวตรงเบื้องหน้าเห็นเพียงความมืดเท่านั้นเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยนจากเดิมไปแม้แต่น้อย
นายทั้งๆที่เห็นว่ารถอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่สามารถพานนท์เดินไปหารถที่จอดอยู่ตรงหน้าเพียงไม่กี่ก้าวได้ เมื่อเดินเข้ามาใกล้รถเพียงใดเหมือนกับว่าระยะทางก็จะยิ่งไกลขึ้นยิ่งเดินยิ่งไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับขับรถวิ่งวนเป็วงกลมไม่สามารถหาทางออกได้อย่างไงอย่างงั้น
“สาวน้อย จะรีบไปไหนนกันเล่า มาอยู่เป็เพื่อนตานานๆหน่อยไม่ได้หรือไง”
เสียงของชายแก่คนหนึ่งดังมาจากไหนก็ไม่ทราบน้ำเสียงเนิบนาบเชื่องช้า ให้ความรู้สุกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็มีเสียงของใครก็ไม่รู้มากมายดังออกมาทุกทิศทางรอบๆ นายและนนท์
“พี่สาว พี่ชาย มาเล่นด้วยกัน มาๆ เล่นกันเล่นกัน “
“เธอๆเราหงาจังเลยอยู่กับเราได้ไหม เหงา เหงาเหลือเกิน”
“ตุ๊กตาน้อย รีบไปก็ไม่มีประโยชน์ มาอยู่กับพวกเราดีกว่า มาเล่นกับพวกเราที่นี้ สนุกกัน”
เสียงของใครก็ไม่ทราบดังขึ้นทุกทิศทางรอบๆคนทั้งคู่อย่างต่อเนื่องเป็เสียงของชายชราบ้าง เด็กสาวบ้าง หรือแม้แต่คนวัยรุ่นก็มีหมด แต่ละเสียงแฝงไปด้วยความสนุกสนาน ความดีใจ
ทว่ามีเสียงหนึ่งที่ยังคงทำให้ทั้งคู่จดจำได้อยู่ เสียงที่คุ้นเคย
“เวียร์”
เสียงของเวียร์ดังอยู่รอบๆปะปนไปกับเสียงมากมายแต่ทว่าเสียงนี้ก็ทำให้นายและนนท์ถึงกับใอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นเองร่างของเวียร์ก็ปรากฏต่อหน้าคนทั้งสองจากความมืดโดยปราศจากการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
ร่างของเวียร์ที่ปรากฏเบื่องหน้านั้นไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อยทั้งใบหน้าหรือแม้กระทั่งลำตัวที่ถูดบางสิ่งแทงทะลุเป็ช่องโหว่ขนาดใหญ่
นายตอนนี้เริ่มคุ้นชินกับเื่แบบนี้แลัวดังนั้นจึงไม่ได้ใจนหมดสติเหมือนครั้งก่อนๆ ถึงจะอย่างนั้นตัวนายเองก็มีอาการสั่นอย่างเห็นได้ชัด นนท์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็สามารถมองเห็นอาการของนายได้อย่างชัดเจนเช่นกัน
“เวียร์ นายรู้นะว่าที่จริงเวียร์ไม่ได้รักเราจริงเพียงแต่เวียร์ยังคงลืมแฟนเก่งของเวียร์ครั้งนั้นไม่ได้ คนที่เวียร์เคยเล่าให้นายฟังถึงเหตุผลที่เวียร์ไปนั่งรอผู้หญิงคนนั้นตลอดทุกเช้าที่ตรงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และเพราะคนคนนั้นหน้าตาคล้ายกับเราเวียร์จึกหันมาชอบเราแทน แต่ขอได้โปรดอย่า พยายามอีกเลยนายเองก็ไม่สามารถอยู่กับเวียร์ได้ อีกอย่างตอนนี้ายได้รู้แล้ววว่าคนที่รักนายจริงเป็ใคร” นายพูดไปพลางหันไปมองนนท์ที่อยู่ข้างๆโดยไม่รู้ตัว
เวียร์ที่ได้ฟังก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ เพียงแต่ยืนเงียบอยู่ตรงนั้น อยู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น เสียงนั้นเป็เสียงของหญิงสาวที่คุ้นเคยอีกคนแต่เสียงนี้นั้นมีเพียงนายคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน ตัวนนท์หรือแม้กระทั้งเหล่าผีทั้งหลายกลับไม่ได้ยินมันเลย
“พี่สาว ไม่มีประโยชร์หลอกยังไงที่แห่งนี้ไม่มีคนมาเป็เวลานานแล้ว ถ้าพวกพี่จะออกไปทั้งสองมันเป็ไปไม่ได้ อย่างน้อยตัวพี่สามารถออกไปได้เพราะพี่มีพระคอยคุ้มครองอยู่แต่กับพี่ชายนั้น เป็ไปไม่ได้ แต่ว่านะพี่ชายเขาเหมือนจะวางแผนอะไรไว้แล้ว บางทีพี่สาวก็อาจช่วยเข้าได้”
เสียงของหญิงสาวที่คุ้นเคยนี้ดังชัดเจนในหัวของนายและแน่นอนเป็เสียงของนารินทร์นั้นเอง
นายแปลกใจอย่างมากที่ยู่ๆเสียงของหญิงสาวดังขึ้นและบอกอะไรมากมายกับตัวเอง และเป็อีกครั้งที่นายหันมามองที่นนท์อีกครั้งและอีกครั้งโดยที่ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไม ผู้ชายคนนี้ถึงต้องทำทุกอย่างเพียงแค่เพราะเธอ แค่เพราะเธอคนเดียวด้วย และอยู่ๆน้ำตาของนายก็เออล้นออกมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
นนท์รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่สามารถออกไปได้แต่แรกแต่กลับกันถ้าเป็นายที่มีพระอยู่ที่คอก็น่าจะสามารถออกไปได้ สุดท้ายนนท์จึงหันไปกอดนายที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วพูดว่า
“นาย นายไปที่รถก่อนนะ เดี้ยวนนท์ตามไป ไม่นานหรอก อย่างน้อย ถ้านายไปที่รถจะได้เรียกมิกกี๊และเจนมาช่วยพยุงนนท์กลับได้” นนท์พูดปลอบนายไปงั้นๆทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าได้บอกใยแชทไว้แล้วว่าห้ามออกมาตามหาตัวเองหรือห้ามลงจากรถเด็กขาด
นายพยายามทำใจขณะที่กอดนนท์ไว้แน่นและสุดท้ายก็ตัดสินใจ
“ขอบคุณนะ”
เพียงประโยคสั้นๆ ทว่าก็เป็ประโยคที่ทำให้ทุกอย่างที่นนท์ได้พยายามมารู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับคำๆนี้แล้ว จากนั้นนายก็รีบวิ่งออกไปที่รถของนนท์ที่จอดอยู่โดยมี มิกกี๊และเจนนั่งอยู่ข้างในรถรออยู่แล้ว
นนท์มองนายที่วิ่งออกไปจนสุดสายตาพร้อมทั้งพูดกับตัวเอง
“ ทุกสิ่งที่ทำอย่างน้อยฉันก็ดีใจที่ในที่สุดก็ได้ทำเพื่อเธอคนที่ฉันรักที่สุดตลอดมา”