‘เข้าถึงระบบการควบคุมบลัสเตอร์’
ในวินาทีนั้นเสียงในหัวของผมดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอแผนที่แสดงภาพของอาวุธขึ้นมาแบบเกม Biohazard ดูเหมือนมันบอกว่าระบบติดตั้งที่นิ้วของผมแล้ว ให้เล็งแล้วลั่นไกด้วยคำสั่งว่า Shoot ออกไป
ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมรีบเอามือทำท่าเหมือนปืนแล้วเล็งไปที่เ้าหมาที่กำลังกัดโน
“Shoot”
พลันนั้นมือของผมก็เหมือนจะมีบางอย่างพุ่งออกไปจากอากาศ
เสียง เปรี้ยง! ดังสนั่นพร้อมกับแรงะเืเบา ๆ ย้อนกลับมาถึงฝ่ามือ แสงสีฟ้าขาวแสบตาสว่างวาบทั่วทั้งห้อง ก่อนที่สายฟ้านั้นจะกระแทกเข้าใส่ร่างโลหะของหมาเหล็กจนกระเด็นแตกกระจายเป็เศษซากควันไฟ
ผมงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สายฟ้าที่ก่อตัวอยู่ด้านหน้าของผม และผ่าไปยังเ้าหมาเหล็ก เป็พลาสม่าแบบเดียวกับที่ถูกเสกขึ้นมาในห้องกับดัก
มันเสกขึ้นได้ทุกที่งั้นเหรอ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิด
ผลของมันทำให้สุนัขหุ่นยนต์ที่โจมตีโนสิ้นเรี่ยวแรง เหลือแค่ตัวเดียวที่ยังพยายามยึดชายเสื้อคลุมของเธอ
โนสลัดเสื้อคลุมทิ้งออก แล้วใช้เท้าถีบมันเต็มแรง หมากระเด็นออกไปพร้อม ๆ กับเสื้อคลุม
จากนั้นเธอสปริงตัวขึ้นมา ใช้ดาบฟันร่างหมาตัวนั้นจนขาดเป็ชิ้น ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาในลิฟต์
“รีบไปกันเถอะค่ะ มาสเตอร์”
เธอพูดพลางมองมาที่ผม ดวงตาสีฟ้าเป็ประกายสะท้อนแสงพลาสม่าที่เพิ่งหายวับไป
ผมพยายามดูว่าลิฟต์ทำงานยังไง แต่เพียงแค่คิด ระบบ SOUL ก็สั่งให้ลิฟต์ทำงานโดยอัตโนมัติ
ทันทีที่คิด หน้าจอ HUD สแกนตัวผมอีกครั้งด้วยลำแสงสีฟ้า ไล่จากหัวจรดเท้า
“Human Signature Detected” ปรากฏขึ้นชัดเจนกลางสายตา
ตัวลิฟต์ค่อย ๆ นำผมกับโนขึ้นไปอย่างช้า ๆ
เสียง กึง! กึง! กึง! ดังสนั่นจากประตูด้านล่าง ราวกับอะไรบางอย่างพยายามงัดแงะเข้ามา
ใจผมเต้นระรัว จ้องตัวเลขชั้นที่ค่อย ๆ ขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ
ขณะนั้นเอง สายตาผมเหลือบมองโนเล็กน้อย
โนที่ไร้เสื้อคลุม สวมเพียงเสื้อเชิ้ตแขนกุดเปิดไหล่ ผิวขาวเรียบเนียนสะท้อนแสงไฟจาง ๆ ในลิฟต์
ทั้งต้นแขน ทั้งข้างอก ทั้งเอวขาวผ่อง
…ยัยนี่สวยเกินไปจริง ๆ
แต่แล้วภาพหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว
เมื่อครู่โนาเ็จากการสู้กับหมาเหล็กไม่ใช่เหรอ?
ตอนนี้ไม่มีแม้แต่รอยแผล รอยช้ำ หรือรอยขีดข่วนเลย
…หรือว่า
เราไม่พูดอะไรจนกระทั่งลิฟต์หยุดลง
โนเดินนำออกไปก่อนพร้อมกับเปลี่ยนแท่งเหล็กในมือให้เป็ดาบโดยมีผมเดินตามหลังเธอไป
ชั้นนี้เป็ชั้นที่อยู่ในสภาพค่อนข้างดี
ดูเหมือนว่าจะเป็ส่วนที่เป็ครัว
เป็ไปได้ว่าอาหารถูกปรุงที่นี่ แล้วส่งโดยลิฟต์ไปยังแผนกต่างๆ
“โน ขอเวลาแป๊บนึง”
“...”
ผมเปิดแผนที่ขึ้นมา
“อืม…”
แผนที่บอกเราว่า เราอยู่ในอาคารใต้ดินขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าห้องบางส่วนจะถูกปิดไปแล้ว บันไดถูกปิดไปหมด
มีเพียงลิฟต์กลางเท่านั้นที่ยังทำงาน
ลิฟต์กลางที่ว่าอยู่ในห้องควบคุมที่ผมผ่านมาแล้ว
เกิดอะไรขึ้น ทำไมบันไดถึงถูกปิดหมด
ผมพยายามตรวจดู กล้องวงจรส่วนใหญ่เสียหายไปด้วย มีเพียงกล้องบางตัวที่ยังใช้การได้
ภาพที่ผมเห็นคือห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยน้ำ
แบบนี้นี่เอง เกิดอะไรบางอย่างขึ้นทำให้น้ำทะลักเข้าสู่อาคารใต้ดิน การสร้างอาคารใต้ดินนั้นอันตรายตรงถ้าน้ำท่วมก็จมเป็ถ้ำใต้น้ำ
สภาพของอาคารตอนนี้เป็แบบนั้น น้ำท่วมอาคารบางส่วนไปแล้ว
ผมรู้สึกสยองว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรายังติดอยู่ตรงนี้ แล้วพวกหุ่นยนต์เลือกที่จะทลายกำแพงกั้นน้ำให้น้ำลงมาท่วมเรา
ผมมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าในครัวก็เหลืออะไรให้เรากินแล้ว คนหายไปไหนกันหมด?
ดังนั้นผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แต่ทางเดียวที่จะผ่านไปได้คือลิฟต์หลักที่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาเหล็กนั่น และโดยเฉพาะเ้าแมงมุมนั่น
ดูจากความสามารถแล้ว มันต้องเป็หุ่นยนต์ที่แข็งแกร่งกว่าหมาพวกนั้น ไม่ใช่แค่รูปการโจมตียังมีเกราะป้องกันอีก
เป็สิ่งที่เรียกว่า ยุ่งยากสำหรับผม
นั่นทำให้ผมต้องหาวิธีเพิ่มเติม
ผมนั่งลงบนเก้าอี้เหล็ก
และนวดขมับ
รู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน
เมื่อทบทวนสถานการณ์ จู่ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมา จำอะไรไม่ได้ และถูกไล่ล่าโดยหุ่นยนต์ ต้องหาทางหนีออกไป พร้อมกับหญิงสาว และมีระบบ SOUL อะไรก็ไม่รู้ที่ควบคุมระบบอาคาร และเสกสายฟ้าได้
ผมคิดว่าทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้ คือต้องเข้าใจว่าโน กับระบบ SOUL นี่มันทำอะไรได้บ้าง
ผมมองไปยังหญิงสาวที่ยืนก้มลงมองผมนิ่งๆ ราวกับกำลังรอฟังคำสั่งจากผม
“มาสเตอร์?”
“อะไร?”
“โน มีอะไรผิดปกติหรือไม่คะ?”
“หา?”
“มาสเตอร์มองโนอยู่เป็เวลาได้ประมาณ 20 วินาที โนลงความเห็นว่า มาสเตอร์กำลังคิดว่า มีความสงสัยเกี่ยวกับร่างกายของโน หากเป็เช่นนั้นมาสเตอร์สามารถสอบถามได้ค่ะ”
จะบอกได้ไงว่า แอบมองร่องแขนกับข้างหน้าอกเธอน่ะนะ
“เอ่อ ตอนนี้ ผมมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลแล้วเหรอ” ผมพยายามเล่นมุกแก้สถานการณ์
แต่โนดูจริงจังกับคำถามของผม
“เนื่องจากคุณสามารถเข้าถึง Soul จึงยืนยันได้ว่าคุณเป็มนุษย์จริงๆ ค่ะ “มาสเตอร์” ทำให้คุณมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล “ทั่วไป” ”
ผมสงสัยว่า ข้อมูล “ทั่วไป” นี่คืออะไร คงอยู่ในขอบเขตที่คนทั่วไป เขาถามกันแล้วไม่เสียมารยาทแบบนั้นมั้ย?
“เอ่อคือ แผลของเธอหายแล้วเหรอ”
“ค่ะ ความเสียหายได้รับการฟื้นฟูโดยสเปรย์นาโนแมชชีนในห้องพยาบาล”
“อ้อ เหรอ”
เทคโนโลยีทุกวันนี้มันดีขนาดนั้นเหรอเนี่ย
วิทยาศาสตร์ของเราไปไกล จนเหมือนเกมที่พักอาศัยชั่วร้ายที่เอาน้ำแกงเทใส่แขนแล้วแผลหายั้แ่เมื่อไหร่?
มันจะเป็แบบนั้นได้ยังไง
ผมสงสัย และคิดมาตลอดว่าร่างกายของเธอไม่น่าจะเป็มนุษย์ธรรมดา เพียงแค่ไม่กล้าที่จะถามมันออกไป
ผมคิดว่าเวลานี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเผชิญหน้ากับเธอจริงๆ จังๆ
ผมหัวใจหล่นวูบ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบโคลงเคลง นานอยู่พอสมควรก่อนจะตัดสินใจถามออกไปด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“โน…เธอไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม?”
โนเงยหน้าขึ้น กะพริบตาช้า ๆ เอียงคอนิด ๆ ก่อนตอบสั้น ๆ
“ค่ะ”
คำตอบไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจ แต่ก็ทำให้รู้สึกเสียวสันหลัง
เป็ไปได้อย่างไรที่จะสร้างหุ่นยนต์ที่คิด เคลื่อนไหว และพูดจาตอบโต้ได้แบบนี้
“เธอเป็พวกเดียวกับหุ่นยนต์พวกนั้นเหรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันคือ Multipurpose Artificial Intelligent Droid ชื่อเฉพาะ “นัมเบอร์ซีโร่” คุณสามารถเรียกฉันได้ว่า โน”
Multipurpose Artificial Intelligent Droid นั่นคือที่มาของตัวย่อ M.A.I.D. ที่เขียนบนเสื้อคลุมของเธอ
ดรอย Ai หลากหลายจุดประสงค์?
ไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเธอดูไม่ต่างจากมนุษย์เลย
โนยื่นมือมาให้ผม เหมือนเธอจะััได้ถึงความสงสัยของผม
ผมหยุดชะงักเล็กน้อย มองดูมือเรียวเล็กนั่นอย่างลังเล
ผิวเนียนขาวดูเปราะบางราวกับเด็กสาวจริง ๆ นิ้วเรียวยาวได้รูป ไม่มีข้อหรือรอยเชื่อมใด ๆ ที่บอกได้ว่าเป็ของเครื่องจักร
แต่ผมก็ยื่นมือออกไปััในที่สุด
ทันทีที่มือของเราแตะกัน ผมรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟอ่อน ๆ ช็อตแวบหนึ่ง
ไม่เจ็บ แต่รู้สึกได้ชัดเจนว่า... นี่ไม่ใช่มือคน
อุณหภูมิอุ่นพอดี ัันุ่มหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ มีแม้กระทั่งเหงื่อที่ชื้นอยู่เล็กน้อยตรงฝ่ามือ
“...” ผมอ้าปากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก
เธอกะพริบตาช้า ๆ เอียงศีรษะเล็กน้อย “โนประเมินว่ามาสเตอร์มีอัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ค่ะ”
ผมรีบชักมือกลับ หน้าเริ่มร้อนวูบวาบ
“...ก็แน่ล่ะ ใครมันจะไม่ตื่นเต้นกันเล่า”
โนยังคงมองผมนิ่ง ๆ ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลอะไรบางอย่าง
ผมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับใจ
“เหมือนของจริงชะมัด...” ผมพึมพำ
“ทั้งหมดเป็วัสดุสังเคราะห์ และของเหลวที่ใช้ระบายความร้อน” โนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง รอยััยังหลอกหลอนอยู่ตรงปลายนิ้ว
เธอเป็แอนดรอยด์…แต่ทำไมถึงให้ความรู้สึก ‘เป็คน’ ได้ขนาดนี้นะ…
“เธอ้าอะไร?”
“ภารกิจของฉันคือ คุ้มกันและพาคุณออกไปจากที่นี่ค่ะ”
“ไปไหน?”
“ข้อมูลปกปิด ระดับการเข้าถึงข้อมูลของคุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ค่ะ”
“ที่นี่ที่ไหน?”
“ข้อมูลปกปิด ระดับการเข้าถึงข้อมูลของคุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ค่ะ”
ผมเกาหัว…
เอาวะ อย่างน้อยก็รู้ว่ากำลังคุยอยู่กับ Ai
“เกิดอะไรขึ้นทำไมที่นี่ถึงมีหุ่นเพียบไปหมด แถมยังมาไล่ล่าฆ่าฉันอีก มันตัวอะไร?”
“ค่ะ หุ่นที่ทำการไล่ล่ามาสเตอร์เมื่อครู่นี้ คือ หุ่นยนต์สังหาร พวกหุ่นเ่าั้ได้รับการโปรแกรมให้จัดการสังหารฝ่ายต่อต้าน และ มนุษย์ค่ะ”
“ทำไมจู่ๆ หุ่นต้องสังหารมนุษย์เล่า?”
“...เพราะเราอยู่ในภาวะาค่ะ”
“ภาวะา?”
“ค่ะ าเบ็ดเสร็จระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์ ด้วยเหตุนี้หุ่นยนต์จึงมีเป้าหมายที่จะกำจัดมนุษย์ให้หมดทุกคน… พวกมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นไป”
ผมกลืนน้ำลาย
อะไรวะเนี่ย
ผมหลับไปแป๊บเดียว โลกมันเปลี่ยนไปแบบนั้นั้แ่เมื่อไหร่
จู่ๆ ตื่นขึ้นมาก็อยู่กลางาจักรกลแล้วเหรอ?
ผมยกมือขึ้นขัดจังหวะโน
“โน”
“คะ มาสเตอร์”
“ถ้าแบบนั้นเธอเป็ศัตรูกับฉันสิ เธอเป็หุ่นไม่ใช่หรือไง?”
“โนเป็ M.A.I.D ไม่ใช่หุ่นยนต์ค่ะ เราเป็ Multipurpose Artificial Intelligent Droid ที่มีหน้าที่ดูแล และรับใช้มนุษย์”
โนตอบภาษาอังกฤษยาวๆ ซ้ำอีกรอบ
จะอย่างไรเธอก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า
ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกว่าหน้านิ่งๆ ของเธอน่ากลัว แต่พอเข้าใจว่าเธอเป็หุ่นยนต์… ไม่ใช่สิ… Multipurpose Artificial Intelligent Droid ก็รู้สึกสบายใจมากกว่าเมื่อเธอไม่เปลี่ยนสีหน้า
ผมมองดูเธออย่างไม่ไว้ใจ
ในเกมส์ประเภท “ดีทรอยกลายเป็มนุษย์” พวกหุ่นแบบโนนี่น่าจะเป็พวกแรกที่ทำการปฏิวัติ
แต่ถ้าไม่มีเธอค่อยต่อสู้กับพวกหุ่นยนต์ผมคงตายไปแล้ว
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือยอมรับว่าโนอยู่ฝ่ายเดียวกับผม และ M.A.I.D กับ หุ่นยนต์ เป็คนละอย่างกัน
เอาเถอะ ขนาดมนุษย์เหมือนกันยังแบ่งฝ่ายทำากันได้เลย แล้วทำไมหุ่นยนต์จะแบ่งเป็สองฝ่ายแล้วสู้กันไม่ได้
“แล้วแผนของเธอคือยังไงต่อ”
“ภารกิจของฉันคือ พามาสเตอร์ออกไปจากที่นี่ และเข้าพบบิช็อป จากนั้นบิช็อปจะอธิบายเื่ที่เหลือค่ะ...”
“บิชอป?”
“ค่ะ บิชอป เป็ผู้บัญชาการของซึ่งโนขึ้นตรงอยู่ค่ะ”
ผมเห็นการแจ้งเตือนบางอย่างแสดงขึ้นที่มุมขวาบนของสายตา
เมื่อคิดจะเรียกขึ้นมาดู ปรากฏว่ามีโน้ต เหมือนสรุปเนื้อเื่เกมที่อัปเดตขึ้นมาให้
พร้อมทั้งบันทึกสั้นๆ เกี่ยวกับบุคคลคือ ข้อมูลของโน และบิช็อป ซึ่งเป็ตัวละครลึกลับ
พอมาเป็แบบนี้ ผมก็คิดถึงสิ่งที่เรียกว่า Soul ขึ้นมา มันสะดวกเกินไป ราวกับ Soul ทำงานด้วยตัวเองและประเมินสถานการณ์ทุกอย่างเองโดยไม่ต้องเซตระบบใด
แผนที่ที่มองเห็นทุกอย่างได้
รวมทั้งเ้ากลไกป้องกันตัวเองนั่น
จะว่าไป ลืมไปเลยว่ายิงพาสม่าได้
ผมลองเรียกกลไกที่ว่านั้นออกมาอีกครั้ง
แล้วทำท่าเป็ไกปืนแล้วยิงออกไป
เปรี้ยง
พลาสม่ายิงออกไป
ตัวพลาสม่ากระทืบกับผนังห้องแล้วสลายไป
เหมือนเ้าสิ่งนี้จะใช้เพื่อจัดการกับศัตรูเท่านั้น ไม่มีผลกับสิ่งอื่น ๆ
ผมลองพยายามเรียกยิงอีกครั้ง แต่กลับมีวงกลมนับถอยหลังขึ้นมาแทน
ผมดูจากหน้าจอเหมือนดีเลย์ 20 วินาที
มีคูลดาวน์ 20 วิสินะ
“โน โซลนี่คืออะไรกันแน่”
“S.O.U.L. หรือ Synthetic Organic User Link คือระบบยืนยันตัวตนของมนุษย์ค่ะ”
“ระบบยืนยันตัวตน? แล้วการเสกสายฟ้ามันเกี่ยวอะไรกับระบบยืนยันตัวตน?”
“พาสม่าที่ยิงขึ้นนั้น มาจาก Plasma Node ซึ่งติดตั้งไว้ในอาคารนี้”
“หมายความว่าไอ้การเสกสายฟ้าขึ้นมาในอากาศเป็ระบบที่มีอยู่แล้ว ผมแค่สั่งใช้งานมันแบบนั้นเหรอ”
“ค่ะ Plasma Node เป็ระบบป้องกันเครื่องจักรที่ถูกติดตั้งไว้ั้แ่เริ่มา พวกมันทำงานโดยมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจง หรือเมื่อถูกสั่งการโดยมนุษย์”
หมายความว่าความพิเศษของระบบ S.O.U.L. คือการที่สามารถสั่งใช้งานระบบต่างๆ ที่อยู่ในอาคารได้สินะ
“แบบนี้เธอใช้ S.O.U.L. ได้มั้ย?”
“...ระบบ S.O.U.L. จะตรวจสอบสารพันธุกรรมของมนุษย์ ทำให้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะสามารถเชื่อมต่อเข้าถึงระบบ S.O.U.L. ได้ค่ะ”
แบบนี้นี่เอง ดูเหมือนว่าเพราะเหตุนี้ ไม่ว่าพวกหุ่นยนต์ หรือแอนดรอยด์ M.A.I.D ก็เลยไม่สามารถสั่งงานเครื่องจักร หรือระบบอินเทอร์เน็ตต่างๆ ได้เลย
งั้นก็แสดงว่าข้อจำกัดในพลังของ S.O.U.L. ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผม แต่อยู่ที่เครื่องจักรที่อยู่รอบๆ สินะ…
โนหยุดนิ่งเล็กน้อย ขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ เธอเหมือนจะรอคำสั่งใหม่ —แต่นั่นแหละ ปัญหาคือผมเองยังไม่รู้จะสั่งอะไร
ตอนนั้นเองที่เสียงท้องร้องของผมดังขึ้น
พอปลอดภัยเข้าหน่อยก็หิวขึ้นมาเลย
“คำนวณจากไกลโคเจน และไขมันของคุณ น่าจะมีพลังงานอยู่ได้อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงค่ะ” โนบอกผม
24 ชั่วโมงที่ว่าหมายถึงหิวระดับจนตายใช่มั้ย?
“จะว่าไปแล้วมีอาหารอะไรบ้างมั้ย?”
โนส่ายหน้า
ระบบ S.O.U.L. แสดงว่าอาหารทั้งหมดที่เคยถูกเก็บไว้ในอาคารแห่งนี้ถูกนำออกไปหมดด้วยหุ่นยนต์ทำความสะอาด นานมากแล้ว
ผมไม่แน่ใจว่าทำไม
แต่หมายความว่าผมไม่อาจเลือกซ่อนตัวที่นี่ได้ เพราะจะทำให้อดตาย
“ถ้าออกไปข้างนอก น่าจะหาอาหารได้ค่ะ” โนบอก
ผมรู้ว่าเราคงจะอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นาน ต้องหาทางฝ่ากองทัพหุ่นยนต์ไปที่ลิฟต์ให้ได้
ผมเปิดแผนที่ขึ้นมาอีกครั้ง มองจุดสีแดงที่กระจายอยู่ในทางเดิน — พวกมันยังอยู่ และยัง “เฝ้า”
บางทีพวกมันคงรู้ว่าถ้าไม่มีอาหารเดี๋ยวผมก็ตายไปเอง ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ปิดประตูทางออก แล้วรอขังผมไว้เฉยๆ ก็พอแล้ว
การจะผ่านตรงนั้นไปไม่มีทางเลย ไม่ว่าจะใช้พลาสม่าหรือวิ่งฝ่าไป มันเหมือนกับกำลังเดินเข้าสู่ปากของปีศาจ
“เป็ไปได้มั้ย ถ้าจะล่อเ้าแมงมุมนั่นออกมา จากนั้นเราอ้อมไปอีกทาง”
“...จากความเร็วและจำนวนของหุ่นสุนัข เมื่อเทียบกับความเร็วของคุณ ความเป็ไปได้ของแผนนี้อยู่ที่ 0% ค่ะ”
“ถ้าเราหาพื้นที่ที่เหมาะสม แล้วร่วมกันสู้ เธอเป็ด้านหน้า ผมยิงสนับสนุนด้วยพาสม่า แล้วกำจัดพวกหุ่นให้ได้เยอะที่สุดก่อนจะฝ่าไปละ”
“พลังของ Plasma Node ถูกจำกัดตามเส้นทางของระบบไฟฟ้า และมีคูลดาวน์ 20 วินาที การใช้งานเพื่อทำลายหุ่นยนต์ขนาดใหญ่… มีความเป็ไปได้น้อยมากค่ะ”
โนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“นอกจากนั้น หุ่นแมงมุมยังติดตั้งโล่ซึ่งสามารถป้องกันพาสม่าได้ การโจมตีของคุณไม่สามารถผ่านโล่นั้นไปได้”
“แล้วถ้าเธอ สู้กับแมงมุมในระยะประชิดตรงๆล่ะ?”
โนนิ่งเหมือนคิด
“มีโอกาสชนะต่ำกว่า 10% ค่ะ”
…10 เปอร์เซ็นต์
“และถ้าในการต่อสู้นั้น มีพวกสุนัขเข้าร่วมด้วย โอกาสชนะอยู่ที่ต่ำกว่า 1%”
ผมถอนหายใจ
เรียกว่าทางตันแล้วสินะ จะสู้ก็ตาย จะรออยู่ที่นี่เฉยๆ ก็อดตายเหมือนกัน
ผมนิ่งไปสักพัก คำพูดที่อาจารย์เคยพูดลอยเข้ามาในหัว
“คิริน… มนุษย์เราไร้เหตุผลได้เก่งกว่า”
“เป็ไปได้แค่ไหน ไม่สำคัญ” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ผมหยิบแผนที่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
มีทางออกอื่นที่มองไม่เห็นอีกมั้ย
นอกจากลิฟต์นั้นแล้ว ทางอื่นๆ ล้วนจมอยู่ในน้ำ
เป็ไปได้มั้ยที่จะผ่าทางพวกนี้ไป แต่คารที่จมอยู่ในน้ำหลายชั้นขนาดนั้น เหมือนทั้งหมดกลายเป็อ่างเก็บน้ำ ไม่มีทางแน่ที่ผมจะกลั้นหายใจแล้วว่ายขึ้นไป
ไม่มีทางไหนเลย
แต่ในความเป็ไปไม่ได้นี้ จงคิดต่อไปสิคิริน ที่จะดึงดันต่อไปในความเป็ไปไม่ได้นี้
สมองผมเริ่มทำงานเร็วกว่าปกติ
“โน หรือว่าแผนนี้…”
ผมอธิบายแผนการกับเธอ
“...” โนกะพริบตา “ทั้งหมดที่คุณบอกเป็แค่การคาดเดา เราไม่สามารถประเมินความเสี่ยงกับสิ่งที่ต้องอาศัยข้อมูลที่เราไม่มีมากขนาดนั้นได้”
“แล้วความเป็ไปได้เท่าไหร่? ไม่ใช่ศูนย์ใช่มั้ย”
“...ถ้าสมมุติฐานของคุณถูกต้อง ความเป็ไปได้ก็ไม่ใช่ศูนย์ค่ะ แต่ถ้าสมมุติฐานของคุณผิด โอกาสที่คุณจะถูกทำลายมีมากกว่า 99%”
ตอนนั้นเอง ผมรู้ว่าผมตัดสินใจแล้ว
ไม่ใช่เพราะโอกาสชนะ
ไม่ใช่เพราะความเป็ไปได้
…แต่เพราะผม “อยากทำ” ต่างหาก
นี่อาจจะเป็ครั้งแรกที่ผมมีโอกาสชนะมากกว่า 1%
ผมหันกลับมา มองแผนที่
มือที่ยังเ็า ค่อย ๆ กำแน่นขึ้น
หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เข้าเหตุผล — แต่มั่นคงกว่าครั้งไหน ๆ
ผมลุกขึ้นยืน
มือยังสั่นเล็กน้อย แต่หัวใจกลับนิ่งอย่างประหลาด
ผมมองไปที่โน — หุ่นยนต์ที่พร้อมตายแทนผมได้ทุกเมื่อ
และในวินาทีนั้น ผมรู้ว่า ต่อให้แผนนี้มันบ้าแค่ไหน…
ก็ยัง “คุ้มค่า” ที่จะลอง
เพราะมันคือสิ่งที่ “ผมเลือกทำเอง”
“ถ้าอย่างนั้นเราไปจัดการกับเ้าแมงมุมนั่นกัน”
โนพยักหน้าเบา ๆ
ดวงตาสีฟ้าของเธอสบกับผม เหมือนกำลังบันทึกภาพมนุษย์คนหนึ่ง
ที่กล้าเลือก “เส้นทางที่ไม่มีเหตุผล” ด้วยตัวเอง