เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 132 หลบหนี

            “พูดจาสามหาวนัก!” ไป๋หานชักกระบี่ออกมาชี้หน้าหนีเจียเอ๋อร์

            หากท่านอาจารย์ไม่มา นางก็ตั้งใจว่าจะปล่อยให้อาหนีมีชีวิตรอด แต่หน้าที่ของนางคือทำตามความประสงค์ของอาจารย์แม้จะต้องทำตัวเป็นคนเนรคุณ มิได้ตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตในวันนั้นก็ตาม

            ทันใดนั้น เว่ยฉีหรานก็หยุดหัวเราะปัดกระบี่ของไป๋หานออกไปด้วยนิ้วเดียว เขาสบตาหนีเจียเอ๋อร์อย่างเย็นชา ราวกับอสรพิษมองเหยื่อทำให้ห้องโถงเยือกเย็นดั่งมีลมหนาวพัดผ่าน

            หนีเจียเอ๋อร์ตระหนักได้ว่าวันนี้หากตนไม่อยากตายไปพร้อมโจวชิงหวา ก็คงต้องสังหารคนตรงหน้าให้ได้ดังนั้นนางจึงดึงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ และหันไปทำท่าข่มขู่   

            นี่คือวิธีเดียว ที่ตนและโจวชิงหวาจะมีชีวิตรอด...

            โจวชิงหวามองหญิงสาวก่อนชักกระบี่ออกมา และใช้พลังสิบส่วนโจมตีออกไปข้างหน้า

            เดิมพันชีวิตและความตายอยู่ที่นี่! 

            หากสามารถบีบให้เว่ยฉีหรานหลีกทางเขาก็อาจจะพานางฝ่าวงล้อมออกไปได้ 

            เว่ยฉีหรานไม่คาดคิด ว่าโจวชิงหวาจะเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อนทั้งเพลงกระบี่ของเขาก็ยังดุดันไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อ หากเป็นผู้อื่นคงจะล่าถอยเพื่อรักษาชีวิตแต่เว่ยฉีหรานไม่หลบเลี่ยง ซัดฝ่ามือเข้าใส่อีกฝ่าย ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มก็แทงกระบี่สวนกลับมา

            เมื่อไป๋หานเห็นวิถีกระบี่มุ่งตรงไปยังร่างของอาจารย์ก็เหงื่อแตกพลั่ก 

            ด้านหนีเจียเอ๋อร์ พอเห็นว่าโจวชิงหวาได้รับบาดเจ็บพลันตกใจจนเหงื่อซึม

            โจวชิงหวากัดฟันทรงตัวให้มั่นและพยายามหยุดเลือดที่ไหลออกมาจากลำคอ 

            เว่ยฉีหรานยืนตระหง่าน เสื้อคลุมฉีกขาดจนเผยให้เห็นเกราะอ่อนสีเงิน...ไม่แปลกเลยที่เขาจะปะทะซึ่งๆ หน้าเช่นนั้น

            “ฝีมือดีนี่!”เว่ยฉีหรานกล่าว พลางเดินเข้าหาคู่ต่อสู้ 

            โจวชิงหวาชี้กระบี่ไปที่เขาพร้อมเอ่ยเหยียดหยาม “หึ! หากไม่มีเกราะ เกรงว่าท่านคงจะไม่มีโอกาสมาพูดอยู่แบบนี้” 

            “อวดดี! ข้าละอยากรู้นัก ว่าเจ้าจะอวดดีเช่นนี้ได้อีกนานแค่ไหน?” เว่ยฉีหรานจ้องเขม็ง 

            โจวชิงหวาดันหนีเจียเอ๋อร์ไปด้านหลังเพื่อกันมิให้โดนลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หญิงสาวล่าถอย นางก็แอบยื่นขวดยาพิษให้เขาใช้โปรยไปในอากาศเพื่อฉวยจังหวะหลบหนี 

            ซึ่งชายหนุ่มก็ตั้งใจจะทำเช่นนี้อยู่แล้วทั้งสองจึงบังเอิญคิดเหมือนกันพอดี

            ยิ่งคนเหล่านั้นได้รับพิษเข้าไปในร่างมากก็จะยิ่งเคลื่อนไหวช้า จึงเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาหลบหนีออกจากห้องโถงได้สำเร็จ 

            เมื่อเว่ยฉีหรานทำท่าจะฟาดฝ่ามือใส่อีกครั้งโจวชิงหวาก็สาดผงยาพิษขึ้นไปบนเวหา กลั้นหายใจ ก่อนรวบเอวหนีเจียเอ๋อร์ พาทะยานขึ้นไปด้านบนพลางใช้ฝ่ามือซัดหลังคาจนเป็นช่องโหว่ ขนาดใหญ่เพื่อเปิดทางหนี แล้วพุ่งตัวออกไปทันที

            แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังใช้วิชาตัวเบาอุ้มคนหนีไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่เท้าแทบไม่แตะแผ่นกระเบื้องเสียด้วยซ้ำ 

            ผงพิษที่กระจายอยู่ในโถงประชุมยังไม่หมดฤทธิ์แต่เว่ยฉีหราน ไป๋หาน และอิ้นฮู่เว่ย กลั้นหายใจทัน จึงไม่ได้รับพิษ

            ทว่า ศิษย์ที่อยู่ห่างออกไปต่างสูดดมเข้าไปไม่มากก็น้อยและตอนนี้ พวกเขากำลังดื่มน้ำล้างปาก เพื่อขับพิษซึ่งยังไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นพิษอันใด 

            “ตามพวกมันไป!”

            เว่ยฉีหรานพุ่งออกไปตามมาด้วยไป๋หาน ส่วนอิ้นฮู่เว่ยก็ไประดมพลเพื่อไล่ล่าผู้แฝงตัวทั้งสอง

            ...

            พอกำลังจะไปถึงเขตชานเมืองความเร็วของโจวชิงหวาก็ลดลงอย่างมาก หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างกังวล “ข้าว่าพวกเขาคงจะตามมาไม่ทัน เราหยุดพักสักหน่อยเถอะแล้วค่อยเดินทางต่อ” 

            โจวชิงหวาส่ายหน้า “พวกเราไม่อาจประมาทได้!” 

            แม้ชายหนุ่มจะกัดฟันยืนกรานว่าจะเดินทางต่อแต่อาการบาดเจ็บภายในนั้น กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฝีเท้าค่อยๆ ช้าลง ขณะเดียวกันก็รับรู้ได้ว่ากำลังมีคนไล่ตามพวกเขามาด้านหลัง

            หนีเจียเอ๋อร์รู้สึกหวาดวิตกจนร่างชุ่มเหงื่อรีบประคองโจวชิงหวาไปซ่อนหลังพุ่มไม้ เพื่อหลบเลี่ยงสายตาคนของสำนักฝูเซิง ที่กำลังไล่ล่ามาติดๆ

            เมื่ออีกฝ่ายวิ่งผ่านไปพวกเขาจึงค่อยออกมา และมุ่งหน้าไปยังทิศตรงข้าม

            แต่แล้วจู่ๆ โจวชิงหวาก็หยุดชะงักพลางกระอักเลือดจนแทบล้มทรุด 

            พอเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มซีดเผือดหนีเจียเอ๋อร์ก็กดนิ้วตรวจชีพจร จากนั้นสีหน้านางพลันเปลี่ยนไป รีบประคองร่างอีกฝ่ายให้ก้าวไปข้างหน้า 

            ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยความทุกข์ใจจนต้องกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากอย่างไม่รู้ตัว 

            โจวชิงหวาใช้มือทั้งสองข้างเกลี่ยหยาดน้ำตาที่บดบังความงดงามของแก้มนวลเบาๆ แล้วคลี่ยิ้ม “เด็กโง่… ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก!” 

            ต่อให้ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ไม่มีทางคร่ำครวญ... 

            หนีเจียเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นกะพริบตาไล่ความเศร้าหมอง ก่อนพูดเสียงขึงขัง “ใช่… ข้ายังอยู่ เจ้าต้องไม่เป็นอันใดแน่!” 

            ว่าแล้วก็กัดฟัน พยุงอีกฝ่ายเดินทางต่อ 

            สักพัก พลันมีเสียงบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น

            “อาหวาได้รับบาดเจ็บส่วนอีกคนก็ไร้วรยุทธ์ คงหนีไปได้ไม่ไกลหรอก พวกเจ้าสองสามคนไปดูทางนั้น ส่วนที่เหลือแยกย้ายกันออกค้นหาในป่า” 

            หนีเจียเอ๋อร์กลั้นหายใจด้วยไม่มีที่ใดให้หลบซ่อนแล้ว แต่ตอนนั้นเอง ก็เหลือบไปเห็นกระท่อมหลังหนึ่งตรงหน้าซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคย คลับคล้ายคลับคลา

            พอโจวชิงหวาเห็นกระท่อมหลังนั้นแล้วนางก็ได้คำตอบ “นั่นเป็นบ้านของอิ๋งเซียง!” 

            อิ๋งเซียง คือสาวใช้คนหนึ่งของหนีจวิ้นหว่านที่เคยได้รับคำสั่งให้มาขโมยภาพวาดที่บิดาของพวกนางหวงแหนนักหนา แต่สุดท้ายกลับก็ถูกตระกูลสวีฆ่าปิดปาก...

            หนีเจียเอ๋อร์ตาเป็นประกายรีบประคองโจวชิงหวาเข้าไปด้านใน

            ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้หญิงสาวย่อมไม่มีแก่ใจจะเคาะประตูอย่างมีมารยาท นางรีบผลักบานประตูเข้าไป แล้วปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว

            “ใครกัน?ที่บังอาจเข้ามาในบ้านข้า!” แม่ของอิ๋งเซียงลุกขึ้นแล้วร้องถามเสียงสั่น เพราะดวงตามืดบอดจึงทำให้ไม่อาจรู้ได้ ว่าผู้ใดบุกเข้ามาในเรือนของตน

            หนีเจียเอ๋อร์ปล่อยโจวชิงหวาพลางเดินเข้าไปจับมืออีกฝ่ายที่ยื่นออกมาคลำทาง แต่ไม่มีเวลาเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับดวงตานางได้แต่รีบบอก “ไม่ต้องกลัวข้าคือหนีเจียเอ๋อร์ ส่วนคนผู้นี้ก็คือโจวชิงหวา เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเหล่าคนเลวที่คอยไล่ล่าตอนนี้พวกข้าต้องการที่ซ่อนตัวชั่วคราว ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่?” 

            “เป็นผู้มีพระคุณทั้งสองนี่เอง”จากนั้น หญิงชราก็มิได้ถามอันใดอีก เพียงชี้นิ้วไปที่ห้องด้านหลัง “ที่นั่นมีห้องใต้ดินซ่อนอยู่ พวกท่านเข้าไปหลบได้” 

            หนีเจียเอ๋อร์มองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายชี้บอกก่อนเข้ามาประคองโจวชิงหวา พากันเดินไปที่จุดนั้น ก็พบว่ามีประตูไม้ซ่อนอยู่ จึงเปิดมันออกและพาชายหนุ่มลงไป 

            ห้องใต้ดินมืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือทั้งห้าทั้งยังมีไหดองผักมากมาย ส่งกลิ่นเหม็นแสบจมูกยิ่งนัก 

            คนทั้งสองมุ่นคิ้ว พลางคลำทางไปสุดผนังห้องแล้วนั่งหันหลังชนกัน 

            หญิงชราคลำหาแผ่นไม้มาช่วยปกปิดอีกชั้นก่อนผละจากไป เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

            ปังๆ! 

            “เปิดประตูเราเป็นคนของทางการ หากไม่เปิด พวกข้าจะพังประตูเข้าไป!” 

            “มาแล้วๆ!” 

            หญิงชราปลดกลอน แต่ยังไม่ทันเปิดประตูก็ถูกเว่ยฉีหรานถีบเข้ามา หญิงชราที่อยู่อีกฟากจึงโดนกระแทก จนล้มไปกองกับพื้น 

            ทว่าไม่มีผู้ใดใส่ใจพวกเขาพากันบุกเข้ามาค้นหาอย่างอุกอาจ ทั้งยังรื้อข้าวของจนเละเทะ 

            หนีเจียเอ๋อร์เปิดไหผักดองกลิ่นฉุนพลันลอยคลุ้งปะทะใบหน้า จนนางแทบทนไม่ไหว แต่ก็ต้องอดทนไว้ เพราะนี่คือวิธีเดียวที่จะช่วยให้พวกตนสามารถซ่อนตัวได้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808