พื้นที่รอบนอกสุดของเมืองที่เจริญแล้ว มี “ฐานหมายเลข 72” ตั้งอยู่ท่ามกลางูเาหินแหลมคมและป่ารกทึบที่นี่คือจุดต่ำสุดของโลกใหม่เป็สถานที่รวมตัวกันของพวก ผู้คนที่ถูกทอดทิ้ง ไร้พร์ หรืออ่อนแอ ต่างหลบมารวมตัวกันใช้ชีวิตเพื่อความอยู่รอด
กลิ่นอับของความจนและสิ้นหวังอบอวลอยู่ในอากาศ
บ้านแต่ละหลังสร้างจากเศษไม้สนิมเขรอะ ผ้าใบขาดๆ และพลาสติกที่เหลือจากซากเมือง บางหลังต้องใช้หินทับหลังคาไว้เพราะกลัวลมแรงจะพัดหลังคาปลิวไป พื้นที่รอบฐานคือป่ารก ทะเลสาบเน่าเสีย กับทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดระดับต่ำ
เสียงหวูดเตือนภัยยังดังขึ้นแทบทุกคืนทุกคนต้องผลัดกันเข้าเวรเฝ้ายาม เพราะหวาดกลัวว่ามอนสเตอร์จะบุกเข้ามา ในแต่ละวัน…ไม่มีอะไรแน่นอน
เอเรนเดินกลับจากศูนย์แลกเปลี่ยนเสบียงเขาเดินก้มหน้าฝ่าฝูงชนที่ต่างไม่อยากสบตาคนรอบข้างกระซิบกระซาบ บางคนแอบหัวเราะเยาะ
“ขยะอย่างหมอนั่น อยู่ไปก็เกะกะฐานเปล่าๆ”
“ไม่มีพร์ แถมยังเอาน้องสาวมาพึ่งอีก”
“คนไร้ค่า ถ้าไม่ตายซักวันก็ต้องออกไปเองนั่นแหละ”
เขากำมือแน่นแต่ไม่พูดอะไรตอบโต้ โลกใหม่ไม่เคยใจดีกับคนอ่อนแอ
เอเรนพยายามข่มใจเดินต่อไป สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนั่งรอที่ขอบเต็นท์เธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ดวงตากลมโตวาวแววแห่งความห่วงใย
“พี่เอเรน!”
เสียงเรียกแ่เบาจาก “มีรา” น้องสาวของเขาเธอรีบลุกขึ้นมาหา จับมือของเอเรนไว้แน่น
“วันนี้แลกอะไรมาได้บ้าง?”
เอเรนยิ้มจาง ๆ พลางลูบผมน้อง
“ก็มีขนมปังแห้ง กับน้ำสะอาดนิดหน่อย”
เขายื่นถุงเล็ก ๆ ให้มีราแววตาน้องสาวสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวัง
ทั้งคู่เดินกลับไปยัง “กระท่อม” เล็ก ๆ ที่สร้างด้วยมือของพวกเขาเองภายในมีเพียงที่นอนเก่า ๆ กับผ้าห่มขาดๆ ข้าวของทุกชิ้นเป็ของที่เก็บได้จากกองขยะ แม้บ้านจะดูสกปรกและเก่า แต่อ้อมกอดของคนในครอบครัวยังทำให้รู้สึกอบอุ่นเสมอ
เอเรนปัดฝุ่นออกจากผ้าห่มก่อนจะนั่งลงแววตาเขาหม่นลงไปชั่วขณะ ในใจยังคงนึกถึง “พ่อแม่” ที่จากไปเมื่อเจ็ดปีก่อน
ภาพวันนั้นยังชัดเจนในหัวของเขา วันที่มอนสเตอร์ระดับสูงบุกเมืองที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ พ่อแม่ของเขาสละชีวิตเพื่อปกป้องลูกทั้งสอง
เอเรนและมีราต้องหนีออกจากเมืองมาอยู่ฐานนอกสุดนับแต่วันนั้น…ชีวิตของเขาก็กลายเป็ “ขยะ” ในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับมีราเอเรนคือ “ฮีโร่” คนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมหนึ่งกลุ่มวัยรุ่นหัวโจกเดินเข้ามานำโดย “กิเดียน” ลูกชายรองหัวหน้าฐานร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อหนังเก่า ๆ ดวงตาแหลมคม
“นั่นไง ขยะประจำฐาน!”
กิเดียนชี้มาทางเอเรนพวกพ้องของเขาหัวเราะลั่น มีรา ก้าวมาขวางไว้ข้างหน้าเอเรน
“หยุดนะ! อย่ามารังแกพี่ฉันอีก”
“แหม…พี่ชายเธอเป็ขยะ ไม่คู่ควรจะอยู่ฐานนี้ด้วยซ้ำ มีแต่จะถ่วงทุกคน” กิเดียนหัวเราะ
เอเรนกัดฟันแต่ยังคงอดทน มีราตัวสั่นไปทั้งตัว ด้วยความโกรธแทนพี่ชาย
“ถ้าเรามีพร์ เราจะไม่มีวันยอมให้ใครดูถูกแบบนี้…”เขาคิดในใจ
เสียงหวูดเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้งทุกคนหันไปมองทิศทางป่าแต่คืนนี้ยังเงียบเพราะพวกหัวโจกตั้งใจจะเล่นงานเอเรนเสียมากกว่า
หลังกลุ่มของกิเดียนเดินผ่านเพื่อนในกลุ่มแอบหันกลับมามองมีราด้วยสายตาโลภกระซิบกับกิเดียนเสียงเบา
“ถ้าไอ้ขยะนี่ตาย น้องสาวมันก็คงโดดเดี่ยว…”
สายลมยามค่ำคืนพัดเอาเศษฝุ่นปลิวเข้าเต็นท์เอเรนนั่งเงียบ ๆ กอดน้องสาวไว้เขามองออกไปในความมืดหัวใจปวดร้าวแต่ยังคงเปี่ยมด้วยความหวังไม่ว่าวันข้างหน้าจะโหดร้ายแค่ไหนเขาก็จะไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้ลำพัง
เมื่อทุกอย่างสงบลงเอเรนกับมีรานั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างกองไฟเล็ก ๆไฟส่องใบหน้าของทั้งสองคนให้ดูอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาวมีรากอดแขนพี่ชายไว้แน่น
“พี่เอเรน…เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม”
“แน่นอน…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เอเรนยิ้มเศร้า
ดวงตาของเขามีทั้งความกลัวและความมุ่งมั่นแม้ชีวิตจะไร้ค่าในสายตาคนอื่นแต่ในโลกใบนี้เขาจะเป็ทุกอย่างให้น้องสาว
ไฟในฐาน 72 ยังส่องแสงอยู่ท่ามกลางความมืดและเอเรน ขยะในสายตาใครหลายคน ก็กำลังจะเริ่มต้นสร้าง “ตำนาน” ของตัวเอง