บทที่15 หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง
มีนคร่ำเคร่งจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้ศาสตร์แห่งเวทมนตร์ในวิหารแห่งปัญญาจนแทบลืมวันลืมคืนไปเสียสิ้น และหากจะนับรอบเวลาการออนไลน์ฯ ตามเวลาในโลกจริงวันนี้...ก็ย่างเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว
โดยครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวได้พบเห็นผู้เป็อาจารย์ของตนก็คือ ตอนที่อเล็กซ์นำเอา (ลาก) เ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดออกจากห้องฝึกทักษะไป“อบรมสั่งสอน” นั่นเอง
เวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงบัดนี้หญิงสาวก็ยังไม่ได้เจอหน้าของชายชราและปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว...แม้แต่เงา แต่กระนั้นตัวหญิงสาวเองกลับคิดว่าหากอเล็กซ์้ามาแนะนำหรือสั่งสอนอะไรตน อีกฝ่ายก็คงจะโผล่หน้าเข้ามาเองเหมือนเช่นทุกครั้ง...
เมื่อเป็เช่นนี้ใน่เวลาดังกล่าวมีนจึงได้แต่ฝึกการร่ายเวทและพัฒนาทักษะต่าง ๆ ตามที่อเล็กซ์บอกเอาไว้อย่างเคร่งครัดโดยไม่แม้แต่จะคิดฟุ้งซ่าน หรือปล่อยเวลาให้ล่วงเลยอย่างเปล่าประโยชน์...
นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่หญิงสาวยังไม่คิดจะออกไปไหนใน่นี้ก็เป็เพราะว่า ตนยังรู้สึกสนุกกับการได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งเวทมนตร์ ซึ่งผู้เป็อาจารย์ได้บันทึกไว้ในตำรานั่นเองไม่ว่าจะเป็หลักการพื้นฐานและข้อควรระวังของการร่ายเวทมนตร์พร้อมกรณีศึกษาคุณสมบัติของธาตุต่าง ๆ และการพลิกแพลงประยุกต์เงื่อนไขในการร่ายเวทออกมาในรูปแบบที่หลากหลายจนเพียงพอที่จะนำไปใช้รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย โดยสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้มันทำให้มีนรู้สึกเพลิดเพลินจนลืมเวลา และในบางครั้ง...ระบบฯ ก็ทำการออฟไลน์ให้โดยอัตโนมัติไปเลยก็มี…
ไม่ใช่เื่แปลก...ที่นักเวทสาวมือใหม่ผู้นี้จะสามารถอดทนอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็เวลานานเช่นนี้ได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อเพราะโดยปกติแล้วเวลาที่มีนมีความตั้งใจหรือเกิดความสนใจต่ออะไรเป็พิเศษ หญิงสาวก็มักจะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นจนแทบลืมวันลืมคืนเช่นนี้...อยู่เป็ประจำ
............
ทางด้านแก๊งค่ายอาสาฯกลุ่มเพื่อนสนิทของหญิงสาว ั้แ่การล่าบอสเสือเขี้ยวดาบเสร็จสิ้น พวกมันก็ได้ระดมคนในกิลด์“วอลันเทียร์” มาฝึกซ้อมการโจมตีในรูปแบบต่าง ๆ ร่วมกัน เตรียมทำายึดหมู่บ้าน“วินด์วิว” สำหรับใช้เป็ฐานกำลังฯ และขยับขยายกองกำลังของกิลด์ออกไปในอนาคต...
และแล้ว...วันเวลาที่ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ก็ได้ย่างเข้าสู่่โค้งสุดท้ายของการบุกโจมตีในรอบที่ 4 ของปฏิบัติการ “ยึด”หมู่บ้านวินด์วิว จากบรรดา NPC ผู้เป็เ้าของสถานที่แห่งนี้แล้ว
แม้ว่าใน 3 รอบก่อนหน้านี้การโจมตียึดหมู่บ้านจะประสบกับความล้มเหลว จนหัวหน้ากิลด์อย่างน้ำเริ่มถอดใจ ยอมถอนตัวยกเลิกปฏิบัติการอยู่แล้วแต่กระนั้นสมาชิกหลายคนต่างก็เหมือนจะมีความรู้สึกว่า พวกตนเริ่มจับทิศทางและมองเห็นหัวใจสำคัญของการบุกโจมตียึดหมู่บ้านได้...บางอย่าง
และนั่นจึงเป็ที่มาของการบุกยึดหมู่บ้านในรอบนี้...
“ปอน...หาจังหวะยิงเ้านักเวทตัวที่อยู่ใต้ต้นไม้ทางขวามือเร็ว!!” โต้งบอกให้รุ่นน้องยิงขัดขวางการร่ายเวทของฝ่ายตรงข้าม ในระหว่างที่เกิดการตะลุมบอนของนักรบทั้งสองฝ่ายบริเวณลานกว้างใจกลางหมู่บ้าน
“โหน่ง...ตามเก็บคนส่งสารให้ได้”น้ำ รีบสั่งการต่อนักฆ่าหนุ่ม
“นักเวทของพวกเราตายหมดกันยังวะ...รีบยิงสนับสนุนกันหน่อยเด้!!” นายก๊อง รุ่นน้องผู้มีอาชีพอัศวิน ซึ่งมาช่วยตัวแทงค์หลักอย่างนายเอยืนประจันหน้ารับการโจมตีจากศัตรูฯ ะโบ่นพวกพ้องที่เป็นักเวทอย่างเหลืออด
“มิ้นต์...เธอรีบเข้าไปจัดการปิดฉากเ้าหัวหน้าหมู่บ้านเลยฉันจะคอยยิงคุ้มกันให้” น้ำมอบหมายหน้าที่สำคัญต่อเพื่อนสาวผู้มีอาชีพโจรซึ่งมีความปราดเปรียวว่องไวกว่าใครทั้งหมด
“พี่ต้อม...ตามไปช่วยคุ้มกันยัยมิ้นต์หน่อย”น้ำไล่สั่งการพวกพ้องทีละคนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคอยยิงธนูจากระยะไกล เพื่อทำลายจังหวะการร่ายเวทของเหล่านักเวทฝ่ายศัตรูฯ
“จัดไป!!มอนไม่ตายกูตาย” ต้อมรับคำหญิงสาว พร้อมกับกล่าววลีเด็ด ซึ่งเป็ชื่อของตัวเองในทุกครั้งที่กล่าวจบประโยค
“ไอ้ต้อม!!มึงจะประกาศชื่อตัวเองทุกครั้งที่พูดเลยรึไงวะ?” เอ สัพยอกเพื่อนซี้ของตนในขณะที่กำลังยืนประจันหน้ากับนักรบฝ่ายศัตรูอยู่
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ก็เออสิวะ!! มอนไม่ตายกูตาย ฮ่า ๆ ๆๆ” ต้อมรับคำพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่า“มันช่วยให้กูหายเครียดได้โว้ย!! มอนไม่ตายกูตาย...”
“เดี๋ยวมึงได้ตายเหมือนกับชื่อมึงแน่...ไอ้ต้อม!!” เอ กล่าวพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย
หลังจากโหน่งได้สังหารนักรบผู้ส่งสารของฝ่ายตรงข้ามแล้วนักฆ่าหนุ่มจึงรีบวิ่งอ้อมไปข้างหลังของอาคารฯ ใกล้กับจุดที่ต้อมและมิ้นต์กำลังต่อสู้พัวพันกับหัวหน้าหมู่บ้านอยู่…
[แทงข้างหลัง] คริติคอล!!
“บอล...หลิน เอาเลย!!” น้ำส่งสัญญาณโจมตีแก่นักเวททั้งสองพร้อมกับเล็งทักษะโจมตีอันรุนแรง ซึ่งเป็ไม้ตายของตน ยิงเข้าใส่ผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้านในทันที
[ศรปลิดิญญา] คริติคอล!!
“เยส!!” น้ำะโออกมาด้วยความดีใจ เมื่อการโจมตีครั้งนี้เกิดค่า “คริติคอล”ที่สร้างโบนัสความเสียหายจำนวนหลายเท่าขึ้นมา
จากนั้นก็เป็คิวของหลินและบอลที่เรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์โจมตีศัตรูพร้อมกัน หลังจากผู้เป็หัวหน้ากิลด์สั่งให้ทั้งสองหยุดฟื้นฟูพลังเวทและรอให้ทักษะหมดคูลดาวน์ั้แ่่กลางของการทำศึกฯ เพื่อรอจังหวะโจมตีปิดเกมในตอนสุดท้าย
[พายุเพลิง][พายุเพลิง] บรึ้ม ๆ ๆ ๆ
[พายุสายฟ้า][พายุสายฟ้า] บรึ้ม ๆ ๆ ๆ
[พายุทราย][พายุทราย] บรึ้ม ๆ ๆ ๆ
[พายุหิมะ][พายุหิมะ] บรึ้ม ๆ ๆ ๆ
เมื่อเห็นว่า หลอดพลังชีวิตของหัวหน้าหมู่บ้านลดลงจนเหลือไม่ถึง1 ใน 10 แล้ว น้ำจึงสั่งการให้ผู้เล่นทุกคนในกิลด์เปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีไปที่หัวหน้าหมู่บ้านอย่างพร้อมเพรียงในทันที...
“ตอนนี้แหละทุกคน!! ระดมทุกอย่างที่มี จัดการสังหารหัวหน้าหมู่บ้านให้ได้...เร็ว!!” น้ำสั่งการ
ตู้ม ๆ ๆ ๆ ๆบรึ้ม ๆ ๆ ๆ ๆ
ตัวเลขค่าความเสียหายของหัวหน้าหมู่บ้านไหลทะลักราวกับก๊อกแตก…
ติ้ง!!
“ขอแสดงความยินดีกับ‘กิลด์วอลันเทียร์’ ทำายึด [หมู่บ้านวินด์วิว] ได้สำเร็จค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้ทำการยึดครอง [หมู่บ้านวินด์วิว]หมู่บ้านระดับ D กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้วยค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้รับเงินจำนวน 1,000 เหรียญทองค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับสูงจำนวน 1 ชิ้นค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับกลางจำนวน 10 ชิ้นค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับต่ำจำนวน 50 ชิ้นค่ะ”
“กิลด์วอลันเทียร์ได้รับ......”
......
......
เสียงหวาน ๆจากทางระบบฯ ดังขึ้นในหัวของผู้เล่นทุกคนของกิลด์วอลันเทียร์ทำเอาทุกคนในกิลด์ต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างถ้วนหน้าเลยทีเดียว...
“สำเร็จ!! เราชนะแล้วพี่น้ำ...” ก๊องพูดขึ้นมาเป็คนแรก หลังจากข้อความจากระบบได้จบลง
“เยส!อย่างเหนื่อยอ่ะ เกือบไปแล้วไหมล่ะ มอนไม่ตายกูตาย...”ต้อมพูดขึ้นมาบ้าง
“เออมึงเกือบตายจริง ๆ แล้วไอ้ต้อม ถ้ากูไม่เข้ามาขวางใบมีดสายลมดอกเมื่อกี้ให้อ่ะนะ....”เอ สัพยอกเพื่อนซี้ที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
“เพียงเท่านี้...พวกเราก็มีฐานกำลังของกิลด์กันเสียทีเนอะ...”หลินกล่าวถึงความสำเร็จของการศึกฯ ในวันนี้
“ใช่แล้วล่ะหลังจากที่พวกเราพยายามกันมาหลายรอบ แต่มันก็คุ้มค่ากับการลงทุนอยู่ไม่น้อย”น้ำสนับสนุนคำกล่าวของเพื่อนสาว ก่อนจะเอ่ยถึงแผนดำเนินการของกิลด์ในอนาคต “แต่ของจริงมันจะเริ่มต้นหลังจากนี้ไป ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราจะพัฒนาหมู่บ้านฯ ไปได้ถึงขนาดไหน?และจะปกปักรักษาหมู่บ้านที่พวกเราได้มาด้วยความยากลำบาก ไม่ให้ถูกใครมาแย่งชิงไปได้ยังไง?นี่แหละ...คือ ความท้าทายที่รอพวกเราอยู่”
“เอาน่า ๆไม่ต้องรีบร้อนหรอก นี่...ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงแผนพัฒนาหมู่บ้าน แต่มันเป็...เวลาที่พวกเราต้องฉลองให้แก่ความสำเร็จในครั้งนี้ก่อน...เื่อื่นค่อยว่ากันจริงมั้ยพวกเรา!!” โหน่ง ผู้ไม่ใส่ใจต่อเื่ราวในอนาคตเป็คนกล่าวขึ้นมาบ้าง
“เยส!!”
“ใช่ ๆ ๆ”
เมื่อทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันหลังจากที่สมาชิกได้เข้าไปในหมู่บ้าน เก็บกวาดสนามรบ และจัดการเชลยศึกเรียบร้อยแล้วทุกคนจึงช่วยกันจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองให้แก่ความสำเร็จในครั้งนี้กันอย่างชื่นมื่น…
ติ้ง!!
“ประกาศ!!เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมง ระบบจะทำการปิดปรับปรุงฯ เพื่อทำการอัปเดตแพชใหม่เป็เวลา 24 ชั่วโมง ทางทีมงานจึงขอแจ้งให้ผู้เล่นฯ ทำการล็อกเอาท์ออกจากระบบก่อนเวลาดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นฯ เมื่อถึงเวลาระบบฯ จะทำการปิดการเชื่อมต่อกับผู้เล่นอัตโนมัติและผู้เล่นสามารถศึกษารายละเอียดของแพชใหม่นี้ได้ ทางหน้าเว็บไซต์ค่ะ”
ในขณะที่สมาชิกกิลด์วอลันเทียร์กำลังจะฉลองความสำเร็จอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีเสียงประกาศจากทางระบบดังขึ้นมา แม้จะมีการประชาสัมพันธ์ที่หน้าเว็บไซต์อยู่แล้วว่าจะมีการปิดปรับปรุงระบบเป็เวลา 1 วัน แต่ทางระบบก็ยังคงแจ้งเตือนผู้เล่นในเกมอยู่เป็ระยะๆ
“เยส!! อาชีพขั้น 2 ขั้น 3 จะมาแล้วโว้ย...ดีใจจังว่ะ” โต้งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าระรื่นหลังได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯ
“ใจเย็นไอ้โต้งมึงเพิ่งระดับ 70 นิด ๆ อีกนานกว่ามึงจะได้เปลี่ยนอาชีพขั้น 2” บอลออกปากแย้ง ทำลายอาการดีใจอย่างออกหน้าออกตาของอีกฝ่ายเสียจนยับเยิน...แทบไม่เหลือชิ้นดี
“เออ...กูรู้แล้วน่าก็กูอยากเป็นักรบคลั่งนี่หว่า กูมันวัยรุ่นใจร้อนโว้ย!! มึงยังไม่เข้าใจกูอีกรึไงวะเพื่อน?” โต้งกล่าวด้วยความกระดากเล็กน้อยก่อนจะงัดเอาข้อมูลออกมาตอบกลับหนุ่มบอลอย่างไม่ลดละ “นอกจากนี้ เกมยังเปิดค่าประสบการณ์คูณสองคูณห้าเป็เวลา 1 เดือนให้อีกด้วย เชื่อเหอะ...แปบ ๆ เดี๋ยวกูก็จะได้เปลี่ยนอาชีพแล้วว่ะฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เมื่อบอลที่ได้ยินคนขี้โม้กล่าวออกมาเช่นนั้นจึงถามอีกฝ่ายแกมประชดไปว่า “แต่มึงใช้เวลา 7 เดือน ในการพัฒนาระดับจาก 1 ถึงระดับ70+ ที่เป็อยู่ในตอนนี้...แล้วก็อีกอย่างนะ มึงใช้เวลาเก็บระดับถึง 2 เดือน เพื่อปีนป่ายจากระดับ60+ มาเป็ 70+ เนี่ยนะ? ถึงเกมจะเพิ่มเรตค่าประสบการณ์คูณ 2 คูณ 5 ให้เป็เวลา 1เดือน มึงคิดหรือว่า? มึงจะเร่งเก็บระดับให้ถึง 100 เพื่อเปลี่ยนอาชีพขั้น 2 ได้ทัน??”
“แหม่!! ก็อาชีพกูมันอยู่แนวหน้านี่หว่า...ต้องยืนหน้าท้าชนกับสัตว์อสูรอยู่ตลอด กูก็เลยพลาดท่าตายบ่อยก็เท่านั้นเองใครจะเหมือนมึง...ยืนยิงเวทจากนอกวงต่อสู้ แถมยังมีคนคอยคุ้มกันให้สบายใจเฉิบ อีกอย่าง...เมื่อมีศัตรูเข้ามาใกล้ก็ยังวิ่งหนีไวเป็ลิงอีกต่างหาก งานสบายแบบนี้ แต่ระดับของมึงยังแค่ 80+กูถามหน่อยดิ? ใครกันแน่ที่ระดับขึ้นช้าวะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” โต้งเถียงกลับคอเป็เอ็น
“อ้อ หรา!!แต่ดูพี่เอดิ ขานั้นเขายืนชนกับมอนตลอด ไม่เห็นจะตายบ่อยเหมือนมึงเลยว้า...”บอลกล่าวขึ้นมาลอย ๆ
“เฮ้ย!!ไอ้บอล มึงอย่าเอาพี่เอมาเทียบกับกูสิวะ พี่เอเป็อัศวิน...แม่งถึกจะตายอีกอย่างพวกตัวชนเป็เป้าฮีลของพวกนักบวชอย่างยัยเอ๋อีกต่างหาก จะพลาดตายไงไงวะ?ถ้าพี่เอตายตี้ก็ล่มดิ...” โต้งยังพยายามขุดเอาข้อมูลมาเถียงไม่หยุด
“แล้วพี่ต้อมล่ะ?อาชีพเดียวกับมึงเลย...”
“พี่ต้อมเล่นนักรบสายชนโว้ยความถึกก็พอ ๆ กันกับพี่เอนั่นแหละ ส่วนกู...มันสายโจมตีแรงว่ะ อย่าได้เอามาเทียบกันเชียวด้านพลังโจมตีกูทิ้งพี่ต้อมอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยล่ะเฟ้ย...” โต้งพูดพร้อมกับชำเลืองไปทางผู้ที่ตัวเองกล่าวพาดพิง
“เออ...งั้นก็เชิญมึงก็ตายบ่อยๆ แล้วกันไอ้น้อง!! มอนไม่ตายกูตาย แต่ขอโทษ...มอนตายกูเลยไม่ตายว่ะฮ่า ๆ ๆ ๆ” ต้อมกล่าวเหน็บแนมแบบเจ็บ ๆ คัน ๆ ให้แก่ผู้ที่บังอาจพูดจาพาดพิงไปดอกหนึ่ง
“เอาล่ะ ๆอย่าเพิ่งเถียงกันเื่นี้เลย เดี๋ยวฉันขอจัดการเื่หมู่บ้านนี่ก่อน ว่าเราจะแบ่งหน้าที่กันดูแลยังไงจากนั้นเราจะแบ่งสายกันไปล่าสัตว์อสูร...พวกเราต้องใช้เวลา่ 1 เดือน หลังเซิฟเวอร์เปิดอีกครั้งให้คุ้มค่าที่สุดตกลงกันตามนี้นะ?” น้ำกล่าวตัดบท เมื่อเห็นว่าพวกเพื่อน ๆ ถกเถียงกัน จนเริ่มมีทีท่าว่าจะลุกลามบานปลายไปกันใหญ่แล้ว
“ใช่ ๆเื่เก็บระดับเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีก็ได้ แต่ตอนนี้ พวกเรามาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงกันเถอะ”เอ กล่าวสนับสนุนสาวน้ำผู้เป็หัวหน้ากิลด์ เพื่อลดบรรยากาศอันตึงเครียดลงไปด้วยในตัว
“เอ้า ชน!!” ก๊องพูดพร้อมยกแก้วเบียร์ขึ้นมา
ปาบ!!
ต้อม ตบกะโหลกรุ่นน้องคนดังกล่าวไปหนึ่งทีก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยเสียงดุ “เอ็งยังไม่ถึง 18 เอ็งจะกินเบียร์ได้ไงวะ ไอ้ก๊อง?”
“โถ่พี่!!นี่...มันแค่ในเกมครับ พี่ต้อมอย่าไปซีเรียสดิ...” ก๊องออกปากแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ในเกมมันก็ไม่ควรโว้ยถ้าแกเกิดติดใจรสชาติของมันขึ้นมา เดี๋ยวก็กลายเป็ขี้เหล้าขี้ยาจนเสียผู้เสียคนหร๊อก...”ต้อมสั่งสอนรุ่นน้องอย่างผู้มีประสบการณ์ ก่อนจะได้ยินเพื่อนซี้ของตนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ว่า “เหมือนมึงใช่มะ...”
ต้อมนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะกระแอมออกมา พร้อมกับรับคำอีกฝ่ายเบา ๆ ว่า “ก็เออสิวะ...”
บรรยากาศแห่งการเลี้ยงฉลองความสำเร็จเล็กๆ ของกิลด์วอลันเทียร์ เป็ไปด้วยความสนุกสนาน จนล่วงเลยไปถึงกำหนดเวลาออฟไลน์....
............
1 วันในเกม ก่อนที่ระบบจะทำการปิดเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำการอัปเดตแพชใหม่
ในส่วนของมีน หลังจากที่ได้เรียนรู้ฝึกฝนทักษะเวทมนตร์มาอย่างยาวนานจนลืมวันลืมคืนก็เตรียมตัวจะออกเดินทาง เพื่อทำภารกิจที่คั่งค้างอยู่พร้อมกับเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์เพิ่มระดับตามคำแนะนำของอเล็กซ์ที่กล่าวว่า “ประสบการณ์ที่ได้จากการอ่านหนังสือหมื่นเล่ม ไม่เท่ากับการเดินทางเพียงครั้งเดียว...”นั่นก็เพราะว่า อเล็กซ์้าให้หญิงสาวได้เรียนรู้การใช้งานเวทมนตร์ในสถานการณ์จริงมากกว่าอีกทั้งการเดินทางในครั้งนี้ ยังเป็การเพิ่มระดับความแข็งแกร่งไปในตัวอีกด้วยเพราะการฝึกฝนในห้องฝึกทักษะนั้น เป็เพียงการฝึกการใช้งานทักษะให้เกิดความชำนาญเสียมากกว่าซึ่งมันจะไม่ได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารสัตว์อสูรที่จะทำให้ระดับและค่าสถานะของหญิงสาวเพิ่มขึ้นนั่นเอง
หลังจากที่อเล็กซ์ได้คุยกับจอห์นแล้วตัวมันจึงอยากให้ลูกศิษย์สาวผู้นี้ เพิ่มระดับความแข็งแกร่งและค่าสถานะของตัวเองให้สูงขึ้นในเวลาอันสั้นที่สุดเนื่องจากมันและจอห์นต่างก็เห็นตรงกันว่า ยิ่งระดับของหญิงสาวสูงขึ้นเร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะเป็ผลดีต่อเ้าตัวมากเท่านั้น เพราะหากเป็สิ่งที่อเล็กซ์คิดเมื่อก่อนหน้านี้มันคงอยากจะให้มีนฝึกทักษะทุกอย่างจนชำนาญเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกไปเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์เพิ่มระดับในภายหลัง
เพราะถึงอย่างไรในมุมมองของอเล็กซ์เองก็ยังเห็นว่า เมื่อนักเวทมีความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์แล้วนักเวทผู้นั้นก็จะรู้จักพลิกแพลงเลือกใช้บทเวทที่เหมาะสมกับสถานการณ์การต่อสู้ และสามารถรับมือศัตรูที่มีระดับสูงกว่าได้อย่างไม่ตกเป็รองมากนักเพียงแต่...ในเวลานี้ สิ่งที่เหมาะสมสำหรับหญิงสาวที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น การทำให้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเพราะยิ่งค่าสถานะของมีนสูง...โอกาสรอดก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“เอาล่ะเ้าไปได้แล้วแล้วก็เอาเด็ก ๆ ของเ้าไปด้วย” อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวก่อนที่อีกฝ่ายจะออกเดินทางฯ
“เ้าค่ะขอบพระคุณนะเ้าคะ ท่านอาจารย์...” มีนตอบพร้อมกับเรียกเ้าปลาตีนน้อย ซึ่งยืนทำตาปริบๆ อยู่ด้านหลังของอเล็กซ์ให้เข้ามาหาตน
แต่ทว่าปลาตีนน้อยทั้ง12 กลับยืนนิ่งอยู่กับที่...ไม่แม้แต่จะขยับตัวไปไหน
“ไปสิ! ไปหาเ้านายของพวกเ้า...”
แต่ทว่าหลังจากสิ้นเสียงกล่าวจากอเล็กซ์เท่านั้นปลาตีนน้อยทั้งหลายต่างก็เริ่มขยับตัวและแกว่งหางอันอ้วนป้อมของพวกมัน ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเข้ามาหาหญิงสาวอย่างเริงร่าเหมือนกับว่า ได้รับการปลดปล่อยขึ้นมาในทันใด...
มีนนั่งลงลูบหัวลูบตัวเ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดที่เข้ามาคลอเคลียเคล้าแข้งเคล้าขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามอเล็กซ์ด้วยความสงสัย “ดูเหมือนว่า พวกมันจะกลัวท่านอาจารย์เลยนะเ้าคะ?”
“งั้นรึ?ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรพวกมันเสียหน่อย...แค่อบรมบ่มนิสัยให้พวกมันใหม่ ฝึกให้พวกมันรู้จักกาลเทศะรู้จักระเบียบวินัยและหน้าที่อันพึงกระทำ เพื่อให้พวกมันเป็ประโยชน์แก่เ้า...มากกว่าเป็ภาระมันก็เท่านั้น” อเล็กซ์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หืม...มากขนาดนี้ยังเรียกว่า‘แค่นี้’ อีกหรือเ้าคะ?” มีนย้อนถาม แต่ในใจกลับรู้สึกขอบคุณในความหวังดีของอีกฝ่ายไม่น้อย
อเล็กซ์เองเหมือนจะรับรู้ในสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมาได้จึงไม่คิดที่จะต่อปากต่อคำอีกฝ่ายให้ปลาตีนน้อยทั้งหลายได้เห็นก่อนจะออกปากไล่หญิงสาวเบา ๆ “ไปได้แล้ว...”
“เ้าค่ะ”มีนตอบคำอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย ก่อนจะเก็บปลาตีนน้อยทั้งหมดเข้าคลังสมบัติเคลื่อนที่พร้อมกับเรียกการ์ดสีขาวใบเล็ก ๆ ออกมาใช้งานในที่สุด...
วาบ!!
…………
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของมีนอีกครั้งหลังจากออกจากวิหารเทพแห่งปัญญาก็คือ ตำแหน่งเดิมก่อนที่ตนจะเรียกใช้งานบัตรเชิญสู่วิหารฯนั่นเอง
มีนตรวจสอบภารกิจที่อเล็กซ์ได้แนะนำว่า“สำคัญเร่งด่วนที่สุด” ก่อนเป็อันดับแรก นั่นก็คือ การลงไปสำรวจหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางซึ่งเป็สถานที่ที่อเล็กซ์บอกเอาไว้ว่า จะทำให้ตนได้รับผลลัพธ์อย่างชนิดที่คาดไม่ถึง...
แต่ก่อนจะไปมีนจำเป็ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเอง ตามที่ผู้เป็อาจารย์ได้แนะนำ ด้วยการหาซื้ออุปกรณ์จำเป็ในการเก็บระดับเช่นพวกน้ำยาฟื้นพลัง และไอเทมใช้งานต่าง ๆ รวมทั้งหาซื้ออาหารสำหรับสัตว์อสูรทั้ง12 ตัว ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
จากนั้นมีนจึงเรียกทักษะของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะพบว่า ในตอนนี้ค่าพลังเวทของตน หลังจาก {แหวนเทพแห่งปัญญา} ถูกปิดผนึก...มันช่างน้อยนิดเสียจริง ๆ
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงได้แต่นำแต้มที่ได้รับมาจากการเพิ่มระดับที่เหลือทั้งหมด เพิ่มไปที่ค่า “ปัญญา” ก่อนจะเปิดค่าสถานะของตัวเองขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง
ชื่อ: มนตรา ระดับ: 13
อาชีพ:นักสำรวจฝึกหัด เผ่าพันธุ์:มนุษย์
ค่าสถานะ:
- ค่าสถานะหลัก
HP = 1,100 MP = 2,160 (+500) (+810*)
ATT = 400 (+150) DEF= 265 (+110)
M.DEF = 120 (+20)
- ค่าสถานะรอง
STR= 50 (+20) STI= 30
SPR = 10 INT= 85 (+50)
CRI = 5 EVA = 25 (+20)
M.SP = 25 (+20) แต้มคงเหลือ= 0
- ค่าสถานะแฝง
LUCK = 999
* โบนัสพลังเวทเพิ่มขึ้นจากทักษะััแห่งเวทมนตร์ และการปลดล็อกขีดจำกัดแห่งเวทอีก 60เปอร์เซ็นต์
มีนรู้สึกพอใจไม่น้อยที่ค่าพลังเวทสูงสุดของตนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
เพียงแต่...หลังจากที่ได้ลองไล่ดูทักษะอื่นๆ ที่ตัวเองมีอยู่ ความรู้สึกห่อเหี่ยวจึงเริ่มกลับมาเยือนนักเวทมือใหม่ผู้นี้อีกครั้งเพราะทักษะเวทมนตร์แต่ละบทเมื่อมาอยู่ในระดับสูง การจ่ายพลังเวทในการเรียกใช้งานฯก็ย่อมจะเพิ่มมากขึ้นเป็ธรรมดา...
แต่พอมีนนึกได้ว่าตัวเองไม่จำเป็ที่ต้องเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์เ่าั้เสมอไปเนื่องจากตัวเองสามารถร่ายเวทฯ โดยกำหนดค่าพลังเวทลงไปในบทร่ายได้อย่างอิสระ มันก็พอที่จะทำให้ตนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากได้เตรียมความพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงเร่งออกเดินทางในทันที…
ระหว่างการเดินทางมีนได้ผนึกเวทลงไปในใบหอกเพื่อใช้โจมตีและสังหารสัตว์อสูรตามรายทางมาเรื่อย ๆ อย่างไม่ลำบากยากเย็น เพียงแต่ค่าประสบการณ์ที่ได้รับมันกลับน้อยนิดเสียจนไม่ได้ทำให้ระดับของตนเพิ่มขึ้นมาเสียที แม้ว่าตลอดรายทาง ตนจะสังหารสัตว์อสูรไปเป็จำนวนมากกว่าครึ่งร้อยแล้วก็ตาม
เมื่อมาถึงหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางมีนจึงได้เปิดค่าสถานะมาดูอีกครั้ง ก่อนจะพบว่า ตัวเองยังสวม {แหวนฝึกทักษะ} ที่ลดค่าประสบการณ์ลงครึ่งหนึ่งอยู่ เมื่อเป็เช่นนี้หญิงสาวจึงรีบถอดแหวนที่ว่าเก็บเอาไว้ในคลังฯด้วยอารมณ์หงุดหงิดอันเกิดจากความสะเพร่าของตน ก่อนจะไล่ตรวจสอบค่าสถานะอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งพบว่า ต้นเหตุสำคัญที่ระดับของตนไม่ยอมเพิ่มขึ้นเสียทีนอกจากจะเป็เพราะแหวนฝึกทักษะนั่นแล้ว ยังเป็เพราะว่ามี “ตัวดูด” ค่าประสบการณ์ร่วมอยู่ด้วยจำนวนถึง12 ตัวนั่นเอง
หลังจากที่มีนตรวจสอบข้อมูลของเ้าปลาตีนน้อยอย่างละเอียดก็พบว่าถึงแม้ตนจะไม่ได้เรียกพวกมันออกมาช่วยต่อสู้ หรือนำออกมานอกคลังสมบัติฯ แต่เ้าตัวดูดทั้ง12 ตัวนี้ ก็ยังคงได้รับการแบ่งค่าประสบการณ์จากตนอย่างต่อเนื่องจนมีนต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง
แต่เมื่อหญิงสาวได้สังเกตค่าสถานะและทักษะของปลาตีนน้อยเหล่านี้ดีๆ กลับทำให้ตัวหญิงสาวต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ทักษะของเ้าปลาตีนน้อยเหล่านี้ กลับอยู่ใน่ปลายของทักษะขั้นกลางเกือบทั้งหมดแล้วยกเว้นเพียงทักษะ [ผสานร่าง] เท่านั้นที่ยังอยู่ใน่กลางของขั้นต้นเท่านั้น
แม้มีนจะไม่รู้ว่าอาจารย์ของตนไปทำอีท่าไหน ถึงทำให้เ้าพวกลูกปลาตีนที่มีนิสัยรักสงบไม่ชอบฝึกทักษะการต่อสู้สามารถพัฒนาทักษะของตัวเองได้ไวเหมือนติดจรวดเช่นนี้ เพราะทักษะประเภทที่เป็ทักษะเผ่าพันธุ์หรือทักษะใช้งานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทักษะเวทมนตร์ จะไม่สามารถใช้วิธีการเช่นเดียวกับการร่ายเวทได้ซึ่งการใช้งานทักษะในรอบถัดไป พวกมันจำเป็ต้องรอให้ระยะคูลดาวน์ของทักษะที่เรียกใช้ไปในรอบก่อนหน้าหมดลงเสียก่อนจึงจะสามารถเรียกใช้งานทักษะได้อีกครั้ง...
หญิงสาวเปิดแผนที่หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางซึ่งได้รับมาจากเควสฯ สำรวจดูว่า มันพอจะมีทางเข้าไปยังที่อยู่ของาาปลาตีนจากทางไหนได้บ้างซึ่งก็พบว่าหนองน้ำแห่งนี้ มีทางเข้าเพียงทางเดียวนั่นก็คือ ตรงขอบบึงน้ำใกล้ ๆกับจุดที่ตนได้พบกับปลาตีนสีชมพู ซึ่งขึ้นมาวางไข่นั่นเอง และเมื่อมีนเดินไปใกล้กับปากทางเข้าฯเสียงแจ้งเตือนจากทักษะนักสำรวจเด้งดังขึ้นมาในทันที
ติ้ง!!
“ทักษะค้นหาทำงานผู้เล่นมนตรา พบดันเจี้ยนลับ [หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง] ค่ะ”
ไม่รอช้า มีนรีบเดินลงไปในน้ำตามทิศทางซึ่งแผนที่ได้แสดงเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เมื่อหญิงสาวเดินออกห่างจากฝั่งไปได้เพียงไม่กี่เมตรระดับน้ำก็ได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนมิดหัวของตัวเองในที่สุด ดังนั้นมีนจึงต้องใช้วิธีการดำในน้ำลงไปแทนแต่นั่น...กลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับตนในเวลานี้ เพราะมีนได้รับทักษะ [หายใจใต้น้ำ] ขั้นต้นมาแล้วนั่นเอง
หลังจากมุ่งหน้าไปในทิศทางที่กำหนดไว้ได้ระยะหนึ่งเสียงแจ้งเตือนจากทักษะฯ ก็เด้งดังขึ้นมาในหัวของหญิงสาวอีกครั้ง
ติ้ง!!
“ทักษะค้นหาทำงานผู้เล่นมนตรา พบปากทางเข้าดันเจี้ยนลับ [หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง] ค่ะ”
เมื่อเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วก็พบว่าภายในมีลักษณะเป็โพรงหินขนาดใหญ่อยู่ใต้น้ำ และมีแสงสว่างรำไรจากผิวน้ำ้าสาดส่องลงมาตกกระทบกับผลึกแสงสีฟ้าจาง ๆ ซึ่งอยู่รอบนอกของผนังถ้ำ สำหรับมีนผู้เคยเห็นภาพเช่นนี้เป็ครั้งแรกกลับรู้สึกว่า มันเป็ความงดงามทางธรรมชาติที่หาดูได้ยากยิ่งในโลกของตนเลยทีเดียว นอกจากนี้หลังจากได้เข้ามาภายในถ้ำที่ว่าด้านในกลับคล้ายเป็ห้องโถงขนาดเล็กห้องหนึ่ง ซึ่งตนไม่อาจจะเรียกมันว่า“ถ้ำใต้น้ำ” ได้อีก เพราะมันดูคล้ายกับถ้ำอื่น ๆ ที่พบได้ทั่วไปตามเขาหินปูนที่มีเพียงความชื้นแฉะของพื้นถ้ำเพียงเท่านั้นที่พอจะบ่งบอกว่ามันคือถ้ำที่อยู่ด้านใต้ของบึงใหญ่ อีกทั้งภายในยังมีอากาศถ่ายเทเพียงพอให้มนุษย์เข้ามาอาศัยอยู่ได้พร้อมๆ กัน...นับร้อยคนอย่างไม่อึดอัด
จากนั้นมีนจึงนำแผนที่ของหนองน้ำขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งก่อนจะพบว่า ภายในมีเส้นทางหลายสายปรากฏขึ้นมาให้เห็น อีกทั้งเ้าแผนที่ ซึ่งอยู่ในมือของตนในเวลานี้ยังปรากฏข้อมูลของสัตว์อสูรที่อยู่ในแต่ละเส้นทาง รวมไปถึงห้องโถงย่อยต่าง ๆ ในถ้ำอีกต่างหากโดยรายละเอียดของสัตว์อสูรภายในถ้ำฯ พวกมันมีระดับความแข็งแกร่งอยู่ที่ 10–20 ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนอยู่ในเผ่าพันธุ์ประเภทสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำแทบทั้งสิ้น
แต่กระนั้น หลังจากที่มีนได้สำรวจดูแผนที่อย่างละเอียดกลับไม่พบว่ามีสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ปลาตีนหรือแอกโซโลตล์แสดงอยู่ในแผนที่แม้แต่ตัวเดียวทั้ง ๆ ที่เ้าปลาตีนสีชมพูและาาปลาตีน พวกมันเคยอาศัยและเป็ผู้ปกครองบึงน้ำแห่งนี้มาก่อน...
และในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเริ่มสำรวจภายในถ้ำ…
ติ้ง!!
“ประกาศ!!เหลือเวลาอีก 15 นาที ระบบจะทำการปิดปรับปรุงฯ เพื่อทำการอัปเดตแพชใหม่เป็เวลา24 ชั่วโมง ทางทีมงานจึงขอแจ้งให้ผู้เล่นฯ ทำการล็อกเอาท์ออกจากระบบก่อนเวลาดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นเมื่อถึงเวลาระบบจะทำการปิดการเชื่อมต่อกับผู้เล่นอัตโนมัติ และผู้เล่นสามารถศึกษารายละเอียดของแพชใหม่นี้ได้ทางหน้าเว็บไซต์ค่ะ”
เมื่อเป็เช่นนี้หญิงสาวจึงได้แต่ตรวจสอบอุปกรณ์สวมใส่ของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะทำการออฟไลน์ออกจากเกมฯในขณะที่ตัวละครยังอยู่ในถ้ำใต้บึงน้ำนั่นเอง...
............