ข่าวการกลับมาของเฉินหยางบุตรชายคนโตของราชครูเฉินแพร่สะพัดไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นเต้นและวุ่นวายเล็กน้อยให้กับเหล่าบ่าวไพร่ที่ต่างพากันเตรียมการต้อนรับอย่างขะมักเขม้น เสียงเท้าวิ่งไปมาดังก้องไปทั่วทางเดินยาว เสียงคำสั่งของหัวหน้าบ่าวที่เรียกให้ทำความสะอาดห้องต่างๆ ให้เรียบร้อย เสียงเคาะประตูของคนครัวที่มาปรึกษาเื่เมนูอาหารสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกอย่างเป็ไปอย่างคึกคัก เหมือนกับว่าจวนที่เงียบสงบมานานหลายเดือนได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ซูซูได้ยินข่าวนี้จากเหมยลี่สาวใช้คนสนิท ขณะที่นางกำลังนั่งปักผ้าอยู่ในห้องนอนของตนเอง เหมยลี่วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "คุณหนูเ้าคะ! ท่านเฉินหยางจะกลับมาแล้วเ้าค่ะ! บ่าวไพร่ทุกคนต่างพากันเตรียมการต้อนรับกันใหญ่เลย!" เหมยลี่พูดพร้อมกับจัดแจงผ้าไหมใหม่ที่เพิ่งซักมาใส่ในตู้เสื้อผ้า
นางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ ออกมาอีกแล้ว หลังจากค่ำคืนแห่งการปลดปล่อยที่ผ่านมา หัวใจของนางก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความมั่นคงที่ราชครูเฉินมอบให้ ความรู้สึกผิดบาปที่เคยกัดกินจิตใจได้หายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความสงบและความมั่นใจในตัวเอง นางรู้ดีว่าไม่ว่าเฉินหยางจะกลับมาในสถานะใด ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับราชครูเฉินก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะตอนนี้นางรู้แล้วว่าการแต่งงานของนางเป็เพียงละครฉากหนึ่งั้แ่แรก
"เหมยลี่ จัดเตรียมชุดสีน้ำเงินเข้มชุดนั้นให้ข้าด้วย" ซูซูสั่งด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย "และไปดูว่าในครัว้าความช่วยเหลืออะไรบ้าง ข้าจะไปช่วยจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับ"
"เ้าค่ะ คุณหนู" เหมยลี่ตอบพร้อมกับโค้งคำนับ แต่ก็มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทีของนายหญิงที่ดูสงบเกินไป เมื่อเทียบกับการที่สามีกำลังจะกลับมาหลังจากหายหน้าไปนานหลายเดือน
ราชครูเฉินเองก็ได้รับข่าวการกลับมาของบุตรชายเช่นกัน เขานั่งอยู่ในห้องทำงานอย่างสงบนิ่ง จิบชาอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าแววตาคมกริบนั้นกลับฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง มือหนาของเขาลูบไล้ขอบถ้วยชาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังไตร่ตรองเื่สำคัญอะไรบางอย่าง บนโต๊ะทำงานมีเอกสารราชการกองโต วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่นัก
ซูซูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยชาใบใหม่ นางวางมันลงบนโต๊ะข้างกายเขาอย่างแ่เบา เสียงกิ๊งแก๊งเบาๆ ของถ้วยชาที่ัักับจานรองดังขึ้นในความเงียบ ราชครูเฉินเงยหน้าขึ้นมองนาง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา แววตาที่เคยเ็าเมื่อเผชิญหน้ากับคนอื่น บัดนี้กลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักเมื่อมองนาง
"เ้าได้ยินข่าวแล้วใช่หรือไม่ ซูซู" เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำ มือของเขาเอื้อมไปจับมือของนางอย่างแ่เบา ปลายนิ้วลูบไล้หลังมือเนียนนุ่มด้วยความอ่อนโยน
"เ้าค่ะ ท่านราชครู" ซูซูตอบ "บ่าวไพร่ต่างพากันเตรียมการต้อนรับอย่างคึกคัก ดูเหมือนว่าทุกคนจะดีใจกับการกลับมาของท่านเฉินหยางเป็อย่างมาก" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ไม่มีความตื่นเต้นหรือความกังวลใดๆ เหมือนที่เคยเป็
"เฉินหยางกลับมาพร้อมกับสตรีผู้หนึ่ง" ราชครูเฉินกล่าวต่อ สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าของซูซูเพื่อดูปฏิกิริยา "นางเป็ภรรยาใหม่ของเขา คนที่เขาพบและตกหลุมรักที่ชายแดนใต้"
ซูซูพยักหน้าช้าๆ นางไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก เพราะนางรู้ดีว่าเฉินหยางจะต้องหาทางออกให้กับสถานการณ์นี้อย่างแน่นอน และการมีภรรยาใหม่ก็เป็วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาหน้าตาของตระกูลเฉินและตัวเขาเอง การแต่งงานใหม่จะทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสงบสุข โดยไม่ต้องมีใครรู้สึกผิดบาปหรือกังวลใจอีกต่อไป
"ท่านราชครูคิดว่า..." ซูซูเริ่มเอ่ย แต่ราชครูเฉินก็ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน มือหนาของเขาประคองใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน นิ้วโป้งลูบไล้แก้มเนียนนุ่มด้วยความรัก
"ข้ารู้ว่าเ้ากังวลสิ่งใด ซูซู" เขากล่าวพร้อมกับลูบไล้หลังมือของนางอย่างอ่อนโยน "แต่เ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็เช่นไร เ้าก็ยังคงเป็หนึ่งเดียวในใจของข้าเสมอ การกลับมาของหยางและการที่เขามีภรรยาใหม่ จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เราไม่ต้องซ่อนเร้นอีกต่อไป"
คำพูดของราชครูเฉินทำให้หัวใจของซูซูอบอุ่น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรักและความเชื่อใจ ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังคงอยู่ในใจก็ได้หายไปจนหมดสิ้น ราชครูเฉินโน้มตัวลงจูบหน้าผากของนางอย่างแ่เบา จูบที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและคำมั่นสัญญา จูบที่บอกกับนางว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะอยู่เคียงข้างนางเสมอ
ในวันรุ่งขึ้น เฉินหยางก็เดินทางมาถึงจวนตระกูลเฉินพร้อมกับสตรีผู้หนึ่งที่งดงามราวกับภาพวาด เสียงกีบม้าดังก้องมาจากประตูหน้าจวน ตามด้วยเสียงเรียกร้องของคนเฝ้าประตูที่ประกาศการมาถึงของนายน้อย บรรยากาศทั้งจวนเต็มไปด้วยความคึกคัก บ่าวไพร่ต่างพากันวิ่งออกมาต้อนรับ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความดีใจและความตื่นเต้น
นางมีใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตเป็ประกาย ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น ข้ายาวสีดำขลับถูกเกล้าอย่างประณีต ประดับด้วยกิ่งไผ่ทองคำและดอกบัวเงิน นางมีท่าทางสง่างามและอ่อนช้อยราวกับนางฟ้าที่ลงมาจาก์ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความงดงามและความเป็สุภาพสตรี
เฉินหยางแนะนำนางให้ทุกคนรู้จักในฐานะ "หลี่ฮวา" ภรรยาใหม่ของเขา หลี่ฮวาโค้งคำนับทุกคนอย่างนอบน้อม รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏบนใบหน้าของนาง เสียงพูดของนางไพเราะและนุ่มนวล "หลี่ฮวากราบเรียนท่านท่านพ่อสามี และทุกท่านในจวน ขอบพระคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ถ่อมตน แต่ไม่ขาดความมั่นใจในตัวเอง
ซูซูมองหลี่ฮวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางรู้สึกชื่นชมในความงามของนาง ความสง่างามและมารยาทที่ดี แต่ก็แฝงไปด้วยความสงสัยว่าสตรีผู้นี้เป็ใครกันแน่ และเหตุใดเฉินหยางจึงเลือกนางมาเป็ภรรยาบังหน้า นางสังเกตเห็นว่าหลี่ฮวาดูไม่ใช่สตรีธรรมดา ท่าทางและการพูดจาของนางแสดงให้เห็นว่านางได้รับการศึกษาอย่างดี และมีพื้นเพมาจากตระกูลดี
เมื่อหลี่ฮวาเดินเข้ามาใกล้ ซูซูก็สังเกตเห็นแววตาของนางที่ฉายแววเข้าใจและเป็มิตร ไม่มีความริษยาหรือความเป็ปรปักษ์แต่อย่างใด หลี่ฮวาเองก็มองซูซูด้วยสายตาที่คล้ายคลึงกัน ราวกับว่าทั้งสองต่างก็รู้ความลับของกันและกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมา มีความเข้าใจที่เงียบๆ ผ่านสายตาที่สบกัน ราวกับว่าทั้งสองรู้ดีว่าพวกนางต่างก็มีบทบาทของตัวเองในละครฉากใหญ่นี้
"น้องสะใภ้" หลี่ฮวาเข้ามาทักทายซูซูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "ข้าได้ยินเื่ราวของเ้ามาจากหยาง เขาเล่าให้ฟังว่าเ้าเป็สตรีที่ดีและอ่อนโยน ข้าหวังว่าเราจะได้เป็เพื่อนกันได้"
"ยินดีต้อนรับสู่จวนตระกูลเฉิน พี่สะใภ้" ซูซูตอบด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ "ข้าหวังว่าเ้าจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่นี่"
การสนทนาสั้นๆ นี้ทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความเข้าใจที่ไม่ต้องอธิบาย พวกนางต่างก็เป็สตรีที่ฉลาดและเข้าใจสถานการณ์เป็อย่างดี รู้ว่าการมาของหลี่ฮวาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาซึ่งความสุขให้กับทุกคน
ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเฉินหยางและภรรยาใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและอบอุ่น ห้องโถงใหญ่ถูกตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงและผ้าไหมสีทอง เทียนไขจำนวนมากถูกจุดขึ้นทั่วห้อง สร้างแสงไฟที่อบอุ่นและโรแมนติก กลิ่นหอมของดอกไม้สดและเครื่องหอมลอยฟุ้งไปทั่วอากาศ
โต๊ะอาหารถูกจัดเรียงด้วยอาหารมากมายหลายชนิด ทั้งปลาแกงเผ็ด เป็ดย่างน้ำผึ้ง ซุปหูฉลาม ปูนึ่งซีอิ๊ว และขนมหวานต่างๆ มากมาย ทุกอย่างถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม ราวกับงานเลี้ยงของราชวงศ์ เสียงดนตรีไพเราะดังขึ้นเบาๆ จากมุมห้อง เพิ่มบรรยากาศให้งานเลี้ยงดูสง่างามและมีระดับ
ราชครูเฉินนั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก ความดีใจที่ได้เห็นบุตรชายกลับมาอย่างปลอดภัย ผสมปนเปกับความโล่งใจที่สถานการณ์ทุกอย่างได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม เขาสวมชุดไหมสีน้ำเงินเข้มที่ปักด้วยลายัทอง ดูสง่างามและมีเกียรติยศ ซูซูนั่งอยู่ข้างกายเขาในฐานะฮูหยินของราชครูเฉิน แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็ทางการ แต่ทุกคนในจวนต่างก็รับรู้ถึงสถานะของนางแล้ว
นางสวมชุดไหมสีแดงสดที่ราชครูเฉินเลือกให้ ปักด้วยลายนกฟีนิกซ์สีทอง ข้าถูกเกล้าอย่างประณีต ประดับด้วยเครื่องประดับทองคำและไข่มุก ดูสง่างามและเหมาะสมกับสถานะใหม่ของนาง ทุกคนในงานเลี้ยงต่างมองนางด้วยความเคารพและยอมรับ ไม่มีใครกล้าแสดงความไม่พอใจหรือคิดเื่ไม่ดีใดๆ
เฉินหยางและหลี่ฮวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เฉินหยางสวมชุดไหมสีเขียวเข้ม ดูแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนออกเดินทาง ผิวพรรณของเขาแทนขึ้นจากแสงแดด แต่ดูมีชีวิตชีวาและมีความสุข หลี่ฮวาปรนนิบัติเฉินหยางอย่างเอาใจใส่ คอยรินเหล้าและตักอาหารให้เขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกการเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
เฉินหยางเองก็ปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนและให้เกียรติ เขาจะคอยดูแลให้นางได้รับอาหารที่ดีที่สุด จะพูดคุยกับนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จะมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม ราวกับว่าทั้งสองเป็คู่รักที่แท้จริงที่รักกันอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าความจริงจะไม่เป็เช่นนั้นก็ตาม
"ท่านพ่อครับ" เฉินหยางลุกขึ้นยกแก้วเหล้า "ข้าขอขอบคุณท่านพ่อที่ให้การสนับสนุนและเข้าใจในการตัดสินใจของข้า การได้อยู่ที่ชายแดนใต้ทำให้ข้าได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง และที่สำคัญที่สุด ข้าได้พบกับหลี่ฮวา คนที่ทำให้ชีวิตของข้าสมบูรณ์"
ราชครูเฉินลุกขึ้นตอบรับ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ข้าดีใจที่เ้าได้พบกับความสุขที่แท้จริง หยาง และยินดีต้อนรับหลี่ฮวาเข้าสู่ตระกูลของเรา ข้าหวังว่าเ้าทั้งสองจะมีความสุขและอยู่ร่วมกันไปนานๆ"
ตลอดทั้งงาน ซูซูและหลี่ฮวาต่างก็สบตากันเป็ระยะ แววตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความเข้าใจและมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ พวกนางไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่ก็เข้าใจกันได้อย่างลึกซึ้ง ซูซูรู้ดีว่าหลี่ฮวาไม่ใช่ภรรยาที่แท้จริงของเฉินหยาง แต่นางก็เป็สตรีที่เฉินหยางเลือกมาเพื่อปกป้องเกียรติของตระกูลและเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
หลี่ฮวาก็เข้าใจเช่นกันว่าซูซูไม่ใช่ภรรยาที่แท้จริงของเฉินหยาง และความสัมพันธ์ที่แท้จริงของนางคือกับราชครูเฉิน การที่ทั้งสองสตรีเข้าใจสถานการณ์และยอมรับบทบาทของกันและกัน ทำให้ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่นและสงบสุข
เมื่องานเลี้ยงใกล้จะเลิก เฉินหยางลุกขึ้นพูดอีกครั้ง "ข้ามีเื่สำคัญที่อยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ข้าและซูซูได้ตกลงกันแล้วว่าจะขอหย่ากัน เพื่อให้ทั้งสองได้เป็อิสระและมีความสุขในแบบของตัวเอง"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วครู่ แต่ไม่มีใครแสดงความประหลาดใจมากนัก เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าการแต่งงานระหว่างเฉินหยางและซูซูไม่ได้มีความสุขเท่าที่ควร
"ข้าหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและให้การสนับสนุน" เฉินหยางกล่าวต่อ "ซูซูเป็สตรีที่ดี และเธอสมควรได้รับความสุขที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่ข้าได้พบกับความสุขของข้าแล้ว"
ซูซูลุกขึ้นโค้งคำนับ "ขอบคุณทุกคนที่ให้การดูแลและเอาใจใส่ข้ามาตลอด ข้าจะจดจำความดีของทุกคนไว้ตลอดไป" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบและมีศักดิ์ศรี
ราชครูเฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเข้าใจและเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ ทุกคนสมควรได้รับความสุขในชีวิต" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา ซูซูกลับมายังห้องนอนของตนเอง นางนั่งอยู่หน้ากระจก มองดูเงาสะท้อนของตนเองในชุดผ้าไหมสีแดงสดที่ราชครูเฉินมอบให้ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงบและความมั่นใจ ไม่มีความกังวลหรือความเศร้าโศกใดๆ นางรู้สึกเหมือนชีวิตของนางได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นมรสุมต่างๆ มามากมาย บัดนี้นางได้อยู่กับคนที่นางรัก และได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มเปี่ยม
นางคิดถึงเส้นทางที่ผ่านมา ั้แ่วันแรกที่มาถึงจวนตระกูลเฉินในฐานะเ้าสาวใหม่ ความหวังและความฝันที่มีต่อชีวิตแต่งงาน ความผิดหวังและความเ็ปเมื่อรู้ว่าสามีไม่รักนาง ความรู้สึกผิดบาปเมื่อเริ่มมีความสัมพันธ์กับท่านพ่อสามี และในที่สุดก็คือความโล่งใจและความสุขเมื่อรู้ความจริงทั้งหมด
ทุกอย่างเป็ไปตามที่ควรจะเป็ นางไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ได้ทรยศใคร การแต่งงานของนางเป็เพียงละครฉากหนึ่งั้แ่แรก และตอนนี้ละครฉากนั้นได้จบลงแล้ว นางเป็อิสระที่จะรักและมอบกายใจให้กับชายที่นางปรารถนาอย่างแท้จริง
ราชครูเฉินเดินเข้ามาในห้อง เขากอดนางจากด้านหลัง ซบหน้าลงบนไหล่ของนางอย่างอ่อนโยน กลิ่นหอมจากข้าและผิวกายของนางทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข "เ้ามีความสุขหรือไม่ ซูซู" เขากระซิบถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
"เ้าค่ะ ท่านราชครู" ซูซูตอบ "ข้ามีความสุขมาก ความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต" นางหันไปสบตาเขา รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความรักและความขอบคุณ "ขอบคุณท่านราชครูที่มอบความสุขนี้ให้แก่ข้า ที่ทำให้ข้ารู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็อย่างไร"
ราชครูเฉินจูบหน้าผากของนางอย่างแ่เบา "เ้าไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้า ซูซู ความสุขของเ้าคือความสุขของข้า การได้อยู่กับเ้าอย่างเปิดเผย ไม่ต้องซ่อนเร้น คือสิ่งที่ข้าปรารถนามาโดยตลอด"
ทั้งสองโอบกอดกันอย่างแแ่ ความรักของทั้งสองเบ่งบานอย่างงดงามภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน แสงจันทร์สีเงินส่องผ่านหน้าต่าง สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและอบอุ่น ค่ำคืนนี้เป็ค่ำคืนแห่งความสุขและความสมหวังสำหรับทั้งสอง เป็จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่พวกเขาจะได้ใช้ร่วมกันอย่างเปิดเผยและมีความสุข
เฉินหยางเองก็รู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หลังจากที่เขาได้สารภาพความจริงทั้งหมดกับบิดาและได้รับการอภัย เขาก็รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ความรู้สึกผิดบาปที่เขาแบกมานานหลายปี ความกลัวที่จะทำให้บิดาผิดหวัง ความทรมานที่ต้องแกล้งเป็คนที่เขาไม่ใช่ ทุกอย่างได้หายไปจนหมดสิ้น
การกลับมาพร้อมกับหลี่ฮวาในฐานะภรรยาใหม่ ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและไม่ต้องทนทุกข์กับความผิดอีกต่อไป เขาไม่ต้องแกล้งรักผู้หญิง ไม่ต้องทำตัวเป็คนที่เขาไม่ใช่ เขาสามารถเป็ตัวเองได้อย่างแท้จริง และมีเพื่อนที่เข้าใจเขาอย่างหลี่ฮวาคอยอยู่เคียงข้าง
หลี่ฮวาเป็สตรีที่ฉลาดและเข้าใจสถานการณ์เป็อย่างดี นางมาจากตระกูลที่มีปัญหาคล้ายกัน ท่านพ่อของนาง้าให้นางแต่งงานกับชายที่นางไม่รัก เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เมื่อเฉินหยางเล่าเื่ราวของตัวเองให้ฟัง นางจึงเข้าใจและเห็นใจ นางยอมรับบทบาทภรรยาบังหน้าของเฉินหยางด้วยความเต็มใจ เพราะนางรู้ดีว่าการกระทำนี้จะนำมาซึ่งความสุขให้กับทุกคน และนางเองก็จะได้เป็อิสระจากการแต่งงานที่ไม่้า
นางปฏิบัติต่อเฉินหยางอย่างให้เกียรติและเป็มิตร ทั้งสองต่างก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกัน และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทุกเื่ พวกเขามีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เพราะต่างก็เป็คนที่ต้องต่อสู้กับความคาดหวังของสังคมและครอบครัว
ซูซูได้กลายเป็ฮูหยินของอสูรเฒ่าผู้ทรงอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบ ราชครูเฉินทั้งรักทั้งหลงนางจนไม่อาจถอนตัว เขาเลิกสนใจเื่การเมืองและหันมาใช้เวลาอยู่กับซูซูมากขึ้น เขาพานางไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ สอนนางอ่านหนังสือ และเล่าเื่ราวต่างๆ ที่เขาเคยประสบพบเจอมาให้ฟัง
ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับนาง จะจูบหน้าผากของนางเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่น จะนั่งดื่มชาเช้าด้วยกันในสวน พูดคุยเื่ราวต่างๆ อย่างสบายใจ ทุกค่ำคืนเขาจะกลับมาหานางทันทีหลังจากเสร็จธุระ จะกอดนางไว้ในอ้อมแขนขณะหลับ ให้ความอบอุ่นและความปลอดภัยแก่นาง
ซูซูรู้สึกเหมือนนางได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิต ความรักที่เธอมีต่อราชครูเฉินไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาทางกาย แต่เป็ความรักที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ เขาเข้าใจนาง เคารพนาง และรักนางในทุกด้าน นางรู้สึกมีคุณค่าและมีความหมายในชีวิต
นางได้กลายเป็ฮูหยินของอสูรเฒ่าผู้ทรงอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบ และความรักของทั้งสองก็เบ่งบานอย่างงดงามภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในจวนตระกูลเฉิน ทุกคนในจวนต่างมีความสุขในแบบของตัวเอง เฉินหยางได้เป็ตัวเองและมีเพื่อนที่เข้าใจ หลี่ฮวาได้เป็อิสระจากการแต่งงานที่ไม่้า ซูซูได้รับความรักที่แท้จริง และราชครูเฉินได้อยู่กับคนที่เขารักอย่างเปิดเผย
ความสุขนี้จะคงอยู่ตลอดไป เพราะทุกคนต่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน ไม่มีใครต้องแกล้งทำหรือซ่อนเร้นอีกต่อไป ทุกคนได้เป็ตัวเองอย่างแท้จริง และได้รับความสุขที่พวกเขาสมควรได้รับ