แสงไฟจากตะเกียงสว่างไสวไปทั่วบริเวณด้านหน้าเนินหินขนาดใหญ่บนเขาเอินซี ผู้คนนับร้อยต่างจ้องมองไปที่เนินหินเต็มด้วยความหิวกระหายและความโลภ ชายฉกรรจ์สองคนสวมชุดสีม่วงยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า กำชับดาบในมือแน่นไม่ถึงสามลมหายใจชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ฟาดฟันดาบในมือออกไป ปราณดาบพุ่งปะทะเนินหินเสียงดังสนั่น เปรี้ยง! ตูม! เศษหินกระเด็นฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ไม่ถึงสิบลมหายใจทันทีที่ฝุ่นควันจางหายกลิ่นเหม็นสาบพวยพุ่งออกมาจากรูขนาดใหญ่ที่เนินหิน หลายคนถึงกับสำรอกออกมา จินหยางที่ยืนอยู่กับกลุ่มของจางหลงด้านนอกเขารีบแผ่ลมปราณเข้าไปตรวจสอบภายในรูที่ปรากฏ ชั่วน้ำเดือดเขาขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่สัมผัสถึงบางอย่างคล้ายพลังปราณก้อนหนึ่งอยู่ด้านใน แต่ด้วยความโลภของคนทำให้มีกลุ่มคนบางส่วนรีบเข้าไปด้านในเพื่อสำรวจ แน่นอนกลุ่มอื่นก็รีบเข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน เฉินจินที่สังเกตเห็นบางอย่างจากจินหยางจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“น้องชายจินหยางเจ้าพบเจอสิ่งใดรึ?”
“อย่ารีบเข้าไปด้านในขอรับข้าสัมผัสถึงกลุ่มก้อนพลังปราณอยู่ด้านใน”
เฉินจินพยักหน้าตอบรับ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งเค่อกลุ่มคนที่เข้าไปด้านในก็รีบวิ่งหนีออกมาด้วยความแตกตื่น แต่ละคนวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองภายใน ตะเกียงไฟถูกโยนทิ้งลงพื้นมีบางส่วนถูกโยนไปที่โคนต้นไม้ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ทันใดนั้นเองได้มีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งรูปร่างผอมสูงผิวหนังหุ้มกระดูกมีผ้าสีเทาที่ขาดหลุดลุ่ยปกคลุมที่ศีรษะภายในมือทั้งสองของเขาถือศีรษะของมนุษย์เอาไว้ ทันใดนั้นเองศีรษะในมือข้างขวาก็ถูกโยนขึ้นท้องฟ้าหลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ผ้าคลุมสีเทาร่วงลงพื้นใบหน้าถูกแหวกออกมามองเห็นฟันอันแหลมคมจำนวนมากอยู่ด้านใน เสียงกัดศีรษะดังลั่นเลือดสีแดงและไขสมองสีเหลืองไหลอาบร่างกาย ผิงผิงถึงกับลงไปนั่งกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ผู้คนที่เฝ้ารอด้านหน้าภายในห้วงความคิดมีแต่คำว่าหลบหนีผุดขึ้นมา แต่ทว่าร่างกายกับถูกสะกดด้วยความหวาดกลัวต่อภาพอันน่าสยดสยองที่พบเห็น ขาทั้งสองข้างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะพาร่างกายหลบหนีออกไปจากบริเวณ จินหยางเอ่ยวาจาแฝงพลังปราณเรียกสติกลุ่มพยัคฆ์เหล็ก
“พี่ชายทั้งหลายที่นี่ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว คนพวกนั้นได้ปลดปล่อยปีศาจร้ายออกมาจากที่คุมขัง อาจจะมีเพียงข้าน้อยผู้เดียวที่จะหยุดยั้งปีศาจตนนั้นได้”
จางหลงหันไปมองจินหยาง
“เจ้าจะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกน้องชายจินหยาง ข้าเข้าใจในสิ่งที่เจ้าต้องการจะสื่อหากพวกเราหลบหนีไปจากที่นี่จนหมดปีศาจตนนั้นต้องมุ่งหน้าลงไปที่เมืองหวางฉือเป็นแน่ และแน่นอนจะมีชาวเมืองอีกมากที่ตกตายเพราะปีศาจตนนี้ พวกเราต้องรีบหาทางจัดการกับปีศาจตนนี้กันเถอะ”
จินหยางพยักหน้าตอบรับ หันไปมองต้าหมิงที่ยืนตัวสั่นสะท้านอยู่
“ต้าหมิงเจ้าไหวหรือไม่ ข้าต้องการให้เจ้ารีบสร้างค่ายกลเพื่อกักขังปีศาจตนนั้นเอาไว้ ในระหว่างนั้นข้าและพี่ชายจางหลงจะล่อมันเอาไว้เอง ส่วนคนที่เหลือคอยพาผู้คนหลบหนีไปจากที่นี่ก็แล้วกัน เรายังพอมีเวลาอยู่ก่อนที่ปีศาจตนนั้นจะฟื้นฟูพลังไปมากกว่านี้”
ต้าหมิงยกมือทั้งสองข้างตบไปที่ใบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติ เพียะ
“ได้ แต่ข้าไม่รับปากว่าจะสามารถกักขังปีศาจตนนั้นได้นานหรือไม่”
“ไม่เป็นไร ขอเพียงมีเวลาเล็กน้อยข้าสามารถหาจุดอ่อนของมันได้ เราก็สามารถสังหารมันได้”
จางหลงยกยิ้มดึงดาบออกจากฝักด้านหลัง
“ตกลงทำตามที่น้องชายจินหยางบอก รีบเข้าเถอะก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
จินหยางรีบชักกระบี่ออกจากฝัก ในจังหวะนั้นเองได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดสีดำสามคนพุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้ากับปีศาจร้าย แต่ทว่าในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจชายฉกรรจ์ทั้งสามก็ถูกสังหารโดยจากกวาดมือขวาเพียงครั้งเดียวของปีศาจร้าย เล็บอันแหลมคมวาดผ่านร่างกายขาดเป็นสี่ท่อนร่วงลงพื้น จางหลงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เจ้าแน่ใจนะน้องชายจินหยางว่าจะจัดการกับปีศาจตนนั้นได้”
“ข้ามั่นใจเพียงหกส่วน แต่หากมันตกอยู่ในค่ายกลของต้าหมิงข้ามั่นใจถึงสิบส่วนที่จะสังหารมันได้ขอรับ”
“ดี เช่นนั้นเรารีบลงมือเถอะ”
“พี่ชายจางหลงคอยสนับสนุนข้าลอบโจมตีปีศาจร้ายตนนั้นจากด้านหลังก็พอ ข้าจะเผชิญหน้ากับมันเอง”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางก็ถีบเท้าพุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้าปีศาจร้าย ดวงตาแดงก่ำของปีศาจร้ายจ้องมองมาที่จินหยางอย่างไม่วางตา เสียงร้องคำรามที่แฝงไปด้วยลมปราณเพื่อข่มขวัญดังลั่นออกมา
“พบคลื่นความถี่สูงและความถี่ต่ำที่รุนแรงจากเสียงที่ได้ยิน เปิดโหมดป้องกันฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นคลื่นเสียง”
จินหยางแสยะยิ้มเร่งโคจรลมปราณทั่วร่าง
“เทียนคงรีบหาจุดอ่อนของมันโดยด่วน เรามีเวลาไม่มากแล้วก่อนที่มันจะฟื้นฟูพลังจนสมบูรณ์”
“ขอรับคุณชาย”
ทันใดนั้นเองจินหยางก็รีบยกกระบี่ในมือต้านรับเล็บที่แทงเข้ามา เคร้ง! จินหยางถึงกับกระเด็นออกไปด้านหลังหลายก้าว กระบี่ในมือสั่นสะท้านจากแรงปะทะ เป็นจังหวะเดียวกับที่จางหลงกระโดดฟาดฟันดาบในมือจากด้านหลัง ปราณดาบพุ่งปะทะด้านหลังของปีศาจร้ายอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! แต่ทว่าก็ไม่สามารถเรียกบาดแผลจากปีศาจร้ายได้แม้แต่น้อย เปรี้ยง! ในจังหวะที่จางหลงกำลังตื่นตกใจเขาก็ถูกฟาดหวดด้วยท่อนแขนกระเด็นออกไปด้านหลัง จินหยางใช้ความเร็วถีบเท้าพุ่งทะยานวนรอบปีศาจร้ายพร้อมกับหาจังหวะมุมอับสายตาฟาดฟันกระบี่ในมือ ปราณกระบี่มากกว่าสิบเล่มพุ่งโจมตีปีศาจร้ายเสียงดังลั่น เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จินหยางแสยะยิ้มเมื่อหางตาของเขาพบเจอรอยแผลที่เกิดจากปราณกระบี่บนร่างกายของปีศาจร้าย ปีศาจร้ายร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นมันหันไปมองทางขวามือพบเจอเฉินจินกำลังพยุงชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งหลบหนี มันถีบเท้าพุ่งเข้าหาเฉินจินอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายเฉินจินระวังขอรับ”
ชายฉกรรจ์และเฉินจินที่ได้ยินแต่ทว่าก็ไม่สามารถหลบหนีได้ทัน ด้วยความหวาดกลัวชายฉกรรจ์ที่เฉินจินกำลังพยุงหลบหนีเขาได้ผลักเฉินจินให้เผชิญหน้ากับปีศาจร้าย กรงเล็บอันแหลมคมพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จินหยางขมวดคิ้วใช้ความเร็วอย่างเต็มกำลังปรากฏกายด้านหน้าของเฉินจินตวัดกระบี่ในมือสกัดกั้น ทำให้กรงเล็กของปีศาจร้ายเบี่ยงออกไปทางขวามือแทงไปที่ร่างของชายฉกรรจ์ที่ผลักเฉินจินออกไป
“ข้าไม่เคยคิดว่าผู้คนในยุทธภพจะไร้ยางอายเช่นนี้ สมควรแล้วที่ท่านตกต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัว”
จินหยางกระทืบเท้าขวากระโดดขึ้นบนท้องฟ้าฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างเต็มกำลัง ปราณกระบี่พุ่งปะทะหน้าอกของปีศาจร้ายอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกยาวไปถึงหน้าท้อง ปีศาจร้ายหาได้สนใจมันรีบดึงร่างของชายฉกรรจ์มากัดที่ลำคอไม่ถึงสามลมหายใจบาดแผลที่หน้าอกจางหายทิ้งเอาไว้เพียงคลาบเลือดส่วนร่างของชายฉกรรจ์หลงเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก
“พยายามอย่าให้ปีศาจร้ายตนนี้ได้ดูดกลืนเลือดได้อีก ไม่เช่นนั้นอาจเป็นปัญหาของพวกเราได้”
กลุ่มพยัคฆ์เหล็กต่างพยักหน้าตอบรับรีบขนย้ายผู้คนหลบออกไปจากบริเวณ ต้าหมิงเองรีบเร่งสร้างค่ายกลอย่างเร่งด่วนเขาวิ่งวนไปมาเป็นวงกลมเพื่อจัดวางค่ายกล เสียงปะทะของดาบกระบี่ และกรงเล็บดังลั่นไปทั่วบริเวณ จางหลงแทบหมดสติจากการกระเด็นไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่กระดูกทั่วร่างสั่นสะท้านแต่เขาก็ต้องรีบกัดฟันเร่งโคจรรักษาอาการบาดเจ็บ เข้าปะทะกับปีศาจร้ายเพื่อช่วยเหลือจินหยางอีกแรง ไม่นานกลุ่มพยัคฆ์เหล็กก็ได้กลับมาช่วยเหลือพวกจินหยาง แต่ทว่าพวกเขาก็ทำได้เพียงโจมตีจากด้านนอก นานเกือบสองเค่อเสื้อผ้าของจินหยางขาดหลุดลุ่ยจากเล็บอันแหลมคมทั้งสองของปีศาจร้ายเช่นเดียวกับรอยแผลจำนวนมากบนร่างกายของปีศาจร้าย ทันใดนั้นจินหยางก็แสยะยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของต้าหมิง
“ค่ายกลเสร็จสมบูรณ์แล้ว”