DAVERSORD : ผมไม่ได้อยากเกิดใหม่เป็นปิศาจ [ RATE R ]

    ตอนที่ 34 : คิดบุกถ้ำเสือ

    ตอนที่ 34 : คิดบุกถ้ำเสือ

    หลังจากเเยกย้ายกับนาเทียร์ ผมเดินมาตามถนนคนเดินก่อนเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆ กึ่งบาร์หน่อยๆ ร้านหนึ่ง และเลือกนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์เมื่อเห็นว่าพนักงานเป็นเผ่าปิศาจเหมือนกัน
    ส่วนผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? คงเพราะปิศาจผิวจะออกเเทนๆ เเล้วก็มีกลิ่นตัวเฉพาะล่ะมั้ง
    “รับอะไรดีล่ะไอ้หนุ่ม?”พนักงานวัยกลางคนที่หนวดเครารกรุงรังดูเป็นนักดื่มเบียร์ตัวยงถามขึ้น
    “เบียร์สักเเก้วเเล้วกันครับ”
    “ไม่ได้ตั้งใจมากินสินะ อยากรู้อะไรก็ถามมา ฉันอ่านสีหน้าคนออก”ลุงตรงหน้าผมเอ่ยขณะยื่นเเก้วเบียร์ที่ทำจากไม้ให้ แกมองปราดเดียวก็รู้ซะแล้ว
    “ฮะๆ ลุงนี่เก่งแฮะ ผมอยากถามว่าลุงรู้จักไอ้อ้วนที่มันอวดรวยไหม..”ผมถามเสียงเบากลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้า แต่อธิบายไม่ทันจบดีลุงก็เพยิดหน้าเล็กๆ ไปยังมุมหนึ่งของร้านที่มีชายหนุ่มสองคนที่เป็นองครักษ์ของไอ้อ้วนนั่น พวกมันนั่งดื่มเบียร์เเละหัวเราะกันอย่างสบายใจเฉิบ ––แล้วหัวหน้ามันไปไหน?
    “ชื่อของมันคือโปเต็น เศรษฐีที่รวยจากสงคราม มันเป็นคนดูเเลกองกำลังทหารรับจ้างเเถบนี้..”
    “อย่าบอกนะที่เมืองอินนิทโดนก็เพราะมัน”ผมชิงถามเมื่อได้ฟังข้อมูลที่โคตรน่าสงสัย
    “ฉันมั่นใจว่าใช่ นายอาจยังไม่เห็น เเต่ตอนนี้ขนาดในเมืองเปิดเองมนุษย์กับปิศาจยังเขม่นหน้ากันมากขึ้นทุกวัน ฉันเองยังกลัวว่าจะโดนพวกมันไล่เลย”ลุงบอก ก่อนซดเบียร์ตามอึกใหญ่ราวกับอยากกลืนความกังวลลงไปด้วย
    “แล้วลุงรู้ไหมว่ามันพักอยู่ที่ไหน?"
    “มันมีบ้านพักริมทะเล แต่เลิกคิดอะไรบ้าๆ เลยนะ มันมีทหารเป็นสิบๆ คอยเฝ้า ฉันเห็นพวกบ้าตายมาเยอะแล้ว”ลุงรีบเตือนราวกับรู้ว่าผมคิดจะทำอะไร ก่อนแกจะตาโตเมื่อประตูร้านถูกผลักเข้ามาเเละเห็นว่าใครเข้ามาในร้าน
    โปเต็น เศรษฐีร่างอ้วนท้วมเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู มันตะโกนเรียกลูกน้องสองคนตรงมุมร้าน ก่อนสายตาจะสบเข้ากับผม เห็นหน้ามันเเล้วเเค้นชิบที่กล้าเอาเงินมาซื้อนาเทียร์ต่อหน้า
    “ฮั่นแน่! เจอกันอีกเเล้ว คิดได้รึยัง สิบล้านนี่ปิศาจอย่างนายสบายไปทั้งชีวิตเลยนะ ฮ่าๆๆ”โปเต็นเดินเข้ามากลางร้าน ทุกคนพากันหันมามองที่มันเเละผมเป็นตาเดียวเพราะคิดว่าจะเกิดเรื่องกันขึ้น
    ––นี่ล่ะโอกาส! ผมนึก ก่อนผุดรอยยิ้มขึ้นมุมปากจนมันถึงกับทำสีหน้าแปลกใจ
    “เรื่องราคาน่ะฉันไม่ติดหรอก เเต่ฉันอยากตกลงกับเเกอะไรอีกนิดหน่อย ตอนเย็นเรามานั่งกินมื้อเย็นเเล้วก็คุยกันไปด้วยดีไหม?”ผมเอ่ย ลุงที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์หันมามองผมขวับด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับผมเพิ่งทำเรื่องบ้าๆ ลงไป
    “โฮ่! ฉันชอบการคุยธุรกิจ เอาสิ เเต่เป็นที่บ้านพักฉันเเล้วกัน กลัวว่านายจะเล่นตุกติก”โปเต็นยิ้ม มันคงคิดว่าอยู่ในบ้านตัวเองเเล้วจะปลอดภัยสินะ
    “ตามนั้น”ผมตกลง ลุงพนักงานพอได้ยินก็ตกใจหนักกว่าเก่า เเถมลูกค้าคนอื่นๆ ได้ยินก็หน้าเจื่อนไปตามๆ กัน
    และพอผมปล่อยให้พวกมันเดินออกไปเท่านั้นแหละ ลุงก็หันมาตะคอกผมทันที
    “นายจะบ้ารึไง!? คิดว่ามันจะปล่อยนายไปเหรอเข้าไปถึงถ้ำเสือแบบนั้น?”
    “ลุง ถ้าผมจัดการมันได้ขอมากินร้านลุงฟรีลุงจะรับข้อเสนอผมไหม?”ผมยื่นเเก้วเบียร์ให้ลุงที่ดูไปดูมาเเกนี่ล่ะเจ้าของร้าน
    ผมค้างเเก้วเบียร์อยู่กลางอากาศ มองดูลุงเจ้าของร้านที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะชนเเก้วเบียร์กับผมดังปัก!
    “บอกไว้ก่อน นายไม่ใช่คนเเรกที่มาพูดกับฉันแบบนี้ก่อนจะถูกไอ้อ้วนนั่นฆ่านะ”ลุงตอบ สีหน้าเเกเเดงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เเต่สายตาที่มองจ้องผมสัมผัสได้ถึงความกังวลเเละเป็นห่วง
    “ผมไม่เหมือนคนอื่นหรอกลุง รอดูเเล้วกัน”ผมยิ้ม ก่อนจะซดเเก้วเบียร์อึกใหญ่เหมือนกับว่าจะไม่ได้ซดอีก ถ้าผมจัดการมันได้ กองทัพที่บุกเมืองจะต้องสั่นคลอนแน่ๆ



    ขณะเดียวกัน บริเวณชายหาดที่เต็มไปด้วยผู้คน เอลฟาเดินออกมาซื้อเครื่องดื่มเพิ่มให้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มสามคนเดินหาไปเลเซียกับนาเทียร์
    “พวกนาย!?”เลเซียที่นั่งเหยียดขาสบายๆ มองท้องฟ้ายามบ่ายที่สว่างสวย อยู่กับนาเทียร์ที่นั่งจิบไวน์อยู่บนเก้าอี้นั้น อยู่ๆ ก็ถูกเงาชายหนุ่มสามคนมาทาบทับอยู่เหนือร่มที่กาง ก่อนเธอจะตกใจเมื่อเห็นว่าพวกเขาเป็นใคร
    “ดูสบายกันดีนี่?”ชายตรงกลางเอ่ย เลเซียพลันเด้งตัวลุกขึ้นมายืน ส่วนนาเทียร์เพียงเเค่หันมาทางพวกเขา
    “พวกนายมาที่นี่ได้ยังไง?”เลเซียถามด้วยความตกใจ
    “ถามอะไรยังงั้นล่ะ ฉันจะมาปลดปล่อยพวกเธอจากไอ้ปิศาจนั่นไง คืนนี้มันจะต้องตาย เเละพวกเธอก็จะบอกข้อมูลของเมืองอินนิทให้พวกฉัน ตอนนี้พวกเราไม่อยากเสียกำลังคน ไม่คิดว่าพวกมันจะต้านการโจมตีเมื่อวันก่อนได้”ชายหนุ่มคนเดิมตอบ
    เลเซียกับนาเทียร์ต่างก็รู้ดีว่าเมืองอินนิทมีกำลังทหารเพียงหยิบมือ ไม่มีทางสู้กองกำลังที่ทีมตนสังกัดได้เเน่ ถ้าพวกมันรู้เมืองอินนิทคงถึงกาลอวสานเร็วขึ้น
    “พวกนายระดับเท่าไรเเล้ว?”นาเทียร์ที่นั่งฟังอยู่ถามขึ้นบ้าง
    “พวกฉันสิบห้าเเล้ว ไม่เหมือนพวกเธอที่ยังเเค่สิบหรอก แต่ก็อย่างว่า อาวุธพวกเธอมันไม่ใช่ดาบนี่นะ”ชายอีกคนพูดขึ้นพลางยิ้มขณะจ้องมองเรือนร่างของทั้งสองที่ไม่ได้เจอตั้งนาน
    “พวกนายยังไม่เก่งพอจะฆ่าบาร็อคในตอนนี้หรอก ไปหาคนที่เก่งกว่าตัวเองมาเถอะ”นาเทียร์ว่า เลเซียเองเห็นด้วย พวกเธอบอกข้อมูลของบาร็อคไม่ได้ก็จริง เเต่รู้ว่าพวกมันฆ่าเขาไม่ได้เเน่
    “ฮึ! อย่ามาดูถูกพวกฉันน่า ไว้ฉันจะเด็ดหัวมันมาให้พวกเธอดู เเล้วก็อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพวกเธอเริ่มเอนเอียงอยู่ข้างมันน่ะ คิดใหม่ซะด้วยว่าเป้าหมายของพวกเธอคืออะไร!”ชายหนุ่มหัวโจกได้ยินก็ของขึ้น ก่อนจะบอกให้เพื่อนของตนกลับ
    “มะ มีอะไรกันรึเปล่า?”เอลฟาที่เดินถือขวดน้ำดื่มเย็นฉ่ำถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดเล่นน้ำท่าทางนักเลงเหมือนมาหาเรื่องทั้งสอง
    “พวกหื่นกามน่ะ โดนไล่ตะเพิดก็เลยอารมณ์เสีย”เลเซียเอ่ย ก่อนจะเข้าสู่โหมดร่าเริงตามเดิม แต่ในใจยังคิดมากเรื่องที่เพื่อนร่วมทีมของเธอเตือนเมื่อครู่



    ตลอดทางที่ผมเดินกลับมาที่ชายหาด ผมคิดอยู่ตลอดว่าตัวเองมั่นใจในพลังเกินไปหรือเปล่า? ทั้งๆ ที่สกิลโจมตีอะไรก็ไม่มีเเท้ๆ แต่กลับคิดบุกถ้ำเสือซะงั้น
    ––ไม่รู้ล่ะ นี่เป็นทางลัดเดียวที่ผมคิดว่าจะช่วยเมืองได้ ผมสลัดความคิดแง่ลบออกจากหัวและข่มใจสู้ คิดในสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นรังแต่จะปวดหัวเปล่าๆ
    “เย็นนี้พวกเธอไปกินข้าวกันสามคนนะ ฉันมีนัดกับคนสำคัญของที่นี่น่ะ”ผมเอ่ยพลางนั่งลงบนเสื่อที่ปูไว้
    นาเทียร์เป็นคนเดียวที่มองออกว่าผมหมายถึงใครเพราะเธออยู่ด้วยในเวลานั้น เเละผมเองก็ไม่อยากบอกเลเซียกับเอลฟาด้วย
    “เห? อยู่ๆ ก็ทิ้งกันเนี่ยนะ นายมีหญิงอื่นเปล่าเนี่ย?”เลเซียถามขึ้นพลางเขยิบหน้าเข้ามาใกล้พยายามจับสังเกต ภายใต้ท่าทางร่าเริงเธอกลับกำลังกังวลเพราะเพื่อนร่วมทีมของเธอบอกจะจัดการบาร็อคคืนนี้ เเละเขาก็ดันออกไปข้างนอกพอดีอีก
    “จะไปมีได้ไงเล่า เเค่พวกเธอสามคนฉันก็เลี้ยงไม่ไหวเเล้ว”ผมเอ่ยพลางหัวเราะเเละกัดเเซนวิชแฮมที่นาเทียร์ทำมาเข้าปาก
    “ระวังตัวกันด้วยล่ะ อย่าเที่ยวเล่นจนเพลินเข้าใจไหม?”ผมรีบพูดต่อเมื่อเห็นเลเซียกับเอลฟาจะพูดอะไรอีก
    “นายก็ระวังตัวด้วยนะบาร็อค ฉันสังเกตว่ามนุษย์ที่นี่ไม่ค่อยถูกกับปิศาจเท่าไร”เอลฟาพูด เป็นสิ่งที่ผมได้ยินจากลุงเจ้าของร้านอาหารเหมือนกัน
    “รู้เเล้วล่ะน่า เเล้วก็ไปเปลี่ยนชุดกันได้เเล้ว มีเเต่พวกหื่นๆ มองกันเต็มไปหมด ฉันไม่ชอบ”ผมสั่ง พวกเธอถอนหายใจและอมยิ้มเพราะเข้าใจว่าผมเป็นห่วง ก่อนจะพากันเดินไปเปลี่ยนชุดโดยมีผมเฝ้าของให้
    คิดในเเง่ดี ถ้าผมฆ่าทหารของโปเต็นรวมถึงเจ้าตัว ระดับผมคงเพิ่มขึ้นสักหนึ่งถึงสองระดับ เเถมดีไม่ดีชื่อของผมจะถูกกล่าวขานไปอีกนานในฐานะผู้กอบกู้เมืองอินนิทด้วย
    คืนนี้จะต้องสนุกแน่นอน!


    (จบตอน)